Friday, 5 June 2026
Doge

‘คาโบสุ’ สุนัขพันธุ์ชิบะอินุ ที่โด่งดังไปทั่วโลก จากไปด้วยวัย 17 ปี เจ้าของสุดเศร้าใจ!! เตรียมจัดงานอำลาให้ ในวันพรุ่งนี้ที่ ‘เมืองนาริตะ’

(25 พ.ค. 67) เจ้าของเจ้า 'คาโบสุ' (Kabosu) สุนัขพันธุ์ชิบะอินุ เจ้าของมีม 'Doge' สุดโด่งดังไปทั่วโลก ได้ออกมาโพสต์ภาพพร้อมแจ้งข่าวเศร้า 'คาโบจัง' ได้จากโลกนี้ไปแล้ว ด้วยวัย 17 ปี โดยข้อความได้ระบุว่า 

"เราจะจัดงานเลี้ยงอำลาคาโบจังในวันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคมนี้ จะจัดขึ้นที่ Flower Kaori ใน Kotsu no Mori เมืองนาริตะ ตั้งแต่เวลา 13.00-16.00 น."

หลังจากที่ก่อนหน้านี้เจ้าของได้ออกมาเปิดเผยว่า 'คาโบจัง' กำลังเผชิญกับอาการป่วยด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวและโรคตับอักเสบ ทำให้น้องมีอาการตัวเหลืองและต้องได้รับยาปฏิชีวนะ อีกทั้งด้วยอายุที่มากถึง 17 ปีแล้ว ทำให้เจ้าของและแฟน ๆ ต่างทำใจไว้ล่วงหน้าว่า ร่างกายเจ้าคาโบจังจะไม่แข็งแรงดังเดิม แต่ก็ต่างภาวนาให้น้องหายป่วยโดยเร็ว จนในเดือน พ.ค. 2567 'คาโบสุ' ก็ได้จากโลกนี้ไปท่ามกลางความโศกเศร้าของเจ้าของและแฟน ๆ ของเจ้าหมาชิบะ 

'คาโบสุ' (Kabosu) สุนัขพันธุ์ชิบะอินุ อาศัยอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น เจ้าของคือคุณอัตซึโกะ ซาโตะ เธอเคยช่วยชีวิตลูกหมาตัวน้อยนี้เอาไว้ และเป็นลูกหมาที่เธอพาไปทำงานด้วยทุกวัน ที่โรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง และแล้ววันหนึ่งเจ้าหมาน้อยได้โด่งดังเป็นอย่างมาก เมื่อเจ้าของได้ลงรูปสุดน่ารักของเจ้าคาโบสุในบล็อกส่วนตัวของเธอเมื่อปี 2553 โดยเป็นภาพของน้องหมาชิบะหันหน้าด้านข้างมองกล้องพร้อมรอยยิ้มเล็กน้อย จนกลายเป็นมีม 'Doge' จนเป็นไวรัลจนมาถึงปัจจุบัน

ต่อมามีมเจ้าหมา 'คาโบสุ' นำมาทำเป็นภาพสัญลักษณ์บนเหรียญ 'Dogecoin' ก็ยิ่งทำให้เจ้าหมาคาโบสุกลายเป็นภาพจำของโลกคริปโตด้วย จนถึงขนาดที่ในปี 2564 ภาพต้นฉบับมีม Doge ได้ถูกขายออกไปในฐานะ NFT ราคาสูงถึง 4 ล้านดอลลาร์ แสดงให้เห็นถึงความเป็นที่นิยมและมูลค่าของเจ้าคาโบสุ ที่ต่อจากนี้จะหลงเหลือไว้แต่ตำนานมีม 'Doge' ตลอดไป

สส.เดโมแครต เสนอ 7 ญัตติด่วนถอดถอน ‘ทรัมป์’ พ้นตำแหน่ง ปธน. ปมใช้อำนาจเกินขอบเขต-ขัดขวางกฎหมาย-รับสินบน และอีกเพียบ!!

