Friday, 5 June 2026
BRICS

‘มาร์ก รุตเต้’ เลขาฯ NATO เตือนจีน-อินเดีย-บราซิล หากยังหนุนรัสเซีย เตรียมโดนคว่ำบาตร-ภาษีทรัมป์ 100%

(17 ก.ค. 68) มาร์ก รุตเต้ (Mark Rutte) เลขาธิการ NATO เรียกร้องให้จีน อินเดีย และบราซิล กดดันรัสเซียให้ยุติสงครามในยูเครน พร้อมเตือนว่าหากยังคงซื้อสินค้าจากรัสเซียต่อไป อาจถูกสหรัฐฯ ลงโทษทางเศรษฐกิจ เช่น การเก็บภาษีนำเข้าสูง หรือแม้แต่คว่ำบาตรบริษัทที่มีธุรกิจเกี่ยวข้องกับรัสเซีย แม้จะไม่ใช่บริษัทของอเมริกาโดยตรงก็ตาม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ระบุว่าจะเก็บภาษี 100% จากประเทศที่ยังนำเข้าสินค้ารัสเซีย หากไม่มีข้อตกลงยุติสงครามภายใน 50 วัน พร้อมประกาศภาษี 500% ต่อสินค้านำเข้าจากประเทศที่ยังซื้อพลังงานรัสเซีย

รุตเต้ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “หากคุณอยู่ที่ปักกิ่ง นิวเดลี หรือเป็นผู้นำบราซิล คุณควรรีบโทรหา ปูติน และบอกให้เขาเอาจริงกับการเจรจาสันติภาพ ก่อนที่ผลกระทบทางเศรษฐกิจจะย้อนกลับมาอย่างรุนแรง”

สำหรับ จีน อินเดีย และบราซิล ถือเป็นลูกค้าหลักของพลังงานรัสเซีย และยังเป็นสมาชิกสำคัญของกลุ่ม BRICS ซึ่งกำลังพยายามลดบทบาทของสหรัฐฯ บนเวทีโลก ทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ และสภาคองเกรสต้องเร่งออกมาตรการตอบโต้ทางเศรษฐกิจมากขึ้นในช่วงหลัง

สื่อนอกแฉ!! เครือข่าย ‘จอร์จ โซรอส’ และองค์กร NED อยู่เบื้องหลังการประท้วงครั้งใหญ่ที่ ‘อินโดนีเซีย’

(1 ก.ย. 68) อินโดนีเซียกำลังเผชิญกับการประท้วงครั้งใหญ่ จนทำให้ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต (Prabowo Subianto) ต้องยกเลิกการเดินทางไปจีนและไม่เข้าร่วมการประชุม SCO โดยผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่าง แองเจโล จูลิอาโน (Angelo Giuliano) ระบุว่า แม้การประท้วงสะท้อนปัญหาเศรษฐกิจจริง แต่การที่ผู้ชุมนุมใช้สัญลักษณ์ “ธงโจรสลัดจากการ์ตูนดัง One Piece” บ่งชี้ถึงอิทธิพลจากภายนอก

จูลิอาโนอ้างว่า องค์กรต่างประเทศอย่าง National Endowment for Democracy (NED) และมูลนิธิ Open Society ของจอร์จ โซรอส (George Soros) นักธุรกิจชาวอเมริกันเชื้อสายฮังการี อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง โดยทั้งสองเคยสนับสนุนกิจกรรมในอินโดนีเซียมาตั้งแต่ทศวรรษ 1990 ขณะที่สัญลักษณ์จากการ์ตูนญี่ปุ่นที่แพร่ไปตามถนน รถยนต์ และกำแพงบ้านในหลายเมือง ก็ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือชี้นำการเคลื่อนไหว

