Friday, 5 June 2026
เอ็มมานูเอลมาครง

จีนประณาม ‘มาครง’ กรณีเปรียบไต้หวันกับยูเครน ชี้เป็นคนละเรื่อง!!..ยันสองกรณีต่างกันโดยสิ้นเชิง

(2 มิ.ย. 68) จีนออกแถลงการณ์ประณามประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครงของฝรั่งเศส หลังเจ้าตัวกล่าวในเวทีการประชุมความมั่นคง Shangri-La Dialogue ที่สิงคโปร์ว่า หากรัสเซียสามารถยึดครองดินแดนยูเครนได้โดยไร้ข้อจำกัด ก็อาจเกิดเหตุการณ์คล้ายกันในไต้หวันหรือฟิลิปปินส์ได้ในอนาคต

สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำสิงคโปร์ตอบโต้ทันทีผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่าการเปรียบเทียบกรณีไต้หวันกับยูเครนเป็นเรื่อง “ไม่อาจยอมรับได้” โดยชี้ว่าสถานการณ์ทั้งสองแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง และกล่าวหามาครงว่ามี “มาตรฐานสองแบบ” ในมุมมองทางการเมือง

จีนย้ำว่า ไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของประเทศ และจะเดินหน้าสู่การรวมชาติโดยสมบูรณ์ พร้อมเตือนให้เจ้าหน้าที่ไต้หวันหลีกเลี่ยงการประกาศเอกราชอย่างเป็นทางการ ขณะที่หลายประเทศตะวันตกยังคงขายอาวุธและมีความสัมพันธ์แบบไม่เป็นทางการกับไต้หวัน ซึ่งสร้างความไม่พอใจต่อปักกิ่ง

ด้านรัสเซีย ระบุว่าพื้นที่ทางตะวันออกของยูเครนที่ลงประชามติขอเข้าร่วมรัสเซียนั้น เป็นดินแดนที่ควรได้รับการยอมรับโดยรัฐบาลเคียฟ และเรียกร้องให้ยูเครนถอนทหารออกจากพื้นที่ดังกล่าว หากต้องการยุติความขัดแย้งในภูมิภาคนี้

‘ปธน.มาครง’ ของฝรั่งเศส เสนอช่วยปมพิพาทชายแดน ยินดีจัดหาเอกสารให้ ‘ไทย-กัมพูชา’ หากต้องการ

(12 มิ.ย. 68) ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส แสดงความพร้อมที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการจัดหาเอกสารให้แก่ทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชา หากจำเป็น เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาชายแดนระหว่างสองประเทศ โดยเปิดเผยระหว่างการหารือกับนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ผู้นำกัมพูชา ที่เมืองนีซ ประเทศฝรั่งเศส เมื่อเร็ว ๆ นี้

ข้อมูลดังกล่าวเปิดเผยโดยนายฌอง-ฟรองซัวส์ ตัน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศของกัมพูชา ระหว่างแถลงข่าวที่สนามบินนานาชาติพนมเปญ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 12 มิถุนายน โดยระบุว่าการพบปะกับผู้นำฝรั่งเศสครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจเยือนฝรั่งเศสเพื่อเข้าร่วมการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยเรื่องมหาสมุทร ครั้งที่ 3

นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ได้ย้ำจุดยืนของกัมพูชาในการแก้ปัญหาชายแดนกับไทยผ่านแนวทางสันติวิธี โดยเสนอ 4 แนวทางหลัก ได้แก่ การรักษามิตรภาพกับไทย, การเสนอข้อพิพาทปราสาทและพื้นที่บางส่วนให้ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ), การร่วมมือผ่านคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) และการใช้กลไกทวิภาคีเพื่อรักษาความสัมพันธ์อย่างยั่งยืน

นายกฯ กัมพูชา ชี้แจงว่า การยกประเด็นข้อพิพาทชายแดนในการหารือกับผู้นำฝรั่งเศสครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อชี้แจงจุดยืนของกัมพูชา ไม่ใช่เพื่อขอการสนับสนุนใดเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีมาครงได้แสดงความพร้อมในการช่วยเหลือด้านเอกสารหรือข้อมูลทางประวัติศาสตร์ หากมีความจำเป็น เพื่อส่งเสริมแนวทางแก้ไขอย่างสันติ

