Friday, 5 June 2026
H20

Nvidia หวังขายชิปรุ่นแรงกว่า H20 ให้จีน หลังสหรัฐฯ ไฟเขียวกลับมาขายได้อีกครั้ง

(18 ก.ค. 68) เจนเซ่น หวง (Jensen Huang) ซีอีโอของ Nvidia บริษัทผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของสหรัฐฯ เปิดเผยระหว่างแถลงข่าวที่กรุงปักกิ่งว่า บริษัทมีแผนจะขายชิปประมวลผลที่ล้ำหน้ากว่า H20 ให้กับจีนในอนาคต โดยหวังเพิ่มยอดขายในตลาดใหญ่อันดับสองของโลก หลังจากสหรัฐฯ เคยสั่งห้ามส่งออกชิปรุ่นใหม่ๆ ไปยังจีนเพราะเหตุผลด้านความมั่นคง

ก่อนหน้านี้ Nvidia พัฒนาชิป H20 ขึ้นมาเป็นรุ่นพิเศษสำหรับจีน ซึ่งมีสมรรถนะต่ำกว่ารุ่นปกติเพื่อให้ผ่านเกณฑ์ควบคุมการส่งออกของรัฐบาลสหรัฐฯ แต่ล่าสุดบริษัทได้รับอนุญาตให้กลับมาขาย H20 ได้แล้ว และซีอีโอหวงย้ำว่า เขาหวังจะได้ขายชิปรุ่นใหม่ที่แรงกว่า H20 หากกฎหมายในอนาคตเอื้อให้ทำได้

“เทคโนโลยีมันไม่หยุดอยู่กับที่” เจนเซ่น หวง กล่าว “วันนี้ Hopper ยังดีอยู่ แต่ในอนาคตเราจะมีของที่ดีกว่านี้อีก และผมคิดว่าถ้าเราขายได้ เราก็ควรขายให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลา” โดย Hopper คือสถาปัตยกรรมชิปที่ใช้กับรุ่น H20

Nvidia เคยขาดทุนถึง 4.5 พันล้านดอลลาร์ จากการที่ H20 ขายไม่ออกในช่วงที่โดนแบน และประเมินว่ายอดขายในไตรมาสก่อนจะสูงขึ้นอีก 2.5 พันล้านดอลลาร์ ถ้าไม่มีข้อจำกัดเรื่องการส่งออก หวงยังมองว่าตลาด AI ของจีนอาจมีมูลค่าสูงถึง 5 หมื่นล้านดอลลาร์ใน 2-3 ปี และเตือนว่าบริษัทอเมริกันอาจ “เสียโอกาสครั้งใหญ่” หากไม่ได้เข้าไปแข่งขันในตลาดนี้

แม้ว่า Nvidia วางแผนออกชิปรุ่นใหม่เพิ่มเติม แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะอนุญาตให้ขายให้จีนหรือไม่ อย่างไรก็ตาม โฮเวิร์ด ลัทนิก (Howard Lutnick) รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐฯ แสดงท่าทีว่าจะยังอนุญาตให้ขายบางส่วนต่อไป เพื่อให้บริษัทจีนยังต้องพึ่งพาเทคโนโลยีของอเมริกา โดยระบุว่า “จีนสร้างเองได้อยู่แล้ว แต่เราต้องนำหน้าเขาหนึ่งก้าว เพื่อให้เขายังต้องซื้อของจากเรา”

ปักกิ่งเรียก Nvidia แจงด่วน!! ชิป H20 อาจมีช่องโหว่เรื่องระบบติดตาม หวั่นแอบส่งข้อมูลกลับสหรัฐฯ แม้ปิดดีลซื้อ-ขายกันแล้ว 300,000 ชิ้น

(31 ก.ค. 68) สำนักงานบริหารไซเบอร์สเปซของจีน (Cyberspace Administration of China) แสดงความกังวลต่อความเสี่ยงด้านความมั่นคงในชิปปัญญาประดิษฐ์ H20 ของ Nvidia ซึ่งเพิ่งกลับมาจำหน่ายในจีนหลังสหรัฐฯ เพิ่งยกเลิกคำสั่งห้ามส่งออก โดยทางการจีนเรียก Nvidia เข้าชี้แจงเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ชิปดังกล่าวอาจมี “ช่องโหว่” หรือระบบติดตามที่กระทบข้อมูลส่วนตัวผู้ใช้งานในประเทศ

