Friday, 5 June 2026
6G

‘จีน’ ประกาศเร่งพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยี ‘6G’ เดินหน้าขับเคลื่อนการกำหนดมาตรฐานระดับโลก

(6 ธ.ค.66) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน ประกาศมาตรการเร่งรัดการพัฒนาและการสร้างนวัตกรรมทางเทคโนโลยี 6G

จางอวิ๋นหมิง ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ กล่าวว่า กระทรวงฯ ทำงานร่วมกับกลุ่มหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดวัตถุประสงค์การพัฒนา เดินหน้าการวิจัยและพัฒนาทางเทคโนโลยี และบ่มเพาะความร่วมมือระดับโลก

กระทรวงฯ ยังอำนวยความสะดวกแก่การจัดตั้งกลุ่มการส่งเสริมไอเอ็มที-2030 (6G) และจัดสรรคลื่นความถี่ 6 กิกะเฮิรตซ์ สำหรับระบบ 5G และ 6G ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนเชิงนโยบาย

นอกจากนั้นกระทรวงฯ จะเสริมสร้างรากฐานการใช้งาน 6G และเกื้อหนุนการทำงานร่วมกันระหว่างภาคส่วนต่างๆ เพื่อบ่มเพาะระบบนิเวศ 6G อันแข็งแกร่ง พร้อมขับเคลื่อนการกำหนดมาตรฐาน 6G ระดับโลก

'ญี่ปุ่น' สร้างอุปกรณ์ 'รับ-ส่ง' สัญญาณ 6G ได้เป็นครั้งแรกของโลก เร็วกว่า 5G ถึง 20 เท่า กุญแจสำคัญพายานพาหนะไร้คนขับรุดหน้า

(7 พ.ค. 67) TNN Tech รายงานว่า โดโคโมะ (DOCOMO) เอ็นทีที (NTT Corporation) เน็ก (NEC Corporation) และฟูจิสึ (Fujitsu) ร่วมกันพัฒนาอุปกรณ์ที่สามารถรับและส่งข้อมูลในย่านคลื่นความถี่ 6 กิกะเฮิร์ตซ (GHz) ซึ่งเป็นย่านคลื่นความถี่ที่เชื่อว่าจะถูกนำไปใช้งานกับการสื่อสารยุค 6G ได้เป็นครั้งแรกของโลก โดยมีความเร็วในการส่งสัญญาณที่ 100 กิกะบิตต่อวินาที (Gbps) หรือมากกว่า 5G ถึง 20 เท่า

สำหรับการทดลองส่งข้อมูลด้วยอุปกรณ์ 6G ครั้งแรกของโลก ได้เริ่มพัฒนามาตั้งแต่ปี 2021 โดยออกแบบให้รับและส่งสัญญาณที่ย่านความถี่ 6 GHz ซึ่งมีอีกชื่อว่า ซับเทระเฮิร์ตซ (Sub-terahertz) โดยอุปกรณ์ได้ส่งสัญญาณในช่วงความถี่ (Band) 100 - 300 GHz ต่างจาก 5G ที่มี Band ในการส่งสัญญาณที่ 40 GHz โดยสามารถส่งข้อมูลได้ที่ความเร็ว 100 Gbps รองรับระยะการส่งแบบไร้สายที่ 100 เมตร

การพัฒนาในครั้งนี้ เป็นการนำความสามารถในการวิเคราะห์การตั้งค่าสัญญาณไร้สาย (Wireless system configuration) ที่ DOCOMO เชี่ยวชาญ ร่วมกับการพัฒนาตัวอุปกรณ์ให้รองรับการส่งสัญญาณได้จริงโดย NTT 

ในขณะที่ NEC ได้เข้ามาร่วมวิจัยและพัฒนาเสาสัญญาณแบบใหม่แบบเรียงที่เรียกว่า เอพีเอเอ (APAA: Active Phased Array Antenna) ส่วน Fujitsu มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาชิปเพื่อขยายกำลังคลื่นในการรับและส่งสัญญาณในครั้งนี้

