Friday, 5 June 2026
แม่ฮ่องสอน

จี้ นทท.ยิว หยุดพฤติกรรมไม่เหมาะสม ให้เกียรติไทย หลังกรณีเมืองปาย

สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยออกแถลงการณ์เตือนนักท่องเที่ยวอิสราเอลให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบและเคารพวัฒนธรรมท้องถิ่น หลังจากเกิดเหตุการณ์หลายครั้งที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมไม่เหมาะสมของนักท่องเที่ยวบางกลุ่ม ซึ่งนำไปสู่ความไม่พอใจของชาวไทยในโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ

แถลงการณ์ระบุว่า เหตุการณ์เหล่านี้ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของนักท่องเที่ยวอิสราเอลในประเทศไทย และบางกรณีส่งผลให้ชาวอิสราเอลถูกเนรเทศออกจากประเทศ ทางสถานทูตจึงขอให้ชาวอิสราเอลที่เดินทางมาท่องเที่ยวในไทยเคารพกฎหมายและพฤติกรรมของคนในพื้นที่ เพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสองประเทศ

คำแนะนำจากสถานทูตประกอบด้วยการรักษาความสงบในที่สาธารณะ เคารพพื้นที่ส่วนตัวและสถานที่ท่องเที่ยว ปฏิบัติตามกฎหมายไทยอย่างเคร่งครัด แต่งกายให้เหมาะสม และปฏิบัติตามกฎระเบียบของสถานที่สำคัญ เช่น วัด ตลาด และพื้นที่สาธารณะ

สถานทูตย้ำว่าประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของชาวอิสราเอลมาโดยตลอด และคนไทยให้การต้อนรับเป็นอย่างดี จึงขอให้นักท่องเที่ยวทุกคนมีความรับผิดชอบ และไม่กระทำการที่อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของนักท่องเที่ยวอิสราเอลโดยรวม

สำหรับข้อความจากประกาศของสถานทูตอิสราเอล ระบุว่า...

ชาวอิสราเอลที่รัก,

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา มีเหตุการณ์หลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวอิสราเอล ซึ่งนำไปสู่ความไม่พอใจของชาวไทยในบางสถานที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ เหตุการณ์เหล่านี้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวอิสราเอล และทำให้เกิดความรู้สึกไม่ดีต่อชาวอิสราเอลในประเทศไทย

เราขอให้คุณ เคารพกฎเกณฑ์และพฤติกรรมของคนท้องถิ่น เพื่อรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างชุมชนอิสราเอลและชุมชนไทย

เราขอให้คุณ:

รักษาความเงียบและหลีกเลี่ยงการส่งเสียงดังหรือพูดเสียงดังบนท้องถนน โรงแรม และในที่สาธารณะ

เคารพพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่สาธารณะ หลีกเลี่ยงการรบกวนผู้อื่นหรือบุกรุกพื้นที่ของผู้อื่น

ปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศไทยอย่างเคร่งครัด หลีกเลี่ยงการก่อปัญหาหรือพฤติกรรมที่ผิดกฎหมาย

ให้ความสำคัญกับการแต่งกายที่เหมาะสมและสุภาพในที่สาธารณะ

ปฏิบัติตามกฎของสถานที่ต่างๆ เช่น วัด ตลาด และพื้นที่สาธารณะ

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลจำนวนมากถูกเนรเทศออกจากประเทศไทย เนื่องจากพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและการละเมิดกฎระเบียบ

คนไทยให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวอิสราเอลอย่างดีเสมอ กรุณาอย่าทำให้เกิดเหตุการณ์ที่อาจทำลายความสัมพันธ์ที่ดีนี้ การกระทำของแต่ละคนสามารถส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของชาวอิสราเอลทั้งหมด

จงทำตัวให้เหมาะสม ปฏิบัติตามกฎระเบียบ และให้เกียรติคนในท้องถิ่น

ด้วยความเคารพ,
ทีมสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย

แม่ฮ่องสอน-ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพแกนนำชมรมเครือข่ายเพื่อผู้บกพร่องทางจิต จังหวัดแม่ฮ่องสอน

