Friday, 23 October 2026
911

11 กันยายน พ.ศ. 2544  เกิดเหตุการณ์ก่อวินาศกรรม 11 กันยายน ผู้ก่อการร้ายจี้เครื่องบินพุ่งชน ‘เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์’

วันนี้เมื่อ 22 ปีก่อน เกิดเหตุวินาศกรรมช็อคโลก หลังผู้ก่อการร้ายจี้เครื่องบิน 4 ลำ พุ่งชนตึก เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ และตึกเพนตากอน

11 กันยายน พ.ศ. 2544 เกิดเหตุการณ์ ‘วินาศกรรม 11 กันยายน’ หรือ ‘9/11’ โดยกลุ่มผู้ก่อการร้ายได้จี้เครื่องบินโดยสาร 4 ลำ ลำแรกเป็นเครื่องบินพานิชย์ โบอิง 767-200 เที่ยวบินที่ 11 ของสายการบินอเมริกันแอร์ไลน์พุ่งเข้าชนตึก เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ 1 (1 World Trade Center) ในเวลา 8.45 น. ตามเวลาในท้องถิ่น จากนั้นอีกประมาณ 18 นาทีต่อมาลำที่ 2 คือเครื่องบินโบอิง 767-200 เที่ยวบินที่ 175 ของสายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์ก็พุ่งเข้าชนตึก เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ 2 (2 World Trade Center) ตึกแฝดที่เป็นสัญลักษณ์ของทุนนิยมและนิวยอร์ก

จากนั้นเวลาประมาณ 9.40 น. เครื่องบินโบอิง 757-200 เที่ยวบินที่ 77 ของสายการบินอเมริกันแอร์ไลน์ก็พุ่งเข้าชนตึกเพนตากอน (Pentagon) ที่ทำการของกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา ณ กรุงวอชิงตัน และเวลา 10.37 น. เครื่องบินโบอิง 757-200 เที่ยวบินที่ 93 ของสายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์ ก็ตกที่เมืองซอมเมอร์เซ็ต รัฐเพนซิลวาเนีย

จากเหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมดเกือบ 3 พัน โดยเป็นผู้โดยสารลูกเรือรวมทั้งสลัดอากาศบนเครื่องบินทั้งหมด 246 คน ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ตึกถล่มอีก 2,602 คน รวมไปถึงนักผจญเพลิง 343 คนและตำรวจอีก 60 คน อีกทั้งยังมีผู้สูญหายอีก 24 คน

เหตุการณ์นี้ ประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู บุช (George W. Bush) ได้ออกมาแถลงการณ์ว่ามันเป็นการกระทำของอสูรร้าย พร้อมทั้งทุ่มกำลังเจ้าหน้าที่เอฟบีไอและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเกือบ 5 พันคนออกแกะรอยผู้ต้องสงสัยทั่วประเทศ ได้ตัวผู้ต้องสงสัยชาวอาหรับจำนวน 19 คน โดยมีโอซามา บินลาเดน (Osama Binladen) ผู้นำกลุ่มก่อการร้ายอัลกออิดะ (al-Qaeda) เป็นเบอร์หนึ่ง แม้บินลาเดนจะออกมาแถลงข่าวปฏิเสธว่าไม่ได้อยู่เบื้องหลังวินาศกรรมครั้งนี้ แต่ก็ดีใจที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้กับอเมริกา

11 กันยายน พ.ศ. 2544 เกิดเหตุการณ์ช็อกโลก ‘วินาศกรรม 11 กันยายน’ หรือ ‘9/11’ ผู้ก่อการร้ายจี้เครื่องบินพุ่งชน ‘เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์-ตึกเพนตากอน’

วันนี้เมื่อ 23 ปีก่อน เกิดเหตุวินาศกรรมช็อกโลก หลังผู้ก่อการร้ายจี้เครื่องบิน 4 ลำ พุ่งชนตึก เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ และตึกเพนตากอน

ย้อนกลับไปเมื่อ 11 กันยายน พ.ศ. 2544 เกิดเหตุการณ์ ‘วินาศกรรม 11 กันยายน’ หรือ ‘9/11’ โดยกลุ่มผู้ก่อการร้ายได้จี้เครื่องบินโดยสาร 4 ลำ ลำแรกเป็นเครื่องบินพาณิชย์ โบอิง 767-200 เที่ยวบินที่ 11 ของสายการบินอเมริกันแอร์ไลน์พุ่งเข้าชนตึก เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ 1 (1 World Trade Center) ในเวลา 8.45 น. ตามเวลาในท้องถิ่น 