กรณีนี้เกิดขึ้นหลังวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ เสนอร่างกฎหมายให้ชิป AI ที่ส่งออกต้องมีระบบระบุตำแหน่ง เพื่อจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงของจีน ซึ่งทางการจีนมองว่าอาจเป็นการสอดแนมและละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัว

แม้ Nvidia จะยังไม่ออกแถลงการณ์ใด ๆ แต่ก่อนหน้านี้ “เจนเซ่น ฮวง” ซีอีโอของบริษัทเดินทางเยือนจีนอย่างเปิดเผย เพื่อแสดงความจริงจังกับตลาดจีน และได้รับคำสั่งซื้อชิป H20 มากถึง 300,000 ชิ้น ท่ามกลางความต้องการสูงในวงการเทคโนโลยีของจีน รวมถึงภาคการทหารและมหาวิทยาลัย

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่จีนจับตาบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้เคยสั่งห้ามหน่วยงานสำคัญใช้สินค้าจาก Micron Technology, Inc. บริษัทเทคโนโลยีจากสหรัฐอเมริกา และเคยเรียกร้องให้ตรวจสอบผลิตภัณฑ์จาก Intel โดยอ้างความเสี่ยงด้านความมั่นคงเช่นกัน

นอกจากนี้ Nvidia ยังอยู่ระหว่างถูกสอบสวนด้านการผูกขาดในจีนจากกรณีซื้อกิจการ Mellanox เมื่อปี 2020 ซึ่งทางการจีนระบุว่า บริษัทอาจละเมิดเงื่อนไขที่เคยตกลงไว้กับหน่วยงานกำกับตลาดของจีนอีกด้วย

จีน แนะหน่วยงานรัฐเลี่ยงชิป H20 ของ Nvidia ยังกังวลด้านความปลอดภัย หนุนใช้เทคโนโลยีในประเทศแทน

(12 ส.ค. 68) ทางการจีนออกคำแนะนำให้บริษัทในประเทศ หลีกเลี่ยงการใช้ชิป H20 ของ Nvidia โดยเฉพาะในงานที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐหรือความมั่นคง หลังสื่อท้องถิ่นรายงานความกังวลด้านความปลอดภัยต่อชิปดังกล่าว แม้สหรัฐเพิ่งยกเลิกคำสั่งห้ามขายไปเมื่อเดือนก่อน

Nvidia ยืนยันว่า H20 ไม่ใช่สินค้าทางทหารและไม่มี “ช่องโหว่” ให้เข้าควบคุมระยะไกล พร้อมระบุว่าจีนมีชิปผลิตในประเทศเพียงพอ ไม่เคยพึ่งชิปสหรัฐสำหรับงานรัฐ เช่นเดียวกับที่รัฐบาลสหรัฐฯ ไม่พึ่งชิปจากจีน

รายงานเผยว่า จีนเร่งสนับสนุนเทคโนโลยีท้องถิ่น รวมถึงชิป AI จาก Huawei ขณะที่หุ้นผู้ผลิตชิปอันดับหนึ่งอย่าง SMIC พุ่งกว่า 5% คาดได้อานิสงส์จากความต้องการชิปในประเทศเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ คำสั่งเลี่ยงชิป H20 ยังส่งผลต่อชิป AI ของ AMD ด้วย ขณะเดียวกันมีรายงานว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจอนุญาตให้ Nvidia ขายเวอร์ชันลดสเปกของชิป Blackwell ในจีน แม้สหรัฐกังวลว่าปักกิ่งอาจใช้ AI เพื่อเพิ่มศักยภาพทางทหาร

จีนตั้งเป้าใช้ชิป AI ผลิตเอง 70% ภายในปี 2570 ท้าชนอิทธิพล Nvidia ผู้ครองตลาดชิปกว่า 80%