เมื่อวานนี้ (19 ส.ค.68) นายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ให้เกียรติเป็นประธานเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพแกนนำชมรมเครือข่ายเพื่อผู้บกพร่องทางจิต จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมี นางสาวระพีพรรณ ศรีทองอ่อน ประธานชมรมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตอำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นายกสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย ที่ปรึกษาชมรมฯ คณะกรรมการชมรมฯเพื่อผู้บกพร่องทางจิต แกนนำชมรมเครือข่ายทุกอำเภอ ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน วิทยากร
ผู้มีเกียรติ คณะทำงาน และผู้ร่วมกิจกรรมโครงการฯ ณ ห้องประชุมกาสะลอง สิบล้านบุรีรีสอร์ท ตำบลปางหมู อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

นายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพแกนนำชมรมเครือข่ายเพื่อผู้บกพร่องทางจิตจังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดขึ้นมีวัตถุประสงค์ เพื่อต้องการให้ แกนนำชมรมเครือข่ายเพื่อผู้บกพร่องทางจิต จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่เข้าร่วมกิจกรรมทุกคน ได้รู้ทิศทางการดำเนินงาน และการขับเคลื่อนงานด้านจิตเวชของชมรมฯในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อให้ทุกคนสามารถจัดทำแผนการดำเนินงานของชมรมระดับอำเภอ และ จังหวัด และการพัฒนาศักยภาพแกนนำชมรมเครือข่าย ชมรม เพื่อผู้บกพร่องทางจิต จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

อีกทั้งเพื่อให้มีความรู้ความสามารถ เข้าใจถึงเรื่องสิทธิต่างๆตามกฎหมายของความพิการทางจิตใจหรือพฤติกรรม เพื่อจะได้คอยช่วยกันปกป้องสิทธิของคนพิการ รวมทั้งเน้นให้เห็นความสำคัญ และให้ได้แนวทางการทำงาน รวมถึงขั้นตอนการให้ความช่วยเหลือคนพิการทางจิตใจหรือพฤติกรรมอย่างถูกวิธี ตามพระราชบัญญัติสุขภาพจิต และพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ รวมถึงการดำเนินงานร่วมกับภาคีเครือข่าย ทุกภาคส่วน เพื่อให้การขับเคลื่อนงานเกิดความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพต่อไป

นางสาวระพีพรรณ ศรีทองอ่อน ประธานชมรมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตอำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพแกนนำชมรมเครือข่ายเพื่อผู้บกพร่องทางจิตจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้แกนนำชมรมเครือข่ายเพื่อผู้บกพร่องทางจิตจังหวัดแม่ฮ่องสอน สามารถขับเคลื่อนการดำเนินงานระดับอำเภอ /จังหวัด และสามารถจัดทำแผนการดำเนินงานร่วมกันได้อย่างมีคุณภาพ รวมทั้งสามารถเชื่อมโยงการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ เพื่อให้แกนนำชมรมเครือข่ายเพื่อผู้บกพร่องทางจิต จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีองค์ความรู้ในการส่งเสริม ให้ผู้ดูแลคนพิการทางจิตใจหรือพฤติกรรมเข้าใจเรื่องสิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย ปกป้องสิทธิ์ของคนพิการ ในสถานการณ์วิกฤต

การจัดโครงการฯในครั้งนี้ ดำเนินการระหว่างวันที่ 18 – 20 สิงหาคม 2568 กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการฯ ประกอบด้วย คณะกรรมการบริหารชมรมฯ,ที่ปรึกษา, คนพิการ, ผู้ดูแลคนพิการ, แกนนำเครือข่ายชมรมฯจังหวัดแม่ฮ่องสอน วิทยากร และคณะทำงาน รวมทั้งสิ้น 60 คน