(29 เม.ย. 68) นายชริ ธาเนดาร์ (Shri Thanedar) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชาวอเมริกันเชื้อสายอินเดียจากพรรคเดโมแครต รัฐมิชิแกน เสนอญัตติถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยชี้ว่าเป็นการรับมือกับพฤติกรรมที่บ่อนทำลายหลักนิติธรรมและประชาธิปไตยของสหรัฐฯ พร้อมนำเสนอบทความถอดถอนจำนวน 7 ประการ ซึ่งรวมถึงข้อกล่าวหาการขัดขวางกระบวนการยุติธรรม การใช้อำนาจบริหารโดยมิชอบ การติดสินบน และการจัดตั้งหน่วยงานของรัฐอย่างผิดกฎหมาย

ในรายละเอียดข้อกล่าวหา นายธาเนดาร์ ระบุว่าทรัมป์ได้เพิกเฉยต่อกระบวนการยุติธรรมอย่างต่อเนื่อง ดำเนินนโยบายเนรเทศที่ละเมิดสิทธิทางกฎหมาย ใช้อิทธิพลครอบงำกระทรวงยุติธรรม และก่อตั้ง “กระทรวงประสิทธิภาพการทำงานของรัฐบาล” หรือ DOGE ซึ่งไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ โดยมีการกล่าวหาว่า “อีลอน มัสก์” ได้รับอำนาจเกินควรผ่านหน่วยงานดังกล่าว

บทความถอดถอนยังชี้ว่าทรัมป์ใช้ตำแหน่งเพื่อโจมตีนักวิจารณ์และสื่อมวลชนอย่างต่อเนื่อง เป็นการละเมิดสิทธิตามบทบัญญัติการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่ 1 นอกจากนี้ยังมีข้อกล่าวหาเรื่องการใช้นโยบายภาษีเป็นเครื่องมือทางการเมืองและการคุกคามทางทหารต่อประเทศอื่น ๆ ซึ่งสร้างความเสี่ยงต่อความมั่นคงระหว่างประเทศ

นายธาเนดาร์เรียกร้องให้รัฐสภาเร่งดำเนินการ โดยกล่าวว่า “เราไม่สามารถรอให้เกิดความเสียหายมากกว่านี้ได้” อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าญัตติดังกล่าวมีแนวโน้มไม่คืบหน้า เนื่องจากพรรครีพับลิกันยังควบคุมทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ซึ่งอาจขัดขวางการพิจารณาได้ตั้งแต่ต้นทาง

‘ทรัมป์’ ขู่ตัดเงินอุดหนุนบริษัท ‘อีลอน มัสก์’ เย้ย!! ถ้าไม่มีรัฐช่วย อีลอนคงกลับบ้านที่แอฟริกาใต้

(1 ก.ค. 68) เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มหาเศรษฐีอีลอน มัสก์ ออกมาร้องเรียนอย่างรุนแรงต่อกฎหมายภาษีและงบประมาณขนาดใหญ่ที่เรียกว่า "One Big Beautiful Bill" ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผ่านโซเชียลมีเดีย โดยกล่าวหาว่าเป็น “ร่างกฎหมายที่เลวร้ายที่สุด” และเรียกร้องให้จัดตั้ง “พรรคใหม่เพื่อประชาชน” พร้อมสาบานว่าจะโค่นนักการเมืองที่สนับสนุนงบประมาณสูงเกินจำเป็น

ต่อมาในวันอังคาร ทรัมป์ตอบโต้มัสก์อย่างเผ็ดร้อนบน Truth Social โดยเสนอให้ DOGE (กรมประสิทธิภาพรัฐบาล) ตรวจสอบ “เงินอุดหนุนมหาศาล” ที่มัสก์ได้รับจากรัฐบาล และระบุว่า “หากไม่มีเงินอุดหนุน มัสก์คงต้องเลิกกิจการและกลับแอฟริกาใต้”