(21 ส.ค. 68) จีนเดินหน้าลดการพึ่งพาเทคโนโลยีสหรัฐฯ โดยหลายเมืองใหญ่วางเป้าหมายเพิ่มการพึ่งพาตนเองด้านชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างน้อย 70% ภายในปี 2570 เพื่อลดอิทธิพลของ Nvidia ผู้ครองตลาดชิป AI กว่า 80% ในจีน ขณะที่ปักกิ่งตั้งเป้าสูงถึง 100% ส่วนกุ้ยหยาง เมืองที่มีดาต้าเซ็นเตอร์จำนวนมาก กำหนดให้ศูนย์ข้อมูลใหม่ต้องใช้ชิปผลิตในประเทศไม่ต่ำกว่า 90%

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ย้ำในที่ประชุมโปลิตบูโรว่า จีนต้องระดมทรัพยากรทั้งประเทศเพื่อสร้างความแข็งแกร่งและพึ่งพาตนเองในด้าน AI พร้อมส่งสัญญาณสนับสนุนการพัฒนาและการผลิตชิปในประเทศ ซึ่งปัจจุบันผู้พัฒนาบริการ AI ภายในประเทศ เช่น DeepSeek, Alibaba และ Baidu กำลังขยายบทบาท แต่ก็ยังต้องพึ่งพา Nvidia อย่างมาก

หัวเว่ย (Huawei) พยายามสร้างทางเลือกใหม่ด้วยชิปตระกูล Ascend 910 ซึ่งรุ่นล่าสุด 910B มีสมรรถนะราว 85% ของ Nvidia H20 และเตรียมเปิดตัวรุ่น 920 ที่คาดว่าจะทดแทน H20 ได้เต็มรูปแบบ ขณะเดียวกันบริษัทอื่น เช่น Cambricon และ Kunlun ของ Baidu ก็กำลังเร่งพัฒนาชิป AI ร่วมกับโรงงานผลิตชิปในประเทศอย่าง SMIC

นักวิเคราะห์คาดว่า ส่วนแบ่งตลาดชิป AI ของ Nvidia ในจีนจะลดลงเหลือ 50-60% ภายใน 5 ปี ขณะที่ผู้ผลิตจีนจะเพิ่มขึ้นเป็น 40-50% ล่าสุด ไชน่า โมบาย ลงนามจัดซื้อเซิร์ฟเวอร์ AI มูลค่า 19,100 ล้านหยวน โดยใช้ชิปหัวเว่ยทั้งหมด และยังมีรายงานว่า ByteDance อาจหันมาใช้ผลิตภัณฑ์ของหัวเว่ยด้วย

อย่างไรก็ดี ความพยายามตัดขาดจากสหรัฐฯ ไม่ง่ายนัก เพราะยังมีข้อจำกัดด้านสมรรถนะและความล่าช้าในการพัฒนา เช่น กรณี DeepSeek ที่ถูกชะลอเพราะใช้ผลิตภัณฑ์หัวเว่ย ขณะเดียวกัน จีนยังคงนำเข้าชิป Nvidia ต่อไปในบางภาคส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการดูดซับเทคโนโลยีตะวันตกกับการสร้างนวัตกรรมในประเทศเอง

Nvidia ย้ำ “ไม่จ่าย” ส่วนแบ่ง 15% ให้รัฐบาลสหรัฐฯ ชี้เพราะกฎหมายทรัมป์ไม่ชัด…ที่ขู่ขอเปอร์เซ็นต์ขายชิป H20 ในจีน

(29 ส.ค. 68) บริษัท Nvidia ยืนยันยังไม่ต้องจ่ายส่วนแบ่ง 15% จากการขายชิป H20 ในจีนให้รัฐบาลสหรัฐฯ เหตุแผนของรัฐบาลทรัมป์ยังไม่ถูกตราเป็นกฎหมายอย่างเป็นทางการ โดย โคเล็ต เครสส์ (Colette Kress) รองประธานบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ NVIDIA ระบุว่าขณะนี้ยังไม่มีเอกสารข้อบังคับทางกฎหมายใด ๆ ออกมา ทำให้ Nvidia สามารถเดินหน้าธุรกิจต่อได้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมดังกล่าว