เริ่มแล้ว!! เทศกาลดอกบัวตองบาน ณ ดอยแม่อูคอ แม่ฮ่องสอน ประจำปี 2568 ดอกไม้เหลืองอร่ามท่ามกลางอากาศหนาวเย็นบริสุทธิ์ จุดหมายท่องเที่ยวหน้าหนาวที่นักเดินทางไม่ควรพลาด

จังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นจังหวัดแห่งการท่องเที่ยว ทางธรรมชาติ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่าไม้และภูเขาที่สูงชันสลับซับซ้อน สภาพแวดล้อม ทางธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ สัญลักษณ์หนึ่งที่มีชื่อเสียง และถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดแม่ฮ่องสอน คือ ทุ่งบัวตองดอยแม่อูคอ

ดอยแม่อูคอ มีเนื้อที่ประมาณ 515 ไร่ ตั้งอยู่บนดอยแม่อูคอ ตำบลแม่อูคอ อำเภอขุนยวม ซึ่งอยู่ในพื้นพื้นที่รับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลแม่อูคอ ที่ระดับความสูง 1,600 เมตรจากระดับน้ำทะเล นักท่องเที่ยวนิยมชื่นชมความสวยงามของดอกบัวตองและธรรมชาติ อากาศที่หนาวเย็นและบริสุทธิ์

เพื่อเป็นการส่งเสริมและเพิ่มประสิทธิภาพการท่องเที่ยวทุ่งบัวตอง ดอยแม่อูคอ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดแม่ฮ่องสอน จึงได้ร่วมกับ เทศบาลตำบลขุนยวม และองค์การบริหารส่วนตำบลแม่อูคอ จึงจัดทำโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา ดนตรี และศิลปะ จังหวัดแม่ฮ่องสอน กิจกรรมหลัก ส่งเสริมการท่องเที่ยวเทศกาลดอกบัวตองบานอำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน กิจกรรมย่อยที่ 2 กิจกรรมส่งเสริมเทศกาล ดอกบัวตองบานบนดอยแม่อูคอ

โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา ดนตรี และศิลปะ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวและยกระดับโครงสร้างพื้นฐานให้มีมาตรฐานรองรับการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น

และเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ณ วนอุทยานทุ่งบัวตอง บริเวณศาลาแปดเหลี่ยม ดอยแม่อูคอ หมู่ที่ 6 ตำบลแม่อูคอ อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน นางสาวชุติพร เสชัง ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ก็ได้เป็นประธานในพิธีเปิดเทศกาลท่องเที่ยวดอกบัวตองบาน บนดอยแม่อูคอ ประจำปี 2568 โดยปลัดอาวุโส รักษาราชการแทนนายอำเภอขุนยวม กล่าวต้อนรับ และนางสาวริชญา ชะอุ่ม ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวรายงาน

นางสาวชุติพร เสชัง ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า “เทศกาลนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้นักท่องเที่ยว ได้เห็นถึงความสวยงามของธรรมชาติ ที่ยิ่งใหญ่ แต่ยังช่วยส่งเสริมรายได้ให้แก่ชุมชนในพื้นที่ ช่วยกระจายรายได้สู่คนในท้องถิ่นและเทศกาลนี้เป็นโอกาสอันดีในการเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างนักท่องเที่ยวและชุมชน รวมถึงทำให้จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้น”

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: https://www.facebook.com/TATHGN/?locale=th_TH 

 

เปิด 24 พิกัดม่อนแห่งขุนเขา “กลอเซโล” จุดชมวิวบนเทือกเขาชายแดนไทย-เมียนมา ปักสมอกางเต็นท์-ชมพระอาทิตย์ยามเย็น ท่ามกลางบรรยากาศหนาวเย็นช่วงปลายปี

