Friday, 5 June 2026
ไอซ์รักชนก

‘ดร.เสรี’ ฟาด!! 'ไอซ์ รักชนก' หยุดสร้างวาทกรรมให้ตัวเองไม่ผิด ชี้!! ประเด็นสำคัญคือการ ‘จาบจ้วง’ สถาบันฯ ด้วย ‘ความเท็จ’

(19 ธ.ค.66) ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านตลาดและการสื่อสาร โพสต์เฟซบุ๊กว่า ปากดี ไม่สำนึก สร้างวาทกรรมว่าตัวเองไม่ผิด แต่การบังคับใช้กฎหมายผิด ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยแก้ข้อกล่าวหาใด ๆ

อ้างว่าไม่ควรติดคุกเพราะการแสดงความคิดเห็น ทั้ง ๆ ที่สิ่งที่โพสต์ไม่ใช่แสดงความคิดเห็นแต่เป็นการหมิ่นประมาท

นอกจากนั้นยังแสดงท่าทีข่มขู่อาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ มันเป็นความผิดอาญาด้านความมั่นคง

คุณจะล้มเจ้าได้หรือไม่ได้ ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่คุณจาบจ้วงล่วงละเมิดเพื่อสั่นคลอนสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยความเท็จ

อย่าคิดว่าประชาชนจนไม่รู้เจตนาของคุณเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์คืออะไร

ซึ่งผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนนี้ รักชนก ศรีนอก หรือ ไอซ์ สส.กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล ถูกศาลอาญา รัชดา พิพากษาจำคุก 6 ปี ไม่รอลงอาญา ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ แต่ศาลมีคำสั่งให้ประกันตัว ด้วยหลักทรัพย์ 500,000 บาท ได้เผยแพร่คลิปตัวเองในประเด็นล้มเจ้า

‘ไอซ์ รักชนก’ แจงปมแม่บ้านสภาฯ แอบถ่ายภาพห้องทำงาน ชี้!! ที่แม่บ้านต้องผิดกฎฯ เพราะมีคน ‘หลอกใช้’ เป็นเครื่องมือ

(20 ธ.ค. 66) น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ‘รักชนก ศรีนอก - Rukchanok Srinork’ ระบุว่า…

สืบเนื่องจากเหตุการณ์ที่มีบุคคลภายนอกเข้ามาถ่ายรูปห้องทำงานที่สภาของไอซ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุมโดยไม่ได้ขออนุญาตเจ้าหน้าที่สภา ตามมาด้วยความพยายามเบี่ยงเบนประเด็นจากเรื่องการรักษาความปลอดภัยของสภาไปยังเรื่องอื่น ๆ ไอซ์จึงขอชี้แจงข้อเท็จจริงดังนี้ 

1) ในสัปดาห์ที่แล้ว มีการนำภาพห้องทำงานของไอซ์ ซึ่งอยู่บริเวณพื้นที่ชั้นในของรัฐสภา เผยแพร่บนเพจ Facebook เพจหนึ่งที่จัดตั้งไว้เพื่อกล่าวหาพรรคก้าวไกล และต่อมามีการบิดเบือนข้อเท็จจริงว่าการเผยแพร่ดังกล่าวนำไปสู่การไล่แม่บ้านสภาออกจากงาน

2) พื้นที่บริเวณห้องทำงานของ สส.ทุกคน เป็นพื้นที่ชั้นในของรัฐสภา ระบบรักษาความปลอดภัยวางกฎไว้ว่าต้องมีการสแกนบัตรเพื่อเข้าถึง เมื่อเกิดเหตุดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงทำการสืบสวนว่ามีบุคคลภายนอกเข้ามาแอบถ่ายรูปหรือไม่ ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นแม่บ้านที่ไม่มีส่วนรับผิดชอบทำงานในบริเวณดังกล่าวเข้ามาถ่าย เนื่องจากมีผู้ช่วย สส. พรรครัฐบาลบอกให้แม่บ้านสภาไปถ่ายรูปห้องดังกล่าว โดยอ้างว่าต้องการจะติดฟิล์มบนกระจกแบบห้องนั้น แม่บ้านจึงไปถ่ายรูปส่งให้