ทั้งนี้ การหารือดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการเข้าร่วมประชุมระหว่างประเทศที่เมืองนีซของผู้นำกัมพูชา ระหว่างวันที่ 9-11 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นเวทีหนึ่งที่กัมพูชาใช้ในการสื่อสารจุดยืนทางการทูตต่อเวทีโลกเกี่ยวกับข้อพิพาทชายแดนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ฝรั่งเศสเมินซื้ออาวุธสหรัฐฯ ให้ยูเครน ‘มาครง’ ชี้ยุโรปต้องพึ่งพาการผลิตด้วยตัวเอง

(16 ก.ค. 68) รายงานจากสื่อสหรัฐฯ ระบุว่า ฝรั่งเศสไม่มีแผนเข้าร่วมโครงการจัดซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ เพื่อส่งให้ยูเครน ตามแนวคิดที่ชาติ NATO หลายประเทศกำลังผลักดัน โดยประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง (Emmanuel Macron) ยืนยันจุดยืนว่า ยุโรปควรพัฒนาอุตสาหกรรมอาวุธของตนเอง และส่งเสริมการใช้ยุทโธปกรณ์จากผู้ผลิตในทวีป

นอกจากนี้ รายงานยังระบุอีกว่า ฝรั่งเศสไม่ได้มีชื่ออยู่ในรายชื่อประเทศที่พร้อมเข้าร่วมแผนจัดซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ ให้ยูเครน ซึ่งถูกหยิบยกขึ้นในการประชุมระหว่างเลขาธิการ NATO คนใหม่ มาร์ก รุตเต้ (Mark Rutte) กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขณะเดียวกัน ทรัมป์เปิดเผยว่า ขีปนาวุธแพทริออต (Patriot) กำลังถูกจัดส่งไปยังยูเครนผ่านทางเยอรมนี โดยเยอรมนีจะได้รับการทดแทนในภายหลัง และสหรัฐฯ ได้รับเงินคืนเต็มจำนวน

ด้านรัสเซียยังคงออกมาเตือนซ้ำว่า อาวุธพิสัยไกลจากชาติตะวันตก ที่กำลังถูกยูเครนใช้โจมตีพลเรือนในพื้นที่ของรัสเซีย เป็นการบ่อนทำลายความพยายามเจรจาสันติภาพ

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เตือนว่า หากยูเครนได้รับอนุญาตให้ใช้อาวุธเหล่านี้ อาจทำให้รูปแบบของสงครามเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง พร้อมตั้งคำถามว่า NATO จะถูกมองว่าเข้าร่วมสงครามโดยตรงหรือไม่ แต่รัสเซียก็พร้อมตอบโต้ตามระดับของภัยคุกคามที่เกิดขึ้น

‘มาครง’ ประกาศฝรั่งเศสเตรียมรับรอง ‘รัฐปาเลสไตน์’ ก.ย.นี้ ย้ำเป็นเรื่องเร่งด่วนเพื่อให้สงครามในฉนวนกาซายุติลง

(25 ก.ค. 68) ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ประกาศระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติที่นิวยอร์ก ว่าฝรั่งเศสจะรับรอง ‘รัฐปาเลสไตน์’ อย่างเป็นทางการในเดือนกันยายนนี้ ซึ่งจะทำให้ฝรั่งเศสเป็นประเทศแรกในกลุ่ม G7 ที่ประกาศจุดยืนนี้ โดยมาครงระบุว่า จำเป็นต้องยุติสงครามในกาซาโดยเร็ว ปล่อยตัวประกันทั้งหมด และเร่งส่งความช่วยเหลือมนุษยธรรม

ด้านผู้นำปาเลสไตน์ตอบรับท่าทีของฝรั่งเศสว่า เป็นการสนับสนุนสิทธิชาวปาเลสไตน์ตามกฎหมายสากล ขณะที่ฮามาสก็ยกให้เป็น 'ก้าวที่ถูกต้อง' และเรียกร้องให้ประเทศอื่นเดินตาม แต่ผู้นำอิสราเอล เนทันยาฮู ออกมาตอบโต้ทันทีว่า การรับรองครั้งนี้คือ 'รางวัลของผู้ก่อการร้าย' และเป็นภัยต่อความมั่นคงของอิสราเอล

ขณะที่ สหรัฐฯ และอังกฤษแสดงท่าทีไม่เห็นด้วย โดยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ มาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) เรียกการตัดสินใจนี้ว่า 'ประมาท' ขณะที่นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เซอร์เคียร์ สตาร์เมอร์ (Keir Starmer) เตรียมประชุมกับผู้นำฝรั่งเศสและเยอรมนีด่วน พร้อมระบุว่าการหยุดยิงอาจนำไปสู่การยอมรับรัฐปาเลสไตน์และแนวทางสองรัฐในอนาคต