นายคำผัน โมกไธสง นายอำเภอสบเมย นายพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สามแลบ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ คณะผู้บริหาร อบต.แม่สามแลบ ผู้นำชุมชน โรงเรียนในพื้นที่ และประชาชน ร่วมเปิดโครงการท่องเที่ยวแม่สามแลบ ประจำปี 2569 ณ ม่อนกะละโกะโจ หมู่ที่ 10 บ้านห้วยแห้ง ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน

ซึ่งเป็นการรวม 24 พิกัดม่อนแห่งขุนเขากลอเซโล ชื่อที่ถูกเรียกขานให้เข้าใจตรงกันของจุดชมวิวบนเทือกเขาชายแดนไทย-เมียนมา ฝั่งแม่น้ำสาละวิน ของอำเภอสบเมย โดยมีกำเนิดมาจากชื่อของผู้เฒ่า นาม “กลอเซ” ผู้ค้นพบและตั้งรกรากของกลุ่มชาวปกาเกอะญอ หมู่บ้านสุดห่างไกลที่ถูกล้อมไว้ด้วยขุนเขา ด้วยตำแหน่งในลักษณะของหุบเขาและติดริมแม่น้ำสาละวินที่กว้างใหญ่

ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเดินทางเยือนกลอเซโล คือ ตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์ ของทุกปี ในแต่ละม่อนมีจุดบริการกางเต็นท์ นักท่องเที่ยวสามารถชื่นชมแต่ละม่อนดอยตามหมู่บ้านแต่ละจุดที่จะมีความสวยงามและลักษณะเด่นแตกต่างกันออกไป

ได้แก่ หมู่บ้านห้วยแห้ง จุดสูงสุดของกลอเซโล ที่สามารถชมวิวได้ทั้งพระอาทิตย์ขึ้น และพระอาทิตย์ตก ม่อนพอตะมีโจ หมู่บ้านบุญเลอ เป็นจุดชมวิว เห็นฝั่งวิวของแม่น้ำสาละวินซึ่งเป็นแม่น้ำกั้นพรมแดนไทย-เมียนมา และบางแห่งสามารถเห็นจุดบรรจบของแม่น้ำเมยและแม่น้ำสาละวินได้อีกด้วย

และมีจุดบริการกางเต็นท์ เช่น ม่อนโจโค๊ะ ม่อนหมอกกลางดอย แคมปิ้ง ม่อนหมอกริมทางแคมปิ้ง ม่อนคีรีวงศ์ ม่อนเดียวดายแคมปิ้ง ม่อนชมดาว ม่อนเลเหง่โก๊ะ-ผาแดง ม่อนทะเลหมอกสองแผ่นดิน และหมู่บ้านกลอเซโล เป็นจุดที่อยู่ต่ำระดับกว่าลงมา เห็นทะเลหมอกยามเช้าตัดกับวิวทิวทัศน์ของหมู่บ้านอย่างชัดเจน

ผ้าทอขนแกะ สินค้า OTOP ชื่อดังของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ผสมผสานระหว่างขนแกะ-เส้นฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ ทอขึ้นรูปประณีตสวยงามเป็นผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน

องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยห้อม อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน แนะนำและพาไปชมผลิตภัณฑ์เด่นของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งถือว่าเป็น หนึ่งในของดีที่ตำบลห้วยห้อม คือ “ผ้าทอขนแกะ” ผ้าทอจากการผสมผสานระหว่างขนแกะกับเส้นฝ้ายที่ผ่านการย้อมสีธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน 

นางสายันห์ เสือจันทร์ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยห้อม ตำบลห้วยห้อม อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน พาไปชมหนึ่งในของดีที่ตำบลห้วยห้อม ซึ่งเป็นสินค้า OTOP ชื่อดังของจังหวัดแม่ฮ่องสอน นั่นก็คือ “ผ้าทอขนแกะ"