สำหรับอนาคตของ 6G จากฝั่งญี่ปุ่น จากการทดลองนี้ ยังทำให้ Fujitsu มีชิปที่สามารถขยายกำลังสัญญาณ 6G ได้มีประสิทธิภาพมากที่สุดในโลกในปัจจุบันด้วย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาระยะการส่งสัญญาณ 6G ให้ไกลยิ่งขึ้นในอนาคต ในขณะเดียวกัน 6G ยังเป็นเทคโนโลยีที่เชื่อว่าเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาระบบยานพาหนะไร้คนขับ (Autonomous vehicle) อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาระบบโครงข่ายสัญญาณ 6G จะมีความแตกต่างจากการเปลี่ยนผ่านสมัย 4G มายัง 5G เนื่องจากสัญญาณในระดับ Sub-terahertz จะมีกำลังและรูปแบบคลื่นที่ต่างจาก 5G ส่งผลให้ผู้ให้บริการโครงข่าย 6G ในอนาคตจำเป็นต้องลงทุนอุปกรณ์ในระบบใหม่ทั้งหมด ซึ่ง TNN Tech มองว่านี่อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การพัฒนาโครงข่าย 6G ยังต้องใช้เวลาอีกสักระยะ

นักวิทย์จีน พัฒนา!! เทคโนฯ โฟโทนิก-อิเล็กทรอนิกส์ ทลายขีดจำกัด 6G เร็วแรงกว่าเดิม ครอบคลุมทุกพื้นที่

(30 ส.ค. 68) มหาวิทยาลัยปักกิ่งรายงานว่านักวิทยาศาสตร์จีนสร้างความก้าวหน้าในการพัฒนาเทคโนโลยีการรวมระบบโฟโทนิก-อิเล็กทรอนิกส์แบบความกว้างคลื่นสูงสุดหรืออัลตราไวด์แบนด์ (ultra-wideband) สำหรับการสื่อสารไร้สาย 6จี (6G)

ด้วยการผสานการทำงานระหว่างโฟโทนิกและอิเล็กทรอนิกส์ ทีมวิจัยร่วมจากมหาวิทยาลัยปักกิ่งและมหาวิทยาลัยซิตี ฮ่องกง สามารถพัฒนาระบบความกว้างคลื่นสูงสุดที่รองรับการส่งสัญญาณไร้สายความเร็วสูงพร้อมการปรับความถี่ได้สำเร็จ ซึ่งนับเป็นความก้าวหน้าครั้งแรกของโลกที่คาดว่าจะช่วยยกระดับความเสถียรและประสิทธิภาพของเครือข่าย 6G ในอนาคต

งานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสารเนเจอร์ (Nature) ทางออนไลน์ ระบุว่าการสื่อสาร 6G ในอนาคตต้องอาศัยการส่งข้อมูลความเร็วสูงในหลายย่านความถี่และหลายสถานการณ์ แต่ฮาร์ดแวร์อิเล็กทรอนิกส์แบบดั้งเดิมมักจำกัดเฉพาะย่านความถี่บางช่วงเนื่องจากข้อจำกัดด้านการออกแบบ โครงสร้าง และวัสดุ ทำให้ยากต่อการใช้งานข้ามย่านความถี่หรือครอบคลุมสเปกตรัมทั้งหมด และเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ทีมวิจัยจึงใช้เวลาสี่ปีในการพัฒนาระบบโฟโทนิก-อิเล็กทรอนิกส์ความกว้างคลื่นสูงสุด

ระบบนี้รองรับการส่งสัญญาณความเร็วสูงในทุกความถี่ระหว่าง 0.5-115 กิกะเฮิร์ตซ์ ซึ่งถือเป็นความสามารถชั้นนำระดับโลกในด้านการใช้งานเต็มสเปกตรัม และยังมีศักยภาพในการปรับความถี่แบบยืดหยุ่น ทำให้สามารถสลับไปยังความถี่อื่นเมื่อเกิดการรบกวน ซึ่งเพิ่มความเสถียรของการสื่อสารและประสิทธิภาพการใช้สเปกตรัม

หวังซิ่งจวิน รองคณบดีสาขาวิชาอิเล็กทรอนิกส์ของมหาวิทยาลัยปักกิ่ง อธิบายว่าเทคโนโลยีนี้เปรียบเหมือนการสร้างทางด่วนขนาดยักษ์ที่มีสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์เป็นยานพาหนะ และมีย่านความถี่เป็นเลนถนน ซึ่งก่อนหน้านี้สัญญาณต้องเบียดอยู่ในหนึ่งหรือสองเลน แต่ปัจจุบันมีหลายเลนให้เลือก หากเลนใดถูกปิดกั้น สัญญาณยังสามารถสลับไปเลนอื่นได้ ทำให้การสื่อสารเร็วขึ้นและราบรื่นขึ้น

