Friday, 5 June 2026
Cloud

‘บิ๊กตู่’ สั่ง ติดตามการพัฒนาระบบคลาวด์กลางของ สธ. เชื่อมโยงข้อมูลแบบดิจิทัลให้เข้าถึงได้สะดวก-ปลอดภัย

(7 มี.ค. 66) นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้ความสำคัญระบบการดูแลสุขภาพของประชาชนทุกคนทั่วประเทศ สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามใกล้ชิด ย้ำการทำงานของรัฐบาลต้องพัฒนาระบบคลาวด์กลางด้านสาธารณสุขของไทย (National Health Information Platform) เชื่อมโยงข้อมูล เพิ่มความปลอดภัยให้กับทุกชีวิต และอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงระบบสาธารณสุขอย่างทั่วถึง

นายอนุชา กล่าวว่า ตามผลการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2566 เห็นชอบให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ดำเนินโครงการพัฒนาระบบคลาวด์กลางด้านสาธารณสุขของไทย วงเงิน 1,514 ล้านบาท เพื่อพัฒนาระบบบริการและระบบบริหารจัดการสุขภาพ เชื่อมโยงระบบการดูแลสุขภาพแบบดิจิทัลเพื่ออนาคต (Digitally connected health care system of the future) เชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย ไร้รอยต่อและได้รับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย ตลอดจนประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลสุขภาพของตนเอง

‘Huawei’ ตอบรับลงทุน ด้าน AI & Cloud ในไทย ด้าน ‘ดีอีเอส’ เชื่อ สร้างรายได้กว่า 6 หมื่นล้าน ใน 5 ปี

(21 ก.ย. 66) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (รมว.DE) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และคณะ บินไปเซี่ยงไฮ้ ร่วมงาน Huawei Connect 2023 เข้าร่วมประชุม ‘APAC National ICT Roundtable 2023’ ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ในวันที่ 20 กันยายน 2566 และได้หารือกับบริษัทสาย techของ จีน กว่า 20 บริษัท ชวนตั้ง Headquarters ในประเทศไทย

รัฐมนตรีประเสริฐ เผยว่า ในการไปเซี่ยงไฮ้ครั้งนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก Huawei บริษัทเทคยักษ์ใหญ่ของจีน ตอบรับ การทำศูนย์พัฒนาบุคลากรไทยด้าน AI & Cloud ผลิตคนด้าน AI และ Cloud ปีละ 10,000 คน หรือ 50,000 คน ใน ระยะเวลา 5 ปี ประเมินว่า โครงการนี้ สร้างรายได้ ให้ผู้ที่มีทักษะ AI & Cloud กลุ่มนี้ ถึง 60,000 ล้านบาท แก้ปัญหาขาดแคลนบุคลากรด้าน AI และ Cloud และจะช่วยขับเคลื่อนประเทศไทย ให้เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคด้าน AI & Cloud

นอกจากเรื่องบุคลากร AI & Cloud ดังกล่าว ยังได้เจรจา ชักชวน กลุ่มบริษัทเทคจีน ตั้ง headquarters ในไทย เพื่อสนับสนุนนโยบาย AI & Cloud HUB ของกระทรวง และสร้างการลงทุนด้านเทคโนโลยีขั้นสูง (Advanced Technologies) รวมทั้งสร้างรายได้เข้าประเทศ ตามนโยบายของรัฐบาล นายกเศรษฐาฯ

สำหรับเรื่องการตั้ง Headquarters ในไทย รัฐบาลนี้ ให้สิทธิประโยชน์หลายอย่าง ทั้ง ทางภาษี วีซ่า การอำนวยความสะดวก เป็นต้น นอกจากนี้ ทางกระทรวง DE ก็มีนโยบายส่งเสริมการลงทุนของบริษัทที่มีเทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมอำนวยความสะดวก และร่วมมืออย่างใกล้ชิด และเชื่อว่า การเจรจากับ กลุ่มบริษัทเทคจีน ที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงกลุ่มนี้ จะเกิดการลงทุนเพิ่มได้ในระยะเวลาอีกไม่นาน และเชื่อมั่นว่าจะช่วยเร่งสร้างการลงทุนด้านเทคโนโลยีขั้นสูง สร้างงาน สร้างรายได้ให้คนไทยที่เกี่ยวข้อง กับเทคโนโลยีขั้นสูง