ผ้าทอขนแกะ บ้านห้วยห้อม เป็นผ้าทอที่มีความงดงาม จากการผสมผสานระหว่างขนแกะและเส้นฝ้ายที่ผ่านการย้อมสีธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน เหมาะสำหรับใช้เป็นเครื่องนุ่งห่มในฤดูหนาว และยังสามารถใช้ประโยชน์ในงานต่าง ๆ ได้อีกหลากหลายตามแต่วัตถุประสงค์ของผู้ใช้ ผ้าทอขนแกะถือเป็นผ้าทอที่มีการประยุกต์จากภูมิปัญญาดั้งเดิมของชาวปกากะญอ

ซึ่งนางมะลิวัลย์ นักรบไพร ประธานกลุ่มทอผ้าขนแกะบ้านห้วยห้อม ในนฐานะเป็นผู้ริเริ่มนำสตรีของหมู่บ้านมาช่วยกันทอผ้าจากขนแกะเพื่อจำหน่าย ซึ่งแม้จะเป็นเพียงอาชีพเสริม แต่กลับสามารถสร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านเป็นอย่างดี และความต้องการของตลาดยังสูง เนื่องจากเป็นงานที่ประณีตสวยงามและใช้การทำมือในทุกขั้นตอน

การทอผ้าขนแกะ ที่บ้านห้วยห้อม เริ่มเมื่อปี พ.ศ. 2500 โดยกลุ่มมิชชันนารีที่มาเผยแผ่ศาสนาคริสต์ ได้นำความรู้เกี่ยวกับการใช้ขนแกะมาทำเป็นเส้นด้ายสำหรับทอผ้า สอนให้กับชาวบ้าน ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเสด็จพระราชดำเนินที่บ้านห้วยห้อม และได้พระราชทานแกะพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ให้กับชาวบ้านได้เลี้ยง เพื่อใช้ขนแกะนำมาเป็นผ้าทอ หลังจากนั้นชาวบ้านจึงขยายพันธุ์แกะเพื่อเลี้ยงในชุมชน พร้อมทั้งจัดตั้งกลุ่มทอผ้าขนแกะขึ้น ซึ่งในช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปีจะมีการตัดขนแกะ โดยแกะ 1 ตัว ตัดขนได้ประมาณ 2-3 กิโลกรัม ส่วนขนแกะอีกส่วนหนึ่งจะซื้อจากที่โครงการหลวง ในราคากิโลกรัมละ 100 บาท

หลังจากที่ได้ขนแกะมาแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ การนำขนแกะไปแช่กับผงซักฟอก แล้วล้างทำความสะอาด แล้วนำไปต้มกับน้ำเดือดเพื่อให้ไขมันที่ติดขนแกะออก จากนั้นนำไปผึ่งแดดให้แห้ง แล้วนำขนแกะที่แห้งมาสางยีด้วยหวีที่นำเข้ามาจากนิวซีแลนด์ ให้เป็นขนปุยนุ่มเหมือนสำลี ต่อจากนั้นนำไปทำเป็นเส้นด้ายขนแกะ พร้อมที่จะเอาเส้นด้ายไปทอ ซึ่งคุณสมบัติของขนแกะที่ได้มีคุณภาพดี 100% นอกจากการทอด้ายขนแกะแล้ว ยังมีการนำด้ายขนแกะมาทอผสมผสานกับฝ้ายท้องถิ่นที่ย้อมด้วยสีธรรมชาติ โดยผ่านกระบวนการทอแบบโบราณ ด้วยการใช้ด้ายผูกกับไม้และผูกกับเอว หรือที่เรียกว่า กี่เอว จึงทำให้ผ้าทอที่ได้มีความนุ่ม มีลวดลายสวยงาม

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ได้จากผ้าทอ เช่น ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าคลุมโต๊ะ ผ้าคลุมเตียง พรม เสื้อ และถุงย่าม ราคาของผลิตภัณฑ์ที่ทอออกมาเป็นชิ้นงานแล้ว เริ่มต้นตั้งแต่ 450 บาท ไปจนถึง 7,500 บาท โดยเฉพาะผ้าคลุมเตียงและผ้าคลุมไหล่ที่ต้องสั่งเป็นพิเศษตามขนาดและสีที่ลูกค้าต้องการ

