Friday, 5 June 2026
เหรียญกษาปณ์

4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2445 ร.5 ทรงเปิดโรงกษาปณ์สิทธิการ แห่งที่ 3 พร้อมเครื่องจักรผลิตเหรียญกษาปณ์ไฟฟ้าครั้งแรก

ความเจริญก้าวหน้าด้านการค้าของประเทศ ส่งผลให้ความต้องการใช้ เหรียญกษาปณ์เพิ่มสูงขึ้นในขณะที่เครื่องจักรแรงดันไอน้ำที่มีอยู่เริ่ม ชำรุดเนื่องจากใช้ติดต่อกันมาเป็นเวลานาน ถึง 25 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างโรงกษาปณ์สิทธิการแห่งใหม่ขึ้นในบริเวณอันเป็นที่ตั้งของวังเจ้านาย 6 พระองค์ ซึ่งเรียกสถานที่นี้ว่า ‘วังสะพานเสี้ยว’ ริมคลองหลอดด้าน ถนนเจ้าฟ้าทางทิศเหนือของท้องสนามหลวง โดยมีลักษณะเป็นอาคาร ก่ออิฐถือปูน สูง 2 ชั้น มีรูปแบบเป็นสถาปัตยกรรมตะวันตก เมื่อย้ายโรงกษาปณ์ไปอยู่สถานที่แห่งใหม่แล้ว กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติคือ ‘หอศิลป์แห่งชาติถนนเจ้าฟ้า’ ในปัจจุบัน

พิธีเปิดโรงกษาปณ์แห่งที่ 3 อย่างเป็นทางการมีขึ้น เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2445 และได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น ‘กรมกษาปณ์ สิทธิการ’ ติดตั้งเครื่องจักรผลิตเหรียญกษาปณ์เครื่องใหม่ ซึ่งทำงานด้วยกำลังไฟฟ้าสามารถผลิตเหรียญได้ประมาณวันละ 80,000 ถึง 100,000 เหรียญ โดยไม่ต้องทำการล่วงเวลา ส่วนเงินพดด้วงได้ โปรดเกล้าฯ ให้เลิกใช้ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2451

เมื่อมีการประกาศใช้ พระราชบัญญัติมาตราทองคำ รัตนโกสินทร์ศก 127 (พ.ศ. 2451) ได้ทรงพระกรุณาโปรด เกล้าฯ ให้ผลิตเหรียญกษาปณ์ชนิดราคา 1 บาทตราพระบรมรูปตราไอราพต จากโรงกษาปณ์ปารีส จำนวน 1,036,691 เหรียญ แต่ไม่ทันได้ประกาศใช้ก็สิ้นรัชกาลเสียก่อน โดยตราไอราพตได้ใช้เป็นตราประจำแผ่นดินเรื่อยมาจนสิ้นรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ประเทศไทยได้รับผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากสงครามโลกครั้งที่ 1 โลหะที่ใช้ในการ ผลิตเหรียญกษาปณ์มีราคาสูงขึ้น จึงต้องลดส่วนผสมของโลหะเงินลงและผลิตธนบัตร ราคา 1 บาทออกใช้แทน เหรียญกษาปณ์

สยามประกาศ “เลิกใช้เงินพดด้วง” ยุติเงินตราโบราณที่ใช้มานาน 600 ปี เปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่ของ “เงินเหรียญกษาปณ์” อย่างเป็นทางการ

วันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2447 นับเป็นอีกวันสำคัญในประวัติศาสตร์ไทย เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เสนาบดีกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ ออกประกาศเลิกใช้ “เงินพดด้วง” อย่างเป็นทางการทั่วราชอาณาจักร หลังจากใช้กันมายาวนานกว่าหกศตวรรษ

เงินพดด้วงเป็นเงินตราไทยโบราณที่มีมาตั้งแต่ก่อนสมัยสุโขทัย ลักษณะทำจากแท่งเงินทุบงอคล้ายตัวด้วง จึงได้ชื่อว่า “พดด้วง” และประทับตราแผ่นดินกับตรารัชกาลลงบนเนื้อเงิน ต่างชาติเรียกว่า “Bullet Money” หรือเงินลูกปืน ถือเป็นเงินตราที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของไทยไม่เหมือนชาติใดในโลก

ในช่วงรัชกาลที่ 5 ประเทศไทยเริ่มขยายการค้ากับต่างประเทศ ความต้องการใช้เงินตราเพิ่มขึ้น แต่การผลิตเงินพดด้วงไม่ทันใช้ อีกทั้งปลอมแปลงได้ง่าย พระองค์จึงโปรดเกล้าฯ ให้เลิกใช้เงินพดด้วงทุกชนิดตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2447 เป็นต้นไป และให้ถือเป็นเงินตราที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

การเลิกใช้เงินพดด้วงในครั้งนั้น นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของระบบเศรษฐกิจไทย เพราะนำไปสู่การจัดตั้งโรงกษาปณ์และผลิตเหรียญกษาปณ์รูปแบบสากลขึ้นใช้แทน ถือเป็นจุดเริ่มต้นของ “เงินเหรียญไทย” ที่สืบต่อมาจนถึงปัจจุบันกว่า 117 ปีแล้ว

ที่มา : ครอบครัวพอเพียง
 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top