Friday, 5 June 2026
ElonMusk

เทสลาเปิดโรงงานใหม่ในเซี่ยงไฮ้ รุกอีวีเต็มสูบ กำลังผลิต 10,000 หน่วยต่อปี

(11 ก.พ. 68) เทสลา (Tesla) ผู้ผลิตรถยนต์ของสหรัฐฯ เริ่มเดินเครื่องการผลิตที่โรงงานเมกะแฟกทอรีแห่งใหม่ในนครเซี่ยงไฮ้ทางตะวันออกของจีนที่มุ่งผลิตเมกะแพ็ก (Megapack) หรือแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน ถือเป็นการรุกขยายการดำเนินการของบริษัทในจีนอย่างมีนัยสำคัญ

รายงานระบุว่าโรงงานแห่งนี้มีกำลังการผลิตเมกะแพ็กขั้นต้น 10,000 อันต่อปี ซึ่งเทียบเท่าการกักเก็บพลังงานราว 40 กิกะวัตต์ชั่วโมง และจะช่วยสนับสนุนเป้าหมายการกักเก็บพลังงานทั่วโลกของเทสลา โดยมีการประมาณการว่าธุรกิจการกักเก็บพลังงานในปี 2025 จะเติบโตร้อยละ 50 เมื่อเทียบปีต่อปี

สำนักงานบริหารเขตพิเศษหลินกั่งของเขตการค้าเสรีนำร่อง (เซี่ยงไฮ้) แห่งประเทศจีน ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานเทสลา ระบุว่าโรงงานแห่งใหม่ครอบคลุมพื้นที่ราว 2 แสนตารางเมตร ใช้เงินลงทุนรวมราว 1.45 พันล้านหยวน (ราว 6.76 พันล้านบาท)

ทั้งนี้ โรงงานเมกะแพ็กแห่งใหม่สามารถเดินเครื่องการผลิตจำนวนมากได้ภายในเวลาเพียง 8 เดือนหลังจากเริ่มการก่อสร้าง ซึ่งถือเป็นตัวอย่างใหม่ของ “ความเร็วแบบเทสลา” ในจีน เนื่องจากโรงงานกิกะแฟกทอรี ซึ่งเป็นโรงงานแห่งแรกของเทสลาในเซี่ยงไฮ้ ใช้เวลาก่อสร้างจนเสร็จสิ้นและเปิดทำการภายในหนึ่งปีเมื่อปี 2019

ไมค์ สไนเดอร์ รองประธานเทสลา กล่าวระหว่างพิธีเปิดโรงงานฯ ว่าเราได้เห็นความเร็วอันน่าเหลือเชื่อของเซี่ยงไฮ้และเทสลาอีกครั้ง และมั่นใจว่าโรงงานแห่งใหม่จะเป็นรากฐานสำคัญของเครือข่ายการผลิตระดับโลกของเทสลา

'มัสก์' เล็งแจกเงินชาวอเมริกัน คนละ 1.5 แสนบาท หลัง DOGE ช่วยประหยัดงบแสนล้าน แต่เสี่ยงเงินเฟ้อ-ขัดกฎหมาย

(20 ก.พ. 68) อีลอน มัสก์ ในฐานะหัวหน้าหน่วยงานด้านประสิทธิภาพรัฐบาล (DOGE) ได้จุดกระแสใหม่บนโซเชียลด้วยการเผยแนวคิดเงินปันผล  DOGE (DOGE Dividend) ซึ่งอาจมาในรูปแบบของเช็คกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า 5,000 ดอลลาร์ ให้กับผู้เสียภาษีชาวอเมริกา โดยระบุว่า การมอบเงิน 5,000 ดอลลาร์นี้ เป็นผลพลอยได้จากการที่หน่วยงาน DOGE ของมัสก์สามารถประหยัดงบประมาณประเทศไปได้หลายแสนล้าน

แนวคิดนี้มาจากเจมส์ ฟิช แบ็ค ซีอีโอบริษัทการลงทุนและที่ปรึกษา DOGE ซึ่งเสนอให้จัดสรร 20% ของเงินออมที่คาดว่าจะเกิดจากนโยบาย DOGE ไปมอบเป็นเงินช่วยเหลือแก่ประชาชน โดยฟิชได้อ้างว่าหาก DOGE สามารถประหยัดงบประมาณรัฐบาลได้ถึง $2 ล้านล้าน ก็สามารถจัดสรร 20% หรือราว $400,000 ล้าน เพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่ 78 ล้านครัวเรือนที่เสียภาษีได้ในอัตรา $5,000 ต่อครัวเรือน