ขณะเดียวกัน กาซายังคงเผชิญวิกฤตด้านมนุษยธรรมอย่างหนัก ยอดผู้เสียชีวิตทะลุ 59,000 คน เด็กในเมืองกาซา 1 ใน 5 ขาดสารอาหารอย่างรุนแรง และหลายองค์กรสิทธิมนุษยชนเตือนว่าอาจเกิดภาวะอดอยากครั้งใหญ่ หากไม่เร่งเปิดทางให้อาหารและยาเข้าไปในพื้นที่ได้

รมว.คลัง เตือน ‘ฝรั่งเศส’ กำลังเผชิญความเสี่ยงจาก ‘ระเบิดหนี้’ มูลค่า 3.35 ล้านล้านยูโร…อาจถึงขั้น!! IMF เข้าควบคุมเศรษฐกิจประเทศ

(28 ส.ค. 68) เอริก ลอมบาร์ด (Éric Lombard) รัฐมนตรีการคลังฝรั่งเศส ออกโรงเตือนว่าประเทศเผชิญความเสี่ยงจาก “ระเบิดหนี้” มูลค่าเกือบ 3.35 ล้านล้านยูโร (ราว 126.1 ล้านล้านบาท) ซึ่งอาจนำไปสู่การแทรกแซงจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) หากต้นทุนการกู้ยืมยังคงสูงขึ้น ซึ่งเขายอมรับว่า “ความเสี่ยงมีอยู่จริง” และย้ำว่ารัฐบาลต้องหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดขึ้นให้ได้

สถานการณ์ทางการคลังของฝรั่งเศสตึงเครียดอย่างมาก โดยขาดดุลแตะ 5.4% ของจีดีพี และอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลพุ่งเกิน 3.5% แซงหน้าอิตาลีเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 60 ปี โอลิวิเยร์ บลองชาร์ด (Olivier Blanchard) อดีตหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ IMF เตือนว่าหากปล่อยให้หนี้พุ่งไม่หยุด จะเป็น “หายนะ” ต่อเศรษฐกิจฝรั่งเศส

ในด้านการเมือง นายกรัฐมนตรี ฟร็องซัวส์ บาอีรู (François Bayrou) กำลังเผชิญการลงมติไม่ไว้วางใจวันที่ 8 กันยายน หลังเสนอแผนรัดเข็มขัดมูลค่า 40,000 ล้านยูโร ทั้งขึ้นภาษี ตัดงบสาธารณสุข และยกเลิกวันหยุดนักขัตฤกษ์ เพื่อสกัดหนี้ที่กำลังบานปลาย เขาเตือนว่าประเทศกำลังเผชิญทางเลือก “ระหว่างความโกลาหลกับความรับผิดชอบ”

อย่างไรก็ตาม แผนดังกล่าวกลับถูกต่อต้านอย่างรุนแรงทั้งจากฝ่ายซ้ายและขวา รวมถึงเสียงไม่พอใจภายในพรรคร่วมรัฐบาลเอง หลายฝ่ายมองว่าการลงมติครั้งนี้คือ “การฆ่าตัวตายทางการเมือง” ทำให้อนาคตของบาอีรู และเสถียรภาพรัฐบาลฝรั่งเศสกำลังสั่นคลอนอย่างหนัก

‘มาครง’ เตรียมยื่นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ สู้คดีหมิ่นอินฟลูฯ สาวมะกัน กล่าวหาเมียเคยเป็นชายมาก่อน

(18 ก.ย. 68) เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส และภรรยา ‘บริจิตต์ มาครง’ เตรียมยื่นหลักฐานทั้งภาพถ่ายและเอกสารทางวิทยาศาสตร์ต่อศาลสหรัฐฯ เพื่อพิสูจน์ว่าบริจิตต์เป็นผู้หญิง หลังแคนดิซ โอเวนส์ (Candace Owens) นักเคลื่อนไหวฝ่ายขวาชาวอเมริกัน เผยแพร่ความเชื่อว่าสตรีหมายเลขหนึ่งของฝรั่งเศส แท้จริงแล้วเกิดมาเป็นผู้ชาย