สนใจผ้าทอขนแกะ ติดต่อสอบถามได้ที่นางมะลิวัลย์ นักรบไพร ประธานกลุ่มทอผ้าขนแกะ โทร.089 555 3900 หรือ โทร.095 448 2350 หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยห้อมโทร. 08-6420-4897 facebook : อบต.ห้วยห้อม อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน
 

สินค้า OTOP ชื่อดังของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ผสมผสานระหว่างขนแกะ-เส้นฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ ทอขึ้นรูปประณีตสวยงาม ด้วยวิธีโบราณ “กี่เอว” เป็นผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน

องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยห้อม อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน แนะนำและพาไปชมผลิตภัณฑ์เด่นของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งถือว่าเป็น หนึ่งในของดีที่ตำบลห้วยห้อม คือ “ผ้าทอขนแกะ” ผ้าทอจากการผสมผสานระหว่างขนแกะกับเส้นฝ้ายที่ผ่านการย้อมสีธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน 

นางสายันห์ เสือจันทร์ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยห้อม ตำบลห้วยห้อม อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน พาไปชมหนึ่งในของดีที่ตำบลห้วยห้อม ซึ่งเป็นสินค้า OTOP ชื่อดังของจังหวัดแม่ฮ่องสอน นั่นก็คือ “ผ้าทอขนแกะ “

ผ้าทอขนแกะ บ้านห้วยห้อม เป็นผ้าทอที่มีความงดงาม จากการผสมผสานระหว่างขนแกะและเส้นฝ้ายที่ผ่านการย้อมสีธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน เหมาะสำหรับใช้เป็นเครื่องนุ่งห่มในฤดูหนาว และยังสามารถใช้ประโยชน์ในงานต่าง ๆ ได้อีกหลากหลายตามแต่วัตถุประสงค์ของผู้ใช้ ผ้าทอขนแกะถือเป็นผ้าทอที่มีการประยุกต์จากภูมิปัญญาดั้งเดิมของชาวปกากะญอ

ซึ่งนางมะลิวัลย์ นักรบไพร ประธานกลุ่มทอผ้าขนแกะบ้านห้วยห้อม ในนฐานะเป็นผู้ริเริ่มนำสตรีของหมู่บ้านมาช่วยกันทอผ้าจากขนแกะเพื่อจำหน่าย ซึ่งแม้จะเป็นเพียงอาชีพเสริม แต่กลับสามารถสร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านเป็นอย่างดี และความต้องการของตลาดยังสูง เนื่องจากเป็นงานที่ประณีตสวยงามและใช้การทำมือในทุกขั้นตอน

การทอผ้าขนแกะ ที่บ้านห้วยห้อม เริ่มเมื่อปี พ.ศ. 2500 โดยกลุ่มมิชชันนารีที่มาเผยแผ่ศาสนาคริสต์ ได้นำความรู้เกี่ยวกับการใช้ขนแกะมาทำเป็นเส้นด้ายสำหรับทอผ้า สอนให้กับชาวบ้าน ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเสด็จพระราชดำเนินที่บ้านห้วยห้อม และได้พระราชทานแกะพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ให้กับชาวบ้านได้เลี้ยง เพื่อใช้ขนแกะนำมาเป็นผ้าทอ หลังจากนั้นชาวบ้านจึงขยายพันธุ์แกะเพื่อเลี้ยงในชุมชน พร้อมทั้งจัดตั้งกลุ่มทอผ้าขนแกะขึ้น ซึ่งในช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปีจะมีการตัดขนแกะ โดยแกะ 1 ตัว ตัดขนได้ประมาณ 2-3 กิโลกรัม ส่วนขนแกะอีกส่วนหนึ่งจะซื้อจากที่โครงการหลวง ในราคากิโลกรัมละ 100 บาท