“เราต้องการทำให้ DOGE เป็นเรื่องจริงสำหรับชาวอเมริกันหลายล้านคน พวกเขาสมควรได้รับส่วนแบ่งจากเงินออมที่ DOGE จะช่วยให้เกิดขึ้นภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีทรัมป์” ฟิชแบ็คกล่าว

มัสก์ตอบรับแนวคิดนี้โดยกล่าวว่า เขาจะนำเรื่องนี้ไปหารือกับโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างไรก็ตาม แนวคิดดังกล่าวยังต้องเผชิญกับอุปสรรคสำคัญหลายประการ อาทิ 

การอนุมัติจากสภาคองเกรส การใช้เงินงบประมาณรัฐบาลต้องได้รับการอนุมัติจากฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งอาจมีการคัดค้านจากสมาชิกสภาคองเกรสที่ต้องการนำเงินไปใช้กับโครงการอื่น เช่น การลดหนี้สาธารณะ

นอกจากนั้นหากจ่ายเงินช่วยเหลือ5,000 ดอลลาร์ อาจส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจ  โดยผู้เชี่ยวชาญด้านงบประมาณเตือนว่า การแจกเงินกระตุ้นเศรษฐกิจในปริมาณมหาศาลอาจทำให้เงินเฟ้อพุ่งขึ้น ซึ่งเป็นปัญหาที่พรรครีพับลิกันเคยต่อต้านในช่วงการระบาดของโควิด-19 เพรสตัน แบรชเชอร์ นักวิจัยด้านนโยบายภาษีจาก Heritage Foundation กล่าวว่า “การลดรายจ่ายของรัฐบาลช่วยควบคุมเงินเฟ้อได้ แต่ถ้ารัฐบาลแจกเช็คกระตุ้นเศรษฐกิจ เงินเฟ้อจะกลับมาอย่างหนัก”

นอกจากนี้ยังอาจติดปัญหาทางกฎหมาย เพราะโครงการ DOGE เองกำลังเผชิญกับการตรวจสอบทางกฎหมาย และผลลัพธ์ของคดีความที่เกี่ยวข้องอาจส่งผลกระทบต่อแนวคิดเงินปันผลนี้

ข้อเสนอนี้เกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลทรัมป์กำลังพิจารณานโยบายลดภาษีในหลายรูปแบบ แต่ต้นทุนของมาตรการเหล่านี้อาจสูงถึง $5-11 ล้านล้าน ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นเงินปันผล DOGE อาจต้องแข่งขันกับนโยบายอื่น เช่น การยกเลิกเก็บภาษีเงินได้จากค่าทิปและโอที แม้ว่าการได้รับเช็ค 5,000 ดอลลาร์ จะเป็นที่สนใจของประชาชนจำนวนมาก แต่ก็ยังมีความท้าทายทางกฎหมายและเศรษฐกิจที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ 

‘Elon Musk’ เรียกร้อง ให้ปิดสื่อของรัฐบาลสหรัฐฯ ทั้ง ‘Radio Free Europe’ และ ‘Voice of America’

(16 มี.ค. 68) Elon Musk ผู้บริหารของสำนักงานเสริมสร้างประสิทธิภาพในภาครัฐ (D.O.G.E.) ระบุว่า ทั้ง 2 หน่วยงานนี้เป็นเพียง ‘กลุ่มคนหัวรุนแรงฝ่ายซ้ายที่วัน ๆ เอาแต่พูดกับตัวเอง’   

Elon Musk อภิมหาเศรษฐีด้านเทคโนโลยีในฐานะผู้นำของ D.O.G.E. ได้เรียกร้องให้ปิดสถานีวิทยุของรัฐบาลสหรัฐฯ ทั้ง Radio Free Europe/Radio Liberty (RFE/RL) และ Voice of America (VOA) เขากล่าวว่าสถานีวิทยุเหล่านี้ใช้เงินภาษีของประชาชนอย่างฟุ่มเฟือยและไม่ได้ทำงานที่เกี่ยวข้องกับพันธกิจอีกด้วย