เดิมทีชิป H20 ถูกออกแบบมาเพื่อเลี่ยงข้อจำกัดการส่งออกยุคโจ ไบเดน แต่ถูกสหรัฐฯ บล็อกในช่วงต้นปี ต่อมาฝ่ายทรัมป์เปิดให้ขอใบอนุญาตส่งออกได้ แต่มีเงื่อนไขต้องหัก 15% รายได้ ซึ่ง Nvidia ชี้ว่ายังไม่ได้ส่งออกหรือบันทึกรายได้ภายใต้เงื่อนไขนี้เลย

ทั้งนี้ Nvidia เตือนว่าหากกฎหมายบังคับใช้จริง จะทำให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น เสี่ยงถูกฟ้องร้อง และเปิดช่องให้คู่แข่งได้เปรียบ แต่หากสถานการณ์คลี่คลาย บริษัทคาดว่าชิป H20 อาจสร้างรายได้เพิ่ม 2,000–5,000 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสหน้า

จีน ตั้งข้อหา!! Nvidia ของสหรัฐฯ ฝ่าฝืนกฎต่อต้านการผูกขาดตลาด

(16 ก.ย. 68) จีนประกาศว่า Nvidia บริษัทผู้ผลิตชิป AI ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ละเมิดกฎหมายต่อต้านการผูกขาด นับเป็นการยกระดับความตึงเครียดทางการค้ากับสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการเจรจาการค้ารอบที่ 4 ระหว่างสองประเทศซึ่งจัดขึ้นที่กรุงมาดริด โดยฝ่ายสหรัฐฯ นำโดยรัฐมนตรีคลัง สกอตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) ซึ่งออกมาระบุว่าการเจรจาเป็นไปในทิศทางที่ดี

ก่อนหน้านี้สหรัฐฯ เพิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อจีน โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ได้ขึ้นบัญชีดำบริษัทชิปจีน 2 แห่ง ห้ามเข้าถึงเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์จากอเมริกา ขณะที่จีนก็ใช้มาตรการตอบโต้ เช่น ชะลอการส่งออกแร่หายากซึ่งมีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์ป้องกันประเทศ

กรณี Nvidia ถือเป็นสัญญาณชัดว่าจีนไม่อาจมองข้อเสนอของสหรัฐฯ ในการเปิดทางขายชิปบางรุ่นเข้าไปยังจีนอย่างเป็นมิตรนัก แม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเพิ่งบรรลุข้อตกลงกับ Nvidia และ AMD ให้แบ่งรายได้ 15% จากการขายในจีนให้รัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อแลกกับใบอนุญาตการส่งออกชิป AI รุ่นที่ถูกลดสเปกแล้วก็ตาม

หน่วยงานกำกับดูแลของจีนระบุว่า Nvidia ละเมิดเงื่อนไขการเข้าซื้อกิจการ Mellanox Technologies บริษัทออกแบบชิปจากอิสราเอล ที่จีนเคยอนุมัติเมื่อปี 2020 และจะเดินหน้าสืบสวนเพิ่มเติม ส่งผลให้หุ้น Nvidia ร่วงลง 1.4% ในการซื้อขายก่อนตลาดเปิด

แม้สหรัฐฯ จะพยายามเปิดตลาดชิป H20 ของ Nvidia ให้จีนใช้งานได้ แต่ยังไม่แน่ชัดว่าจีนจะยอมรับหรือไม่ เนื่องจากมีข้อกังวลด้านความมั่นคง ขณะเดียวกันก็มีการคาดว่าจีนอาจเข้าถึงชิปเหล่านี้ผ่านตลาดมืดอยู่แล้ว โดยชิป H20 ถูกเชื่อมโยงกับการพัฒนา DeepSeek โมเดล AI ขั้นสูงของจีนที่สร้างความตื่นตะลึงให้กับซิลิคอนวัลเลย์เมื่อต้นปีนี้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top