จากนั้นอีกประมาณ 18 นาทีต่อมาลำที่ 2 คือเครื่องบินโบอิง 767-200 เที่ยวบินที่ 175 ของสายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์ก็พุ่งเข้าชนตึก เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ 2 (2 World Trade Center) ตึกแฝดที่เป็นสัญลักษณ์ของทุนนิยมและนิวยอร์ก

จากนั้นเวลาประมาณ 9.40 น. เครื่องบินโบอิง 757-200 เที่ยวบินที่ 77 ของสายการบินอเมริกันแอร์ไลน์ก็พุ่งเข้าชนตึกเพนตากอน (Pentagon) ที่ทำการของกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา ณ กรุงวอชิงตัน 

และเวลา 10.37 น. เครื่องบินโบอิง 757-200 เที่ยวบินที่ 93 ของสายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์ ก็ตกที่เมืองซอมเมอร์เซ็ต รัฐเพนซิลวาเนีย

จากเหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมดเกือบ 3 พัน โดยเป็นผู้โดยสารลูกเรือรวมทั้งสลัดอากาศบนเครื่องบินทั้งหมด 246 คน ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ตึกถล่มอีก 2,602 คน รวมไปถึงนักผจญเพลิง 343 คนและตำรวจอีก 60 คน อีกทั้งยังมีผู้สูญหายอีก 24 คน

เหตุการณ์นี้ ประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู บุช (George W. Bush) ได้ออกมาแถลงการณ์ว่ามันเป็นการกระทำของอสูรร้าย พร้อมทั้งทุ่มกำลังเจ้าหน้าที่เอฟบีไอและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเกือบ 5 พันคนออกแกะรอยผู้ต้องสงสัยทั่วประเทศ ได้ตัวผู้ต้องสงสัยชาวอาหรับจำนวน 19 คน โดยมีโอซามา บินลาเดน (Osama Binladen) ผู้นำกลุ่มก่อการร้ายอัลกออิดะ (al-Qaeda) เป็นเบอร์หนึ่ง แม้บินลาเดนจะออกมาแถลงข่าวปฏิเสธว่าไม่ได้อยู่เบื้องหลังวินาศกรรมครั้งนี้ แต่ก็ดีใจที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้กับอเมริกา

19 ตุลาคม พ.ศ. 2513 ‘วัน เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์’ ตึกแฝดแห่งอเมริกา เริ่มเปิดใช้ครั้งแรก ก่อนกลายเป็นโศกนาฏกรรม 9/11

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2513 (ค.ศ. 1970) อาคาร “วัน เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์” (One World Trade Center) ในนครนิวยอร์ก เปิดใช้งานเป็นวันแรก แม้อาคารจะยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์จนถึงปี 2515 แต่ในเวลานั้น มันถูกยกให้เป็น “ตึกที่สูงที่สุดในโลก” ด้วยความสูงกว่า 417 เมตร มีทั้งหมด 110 ชั้น ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอเมริกันเชื้อสายญี่ปุ่น มิโนรุ ยามาซากิ (Minoru Yamasaki) และควบคุมการก่อสร้างโดยวิศวกร เลสลี โรเบิร์ตสัน (Leslie E. Robertson)

ตึกเวิลด์เทรดฯ ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งปลูกสร้างทางวิศวกรรม หากแต่เป็นสัญลักษณ์ของอเมริกาและระบบทุนนิยมโลก ที่สะท้อนยุคแห่งการเติบโตทางเศรษฐกิจและพลังของมหานครนิวยอร์ก อย่างไรก็ตาม ตึกแฝดแห่งนี้เคยประสบอัคคีภัยในปี 2518 และถูกโจมตีด้วยระเบิดในปี 2536 ก่อนจะเผชิญโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ 

ในวันที่ 11 กันยายน 2544 เครื่องบินโดยสารที่ถูกผู้ก่อการร้ายจี้ บินพุ่งชนตึกเวิลด์เทรดฯ ทั้งสองหลัง จนถล่มลงภายในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง มีผู้เสียชีวิตเกือบ 3,000 คน เหตุการณ์นี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโลก สั่นสะเทือนทั้งทางการเมือง ความมั่นคง และความเชื่อมั่นของมนุษยชาติ

