Friday, 5 June 2026
Google

บริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลกเริ่มเลิกจ้างคน งานหลังบ้าน–คอลเซ็นเตอร์ โดนก่อน ซีอีโอดังยืนยัน AI คือผู้ช่วย ไม่ใช่ผู้ยึดครอง แต่บางตำแหน่งงานจะหายไปจริง!!

บริษัทยักษ์ใหญ่ “ลดพึ่งคน หันพึ่ง AI” คลื่นเปลี่ยนงานครั้งใหญ่กำลังเกิดขึ้น ทั่วโลกกำลังขยับจาก “คนทำงานทุกขั้นตอน” ไปสู่ “คนกำกับ แต่ใช้ AI ลงมือ” งานที่โดนก่อนคือหลังบ้าน (เอกสาร การเงิน HR) งานบริการลูกค้า งานสรุปข้อมูล และการเขียนโค้ดบางส่วน เพราะ AI ทำได้เร็วขึ้น ต้นทุนต่ำลง ทำงานได้ 24/7 ไม่มีวันหยุด และยังได้ความสม่ำเสมอของคุณภาพ

ทำไมบริษัทถึงเร่งใช้ AI 
เหตุผลหลักมีทั้งเรื่องประสิทธิภาพและการแข่งขัน โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ทำให้บริษัทขยายบริการได้ทันทีข้ามประเทศ โดยผู้บริหารจำนวนมากยอมรับว่าบางบทบาท “ถูกออกแบบใหม่” หรือ “ถูกแทนที่บางส่วน” แล้ว 

ตัวอย่างชัดคือ IBM บริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติสัญชาติอเมริกัน ที่ชะลอการจ้างงานหลังบ้านและประเมินว่างานกลุ่มนี้จำนวนหนึ่งสามารถใช้ AI ทำแทนได้ในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า

เสียงจากซีอีโอ “AI คือผู้ช่วย…และบางงานจะหายไป”
อาร์วินด์ คริชนา (Arvind Krishna) ประธานและซีอีโอของ IBM เคยให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg ว่า “ผมมองเห็นว่างานหลังบ้านราวส่วนหนึ่งจะถูกแทนที่ด้วย AI และระบบอัตโนมัติภายในห้าปี” 

สัตยา นาเดลลา (Satya Nadella) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Microsoft กล่าวว่า “Copilot (ผู้ช่วย AI ที่ขับเคลื่อนโดย Microsoft) คือหมวดใหม่ของคอมพิวเตอร์…มันจะเปลี่ยนวิธีที่เราทำงานและคุยกับคอมพิวเตอร์โดยตรง แนวคิดคือเพิ่มผลิตภาพทั้งองค์กร ไม่ใช่แค่ลดคนในทีมใดทีมหนึ่ง”

ซันดาร์ พิชัย (Sundar Pichai) ประธานบริหารของบริษัท Google กล่าวว่า “AI จะยังไม่มาแทนนักพัฒนา มันเป็นแค่ตัวเร่งให้ทีมทำงานได้มากขึ้นดีขึ้น และเรายังต้องจ้างวิศวกรต่อไป”

เจนเซ่น หวง (Jensen Huang) ประธานและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Nvidia กล่าวว่า “ภาษาที่ใช้ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์กำลังกลายเป็น ‘ภาษามนุษย์’…ทุกคนจึงเป็นโปรแกรมเมอร์ได้”

ข้อดี–ข้อเสียที่ต้องรับมือ 
ด้านบวกคือความเร็ว ต้นทุนต่อชิ้นงานที่ลดลง และคุณภาพที่สม่ำเสมอในชิ้นงาน แต่ความเสี่ยงก็ชัด ข้อมูลอาจเกิดข้อผิดพลาดได้ถ้าไม่มีคนตรวจ ความลับองค์กรมีโอกาสรั่วไหล ตลอดจนแรงงานบางกลุ่มที่ต้อง “รีสกิล” ไปสู่การเพิ่มค่าจ้าง เช่น กำกับคุณภาพโมเดล ออกแบบพร็อมพ์ และวางเวิร์กโฟลว์ที่ปลอดภัย

ผลกระทบกับไทย 
โครงสร้างพื้นฐานมา งานใหม่มา กติกากำลังตาม ไทยกำลังได้ฐานรองรับ AI ระดับโลก 

AWS เปิดรีเจียนในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ (ม.ค. 2025) พร้อมแผนลงทุนมากกว่า 5 พันล้านดอลลาร์ และคาดหนุนการจ้างงานช่วยจีดีพีเพิ่มขึ้น