การทดลองนี้แสดงให้เห็นว่าระบบนี้สามารถส่งสัญญาณไร้สายด้วยอัตราที่เร็วกว่า 100 กิกะบิตต่อวินาที (Gbps) ซึ่งเพียงพอที่จะถ่ายทอดวิดีโอขนาด 8เค (8K) ความละเอียดสูงพร้อมกัน 1,000 รายการ เข้าเกณฑ์ข้อกำหนดความเร็วสูงสุดของ 6G และยังคงประสิทธิภาพสม่ำเสมอในทุกย่านความถี่

ปัจจุบันทีมวิจัยกำลังทำงานเพื่อยกระดับการบูรณาการของระบบ เพื่อสร้างโมดูลโฟโทนิก-อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะที่สามารถปรับใช้กับระบบอื่นๆ ได้ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดขนาด น้ำหนัก และการใช้พลังงานลงให้น้อยที่สุด

หวังระบุว่าเครือข่าย 6Gในอนาคตจะมีการเชื่อมต่อไร้สายอย่างครอบคลุมทุกพื้นที่ และเมื่อเสริมด้วยอัลกอริทึมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบใหม่นี้จะสามารถทำให้เครือข่ายชาญฉลาดและยืดหยุ่นมากขึ้น รองรับการส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์ ตรวจจับสภาพแวดล้อมอย่างแม่นยำ และหลีกเลี่ยงสัญญาณรบกวนโดยอัตโนมัติ ทำให้การสื่อสารมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้นในสถานการณ์ที่ซับซ้อน

จีนเปิดตัวชิป 6G ครอบคลุมทุกย่านความถี่ ความเร็วทะลุ 100Gbps ปูทางสู่ยุคเครือข่าย AI

(2 ก.ย. 68) จีนเปิดตัวชิป 6G แบบ “ครอบคลุมทุกย่านความถี่” ชิ้นแรกของโลก รองรับความเร็วสูงสุดกว่า 100 กิกะบิตต่อวินาที นับเป็นก้าวสำคัญในการปูทางสู่เครือข่ายไร้สายยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยชิปดังกล่าวอาจช่วยลดช่องว่างดิจิทัลระหว่างเมืองใหญ่กับพื้นที่ชนบท

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง (Peking University) และ มหาวิทยาลัยซิตี้ยู ฮ่องกง (City University of Hong Kong) สามารถรวมย่านความถี่ตั้งแต่ 0.5 GHz ถึง 115 GHz ไว้ในชิปขนาดเพียง 11 x 1.7 มม. แถมยังสลับใช้งานระหว่างย่านความถี่ต่ำ-สูงได้อย่างไร้รอยต่อ เหมาะทั้งการกระจายสัญญาณกว้างไกลและการใช้งานที่ต้องการความเร็วสูง เช่น VR หรือการผ่าตัดทางไกล

หัวใจของนวัตกรรมนี้คือเทคโนโลยี โฟโตนิกส์ผสานอิเล็กทรอนิกส์ ที่ช่วยแปลงสัญญาณไร้สายเป็นสัญญาณแสงเพื่อประมวลผล ทำให้การสื่อสารคงคุณภาพเสถียรทั่วทั้งย่านความถี่ พร้อมความสามารถ “เปลี่ยนช่องความถี่อัตโนมัติ” เมื่อเจอการรบกวน คล้ายการขับรถเลี่ยงช่องทางที่ติดขัด

นักวิจัยระบุว่าชิปดังกล่าวเป็นพื้นฐานฮาร์ดแวร์ของ “เครือข่าย AI-native” ที่สามารถปรับพารามิเตอร์สื่อสารได้เองแบบเรียลไทม์ในสภาพแวดล้อมซับซ้อน อีกทั้งยังวางแผนพัฒนาโมดูลขนาดเล็กเท่าแฟลชไดรฟ์ สำหรับติดตั้งในสมาร์ทโฟน สถานีต่างๆ โดรน และอุปกรณ์ IoT เพื่อผลักดันการใช้งานเครือข่าย 6G ให้แพร่หลายเร็วขึ้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top