3) เนื่องจากในอดีตเคยเกิดเหตุการณ์ที่มีบุคคลภายนอกแอบเข้ามาถ่ายรูปหรือขโมยเอกสารสำคัญ (ลองนึกถึงช่วงเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือข้อมูลทุจริตคอร์รัปชัน) ฝ่ายรักษาความปลอดภัยสภาจึงมีข้อตกลงกับฝ่ายรักษาความสะอาด ว่าจะมีการแบ่งแม่บ้านแต่ละคนให้ทำงานอยู่ประจำแต่ละโซน ไม่สามารถข้ามไปทำกิจกรรมนอกพื้นที่รับผิดชอบ เป็นกฎที่แม่บ้านทุกคนได้รับทราบก่อนเข้าทำงานที่รัฐสภา

4) เมื่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพบว่าแม่บ้านคนดังกล่าวทำผิดกฎ จึงมีคำสั่งให้ย้ายไปทำงานแม่บ้านที่ รพ.พระมงกุฎเกล้า แต่แม่บ้านทำหนังสือลาออกกลับมา 

5) หลังจากไอซ์รับทราบเหตุการณ์ทั้งหมด จึงได้พูดคุยกับฝ่ายรักษาความปลอดภัย ขอให้ทบทวนคำสั่งย้าย ไม่ควรลงโทษแม่บ้านคนดังกล่าวที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง เป็นความผิดของผู้จ้างวานซึ่งรู้กฎของรัฐสภาอยู่แล้ว ไม่ใช่เจตนาโดยตรงของแม่บ้านที่จะละเมิดกฎความปลอดภัยของสภา  

ทั้งนี้ ไอซ์ได้ทำหนังสือถึงฝ่ายรักษาความปลอดภัยและสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรชี้แจงเรื่องทั้งหมดแล้ว

ศาลยกฟ้อง 'ไอซ์' เคส 2 พิธีกร 'ปอง-กนก' ฟ้องหมิ่นประมาท หลังขึ้นปราศรัย วิจารณ์การทำงานสื่อมวลชน

(29 ม.ค. 67) ศาลแขวงพระนครเหนือ นัดฟังคำพิพากษาคดีที่ น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือ ไอซ์ สส.กทม. พรรคก้าวไกล ถูกกล่าวหาว่าหมิ่นประมาท ‘เจ๊ปอง’ อัญชะลี ไพรีรัก และ กนก รัตน์วงศ์สกุล 2 พิธีกรจัดรายการทางสถานีโทรทัศน์ช่องท็อปนิวส์

กรณีปราศรัยวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของสื่อมวลชนในการชุมนุม #ม็อบ6มีนา ของกลุ่มรีเด็ม (REDEM) บริเวณหน้าศาลอาญา เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2564 นั้น

ความคืบหน้าล่าสุด น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือ ไอซ์ โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก รักชนก ศรีนอก - Rukchanok Srinork แจ้งผลคำพิพากษา ความว่า “ศาลยกฟ้อง คดีหมิ่นประมาท กนก-เจ๊ปอง พิธีกรช่องท็อปนิวส์ ด้วยโจทก์เป็นบุคคลสาธารณะและเป็นการติชมโดยสุจริต”

'เพจดัง' เปิดไทม์ไลน์ 'สส.ไอซ์-ก้าวไกล' ปล่อยไก่หมดเล้า ล่าสุดโวยฝาท่อสูงเกินถนน ทั้งที่เขตยังก่อสร้างไม่เสร็จ

(30 ก.ค.67) เพจ 'วันนี้ก้าวไกลโกหกอะไร-สำรอง' โพสต์ข้อความ ระบุว่า...