หลังจากที่ได้ขนแกะมาแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ การนำขนแกะไปแช่กับผงซักฟอก แล้วล้างทำความสะอาด แล้วนำไปต้มกับน้ำเดือดเพื่อให้ไขมันที่ติดขนแกะออก จากนั้นนำไปผึ่งแดดให้แห้ง แล้วนำขนแกะที่แห้งมาสางยีด้วยหวีที่นำเข้ามาจากนิวซีแลนด์ ให้เป็นขนปุยนุ่มเหมือนสำลี ต่อจากนั้นนำไปทำเป็นเส้นด้ายขนแกะ พร้อมที่จะเอาเส้นด้ายไปทอ ซึ่งคุณสมบัติของขนแกะที่ได้มีคุณภาพดี 100% นอกจากการทอด้ายขนแกะแล้ว ยังมีการนำด้ายขนแกะมาทอผสมผสานกับฝ้ายท้องถิ่นที่ย้อมด้วยสีธรรมชาติ โดยผ่านกระบวนการทอแบบโบราณ ด้วยการใช้ด้ายผูกกับไม้และผูกกับเอว หรือที่เรียกว่า กี่เอว จึงทำให้ผ้าทอที่ได้มีความนุ่ม มีลวดลายสวยงาม

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ได้จากผ้าทอ เช่น ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าคลุมโต๊ะ ผ้าคลุมเตียง พรม เสื้อ และถุงย่าม ราคาของผลิตภัณฑ์ที่ทอออกมาเป็นชิ้นงานแล้ว เริ่มต้นตั้งแต่ 450 บาท ไปจนถึง 7,500 บาท โดยเฉพาะผ้าคลุมเตียงและผ้าคลุมไหล่ที่ต้องสั่งเป็นพิเศษตามขนาดและสีที่ลูกค้าต้องการ

สนใจผ้าทอขนแกะ ติดต่อสอบถามได้ที่นางมะลิวัลย์ นักรบไพร ประธานกลุ่มทอผ้าขนแกะ โทร.089 555 3900 หรือ โทร.095 448 2350 หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยห้อมโทร. 08-6420-4897 facebook : อบต.ห้วยห้อม อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน
 

19 มีนาคม 2534 ในหลวง ร. 9 มีพระราชดำริทำฝายในลำน้ำปาย ก่อกำเนิด 4 โครงการชลประทาน จ.แม่ฮ่องสอน ทอดพระเนตรโครงการน้ำ-เกษตร ชี้แนวทางอนุรักษ์พันธุ์ปลา

วันนี้เมื่อ 34 ปีก่อน พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะทรงดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินจากเรือนประทับแรม ศูนย์พัฒนาปางตอง โครงการตามพระราชดำริจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน ไปยังศูนย์โครงการพัฒนาลุ่มน้ำปาย ตามพระราชดำริ ตำบลผาบ่อง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทั้ง 3 พระองค์ทรงพระดำเนินไปทอดพระเนตรกิจกรรมของสำนักงานประมงน้ำจืดจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้แก่ โครงการเพาะขยายพันธุ์เขียดแลว ซึ่งได้ทดลองการเพาะขยายพันธุ์เขียดแลวโดยวิธีเลียนแบบธรรมชาติและโดยวิธีผสมเทียม นอกจากนั้น ยังได้ดำเนินการอนุรักษ์พันธุ์ปลาน้ำจืดที่มีถิ่นอาศัยในแม่น้ำปาย ได้แก่ ปลาพลวงหิน ปลาช่อนงูเห่า ปลาสะแงะ ปลากดหัวเสียม ปลาหม่นสร้อย และปลาสลาด ตลอดจนหาวิธีแพร่ขยายพันธุ์ปลาดังกล่าวเพื่อให้เป็นแหล่งอาหารโปรตีนของราษฎรท้องถิ่นในอนาคต
จากนั้น ทอดพระเนตรแผนงานโครงการปรับปรุงพันธุ์โค พันธุ์สัตว์ปีก พันธุ์แพะ โครงการฝึกอบรมเกษตรด้านการเลี้ยงสัตว์ โครงการธนาคารโค – กระบือ และโครงการปรับปรุงพืชอาหารสัตว์ เสร็จแล้ว เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรแปลงขยายพันธุ์โครงการปลูกกุหลาบตามพระราชเสาวนีย์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมศูนย์ประสานงานโครงการตามพระราชดำริจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อทอดพระเนตรงานของกรมวิชาการเกษตร ได้แก่ เรือนเพาะชำกล้าไม้ และแปลงรวบรวมและศึกษาพันธุ์แมคคาเดเมียนัท ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้ปลูกพืชไร่ล้มลุกอื่นๆ แซมระหว่างแถวแมคคาเดเมีย ซึ่งจะทำให้บริเวณนั้นสวยงามมากขึ้น และเมื่อทรงทราบว่าพื้นที่ดังกล่าวขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง ทรงรับสั่งให้กรมชลประทานหาน้ำมาให้ และเมื่อมีน้ำพอเพียงแล้วให้กรมวิชาการเกษตรนำไม้ผลไปปลูกบริเวณเชิงเขาด้วย จะทำให้บริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่สวยงามแห่งหนึ่งของจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมกันนี้ทรงขอให้กรมวิชาการเกษตรดำเนินการให้เป็นตัวอย่างแก่หน่วยงานราชการอื่น และเกษตรกรต่อไป จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงปลูกต้นมะคาเดเมีย ไว้หนึ่งต้นด้วย