แต่มัสก์ไม่ยอมจำนน เขาตอบกลับในแพลตฟอร์ม X ว่า “ผมพร้อมให้ยกเลิกทุกอย่าง ตอนนี้เลย” และย้ำว่าการลดเงินอุดหนุนให้ได้ทั้งหมดจะต้องดำเนินการทันที ขณะเดียวกัน เขากำลังจะรวมตัวสร้างพรรคการเมืองใหม่เพื่อต่อต้านพรรคที่ใช้จ่ายงบประมาณอย่างสุรุ่ยสุร่าย ซึ่งเขามองว่ามีอิทธิพลมากเกินกว่าจะตรวจสอบได้ 

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ในสหรัฐฯ เตือนว่า การปะทะทางโซเชียลครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อเสียงสนับสนุนของพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งกลางปี 2026 โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากความแตกแยกภายในพรรคขยายวงกว้างมากขึ้น

‘ทรัมป์’ ขู่ยึดอำนาจการปกครองกรุงวอชิงตัน หลังมีคดีโจ๋ทำร้ายพนักงานรัฐบาลจากหน่วย DOGE

(7 ส.ค. 68) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขู่ว่าจะยึดอำนาจการปกครองท้องถิ่นของกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และนำเมืองหลวงมาอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลกลาง โดยอ้างเหตุอาชญากรรมที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มเยาวชน หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่อดีตทีม Doge ถูกรุมทำร้ายขณะพยายามช่วยผู้หญิงคนหนึ่งจากการถูกคุกคาม

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ 'เอ็ดเวิร์ด โคริสทีน' นักศึกษาชาวอเมริกันวัย 19 ปี หรือที่รู้จักในชื่อ 'Big Balls' และเป็นอดีตเจ้าหน้าที่หน่วยงานกรมประสิทธิภาพรัฐบาล (DOGE) ถูกรุมทำร้ายโดยกลุ่มวัยรุ่นราว 10 คน ใกล้วงเวียนดูปองต์ (Dupont Circle) ช่วงเวลาประมาณตี 3 โดยตำรวจจับกุมเยาวชนอายุ 15 ปี จากรัฐแมริแลนด์ได้ 2 คน พร้อมแจ้งข้อหาพยายามปล้นรถ ขณะที่ไอโฟนรุ่นใหม่ของผู้เสียหายก็หายไปด้วย

ทรัมป์โพสต์บน Truth Social เรียกร้องให้ดำเนินคดีแบบผู้ใหญ่กับเยาวชนอายุ 14 ปี และขู่ว่าหากกรุงวอชิงตันไม่ควบคุมอาชญากรรม เขาจะใช้ 'อำนาจของประธานาธิบดี' ยึดอำนาจปกครองโดยตรง ทั้งยังได้รับการสนับสนุนจาก อีลอน มัสก์ ซีอีโอแห่งเทสลา ที่กล่าวว่าเหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างความล้มเหลวของระบบความปลอดภัยในเมือง

แม้ว่ารัฐธรรมนูญจะให้อำนาจรัฐสภาควบคุมกรุงวอชิงตัน แต่การยึดอำนาจทั้งหมดจะต้องผ่านกระบวนการนิติบัญญัติ ซึ่งน่าจะถูกฝ่ายค้านเดโมแครตต่อต้านอย่างหนัก ปัจจุบันวอชิงตันมีระบบ 'home rule' ให้สิทธิเลือกตั้งนายกเทศมนตรีและสภาท้องถิ่น ซึ่งยังคงอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐสภา แต่ไม่เคยมีประธานาธิบดีคนใดพยายามยกเลิกสิทธิ์นี้มาก่อนนับตั้งแต่ปี 1973 

อย่างไรก็ตามโดยสถิติจากกระทรวงยุติธรรมยังระบุว่า อาชญากรรมในเมืองหลวงมีแนวโน้มลดลงในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 ขณะที่ สำนักงานของนายกเทศมนตรีกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. มูเรียล เบาเซอร์ (Muriel Bowser) ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top