#ทุกคนคะ ไก่หมดเล้า กับไอซ์ รักชนก

#ไก่ตัวแรก ทำหนังสือเอาหน้าขอให้งดแต่งชุดลูกเสือ ทั้ง ๆ ที่ กทม. ได้ประกาศไว้ก่อนแล้ว

#ไก่ตัวสอง อภิปรายของบอุดหนุนเด็กในสภาใหญ่ ความจริงต้องไปขอที่สภา กทม.

#ไก่ตัวสาม ถ่ายรูปคู่กองขยะ หน้าปากซอย โวยวายลงโซเชียล ความจริงคือยังไม่ถึงเวลาเก็บ

#ไก่ตัวที่สี่ ล่าสุด ถ่ายรูปโวยวายฝาท่อสูงเกินถนน ความจริงคือ เขตยังก่อสร้างไม่เสร็จ ต้องมีการปรับพื้นถนนและฝาท่อให้เท่ากัน

ยังไม่นับเรื่องมารยาทในสภา เรื่องการนั่ง และท่าทางที่เหมือนสก๊อยเกรดล่าง ที่ออกมาขอโทษ บอกจะปรับปรุงตัวไม่รู้กี่รอบ

สมเป็น สส. คุณภาพ ตามมาตรฐานพรรคก้าวไกล และความภูมิใจของด้อมส้มจริง ๆ ค่ะ

'ไอซ์ รักชนก' ถล่มศาลรธน. ของบ 1 ล้าน สำรวจความเห็นประชาชน แต่ปิดคอมเมนต์ในเพจเฟซบุ๊กศาล ประชาชนเข้าไปวิจารณ์ไม่ได้

เมื่อวานนี้ (5 ก.ย. 67) ‘นางสาวรักชนก ศรีนอก’ สส.กทม.พรรคประชาชน อภิปรายมาตรา 31 ศาล ถึง โครงการสำรวจความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการอำนวยความยุติธรรมของศาลรัฐธรรมนูญ ปี 68 จำนวน 1 ล้านบาท ซึ่งปรากฏว่าเมื่อมีการสอบถามในชั้นกรรมาธิการงบประมาณฯ ได้รับคำตอบว่าอาจจะทำเป็นรูปแบบการสอบถามออนไลน์ แต่เมื่อดูในแฟนเพจเฟซบุ๊กของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญกลับไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้

“ท่านปิดคอมเมนต์เฟซบุ๊ก แต่ท่านมาของบประมาณ 1 ล้านบาท เพื่อไปสำรวจความคิดเห็นผ่านช่องทางออนไลน์ นี่เป็นการเขียนคำของบประมาณที่ย้อนแย้งของท่านหรือไม่ ขอ 1 ล้านบาท อยากจะฟังความคิดเห็น แต่ปิดเมนต์ฉ่ำ ไม่สามารถมีประชาชนคนไหน ที่เข้าไปคอมเมนต์ของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้”

นางสาวรักชนกมองว่า ช่องทางออนไลน์เป็นช่องทางที่สามารถรับฟังความเห็นได้อย่างไม่จำกัด มีประชาชนเข้ามา เพื่อให้สามารถสำรวจความเห็นได้ทั้งวันทั้งคืน โดยไม่เสียเงินสักบาท ไม่แน่ใจว่าท่านปอดแหกหรือไม่ ที่ไม่กล้าเปิดคอมเมนต์ในเฟซบุ๊ก และสุดท้ายจะเป็นการกรองเอาความเห็นที่มีประโยชน์ หรือตรงไปตรงมาหรือไม่

โดยยกตัวอย่างการใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียของตัวเองในการสอบถามเรื่องนี้ เสมือนเป็นการนำร่องโครงการให้ ซึ่งมีความเห็นมากมายหลากหลาย อาทิ ”ฝากบอกว่าประชาชนกินข้าวไม่ได้กินหญ้า …รับใช้เผด็จการ“, “ศาลตัดสินโดยใช้หลักการอย่างนี้อย่างเลย ถ่วงความเจริญของประชาชน”, ” ไม่มีความเชื่อมั่นในความยุติธรรมของศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากขอบเขตอำนาจของตัวเอง เกินกว่าที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ โดยไม่มีใครสามารถเอาผิดได้“, ”เป็นองค์กรที่มีอำนาจมากเกินไป จนอาจใช้เป็นเครื่องมือทางการได้“