Microsoft ประกาศลงทุนคลาวด์และศูนย์ข้อมูลในไทย พร้อมโครงการอัปสกิลคนไทยกว่า 100,000 คน (พ.ค. 2024)

Google ประกาศลงทุนสร้างดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์รีเจียนในไทยวงเงิน 1 พันล้านดอลลาร์ (ก.ย. 2024) เสริมความสามารถด้าน AI ของประเทศ

TikTok เตรียมลงทุนโครงการโฮสติงข้อมูลในไทยราว 126.8 พันล้านบาท หนุนดีมานด์ดาต้า–AI เพิ่มขึ้นอีกระลอก (อนุมัติโดยบีโอไอ ม.ค. 2025)

ผลลัพธ์คือ องค์กรไทยเข้าถึงเครื่องมือ AI ได้ง่ายขึ้น เห็นการนำไปใช้จริงในธนาคาร โทรคมนาคม อีคอมเมิร์ซ ไปจนถึงภาคอุตสาหกรรม ขณะเดียวกัน หน่วยงานกำกับเร่งวางแนวทางใช้ AI อย่างปลอดภัยและเป็นธรรม เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและข้อมูลสำคัญ

มองไปข้างหน้า 
ทิศทางที่เป็นจริงที่สุดตอนนี้คือ “คนกับ AI ทำงานร่วมกัน” บริษัทที่ได้เปรียบคือบริษัทที่เลือกโจทย์ถูก (งานรูทีน วัดผลได้เร็ว) วางรั้วกำกับตั้งแต่วันแรก และลงทุนรีสกิลทีมให้สั่งงาน–ตรวจทาน–เชื่อม AI เข้ากับเวิร์กโฟลว์เดิม เมื่อโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกกำลังลงหลักในไทย หน้าต่างโอกาสก็เปิดกว้าง—คำถามจึงไม่ใช่ “จะใช้ AI ไหม” แต่คือ “จะเริ่มตรงไหนและกำกับอย่างไรให้เกิดผลลัพธ์ไวที่สุด”

เป็นจำนวนเงิน 3.8 ล้านรูเบิล ฐานเมินลบข้อมูลต้องห้าม ด้าน ‘ยูเครน’ หัวหมออาศัยช่องว่าง จับมือกูเกิลเร่งสร้าง AI ทางเลือกใหม่

(5 ธ.ค. 68) ศาลแขวงตากันสกี กรุงมอสโก มีคำสั่งปรับบริษัท Google จำนวน 3.8 ล้านรูเบิล (ราว 1.5 ล้านบาท) หลังไม่ปฏิบัติตามคำสั่งให้ลบเนื้อหาที่ถูกจัดเป็นข้อมูลต้องห้ามในรัสเซีย โดยคำสั่งปรับดังกล่าวเกิดขึ้นตามรายงานที่ยื่นโดยหน่วยงานกำกับดูแลสื่อและการสื่อสารของรัสเซีย (Roskomnadzor) ภายใต้มาตรา 13.41 ของกฎหมายละเมิดทางปกครองของประเทศ

ขณะที่ยูเครนประกาศเดินหน้าพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ขนาดใหญ่ (LLM) ของตนเอง โดยใช้โครงสร้าง Gemma ของ Google เพื่อสร้างระบบ AI ที่เป็นอิสระ รองรับความต้องการในภาคทหารและพลเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น โครงการจะเริ่มเทรนบนโครงสร้างพื้นฐานของ Google ก่อนจะย้ายไปทำงานบนศูนย์ข้อมูลภายในประเทศ เพื่อให้ยูเครนควบคุมระบบได้อย่างเต็มรูปแบบ

เจ้าหน้าที่ยูเครนระบุว่า การพัฒนา AI ภายในประเทศช่วยลดค่าใช้จ่ายมหาศาลจากการพึ่งพาระบบต่างชาติ รวมถึงลดความเสี่ยงด้านความมั่นคง โดยเฉพาะการใช้งานในระบบบัญชาการรบและการวิเคราะห์การโจมตีของรัสเซีย ทั้งยังแก้ปัญหาข้อจำกัดของโมเดล AI ปัจจุบันที่ไม่รองรับภาษาท้องถิ่นและภาษาผสมซึ่งพบมากในยูเครน

สำหรับโครงการดังกล่าวได้จัดตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษา 4 ชุด เพื่อกำกับด้านเทคนิค กฎหมาย และภาษา พร้อมรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานรัฐกว่า 90 แห่ง ก่อนฝึกโมเดลบน GPU ที่ปลอดภัยในต่างประเทศ เมื่อพัฒนาเสร็จ AI จะถูกนำมาใช้กับระบบภาครัฐและแพลตฟอร์มของ Kyivstar ก่อนขยายสู่ภาคเอกชน โดยต้องรับมือความเสี่ยงด้านไซเบอร์จากการโจมตีของรัสเซียที่คาดว่าจะเกิดขึ้นทันทีหลังเปิดตัวระบบใหม่