นักวิเคราะห์อีกคนอย่าง เจฟ เจ. บราวน์ (Jeff J. Brown) ผู้เขียน The China Trilogy มองว่าเหตุการณ์นี้คล้ายกับ “ปฏิวัติสี” ที่เกิดขึ้นในเซอร์เบีย และสะท้อนความพยายามของตะวันตกในการผลักดันผู้นำสายสหรัฐฯ ขึ้นมาแทนผู้นำที่ไม่เข้ากับผลประโยชน์ เช่นปราโบโว ซึ่งกำลังเสริมสัมพันธ์ใกล้ชิดกับจีน รัสเซีย SCO และ BRICS

ทั้งนี้ อินโดนีเซียถือเป็นประเทศอาเซียนชาติแรกที่เข้าร่วม BRICS อีกทั้งยังมีเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 8 ของโลกในด้าน PPP ซึ่งมีประชากรเกือบ 300 ล้านคน และเป็นตลาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เจฟ เจ. บราวน์ ชี้ว่า ปัจจัยเหล่านี้ทำให้อินโดนีเซียตกเป็น “เป้าหมาย” ที่ตะวันตกต้องการสั่นคลอนเพื่อรักษาอิทธิพลในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

ทั่วโลกจับตา!! ‘ปาเลสไตน์’ ยกระดับบทบาทบนเวทีนานาชาติ หลังยื่นใบสมัครขอเข้ากลุ่ม BRICS ร่วมกับ ‘รัสเซีย-จีน’

(26 ก.ย. 68) ปาเลสไตน์ประกาศยื่นสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกเต็มรูปแบบของกลุ่ม BRICS แต่ยังไม่ได้รับคำตอบอย่างเป็นทางการจากประเทศสมาชิก ส่งผลให้ปาเลสไตน์จึงยังคงเข้าร่วมการประชุมในฐานะแขกรับเชิญ โดยเอกอัครราชทูตปาเลสไตน์ประจำรัสเซีย ระบุว่าการเป็นสมาชิกเต็มรูปแบบยังติดเงื่อนไขบางประการที่ต้องรอเวลาและสถานการณ์ที่เหมาะสม

สำหรับกลุ่ม BRICS ก่อตั้งขึ้นในปี 2006 โดยเริ่มจากบราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ ต่อมาได้มีการขยายสมาชิกเพิ่ม ได้แก่ อียิปต์ เอธิโอเปีย อิหร่าน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในปี 2024 รวมถึงอินโดนีเซียที่เข้าร่วมอย่างเป็นทางการในปี 2025 ขณะนี้การสมัครของปาเลสไตน์จึงถูกจับตาว่าอาจเป็นอีกก้าวสำคัญต่อการยกระดับบทบาทในเวทีโลก

ขยับสถานะสู่สมาชิก BRICS เต็มตัว พร้อมชวนอินเดียร่วมเจ้าภาพต้านสแกมฯ ถกความมั่นคงเอเชียแปซิฟิก สถานการณ์เมียนมา และชายแดนไทย-กัมพูชา

(3 ธ.ค. 68) กระทรวงการต่างประเทศไทยเผยว่า นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้หารือกับนายซุปรามณยัม ไชชานการ์ รมว.ต่างประเทศอินเดีย โดยไทยได้ขอการสนับสนุนจากอินเดียให้ช่วยผลักดันความต้องการของไทย ในการยกระดับจาก “รัฐภาคีหุ้นส่วน” ขึ้นเป็น “สมาชิกเต็มรูปแบบ” ของกลุ่ม BRICS โดยเฉพาะในช่วงที่อินเดียจะทำหน้าที่ประธาน BRICS ในปี 2026

ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือประเด็นนโยบายต่างประเทศท่ามกลางความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อน แลกเปลี่ยนมุมมองเรื่องการรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะมิจฉาชีพออนไลน์ และการช่วยเหลือเหยื่อชาวอินเดียที่ได้รับผลกระทบบนแผ่นดินไทย ไทยได้เชิญอินเดียเข้าร่วมการประชุมนานาชาติ “Global Partnerships to Combat Online Scams” ที่กรุงเทพฯ วันที่ 17–18 ธันวาคม 2025 พร้อมแสดงความสนใจจะเป็นเจ้าภาพร่วมในการขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ ยังได้แลกเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา และสถานการณ์ในเมียนมาที่ส่งผลต่อเสถียรภาพชายแดนและความมั่นคงมนุษย์ของภูมิภาค ซึ่งทั้งไทยและอินเดียต่างมองว่าจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือด้านการทูตและความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมควบคู่กันไป