นางสาวรักชนก ชี้ว่า ความคิดเห็นทั้งหมดนี้ไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณซักบาทเดียว เพียงแค่เปิดคอมเมนต์เฟซบุ๊ก ให้ประชาชนเข้ามาชื่นชมการทำงานของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แม้ว่าคอมเมนต์ที่ตนเองได้ยกตัวอย่างไปนั้น คนในสำนักงานฯ อาจจะบอกว่า เป็นประชาชนที่ไม่ได้รู้กฎหมาย พร้อมยกตัวอย่างคลิปวิดีโอ ‘บทบาทของศาลรัฐธรรมนูญไทย ผ่านสายตา 6 อาจารย์นิติศาสตร์‘

นางสาวรักชนก ทิ้งท้ายว่า การนำร่องโครงการในครั้งนี้ ทำให้เห็นว่า ไม่จำเป็นต้องของบประมาณในส่วนนี้ จึงขอตัดงบประมาณทิ้งทั้งหมด ด้วยความเคารพ คนในสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ตนเข้าใจในหัวอกดีว่า การทำงานในหน่วยงานนี้ อาจจะได้รับคอมเมนต์ และคำชม ที่อาจทำให้ไม่สบายใจ แต่เป็นด้วยผลของการกระทำของคนในองค์กรท่าน

'ไอซ์' อึ้ง!! พม่าครองตลาดบางบอน จี้!! บังคับใช้กฎหมาย-เก็บภาษีให้คุ้ม

(18 ก.ย. 67) ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุม โดยก่อนเข้าสู่วาระได้เปิดให้สมาชิกการหารือปัญหาต่าง ๆ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) หารือปัญหาชาวเมียนมาในพื้นที่ ว่า ในเขตของตน มีตลาดพม่า-บางบอน ซึ่งมีคนไทยและเมียนมาตั้งแผงขายของ

มีแรงงานเมียนมา มาใช้บริการจำนวนมาก ถึงขนาดเรียกลูกค้ากันเป็นภาษาพม่าทั้งตลาด มีป้ายโฆษณาเป็นภาษาพม่าทั้งหมด ซึ่งตนได้รับการร้องเรียนของคนในพื้นที่ ว่า มีแรงงานพม่าเป็นเจ้าของแผง ซึ่งเป็นอาชีพต้องห้ามสำหรับแรงงานต่างด้าว

“เมื่อไปลงพื้นที่ ดิฉันถามแม่ค้าคนไทยที่ขายของว่า แผงที่แหกปากตะโกนเป็นภาษาพม่าเป็นเจ้าของแผงหรือลูกจ้าง คนไทยบอกว่าไม่กล้าตอบ เพราะตอบแล้วกลัวจะเดือดร้อน นี่มันตลาดหรือแหล่งซ่องสุมอะไร ทำไมคนไทยจะตอบคำถามแค่นี้ยังต้องกลัว” น.ส.รักชนก กล่าว

น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า นอกจากนี้เมื่อเดินไปยังพบว่ามีป้ายห้ามถ่ายรูป ทำไมต้องขออนุญาตก่อน เพราะตลาดทั่วไปก็ต้องอยากที่จะโปรโมต ตนโทรศัพท์ไปสอบถามเพราะจะถ่าย Vlog ยังไม่ได้รับการติดต่อกลับ และแจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบแล้ว ก็พบการกระทำผิดอยู่เนือง ๆ แต่กลายเป็นว่าแทนที่จะบังคับใช้กฎหมาย กลับมารีดไถเก็บส่วย