ที่มา : Sputnik

Google Translate เปิดตัวฟีเจอร์ 'แปลภาษาผ่านหูฟัง' แบบเรียลไทม์ คุณสมบัติใหม่สุดล้ำแปลได้กว่า 70 ภาษา นำร่องระบบ Android ก่อนเปิดใช้ใน iOS ปีหน้า

(ซินหัว) เมื่อวันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม 2568 กูเกิล (Google) ประกาศเปิดตัวฟีเจอร์เวอร์ชันเบตาที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถฟังคำแปลแบบเรียลไทม์ผ่านหูฟังได้ ซึ่งเป็นความพยายามของบริษัทในการปรับปรุงบริการแปลภาษาและการเรียนรู้ภาษาให้ดียิ่งขึ้น

ฟีเจอร์ใหม่นี้ ซึ่งใช้งานได้ผ่านแอปพลิเคชันกูเกิล ทรานสเลต (Google Translate) จะให้การแปลแบบเรียลไทม์โดยคงไว้ซึ่งน้ำเสียง การเน้นเสียง และจังหวะการพูดของผู้พูด ทำให้เข้าใจการสนทนาได้ง่ายขึ้น

โรส เหยา รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์และการค้นหาของกูเกิล โพสต์ข้อความว่าไม่ว่าคุณต้องการสนทนาในภาษาอื่น ฟังการพูดหรือการบรรยายขณะอยู่ต่างประเทศ หรือดูรายการโทรทัศน์หรือภาพยนตร์ในภาษาอื่น ตอนนี้คุณสามารถใส่หูฟัง เปิดแอปฯ แปลภาษา กดฟังก์ชัน "การแปลสด" และฟังคำแปลแบบเรียลไทม์ในภาษาที่คุณต้องการได้

ขณะนี้ฟีเจอร์เวอร์ชันเบตากำลังทยอยเปิดให้ใช้งานบนอุปกรณ์แอนดรอยด์ (Android) ในสหรัฐฯ เม็กซิโก และอินเดีย โดยรองรับมากกว่า 70 ภาษา และใช้งานได้กับหูฟังทุกประเภท โดยกูเกิลกล่าวว่ามีแผนจะขยายฟีเจอร์นี้ไปยังอุปกรณ์ไอโอเอส (iOS) และประเทศอื่นๆ เพิ่มเติมในปี 2026
 

ยกระดับทักษะดิจิทัลภาครัฐไทย มุ่งสร้างรากฐานนวัตกรรมเพื่อการบริการประชาชน

กรุงเทพมหานคร – สถาบันพัฒนาบุคลากรภาครัฐด้านดิจิทัล (TDGA) ภายใต้สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) เดินหน้าโครงการเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรภาครัฐ โดยได้รับความร่วมมือจาก Google ในการแบ่งปันองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่รัฐบาลดิจิทัลที่ยั่งยืน

ในฐานะตัวแทนจาก Google ดร. มนธ์สินี กีรติไกรนนท์ ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการประสานงานและถ่ายทอดประสบการณ์เพื่อสนับสนุนพันธกิจของ TDGA โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างทักษะที่จำเป็นสำหรับโลกยุคใหม่ ดังนี้:

 - ความเข้าใจในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์: ร่วมถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับแนวคิดการเปลี่ยนผ่านด้วย AI (AI Transformation) และแนวทางการใช้ Generative AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของภาครัฐ.

 - การแลกเปลี่ยนมาตรฐานสากล: สนับสนุนข้อมูลด้านสถาปัตยกรรมคลาวด์ (Cloud-native) เพื่อให้บุคลากรภาครัฐสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการวางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มั่นคงและปลอดภัย.

 - นวัตกรรมเพื่อสังคม: ร่วมแบ่งปันกรณีศึกษาการใช้เทคโนโลยีเพื่อสาธารณประโยชน์จากทั่วโลก เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน.

"ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นตัวแทนของ Google ในการร่วมสนับสนุนโครงการของ TDGA ในครั้งนี้" ดร. มนธ์สินี กีรติไกรนนท์ กล่าว "เรามีความยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแบ่งปันความรู้และเครื่องมือทางเทคโนโลยี เพื่อร่วมเดินทางไปกับบุคลากรภาครัฐไทยในการสร้างสรรค์บริการดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพและเข้าถึงได้สำหรับทุกคนค่ะ"


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top