ข้อกล่าวหาดังกล่าวเริ่มแพร่ในโลกออนไลน์ตั้งแต่ปี 2021 และเคยนำไปสู่คดีหมิ่นประมาทในฝรั่งเศสซึ่งมาครงชนะในปี 2024 แต่ต่อมาถูกศาลอุทธรณ์พลิกคำตัดสิน โดยให้เหตุผลเรื่องเสรีภาพในการแสดงออก ไม่ใช่ความจริงของเนื้อหา ทำให้ครอบครัวมาครงยื่นอุทธรณ์ต่ออีกครั้ง

ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มาครงและภรรยายื่นฟ้องโอเวนส์ที่สหรัฐฯ โดยกล่าวหาว่าเธอเพิกเฉยต่อหลักฐานที่หักล้างข้อกล่าวหาและเลือกเผยแพร่ข้อมูลจากผู้ที่มีประวัติเผยแพร่ทฤษฎีสมคบคิดและหมิ่นประมาท โดยมาครงระบุว่าคดีนี้เป็นเรื่องของ “การปกป้องเกียรติยศ” และมองว่าโอเวนส์เผยแพร่ข้อมูลเท็จอย่างเจตนาร้ายเพื่อผลทางอุดมการณ์

ด้านทนายความของโอเวนส์ยื่นคำร้องขอศาลยกฟ้อง โดยให้เหตุผลว่าคดีนี้ไม่เกี่ยวกับธุรกิจที่จดทะเบียนในรัฐเดลาแวร์ และการต่อสู้ในศาลที่นั่นจะเป็นภาระด้านค่าใช้จ่ายสูงเกินไป ขณะที่โอเวนส์ยังยืนยันว่าเธอพูดตามความเชื่อของตัวเอง และเห็นว่านี่คือการใช้เสรีภาพในการวิจารณ์ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของสังคมอเมริกัน

ฝรั่งเศสเตรียมส่งทหาร 2,000 นายเข้ายูเครน หน่วยรบ French Foreign Legion พร้อมเคลื่อนพล รัสเซียจวก ‘มาครง’ อยากจารึกชื่อในประวัติศาสตร์ ชี้เป็นสัญญาณยกระดับสงคราม นาโต VS รัสเซีย

(29 ต.ค. 68) หน่วยข่าวกรองต่างประเทศของรัสเซีย (SVR) เปิดเผยว่า ฝรั่งเศสกำลังเตรียมส่งกำลังทหารราว 2,000 นาย เข้าประจำการใน “ยูเครนตอนกลาง” โดยกำลังหลักจะมาจากหน่วยรบพิเศษ French Foreign Legion ที่ปัจจุบันประจำอยู่ในชายแดนโปแลนด์ และอยู่ระหว่างการฝึกเข้มพร้อมรับอาวุธและยุทธภัณฑ์เต็มรูปแบบ ก่อนย้ายไปยูเครนในเร็ว ๆ นี้

รายงานของ SVR ระบุว่า คำสั่งดังกล่าวมาจากประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง ซึ่งถูกมองว่าต้องการสร้างภาพลักษณ์ “ผู้นำทางทหาร” หลังถูกวิจารณ์หนักเรื่องเศรษฐกิจและปัญหาภายในประเทศ โดยฝรั่งเศสยังได้เร่งขยายจำนวนเตียงในโรงพยาบาลหลายร้อยเตียงเพื่อรองรับผู้บาดเจ็บจากภารกิจดังกล่าว 

ขณะที่ ดมีตรี เปสคอฟ (Dmitry Peskov) โฆษกทำเนียบเครมลิน ออกมาแสดงความกังวลต่อรายงานนี้ โดยระบุว่า “เป็นเรื่องที่น่าตกใจ” พร้อมเตือนว่าการเคลื่อนไหวของฝรั่งเศสอาจนำไปสู่การยกระดับความขัดแย้งในยุโรปอย่างร้ายแรง ทั้งยังกล่าวว่า ประเทศในสหภาพยุโรปส่วนใหญ่กำลัง “ไหลตามแนวคิดทหารนิยม” ซึ่งจะส่งผลเสียต่อเสถียรภาพในอนาคตของยุโรปเอง

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ระบุว่า หากฝรั่งเศสส่งทหารเข้าสู่พื้นที่สู้รบจริง จะถือเป็น “ก้าวย่างที่อันตราย” เพราะจะทำให้ชาติตะวันตกเข้าไปมีส่วนร่วมโดยตรงในสงครามยูเครน–รัสเซีย ซึ่งดำเนินมานานกว่า 3 ปี และอาจเป็นชนวนให้เกิดการเผชิญหน้าทางทหารระหว่าง “นาโต” กับ “รัสเซีย” อย่างเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top