“ประชาชนเล่าให้ดิฉันฟังว่า เจ้าหน้าที่รัฐเหล่านี้เข้ามาส่วนใหญ่จะเข้ามารีดไถ เก็บส่วย มาไถทองคนพม่า มาไถแหวน ไถตุ้มหู ไถสร้อย ถ้าไม่ถอดให้ก็จะเดือดร้อน มีการข่มขู่สารพัด การกระทำที่อุกอาจทั้งหมดนี้ เป็นจุดตรวจสอบ สน.บางขุนเทียน ดิฉันอยากให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ…

“ดิฉันไม่อยากทำให้ใครเดือดร้อน แต่ถ้าผิดกฎหมายก็ต้องจัดการ การที่ภาครัฐปล่อยปละละเลย คนไทยต้องอยู่แบบตั้งคำถามว่าจะจัดการกี่โมง จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาบังคับใช้กฎหมายด้วย อยากให้จัดเก็บภาษีให้ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ให้คุ้มกับการมาใช้ทรัพยากรบ้านเรา” น.ส.รักชนก กล่าว

‘พายุ’ โดดป้อง ‘นายกฯอิ๊ง’ ปมหนีตอบกระทู้พลังงาน ซัดพฤติกรรม ‘ไอซ์ รักชนก’ ไร้ความเคารพต่อสภา

เมื่อวันที่ (19 ธ.ค. 67) นายพายุ เนื่องจำนงค์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กตอบโต้กรณี ‘ไอซ์ - รักชนก ศรีนอก’ สส. กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน โพสต์ ig story เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 2567 เพื่อเรียกร้องให้ น.ส. แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มาตอบกระทู้ในสภาฯ เกี่ยวกับปัญหาค่าไฟฟ้าแพง โดยระบุว่า “ตอบนะครับ: สิ่งที่ท่านนายกฯทำอยู่ก็เป็นการแสดงออกถึงความเข้าใจในการบริหารราชการแผ่นดิน ท่านจึงได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ที่มีหน้ารับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรงไปตอบคำถามกระทู้ในวันนี้ 

เนื่องจากท่านรัฐมนตรีจะมีข้อมูลมากที่สุดในฐานะที่เป็นเจ้ากระทรวงเพราะเป็นเรื่องเดียวที่ต้องโฟกัส ซึ่งเทียบกับท่านนายกฯที่ต้องบริหารทั้งรัฐบาลที่มีถึง 20 กระทรวงให้ขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน ยังไม่รวมหน้าที่ความรับผิดชอบอื่น ๆ อีกมากมาย”

อีกทั้งยังชี้แจงว่า สาเหตุที่ นายกฯ ต้องเลื่อนการตอบกระทู้นั้น เพราะว่าติดภารกิจช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมในภาคใต้ อีกทั้ง นายกฯ ไม่ได้ยกเลิกการตอบกระทู้ เพียงแต่ขอเลื่อนไปเท่านั้น

และตำหนิการใช้ถ้อยคำของ น.ส. รักชนก โดยเฉพาะคำว่า 'เฟียส ๆ' ซึ่งเป็นการแสดงพฤติกรรมเหมือนบุคคลที่ไม่มีสัมมาคารวะและเคารพต่อพื้นที่สภา เพื่อการท้าทายนายกฯ ซึ่ง “เท่ากับว่า ที่จริงแล้วทางฝ่ายค้านไม่ได้ต้องการคำตอบที่มีเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนจริง”

‘ไอซ์ รักชนก’ ขยี้ซ้ำผลสอบ ‘ก.มหาดไทย’ ชัดเป็นไปตามที่เคยพูดราคาตึก SKYY9 แค่ 3 พันล้าน แต่ ‘ประกันสังคม’ ทุ่มซื้อ 7 พันล้าน ถามผู้เกี่ยวข้องจะรับผิดชอบอย่างไร เชียร์ ‘อนุทิน’ ทำให้ดูหน่อยฟันให้เด็ดขาด

