Sunday, 6 September 2026
ไทยออยล์

“ไทยออยล์” คว้ารางวัลโลก!! ยอดจองหุ้นกู้สูงถึง 11 เท่า บริหารต้นทุนการเงินต่ำเพียง 3.875% รวบรวมความเป็นเลิศด้านการเงิน ตอกย้ำความแข็งแกร่งองค์กรระดับสากล

ไทยออยล์คว้า 2 รางวัลระดับโลกจาก Global Banking & Finance Awards 2026
ตอกย้ำความเป็นเลิศด้านการบริหารการเงินและการระดมทุน

บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) โดย คุณวนิดา บุญภิรักษ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ด้านการเงินและบัญชี เป็นผู้แทนบริษัทฯ เข้ารับ 2 รางวัลจากเวที Global Banking & Finance Awards 2026 ซึ่งจัดโดย Global Banking & Finance Review นิตยสารการเงินชั้นนำระดับสากล ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร โดยรางวัลที่ได้รับประกอบด้วย

Corporate Finance CFO of the Year Thailand 2026 สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ ความเป็นผู้นำ และความสามารถด้านการบริหารการเงินเชิงกลยุทธ์ของคุณวนิดา บุญภิรักษ์ ในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินขององค์กร ผ่านการรักษาวินัยทางการเงิน การบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ และการสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสีย ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจและตลาดทุนที่มี ความผันผวน

Energy Financing Deal of the Year Thailand 2026 สะท้อนความสำเร็จของไทยออยล์จากการออกหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ มูลค่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักลงทุนทั่วโลก โดยมียอดจองซื้อสูงกว่ามูลค่าการเสนอขายกว่า 11 เท่า นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังสามารถ
บริหารต้นทุนทางการเงินสุทธิภายหลังการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Cross Currency Swap) ได้ในระดับเพียงร้อยละ 3.875 ต่อปี นับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการระดมทุนผ่านตลาด ตราสารหนี้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐด้วยต้นทุนที่ดีที่สุดเป็นประวัติการณ์ของบริษัทฯ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อความแข็งแกร่งทางการเงิน ศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ และการบริหารงานตาม
กลยุทธ์ของบริษัทฯ

Global Banking & Finance Awards เป็นรางวัลระดับสากลที่มอบให้แก่องค์กรและผู้บริหารที่มีผลงานโดดเด่นด้านการบริหารจัดการ การเงิน และการดำเนินธุรกิจ โดยการได้รับรางวัลในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของไทยออยล์ ที่ตอกย้ำความแข็งแกร่งด้านการบริหารการเงิน ความเชื่อมั่นจากนักลงทุนทั่วโลก และความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามมาตรฐานสากล เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

ไทยออยล์ ยกระดับชุมชน!! ครบรอบ 65 ปีเดินหน้าพัฒนา ส่งมอบหลังคาทางเดินโรงพยาบาลแหลมฉบัง สนับสนุนงบกว่า 170 ล้านบาทต่อเนื่อง เน้นเพิ่มคุณภาพชีวิตสุขภาวะชุมชนอย่างยั่งยืน

ไทยออยล์ เคียงข้างชุมชน 65 ปี เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ได้ส่งมอบโครงการก่อสร้างหลังคาทางเดินให้แก่โรงพยาบาลแหลมฉบังเพื่ออำนวยความสะดวกและยกระดับความปลอดภัยแก่ผู้มาใช้บริการ โดยมีคุณพงษ์พันธุ์ อมรวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย รศ. (พิเศษ) นพ. สุพจน์ พวงลำใย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแหลมฉบัง และคณะผู้บริหาร ร่วมในพิธีส่งมอบโครงการดังกล่าว ณ โรงพยาบาลแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี

ตลอดระยะเวลา 65 ปี ไทยออยล์ดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าให้แก่ชุมชนและสังคม ภายใต้กรอบการดำเนินงานที่ครอบคลุมด้านสุขภาวะและกีฬา ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมด้านการศึกษา ตลอดจนด้านสังคมและวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านสุขภาวะ

ไทยออยล์ได้ให้การสนับสนุนโรงพยาบาลแหลมฉบัง ซึ่งเป็นโรงพยาบาลของรัฐแห่งเดียวในพื้นที่แหลมฉบังด้วยงบประมาณรวมกว่า 170 ล้านบาท เพื่อยกระดับการดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างต่อเนื่อง การสนับสนุนดังกล่าวครอบคลุมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการแพทย์ อาทิ การก่อสร้าง "อาคารไทยออยล์" (อาคารอุบัติเหตุและฉุกเฉิน) และการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ควบคู่กับการร่วมมือกับโรงพยาบาลแหลมฉบังในการดูแลสุขภาวะเชิงรุก ผ่านโครงการตรวจสุขภาพช่องปากแก่เยาวชนรอบโรงกลั่น

เนื่องในโอกาสครบรอบ 65 ปี ไทยออยล์ยังคงเดินหน้าสานต่อภารกิจในการดูแลชุมชนอย่างต่อเนื่อง โดยทีมวิศวกรได้ออกแบบและก่อสร้างหลังคาทางเดินความยาว 55 เมตร จากลานจอดรถสู่อาคารอ่าวอุดม เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้มาใช้บริการ สะท้อนความมุ่งมั่นขององค์กรในการยกระดับคุณภาพชีวิตด้านสุขภาวะของประชาชน และส่งเสริมการอยู่ร่วมกันระหว่างภาคอุตสาหกรรมและชุมชนอย่างยั่งยืน

สำหรับบรรณาธิการ
ไทยออยล์เป็นผู้ประกอบธุรกิจการโรงกลั่นนํ้ามันแบบคอมเพล็กซ์ (Complex Refinery) และเป็นโรงกลั่นที่มีประสิทธิภาพสูงสุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2504 โดยมีธุรกิจหลักคือ การกลั่นนํ้ามันปิโตรเลียม ปัจจุบันมีกำลังการผลิต 275,000 บาร์เรลต่อวัน

นอกจากนี้ ไทยออยล์มีระบบการบริหารจัดการที่มุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศ (Operational Excellence) โดยบริหารงานเป็นกลุ่มที่มีการเชื่อมโยงธุรกิจ ทั้งธุรกิจการกลั่นน้ำมัน ธุรกิจปิโตรเคมีและธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน โดยร่วมวางแผนการผลิตก่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและสามารถผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีต้นทุนต่ำ ขณะเดียวกันมีคุณภาพสูงในระดับโรงกลั่นชั้นนำ (Top quartile) ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทำให้ได้เปรียบเชิงต้นทุนการผลิต เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน นอกจากนั้น ยังมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องหลากหลาย เช่น ธุรกิจปิโตรเคมี ธุรกิจไฟฟ้า ธุรกิจสารทำละลาย ธุรกิจบริหารการขนส่ทางท่อ ธุรกิจพลังงานทดแทน ธุรกิจผลิตสารตั้งต้นสำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์สารทำความสะอาด และธุรกิจ New S-Curve


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top