Radio Liberty (RL) เริ่มออกอากาศเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 1953 โดยมุ่งเป้าไปที่ผู้ชมในสหภาพโซเวียตโดยเฉพาะ ทั้งสององค์กรได้รวมกันเป็น RFE/RL ในปี 1976 โดยรวมการดำเนินงานของทั้งสองเข้าด้วยกัน

ส่วน VOA ก่อตั้งขึ้นในช่วงทศวรรษปี 1940 เพื่อต่อต้านการโฆษณาชวนเชื่อของนาซี และเปลี่ยนจุดเน้นมาที่สหภาพโซเวียตในปี 1947 ปัจจุบัน VOA ยังคงได้รับเงินทุนจากรัฐสภา และการบริหารจัดการอยู่ภายใต้การควบคุมโดยตรงจากรัฐบาลสหรัฐฯ โดยหน่วยงานที่ชื่อว่า สำนักงานสื่อโลกของสหรัฐฯ (USAGM) ซึ่งดูแลทั้ง VOA และ RFE/RL เป็นหน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ

Musk ตอบความคิดเห็นของ Richard Grenell ผู้แทนพิเศษของประธานาธิบดี Donald Trump  ของสหรัฐฯ ซึ่งได้วิจารณ์สื่อเหล่านี้ทางช่อง X “Radio Free Europe และ Voice of America เป็นสื่อที่จ่ายเงินโดยผู้เสียภาษีชาวอเมริกัน เป็นสื่อของรัฐ แต่สื่อเหล่านี้เต็มไปด้วยนักเคลื่อนไหวฝ่ายซ้ายจัด ผมทำงานกับนักข่าวเหล่านี้มาหลายสิบปีแล้ว มันเป็นสิ่งตกค้างจากอดีต เราไม่ต้องการสื่อที่รัฐบาลต้องจ่ายเงินให้” Grenell กล่าว

Musk ตอบความคิดเห็นของ Richard Grenell กลับทางช่อง X โดยระบุว่า “ใช่ ปิดพวกเขาเลย ตอนนี้ยุโรปเป็นอิสระแล้ว (ไม่นับรวมบริหารรับบาลที่ยังกดขี่) ไม่มีใครฟังพวกเขาอีกแล้ว เพราะเป็นเพียงกลุ่มคนหัวรุนแรงฝ่ายซ้ายที่บ้าคลั่งพูดแต่กับตัวเอง ในขณะที่เผาเงินภาษีของประชาชนสหรัฐฯ มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ต่อปี”

เดิมที RFE/RL มีชื่อว่า ‘Radio Liberation from Bolshevism’ (การปลดปล่อยวิทยุจากลัทธิบอลเชวิค) ต่อมาสถานีดังกล่าวเปลี่ยนชื่อเป็น ‘Radio Liberation’ ในปี 1956 และต่อมาใช้ชื่อปัจจุบันคือ Radio Liberty หลังจากเปลี่ยนนโยบายที่เน้นที่ “การปล่อยให้เสรี” มากกว่าเพียง “การปลดปล่อย” ในปี 2020 รัสเซียกำหนดให้ RFE/RL เป็น “สื่อตัวแทนต่างชาติ” และสั่งห้ามในปี 2022 โดยอ้างถึง “การเผยแพร่สื่อที่มีข้อมูลเท็จ” เกี่ยวกับความขัดแย้งในยูเครน Current Time ซึ่งเป็นบริษัทในเครือร่วมกับ VOA ถูกขึ้นบัญชีดำในรัสเซียในปี 2024

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทั้ง Musk และ Grenell ต่างก็แสดงความไม่เห็นด้วยกับเงินทุนของรัฐบาลที่มอบให้กับองค์กรสื่อ โดยให้เหตุผลว่าไม่ควรใช้เงินภาษีของประชาชนเพื่อสนับสนุนองค์กรเหล่านี้ Musk ได้วิพากษ์วิจารณ์การจ่ายเงินของรัฐบาลกลางให้กับองค์กรสื่อต่าง ๆ เช่น Politico, Associated Press และ New York Times โดยมองว่าเป็นการใช้เงินภาษีของประชาชนอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ทีมงานของ Musk กำลังดำเนินการเพื่อยกเลิกการจ่ายเงินเหล่านี้ ตามคำกล่าวของ Karoline Leavitt โฆษกทำเนียบขาว รัฐบาลจ่ายเงินมากกว่า 8 ล้านดอลลาร์ในการอุดหนุน Politico