ภายหลังเหตุการณ์ 9/11 พื้นที่เดิมของตึกแฝดได้ถูกสร้างขึ้นใหม่เป็น “วัน เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์” หรือ “Freedom Tower” ที่สูงกว่าเดิมถึง 541 เมตร เปิดใช้อย่างเป็นทางการในปี 2549 พร้อมอนุสรณ์สถานรำลึกผู้เสียชีวิต เพื่อเตือนใจว่า “แม้ตึกจะพัง แต่ความทรงจำของโลกไม่เคยหายไป”

‘รศ. ปณิธาน’ ระลึกเหตุการณ์ 9/11 สะเทือนโลก!! คืนวันที่ 11 ก.ย. 2544 เหตุการณ์ก่อการร้ายครั้งใหญ่ ตึกเวิลด์เทรดลุกไหม้จากเครื่องบินชนถึง 3 ลำ สหรัฐฯ เข้าสู่สงครามต่อต้านก่อการร้ายยาวนาน ผู้เสียชีวิตเกือบ 3,000 คนทั่วโลก เสียใจไม่ลืม

รองศาสตราจารย์ ปณิธาน วัฒนายากร

อาจารย์ในภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คืนวันที่ 11 กันยายน 2544 ขณะอยู่ที่หอพักมหาวิทยาลัย ก่อนรับโทรศัพท์ให้เปิดโทรทัศน์ดูเหตุการณ์ก่อวินาศกรรม 9/11 ที่ตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ เพนตากอน และเครื่องบินลำที่สี่ตกในเพนซิลเวเนีย

ย้อนว่า เหตุการณ์ดังกล่าวแทบไม่มีใครคาดคิด แต่เคยมีรายงานเตือนล่วงหน้าบางส่วนเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการก่อการร้ายครั้งใหญ่ในสหรัฐฯ รวมถึงรายงานของ FBI เรื่องการฝึกบินของสมาชิกกลุ่มก่อการร้าย

หลังเกิดเหตุ ประเมินว่าสหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดี George W. Bush น่าจะประกาศสงครามใหญ่ บุกอัฟกานิสถานเพื่อทำลายรัฐบาลตาลีบัน ฐานที่มั่นอัลกออิดะฮ์ และตามล่า Osama bin Laden รวมทั้งอาจขยายสงครามต่อต้านการก่อการร้ายไปยังอิรักด้วยเหตุผลทางยุทธศาสตร์

ไทยไม่ควรส่งทหารไปร่วมรบในตะวันออกกลาง เพราะไม่พร้อมและมีความเสี่ยง แต่ต่อมารัฐบาลไทยส่งทหารช่างไปร่วมกับสหรัฐฯ และเกิดความสูญเสียตามที่ผู้เขียนเคยกังวล

หลังเหตุการณ์ 9/11 ได้รับเชิญไปออกรายการและให้ความเห็นต่อสื่อหลายแห่ง แม้ความเห็นของตนจะแตกต่างจากนายทหาร นักวิเคราะห์ และเจ้าหน้าที่ความมั่นคงหลายคนในเวลานั้น ซึ่งบางส่วนไม่เชื่อว่าสหรัฐฯ จะบุกอัฟกานิสถานหรืออิรัก

ในฐานะนักวิชาการด้านความมั่นคง ต้องติดตามและประเมินสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ไม่สามารถใช้ประสบการณ์สงครามยุคก่อนเป็นหลักทั้งหมดได้ เพราะเทคโนโลยีและวิธีทำสงครามเปลี่ยนไปมาก แม้เหตุผลของสงครามยังคล้ายเดิม

มองว่าสหรัฐฯ อาจไม่ชนะในหลายสมรภูมิ แต่ก็ไม่น่าจะแพ้แบบราบคาบ หากจะลำบากก็เพราะ “ติดหล่ม” หรืออยู่ใน “หลุมดำ” ที่ตนเองขุดขึ้นมา

ท้ายบทความ ผู้เขียนขอบคุณสื่อต่าง ๆ และผู้ดำเนินรายการที่รับฟังความเห็นของตนตั้งแต่ปี 2544 ขอบคุณคุณแม่ ภรรยา และผู้ติดตามการวิเคราะห์ พร้อมไว้อาลัยต่อผู้เสียชีวิตเกือบ 3,000 คน เจ้าหน้าที่ดับเพลิง ชาวต่างชาติ ผู้บาดเจ็บ และครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ 9/11 และหวังว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก

ที่มา : https://www.facebook.com/100000122931524/posts/pfbid02HJHVPqpE5e8Fy3MGXy81pxSihf2oTV1Qbrv1kvmQy3SpRgw4neWX8YVM9rA47uCfl/?rdid=GwSikdIAITFmPplK#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top