จากนั้นทอดพระเนตรงานกรมพัฒนาที่ดิน ได้แก่ วิธีอนุรักษ์ดินและน้ำบนพื้นลาดเขาโดยวิธีทางพืช กับแผนที่แสดงชุดดินเพื่อการปลูกพืชเศรษฐกิจในเขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังริมฝั่งแม่น้ำปาย ในโอกาสนี้ พระราชทานพระราชดำริให้กรมชลประทานพิจารณาวางโครงการก่อสร้างฝายทดน้ำในลำน้ำปาย ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการทดน้ำขึ้นระดับสูง โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำไฟฟ้าพลังน้ำทั้งทางด้านฝั่งขวาและฝั่งซ้ายของลำน้ำ เพื่อสูบน้ำขึ้นไปใช้ประโยชน์ในการเร่งรัดการปลูกป่าทดแทนบนภูเขาบริเวณเหนืออ่างเก็บน้ำขนาดเล็กตามพระราชดำริต่าง ๆ ในบริเวณนั้น
นอกจากนั้น ฝายดังกล่าวยังสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าสำหรับใช้งานภายในศูนย์ท่าโป่งแดง ตลอดจนใช้ในกิจกรรมสูบน้ำส่งขึ้นไป บนพื้นที่สูง

ต่อจากนั้นได้ เสด็จพระราชดำเนินไปยังศูนย์ศิลปาชีพจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ได้เสด็จพระราชดำเนินมาล่วงหน้า พร้อมด้วยในหลวงรัชกาลที่ 10 เพื่อทอดพระเนตรกิจกรรมของกลุ่มศิลปาชีพ ตลอดจนทรงเยี่ยมราษฎรที่เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทอยู่ ณ บริเวณนั้น ในโอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานถุงของขวัญแก่นายอำเภอและหัวหน้ากิ่งอำเภอ เพื่อนำไปแจกจ่ายแก่ราษฎรที่ยากจนต่อไป

*หมายเหตุ ในวันที่ 19 มีนาคม 2534 แนวพระราชดำริที่พระราชทานให้กับกรมชลประทานนั้นทำให้เกิดโครงการชลประทานเพิ่มอีก 4 โครงการคือ
1)ฝายแม่สร้อยเงินพร้อมระบบส่งน้ำบ้านนาป่าแปก 2) ฝายบ้านห้วยเดื่อ 3) อ่างเก็บน้ำนากระจงบ้านห้วยเดื่อ 4) ฝายแก่นฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำ ตําบลห้วยโป่ง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top