‘ปฐม อินทโรดม’ ชี้ โรงเรียนส่อปิดตัวลงอีกเรื่อยๆ โรงเรียนใจกลางเมืองกำลังถูกกลืน ที่ดินการศึกษาถูกจับจองเป็นโปรเจกต์อสังหาฯ ย้ำหากรัฐไม่ขยับ อีก 20 ปี จะไม่เหลือพื้นที่เรียนรู้
2 ธ.ค. 68) นายปฐม อินทโรดม กรรมการสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โพสต์เฟซบุ๊ก Pathom Indarodom ระบุว่า…โรงเรียนจะปิดตัวลงอีกเรื่อย ๆ ผมอยากชวนทุกคนให้ช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรกับพื้นที่เหล่านี้ เพราะผมเชื่อว่ามันเป็น “สินทรัพย์ด้านการศึกษา”
ที่หายากที่สุด มันคือที่ดินใจกลางเมืองที่เข้าถึงง่าย ซึ่งถ้าปล่อยให้กลายเป็นคอนโดหรือห้าง ก็เท่ากับเราสูญเสียพื้นที่เพื่อการเรียนรู้ไปแบบถาวร
ผมอยากเสนอให้รัฐบาลจัดตั้ง กองทุนอนุรักษ์พื้นที่การเรียนรู้ หรือ Urban Learning Space Fund เพื่อ…
- ซื้อหรือรับโอนโรงเรียนที่ปิดกิจการบางแห่ง
- ฟื้นฟูให้เป็นพื้นที่การเรียนรู้สาธารณะ
- บริหารร่วมกับท้องถิ่นและเอกชน
โจทย์สำคัญ: ถ้ารัฐไม่ลงมือทันที พื้นที่แบบนี้จะถูกทุนอสังหาแปลงสภาพอย่างรวดเร็ว และเราไม่มีวันเอาคืนได้อีก โมเดลที่น่าทำคือ PPP เชิญเอกชนลงขันทำ Education Hub / Learning Park
พื้นที่โรงเรียนในเมืองมีศักยภาพสูงมาก สามารถพัฒนาเป็น ศูนย์การเรียนรู้ครบวงจร ในรูปแบบ PPP เช่น
- Co-learning space / Co-working สำหรับนักเรียน นักศึกษา และสตาร์ทอัพด้านการศึกษา
- Maker space, FabLab, Robotics Lab, AI Lab
- พื้นที่ติวเตอร์คุณภาพ (ไม่ใช่สถาบันกวดวิชาเชิงพาณิชย์ แต่เป็น EdTech Learning Center)
- ห้องสมุดดิจิทัล, ห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ร่วมใช้
- ศูนย์เรียนรู้ด้านอาชีพใหม่ เช่น EV, AI, หุ่นยนต์, การเงินดิจิทัล
โมเดลนี้ทำให้เอกชนไม่ต้องแบกต้นทุนทั้งหมด แต่ได้สิทธิการใช้ประโยชน์ระยะยาวแลกกับการลงทุนปรับปรุงสถานที่ หรืออีกทางเลือกหนึ่งคือทำเป็น “โรงเรียนทางเลือกของรัฐ” เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ
หลายประเทศใช้วิธีนี้ โดยเปลี่ยนโรงเรียนที่ปิดให้เป็น:
- โรงเรียนรัฐนวัตกรรม
- โรงเรียนความสามารถพิเศษ STEM / Art
- โรงเรียนภาษานานาชาติของรัฐ (ค่าเทอมถูกแต่คุณภาพสูง)
สิ่งนี้ช่วยให้ครอบครัวในเมืองที่ไม่มีเงินเรียนอินเตอร์ได้มีทางเลือก ไม่ใช่ปล่อยให้การศึกษาคุณภาพดีเป็นของเด็กกลุ่มเล็ก ๆ เท่านั้น ที่คิดออกอีกก็มีเปลี่ยนเป็น “ศูนย์พัฒนาครูยุคใหม่” (Teacher Upskilling Center) ร่วมกับโรงเรียนสาธิตที่มีประสบการณ์
แทนที่จะอบรมครูในโรงแรม ทำไมไม่อบรมในพื้นที่ที่เคยเป็นโรงเรียน?
- มีห้องเรียนจริงให้ทดลองสอน
- มีห้องแลบสาธิต AI Tools สำหรับครู
- มีต้นแบบการเรียนรู้แบบ Active Learning และ Project-based
พื้นที่โรงเรียนเก่าจะกลายเป็น ต้นแบบโรงเรียนแห่งอนาคต ให้ครูจากทั่วประเทศมาดูงาน
ถ้าไม่เป็นโรงเรียนก็ใช้เป็นศูนย์บริการชุมชน–การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning Center)
สังคมสูงวัยมีความต้องการเรียนรู้ใหม่จำนวนมาก เช่น:
- คลาส Health & Wellness
- ทักษะดิจิทัลสำหรับผู้ใหญ่
- อบรมอาชีพระยะสั้น
- จุดรวมกิจกรรมเยาวชนหลังเลิกเรียน
โรงเรียนมีโครงสร้างพร้อมอยู่แล้ว ไม่ต้องลงทุนใหม่ แค่ปรับการบริหารก็ใช้ได้ทันที
ผมเชื่อว่าถ้าเราไม่ปกป้องพื้นที่การเรียนรู้ในเมืองเหล่านี้ อีก 20 ปีข้างหน้าเราจะไม่มีพื้นที่แบบนี้เหลืออีกเลย
นี่อาจเป็นโอกาสทองที่บ้านเราจะได้ลงทุนเพื่อการศึกษาในอนาคตอย่างจริงจัง เพราะพื้นที่การเรียนรู้ในเมืองคือ “ทุนแห่งอนาคต” ของประเทศ








