Saturday, 17 October 2026
ไฮซีซัน

‘ทีทีเอเอ’ เผย ‘ไทยเที่ยวนอก’ โตแผ่ว เหตุ!! เศรษฐกิจเงินฝืด สะเทือนกำลังซื้อ

(23 ต.ค. 67) นายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (ทีทีเอเอ) เล่าว่า แม้ภาพรวมตลาดคนไทย ‘เที่ยวต่างประเทศ’ ในเดือน ต.ค. จะมีจำนวนมากกว่าเดิม เนื่องจากตรงกับช่วงปิดภาคเรียน ผู้ปกครองนิยมพาบุตรหลานไปเที่ยวต่างประเทศเพื่อพักผ่อนและรับประสบการณ์ใหม่ๆ แต่ถ้าหากมองแนวโน้มช่วง ‘ไฮซีซัน’ นับจากนี้ไปจนถึงต้นปี 2568 อาจจะมีจำนวนไม่มากนัก! เพราะยังมี ‘ปัจจัยกดดัน’ จากภาวะเศรษฐกิจ คนส่วนใหญ่ยังคงระมัดระวังการใช้จ่าย กลุ่มที่ออกเดินทางตอนนี้คือกลุ่มที่มีศักยภาพใช้จ่ายสูง

สมาคมฯ ประเมินว่าตลาดไทยเที่ยวนอกปีนี้จะเพิ่มขึ้น 5-7% เทียบกับปีที่แล้ว แม้จะมีมาตรการวีซ่าฟรีในหลายประเทศ หนุนการเดินทางระหว่างกันง่ายขึ้น ทำให้การเติบโตเป็นไปตามคาด แต่จากการประชุมร่วมกับการท่องเที่ยวของจีน พบว่ายอดคนไทยไปจีนเพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้มาก

หากประเมินภาพรวม 9 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-ก.ย.) จะเห็นเทรนด์การเดินทางช่วงต้นปีดีมาก แต่พอเข้ากลางปีตัวเลขกลับไม่ได้ดีขนาดนั้น มีปัจจัยกระทบทั้งภาวะเงินเฟ้อ เศรษฐกิจไม่ค่อยดี แม้ ‘เงินบาทแข็งค่า’ จะเอื้อต่อการจับจ่ายในต่างประเทศของคนไทยก็ตาม ก่อนที่สถานการณ์จะปรับตัวดีขึ้นในเดือน ต.ค. เนื่องจากนักท่องเที่ยวไทยส่วนใหญ่จองสินค้าและบริการล่วงหน้าไปแล้ว

จากภาพที่เห็นคนไทยในสนามบินหนาแน่น โดยเฉพาะส่วนขาออกไปเที่ยวต่างประเทศ ตรงนี้มองว่าเป็นเพราะสนามบินหลักๆ ในไทยไม่ได้ใหญ่มากขนาดนั้น พื้นที่มีจำกัด และการบินในเส้นทางเดียวกัน ช่วงเวลาเดียวกัน ทำให้ผู้โดยสารที่ไปสนามบินเวลาชนกัน สะท้อนเป็นภาพความหนาแน่นออกมา

สำหรับตลอดปี 2567 คาดว่าจะมีคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศราว 10 ล้านคน ยังไม่สามารถกลับไปเท่าจุดเดิมเมื่อปี 2562 ก่อนโควิด-19 ระบาด ซึ่งมีคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศราว 12-13 ล้านคนได้ การกลับไปถึงจำนวนดังกล่าวยังต้องใช้เวลา เพราะมีปัจจัยแทรกซ้อนมาเป็นตัวฉุดรั้ง ทั้งปัญหาเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว เงินเฟ้อ สงครามในตะวันออกกลาง สร้างความกังวลเพิ่มขึ้นต่อการออกเดินทาง

ส่วนปัจจัยเงินบาทแข็งค่าไม่ได้สนับสนุนการเดินทางมากนัก เพราะค่าใช้จ่ายในการออกไปเที่ยวต่างประเทศก็ปรับขึ้นด้วย ต้นทุนการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นหมด ทั้งค่าโรงแรม ค่าอาหาร ค่ารถ เฉลี่ยต้นทุนการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 10-15%