“ผมมั่นใจว่า การตอบรับของ Huawei สร้างศูนย์พัฒนาบุคลากรไทยด้าน AI & Cloud ครั้งนี้ จะส่งผลให้ไทยเข้าใกล้การเป็น AI & Cloud HUB ที่บริษัทเทคใหญ่ๆ ต้องการเข้ามาร่วมงาน ทำให้มีการลงทุนด้าน AI & Cloud ในไทยสูงเป็นลำดับหนึ่งหรือสอง ของ ภูมิภาค ในขณะเดียวกัน ผมจะผลักดันให้ กระทรวง DE เป็นกลไกสำคัญของประเทศ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ เป็นกระทรวงทันสมัยในระดับโลกด้วย” รัฐมนตรี DE กล่าวในตอนท้าย

Microsoft รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 สุดแกร่ง กำไรโต 18% จากปีที่แล้ว…หลังหนุนด้วยเทคโนโลยีคลาวด์และ AI

(2 พ.ค. 68) ไมโครซอฟต์ (Microsoft) เผยผลประกอบการไตรมาสสามของปีงบการเงิน 2025 สิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม มีรายได้รวมอยู่ที่ 70.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2.34 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

กำไรสุทธิในไตรมาสดังกล่าวแตะ 25.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8.6 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้น 18% ขณะที่กำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 3.46 ดอลลาร์ และรายได้จากการดำเนินงานรวม 32 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 16%

รายได้หลักยังมาจากกลุ่มธุรกิจ Productivity and Business Processes ที่ทำได้ 29.9 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 10%, คลาวด์อัจฉริยะ (Intelligent Cloud) 26.8 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 21% และกลุ่ม More Personal Computing ที่ 13.4 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 6%

บริษัทระบุว่าได้จ่ายเงินคืนแก่ผู้ถือหุ้นในรูปแบบการซื้อคืนหุ้นและเงินปันผลรวม 9.7 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสนี้ และย้ำว่าการเติบโตของธุรกิจคลาวด์และ AI เป็นปัจจัยสำคัญที่เร่งการขยายตัวทางรายได้และประสิทธิภาพขององค์กร

สำหรับไมโครซอฟต์คลาวด์เพียงอย่างเดียวสร้างรายได้สูงถึง 42.4 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อน ตอกย้ำบทบาทของเทคโนโลยีคลาวด์และ AI ในการขับเคลื่อนธุรกิจยุคใหม่อย่างชัดเจน

GIP ในเครือ BlackRock เตรียมลงทุนในไทยสูงสุด 175,000 ล้านบาท รองรับการใช้ Cloud และ AI จากทั่วโลก ยกระดับสู่ศูนย์กลาง GigaData Hub

(7 พ.ค. 68) บริษัท Global Infrastructure Partners (GIP) ในเครือ BlackRock ซึ่งเป็นกองทุนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ใหญ่ที่สุดในโลก เตรียมลงทุนในประเทศไทยมูลค่า 105,000 ถึง 175,000 ล้านบาท ผ่าน True IDC เพื่อสร้าง GigaData Hub ศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่แบบขยายได้ รองรับการใช้งาน Cloud และ AI จากทั้งในประเทศและทั่วโลก โดยสามารถเพิ่มกำลังไฟฟ้า และเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดในอนาคต

เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (7 พ.ค. 68) นายศุภชัย เจียรวนนท์ ซีอีโอเครือเจริญโภคภัณฑ์ และนายอาเดบาโย โอกุนเลซี ประธานและซีอีโอ GIP ได้เข้าหารือนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อหารือความร่วมมือด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยมีรัฐมนตรีและผู้บริหารกระทรวงดิจิทัลฯ เข้าร่วมด้วย

นายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับการลงทุนดังกล่าว พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับดาต้าเซ็นเตอร์ของประเทศ โดยมีเป้าหมายผลักดันไทยให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลในอาเซียน พร้อมส่งเสริมพลังงานสะอาด และเตรียมยกระดับบุคลากรดิจิทัลผ่านความร่วมมือกับภาคเอกชนระดับโลก

ด้าน GIP ย้ำความมั่นใจในศักยภาพของประเทศไทยที่มีความพร้อมรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน ทรัพยากรมนุษย์ และนโยบายภาครัฐ พร้อมร่วมมือกับไทยในระยะยาว ทั้งด้านการลงทุน การพัฒนาคน และการสร้างระบบ AI & Cloud ที่แข็งแกร่งในภูมิภาค

นายศุภชัยระบุว่า การลงทุนครั้งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยดึงดูดบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีเข้ามาลงทุนเพิ่มเติมในไทย ซึ่งรวมถึง Google, Microsoft และ ByteDance พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระดับโลก

อมตะ พลิกเกม!! สู่ ‘ฮับดิจิทัลอาเซียน’ จับมือ Day One ทุ่ม 1.5 พันล้านเหรียญ ขยายดาต้าเซ็นเตอร์ 1 กิกะวัตต์ พร้อมเดินหน้าพลังงานสะอาดเต็มสูบ