เมื่อวันที่ (10 มิ.ย.68) น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม.พรรคประชาชน แชร์ข่าวเปิดผลสอบ กระทรวงมหาดไทย ศึกษาวิเคราะห์ราคาอาคาร SKYY9 ระบุความมีราคาซื้อขายในขณะนั้น ประมาณ 3.4-3.8 พันล้านบาทพร้อมระบุข้อความว่า สุดท้ายผลสอบก็จะออกมายืนยันสิ่งที่ไอซ์และเนมพูดมาตลอด ว่าราคาซื้อขายของตึกควรอยู่ที่ 3,000 ล้าน แต่ประกันสังคม ทุ่มเงิน 7,000ล้าน ซื้อของราคา 3,000ล้าน

ทีนี้ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด รับผิดชอบยังไง? 

บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน MFC ตัวตั้งตัวตีเสนอตึกและหาคนมาตีราคา พร้อมตั้งทรัสต์ ดูแลจนจบกระบวนการ จะลอยตัวเนียน ๆ ไปแบบนี้ไหม?

กลต. จะทำอะไรกับ บริษัทที่ประเมินตัวเลขเวอร์ ๆ ไร้ธรรมาภิบาลหรือไม่? ต้องให้ไปชี้นิ้วบอกทีละเจ้าอีกไหม? บริษัทรับประเมินถ้าทำงานตรงไปตรงมาจริง อย่ากลัว ออกมาแถลงทีละบริษัทแมน ๆ ไปเลย ว่ายืนยันความบริสุทธิ์ ทำงานตรงไปตรงมา และพร้อมให้ความร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่จะขอข้อมูล ส่วนบริษัทไหนที่ไม่ยอมให้ความร่วมมือ กลต. รออะไร?

น.ส.รักชนก ระบุต่อว่า บอร์ดลงทุนประกันสังคม วันนั้นที่ตัดสินใจลงทุนไม่มีใครขัดขวางสักคนเลยหรอ มันตั้งใจ จงใจเกินไปไหม? เปิดออกมาให้หมดบันทึกการประชุม ใครพูดอะไร ลากชื่อมันออกมา

สุดท้ายนี้* ท่านอนุทิน ท่านปลัดมหาดไทย อย่าให้ใครครหาว่าทำเป็นเล่นขายของ ทำไปอย่างงั้นไม่ทำจริงจัง เอกสารที่บอกว่าขอจากเอกชนไม่ได้ อย่ามาตลกค่ะ กมธ.ติดตามงบยังขอได้เลย แล้วถ้าขอเอกชนไม่ได้ ขอประกันสังคมเลย วันนั้นอ่านอะไรกันบ้างถึงตัดสินใจซื้อตึกเปิดมาให้หมด คณะกรรมการนี้มีอำนาจเข้าถึงเอกสารที่อยากจะอ่านได้ทั้งหมดอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับว่าเอาจริงหรือป่าว 

“ทำให้ดูหน่อยค่ะท่านอนุทิน เอาให้เด็ดขาด ฟันมาให้ชัดอย่ากำกวม ดิฉันอยากเห็นคนถูกดำเนินคดีข้อหาทุจริต ดิฉันอยากเห็นคนที่ตอดกินเงินของผู้ประกันตนออกจากราชการ ดิฉันอยากเห็นคนติดคุก ถ้าท่านเอาจริงไม่มีอะไรเกินอำนาจบารมีที่ท่านจะจัดการได้ แล้วดิฉัน รักชนก ศรีนอก จะจดจำคุณอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะคนจริงที่น่านับถือ” น.ส.รักชนก ระบุ 

น.ส.รักชนก ระบุต่อว่า ปล. บอกไปทุกคนอาจจะไม่เชื่อนะคะ แต่ถ้าเราไม่มาเปิดเผยเรื่องตึก SKYY9 ป่านนี้ผู้ประกันตนคงได้เป็นเจ้าของตึกเพิ่มอีกหนึ่งถึงสองตึกไปแล้ว เพราะมีคนเค้าเตรียมกันไว้แล้วค่ะ