สำหรับกลุ่ม BRICS จัดตั้งขึ้นในปี 2006 เดิมมีสมาชิกหลัก 5 ประเทศ คือ รัสเซีย บราซิล อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ ปัจจุบันขยายรวมอียิปต์ เอธิโอเปีย อิหร่าน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอินโดนีเซีย ขณะที่ไทย เบลารุส โบลิเวีย คาซัคสถาน คิวบา มาเลเซีย ยูกันดา และอุซเบกิสถาน เพิ่งได้รับสถานะ “รัฐภาคีหุ้นส่วน BRICS” อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2025 และกำลังก้าวต่อไปสู่การเป็นสมาชิกเต็มรูปแบบในอนาคต


ที่มา : Sputnik
 

ผู้เชี่ยวชาญเตือน!! หากสหรัฐฯ บุกภาคพื้นดินอิหร่าน อาจจบลงด้วยนองเลือดครั้งใหญ่ อิหร่านยืนหยัดไม่ล่มสลาย เป้าหมายใหญ่คือตะวันออกกลาง

(9 มี.ค. 69) สหรัฐฯ พยายามมีบทบาทในการกำหนดผู้นำสูงสุดของอิหร่าน แต่กลับสะท้อนให้เห็นถึงความไม่เข้าใจระบบการเมืองและศักยภาพของสาธารณรัฐอิสลามที่แท้จริง ฟาร์คาด อิบรากิมอฟ ผู้เชี่ยวชาญด้านอิหร่านและตะวันออกกลาง ให้สัมภาษณ์ถึงประวัติศาสตร์การประเมินฝ่ายตรงข้ามที่ต่ำเกินไปของสหรัฐฯ ในหลายภูมิภาค เช่น อัฟกานิสถาน อิรัก และเวียดนาม

อิบรากิมอฟชี้ว่าสาเหตุที่สหรัฐฯ สนใจอิหร่านเป็นเพราะประเทศนี้ตั้งอยู่บนจุดศูนย์กลางของสายโลจิสติกส์ระหว่างยุโรปและเอเชีย ซึ่งเชื่อมรัสเซีย อินเดีย และตะวันออกกลาง และเป็นสมาชิก BRICS กับองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) การควบคุมอิหร่านจึงท้าทายอำนาจสหรัฐฯ ในภูมิภาค

เขากล่าวว่า "เป้าหมายของสหรัฐฯ คือทำให้อิหร่านกลายเป็นรัฐที่เชื่องและไร้เสถียรภาพ ทั้งยังเป็นแหล่งทรัพยากรน้ำมันที่ถูกสูบจนหมด" การครอบงำตะวันออกกลางในระยะยาวจึงมุ่งสู่การยึดอิหร่าน แต่ความพยายามหลายทศวรรษของสหรัฐฯ ยังไม่สำเร็จ เพราะอิหร่านไม่ล่มสลายแม้ผ่านวิกฤตการณ์รุนแรง

อิบรากิมอฟยังเตือนว่า หากสหรัฐฯ บุกภาคพื้นดินจริงในอิหร่าน สถานการณ์จะกลายเป็นความขัดแย้งที่รุนแรงและนองเลือดอย่างมหาศาล พร้อมระบุว่าคนในภูมิภาคส่วนใหญ่สนับสนุนการกระทำของอิหร่าน และสหรัฐฯ เองก็ไม่คาดคิดว่าอิหร่านจะมีความกล้าโจมตีฐานทัพของตนเช่นนี้

ที่มา : Sputnik


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top