(12 พ.ย. 68) อมตะ เดินหน้าสู่การเป็นเมืองอุตสาหกรรมอัจฉริยะเต็มรูปแบบ ประกาศความร่วมมือทางยุทธศาสตร์กับ Day One Data Centers ผู้นำศูนย์ข้อมูลจากสิงคโปร์ ทุ่มเม็ดเงินลงทุนกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายฐานโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสเกลใหญ่ในนิคมฯ อมตะซิตี้ ชลบุรี โดยตั้งเป้ากำลังไฟฟ้ารวมทะลุ 1 กิกะวัตต์ รองรับดีมานด์จาก Cloud และ AI ในอนาคต หนุนไทยสู่ “ฮับดิจิทัลอาเซียน” ย้ำความยั่งยืนด้วยการจับมือ อมตะ บี.กริม รีนิวเอเบิล เอ็นเนอร์ยี่ (AMBRE) ใช้โซลาร์ลอยน้ำ 42.5 MWp ป้อนพลังงานสะอาดสู่ศูนย์กลางเทคโนโลยีที่เติบโตควบคู่ความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม

นายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานกรรมการและรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA ผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมชั้นนำของประเทศ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ AMATA ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ Day One Data Center ซึ่งมีหน่วยงานรัฐร่วมเป็นสักขีพยาน ประกอบด้วยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI), สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC), การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.), การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) รวมถึงบริษัท อมตะ บี.กริม รีนิวเอเบิล เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด นับเป็นอีกก้าวสำคัญของอมตะที่ทำให้แนวคิด ‘All Win’ และวิสัยทัศน์สู่การเป็นเมืองอุตสาหกรรมอัจฉริยะ

“ความร่วมมือครั้งนี้ เพื่อยืนยันบทบาทของอมตะในฐานะผู้นำการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมอัจฉริยะของไทย นับเป็นการขับเคลื่อนที่สำคัญในการสนับสนุน เพื่อดึงดูดการลงทุนด้านเทคโนโลยีขั้นสูง ที่สามารถเพิ่มเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานทางด้านดิจิทัลของไทยให้เข้มแข็งมากขึ้น และยังก่อให้เกิดการพัฒนาศักยภาพของคนไทยเข้าสู่ตลาดแรงงานในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตได้อย่างรวดเร็ว ที่สามารถรองรับอนาคตเศรษฐกิจดิจิทัลที่เติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน” นายวิกรม กล่าว

ทั้งนี้ บริษัท Day One Data Center ได้มีการจองพื้นที่ เพิ่มขึ้นใน Chonburi Tech Park (CTP1) อีก 41.3 ไร่ ส่งผลให้มีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอีก 300 เมกะวัตต์ คาดว่าจะเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2569 และมีความประสงค์ต้องการขยายการลงทุน Chonburi Tech Park (CTP2) ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี อีกแห่งหนึ่ง จะส่งผลให้ Day One จะมีมูลค่าการลงทุน กว่า 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีความต้องใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเกินกว่า 1 กิกะวัตต์ (GW)

ด้านนางสาวเจมี่ คูห์ (Jamie Khoo) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Day One กล่าวว่า “ประเทศไทยถือเป็นตลาดกลุ่มเป้าหมายในเชิงกลยุทธ์การเติบโตระดับภูมิภาคของเรา เรากำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐานและพลังงานสะอาด เพื่อรองรับบริการดิจิทัล คลาวด์ (Cloud) และการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) หรือ AI แห่งอนาคต การขยายศูนย์ดาต้าที่ชลบุรีคือก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนไทยสู่ศูนย์กลางดิจิทัลของภูมิภาค และช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายแพลตฟอร์ม 1 กิกะวัตต์ได้อย่างยั่งยืน ซึ่งจะทำให้แคมปัสดาต้าของ Day One เป็นหนึ่งในฐานโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดในอาเซียน” 

นอกจากนี้ Day One ได้ลงนามความร่วมมือกับบริษัท อมตะ บี.กริม รีนิวเอเบิล เอ็นเนอร์ยี่ (AMBRE) สนับสนุนการเติบโตควบคู่ความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม เพื่อจัดหาพลังงานหมุนเวียนให้กับศูนย์ดาต้าภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี ผ่านสัญญาซื้อขายไฟฟ้าภาคเอกชน (Private User PPA) จากโครงการ โซลาร์ลอยน้ำ ขนาด 42.5 เมกะวัตต์พีก (MWp) ไฟฟ้าแรงดัน 22 กิโลโวลต์ คาดเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในปี 2570 ซึ่งจะเชื่อมต่อผ่านระบบของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยคาร์บอนของศูนย์ดาต้าในระยะยาว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top