“ในญี่ปุ่นที่เงินเยนอ่อนค่าลง แต่ยอดคนไทยก็เพิ่มขึ้นไม่ได้มากนัก เพราะต้นทุนค่าใช้จ่ายท่องเที่ยวสูงขึ้นกว่าเดิมเฉลี่ย 15-20% ทำให้การเติบโตของตลาดไทยเที่ยวนอกไม่ได้หวือหวา มีปัจจัยรบกวน ทำให้คนเดินทางไม่ได้เพิ่มมากขึ้นเท่าที่ควร” นายกทีทีเอเอกล่าว

ด้านรายงานข่าวจาก ‘องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น’ (JNTO) ระบุว่า สถิติ ‘นักท่องเที่ยวไทย’ เดินทางเข้า ‘ญี่ปุ่น’ ในช่วง 9 เดือนแรก (ม.ค.-ก.ย.) ของปี 2567 มีจำนวนสะสม 752,000 คน เพิ่มขึ้น 19.2% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ยังถือว่าติดลบ 13.4% หรือคิดเป็นการฟื้นตัว 86.6% เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 ก่อนโควิด-19 ระบาด

นักท่องเที่ยวไทยยังคงรั้งอันดับ 6 ของตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าญี่ปุ่นสูงสุด จากจำนวนสะสมรวม 26,880,200 คนในช่วง 9 เดือนแรก ซึ่งเติบโต 54.7% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และเติบโต 10.1% แซงช่วงเดียวกันของปี 2562 โดยอันดับ 1 เกาหลีใต้ มีจำนวน 6,468,600 คน ส่วนอันดับ 2 จีน 5,247,500 คน อันดับ 3 ไต้หวัน 4,585,800 คน อันดับ 4 ฮ่องกง 1,972,000 คน และอันดับ 5 สหรัฐ 1,960,100 คน

แกร็บ ยกระดับสนามบิน!! ขยายจุดรับผู้โดยสาร 12 เลน เปิดฟีเจอร์ PIN จับคิวเร็วขึ้น เพิ่มบริการ Airport Pickup รอบรับไฮซีซัน ตั้งเป้ารองรับผู้โดยสาร 67.7 ล้านคน

แกร็บ ยกเครื่องจุดให้บริการผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิ
ขยายพื้นที่ 12 เลน - ผุด 2 ฟีเจอร์ใหม่ เตรียมรับไฮซีซัน

แกร็บ ประเทศไทย เดินหน้ายกระดับบริการเรียกรถที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เตรียมพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวช่วงไฮซีซัน โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 4 ซึ่งยอดใช้บริการเรียกรถในสนามบินจะเติบโตขึ้นราว 35-40%[1] เมื่อเทียบกับช่วงปกติ ลุยปรับพื้นที่ ขยายจุดรับผู้โดยสารเพิ่มเป็น 12 เลน พร้อมเปิดตัว 2 ฟีเจอร์ใหม่ ได้แก่ ระบบ “PIN” ที่ช่วยจัดคิวและจับคู่ผู้ใช้บริการกับคนขับรถที่พร้อมให้บริการ และ “Airport Pickup” บริการจองรถรับที่สนามบินล่วงหน้าที่มีระบบติดตามสถานะเที่ยวบินแบบเรียลไทม์ เชื่อมต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวให้สะดวก รวดเร็ว และราบรื่นยิ่งขึ้น

นางสาวอริสา หล่อทองไพศาล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจการเดินทางและบริหารคนขับ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า “การท่องเที่ยวถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้าง GDP ให้กับประเทศ โดยสนามบินถือเป็นด่านหน้าที่คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวในทุกๆ วัน ทั้งนี้ ท่าอากาศยานไทย (หรือ AOT) คาดการณ์ว่าในปี 2569 จะมีผู้โดยสารเดินทางผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมากถึง 67.7 ล้านคน[2] ทำให้การเตรียมความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ซึ่งถือเป็นช่วงไฮซีซัน โดยเฉพาะพื้นที่สนามบินกลายเป็นอีกหนึ่งโจทย์สำคัญของประเทศ”

“เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกและสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว แกร็บในฐานะแพลตฟอร์มผู้ให้บริการเรียกรถอย่างเป็นทางการของ AOT จึงได้ขยายพื้นที่จุดรับผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (บริเวณชั้น 1 ประตู 4) เพิ่มขึ้นเป็น 12 เลน พร้อมพัฒนาฟีเจอร์ใหม่อย่างระบบ ‘PIN’ ซึ่งจะช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้บริการเรียกรถผ่านแอปฯ ให้รวดเร็วและสะดวกสบายกว่าเดิม โดยหลังจากที่ได้ทดลองเปิดให้บริการเป็นระยะเวลา 1 เดือน พบว่า ช่วยให้ผู้โดยสารลดเวลาในการรอรถได้ถึง 40%[3] ทั้งยังได้รับคะแนนความพึงพอใจระดับ 5 ดาวจากผู้ใช้บริการมากถึง 98%[4]”

ระบบ PIN จัดคิว จับคู่รถ ไม่ต้องรอนาน
-แกร็บพัฒนาระบบ “PIN” ขึ้นมาเพื่อช่วยจัดคิวและจับคู่ผู้ใช้บริการกับคนขับที่พร้อมให้บริการที่สนามบินสุวรรณภูมิโดยเฉพาะ ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาการรอคอยและความแออัดในบริเวณจุดรับ
-ใช้งานง่ายในไม่กี่ขั้นตอน เพียงเลือกจุดรับ “Grab Pick-up Point” เมื่อเรียกรถที่สนามบิน หลังจากได้รับการยืนยันแล้ว ระบบจะยังไม่ระบุรถ หรือคนขับทันที แต่จะแจ้งรหัส PIN 4 หลัก และระบุจุดที่ผู้โดยสารต้องรอขึ้นรถ เมื่อถึงจุดดังกล่าว สามารถแจ้งรหัส PIN ให้กับคนขับที่จอดรออยู่ (มาก่อนได้ไปก่อน) เพื่อยืนยันการเดินทางก่อนขึ้นรถได้ทันที
-สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยการให้บริการจากทีมเจ้าหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง ที่จะคอยให้ความช่วยเหลือ ตั้งแต่การให้คำแนะนำในการจอง การจัดคิว และการอำนวยความสะดวกในการขึ้นรถ
-สามารถเรียกรถผ่านระบบ PIN ได้ที่จุดรับผู้โดยสารแกร็บ อาคารผู้โดยสาร ชั้น 1 ประตู 4 สนามบินสุวรรณภูมิ บริเวณช่อง A, B, C และ D

Airport Pickup จองรถรอรับล่วงหน้า การันตีเวลา หมดกังวลหากไฟลต์ดีเลย์
-แกร็บเตรียมเปิดตัวฟีเจอร์ Airport Pickup สำหรับนักท่องเที่ยว หรือผู้ใช้บริการที่ลงเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิในช่วงไตรมาสสุดท้าย หลังเปิดให้บริการแล้วใน 3 สนามบิน คือ ภูเก็ต เชียงใหม่ และเชียงราย โดยผู้ใช้บริการสามารถจองรถล่วงหน้า โดยระบุหมายเลขเที่ยวบินที่มาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ และเลือกเวลาที่ต้องการให้คนขับมารับได้ (ตามเวลาที่ระบบแนะนำ หรือกำหนดเวลาเอง) เพื่อตอบโจทย์เรื่องการวางแผนเดินทางหลังลงเครื่อง

-จุดเด่นของฟีเจอร์ Airport Pickup คือความสามารถในการติดตามสถานะเที่ยวบินได้แบบเรียลไทม์และปรับเวลานัดรับให้สอดคล้องกับเวลาเที่ยวบินจริงหากเกิดความล่าช้า พร้อมการันตีการรับตรงเวลา โดยคนขับจะรอที่จุดขึ้นรถได้นานสูงสุด 15 นาที และผู้ใช้บริการสามารถยกเลิกการจองได้ล่วงหน้า 1 ชั่วโมงก่อนถึงเวลานัดหมาย

-ผู้ใช้บริการ Airport Pickup สามารถขึ้นรถได้ที่จุดรับผู้โดยสารแกร็บ อาคารผู้โดยสาร ชั้น 1 ประตู 4 สนามบินสุวรรณภูมิ บริเวณช่อง E โดยรองรับบริการเรียกรถ 3 ประเภท ได้แก่ GrabCar, JustGrab และ GrabTaxi


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top