ในทำนองเดียวกัน Grenell ได้ประณามการใช้จ่ายของรัฐบาลในการอุดหนุนสื่อต่าง ๆ โดยสะท้อนจุดยืนของ Musk ที่ว่าควรยุติการระดมทุนนี้ทันที Grenell โพสต์บน X ว่า “รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องหยุดจ่ายเงินสำหรับการอุดหนุนสื่อ เดี๋ยวนี้”

VOA มีงบประมาณ 267.5 ล้านดอลลาร์สำหรับปี 2024 ในขณะที่ RFE/RL ดำเนินงานด้วยเงิน 142.2 ล้านดอลลาร์ สำหรับปี 2025 USAGM ขอเงินทุนทั้งหมด 950 ล้านดอลลาร์ โดยอ้างว่าเข้าถึงผู้ชมรายสัปดาห์ 427 ล้านคนใน 64 ภาษาในกว่า 100 ประเทศ

อ่าน: รู้จัก ‘สำนักงานเสริมสร้างประสิทธิภาพในภาครัฐ (D.O.G.E.)’ หน่วยงานระดับกระทรวงล่าสุดภายใต้รัฐบาล Trump ชุดใหม่ https://thestatestimes.com/post/2024122102

‘วิเวียน วิลสัน’ ลูกสาวข้ามเพศของ ‘อีลอน มัสก์’ เผยหาเลี้ยงตัวเองได้!! โดยไม่พึ่งเงินพ่อแม้แต่เซ็นต์เดียว

(23 ก.ย. 68) วิเวียน เจนน่า วิลสัน (Vivian Jenna Wilson) ลูกสาววัย 21 ปีของมหาเศรษฐีอีลอน มัสก์ ออกมาเปิดเผยในงาน Teen Vogue Summit 2025 ที่ลอสแอนเจลิสว่า เธอได้ประกาศอิสรภาพทางการเงินจากบิดาแล้ว พร้อมย้ำว่า “ไม่เคยได้เงินจากความดังเลยแม้แต่เซ็นต์เดียว” พร้อมยืนยันว่าตอนนี้สามารถหาเลี้ยงตัวเองได้

วิเวียน ซึ่งเปิดตัวว่าเป็นผู้หญิงข้ามเพศในปี 2022 และเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลอย่างเป็นทางการเพื่อขาดสัมพันธ์กับมัสก์ โดยเธอใช้ชีวิตเรียบง่ายในลอสแอนเจลิส อาศัยอยู่กับรูมเมตและจัดการค่าใช้จ่ายอย่างรอบคอบ แม้แม่ของเธอจะมีฐานะมั่งคั่ง แต่ก็ไม่ได้ใช้ชีวิตหรูหราเช่นที่หลายคนคาดคิดจากนามสกุล ‘มัสก์’

เส้นทางอาชีพของวิเวียนเริ่มต้นจากการถ่ายแบบ ก่อนจะเข้าสู่การแสดงแฟชั่นโชว์ และล่าสุดเธอได้ร่วมเดินแบบที่ New York Fashion Week ในงานซึ่งสะท้อนประเด็นสิทธิคนข้ามเพศ และยังขึ้นเวทีการแสดงร่วมกับนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม แพดตี้ กอเนีย (Pattie Gonia) อีกด้วย

แม้จะเป็นลูกของบุคคลที่ร่ำรวยอันดับต้น ๆ ของโลก แต่วิเวียนยืนยันว่าไม่สนใจความมั่งคั่งระดับมหาศาล เธอเลือกสร้างเส้นทางชีวิตบนความคิดสร้างสรรค์ การแสดงออก และการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิความหลากหลายทางเพศ โดยบอกว่า “ไม่อยากเป็นคนรวยสุด ๆ แต่อยากใช้ชีวิตสนุกและเป็นตัวของตัวเอง”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top