‘พลภูมิ’ นำทีม ส.ก.เพื่อไทย แจ้งความ ‘ไอซ์ รักชนก’ หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ปมโพสต์บิดเบือน - ใส่ร้าย

(5 ส.ค. 68) นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม ฐานะแกนนำภาค กทม. พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย และ ส.ก.พรรคเพื่อไทย ได้แก่ นางชญาดา วิภัติภูมิประเทศ ส.ก.เขตคันนายาว, นายเนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย ส.ก.เขตบึงกุ่ม. น.ส.มธุรส เบนท์ ส.ก.เขตสะพานสูง และ น.ส.นภัสสร พละระวีพงศ์ ส.ก.เขตบางกะปิ เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.บางชัน เพื่อดำเนินคดีกับ น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.กทม. พรรคประชาชน ฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328

นายพลภูมิกล่าวว่า สาเหตุที่ ส.ก.ของพรรคเพื่อไทยต้องเข้าแจ้งความในวันนี้ เนื่องจากเมื่อวันที่ 4 ส.ค. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “รักชนก ศรีนอก” กล่าวหา ส.ก.พรรคเพื่อไทยตัดโควตาคนนอกของพรรคประชาชนออก นอกจากนี้ยังโพสต์ชื่อและลิงก์เพจเฟซบุ๊กของ ส.ก.พรรคเพื่อไทยทั้ง 4 คนที่เข้าแจ้งความในวันนี้ ทำให้ได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียง ถูกสังคมเข้าใจผิด และถูกลดความน่าเชื่อถือในฐานะผู้แทนของประชาชน โดยเห็นว่าการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ต้องกระทำบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ไม่ใช่เพื่อสร้างวาทกรรมโจมตีอย่างไร้ความรับผิดชอบ

นายพลภูมิกล่าวต่อว่า ตลอดเวลาที่ตนทำงานกับ ส.ก.พรรคเพื่อไทย ได้เห็นความทุ่มเท เห็นการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และการทำงานร่วมกับประชาชนในทุกปัญหา การบริหารงบประมาณในระดับเขตมีขั้นตอนที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และต้องผ่านการกลั่นกรองในสภา ทุกคนทำงานภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่โดยไม่มีข้อครหาใดทั้งสิ้น แต่เมื่อมีบุคคลสาธารณะ เป็นถึง ส.ส.ออกมาใช้คำว่า “จับโป๊ะ จับโกง” และ “จะโกหกอะไรก็ได้” โดยไม่มีหลักฐาน นอกจากจะเป็นการดูหมิ่นผู้แทนท้องถิ่นแล้ว ยังบั่นทอนศรัทธาของประชาชนที่มีต่อสภากรุงเทพมหานครอย่างร้ายแรง เราไม่ได้ดำเนินคดีเพื่อตอบโต้ แต่เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของผู้ที่ทำงานหนักโดยสุจริต และเพื่อรักษามาตรฐานของการเมืองที่ตั้งอยู่บนความรับผิดชอบ ไม่ใช่วาทกรรมปลุกกระแสแบบฉาบฉวย

ด้านนายจิรวัฒน์กล่าวว่า สำหรับกรณีนี้ทางทีมกฎหมายได้พิจารณาแล้วเป็นการสร้างความเสียหาย เพราะมีการกล่าวหาว่ามีการทุจริต ดังนั้นวันนี้จึงต้องมาแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.รักชนกจนถึงที่สุด เพราะเวลาที่ท่านเป็นนักการเมือง ไม่ใช่ว่าอยากจะพูดอยากจะกล่าวหาใครก็ได้ หรือพูดเอาสนุก พูดเอาเท่ การพูดหรือการโพสต์อะไรควรจะต้องมีความรับผิดชอบ โดยเฉพาะผู้ที่เป็น ส.ส. เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่ง ส.ก.ทุกคนมีความตั้งใจในการทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน ไม่ใช่ท่านเอาดีเข้าตัวอยู่คนเดียว

นายเนติภูมิกล่าวว่า สิ่งที่ตนรับไม่ได้คือการเหมารวมว่า คนพวกนี้จะโกหกอะไรก็ได้ ทั้งที่เราทุกคนทำงานภายใต้สายตาของประชาชนทุกวัน การโพสต์กล่าวหาลอยๆ แบบนี้ ทำให้คนไม่รู้ข้อเท็จจริงเกิดความเข้าใจผิด ตนไม่สามารถยอมได้ โดยเฉพาะการมาทำลายความตั้งใจของผมและทีมงาน

ด้าน น.ส.นภัสสรกล่าวว่า คำพูดที่ว่ากลัวโดนจับโกง เป็นถ้อยคำรุนแรงที่ไม่มีมูลความจริง พวกตนไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำทุจริตใดๆ และการเหมารวมว่าทั้งกลุ่ม ส.ก.เพื่อไทยมีพฤติกรรมเช่นนั้น ถือเป็นการใส่ร้ายอย่างไม่ยุติธรรม ตนขอยืนยันว่าเราจะใช้สิทธิตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด เพื่อรักษาเกียรติและความศรัทธาจากประชาชนในพื้นที่ กลุ่ม ส.ก.ผู้เสียหายทั้ง 4 คนยืนยันว่าการดำเนินคดีครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อการโต้ตอบทางการเมือง แต่เพื่อปกป้องชื่อเสียง ศักดิ์ศรี และความถูกต้องในหน้าที่ของผู้แทนประชาชนในระดับท้องถิ่น พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่อยู่ในแวดวงการเมืองใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกด้วยความรับผิดชอบ และเคารพต่อข้อเท็จจริงในสังคมประชาธิปไตย

โดยก่อนหน้านี้ น.ส.รักชนก เคยโพสต์ โจมตี ส.ก.พรรคเพื่อไทย เรื่องความไม่โปร่งใสในการโหวตเพื่อตั้งกรรมการงบประมาณของกรุงเทพมหานคร

ตรวจหลักฐานคดี ‘สุชาติ’ ฟ้องหมิ่นประมาท 50 ล้าน ปมกล่าวหาซื้อตึก Skyy9 นัดสืบพยานนัดแรก 17 พ.ย. 6

(3 พ.ย. 68) ที่ศาลอาญารัชดา ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานคดีที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทรัพยากรธรรมชาติฯ เป็นโจทก์ ฟ้อง น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือ “ไอซ์” สส.กทม. และนายสหัสวัส คุ้มคม สส.ชลบุรี ของพรรคประชาชน ร่วมกันเป็นจำเลย ฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา เรียกค่าเสียหายรวม 50 ล้านบาท

คดีนี้สืบเนื่องจากการแถลงข่าวของทั้งสอง ที่กล่าวหานายสุชาติในช่วงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน ว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการที่สำนักงานประกันสังคมเข้าซื้อตึก “Skyy9” โดยทั้งคู่ได้รับการประกันตัว และเดินทางมาศาลตามนัดโดยไม่ให้สัมภาษณ์สื่อ

ขณะเดียวกัน ทนายความโจทก์ได้ยื่นขอแก้ไขคำฟ้อง ขอให้นับโทษ น.ส.รักชนก ต่อจากคดีหมายเลขดำ อ.683/2565 ซึ่งเป็นคดีความผิดตามมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ

ทั้งนี้ ศาลได้อ่านคำฟ้องให้จำเลยทั้งสองฟัง และสอบถามคำให้การ โดยทั้ง น.ส.รักชนก และนายสหัสวัสให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมยืนยันต่อสู้คดีเต็มที่ ฝ่ายโจทก์แถลงจะนำพยาน 4 ปากขึ้นสืบ ส่วนฝ่ายจำเลยเตรียมนำพยาน 11 ปาก โดยศาลกำหนดนัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรกวันที่ 17 พฤศจิกายนนี้ และฝ่ายจำเลยระหว่างวันที่ 18–20 พฤศจิกายน เวลา 09.00 น.


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top