Friday, 5 June 2026
เยาวชน

ประธานวุฒิสภาพร้อมคณะลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม และติดตามการให้ความช่วยเหลือเยียวยากลุ่มเปราะบาง

(7 ธ.ค. 67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ประธานวุฒิสภา พร้อมด้วย นางวราภัสร์ ไพพรรณรัตน์ ประธานคณะกรรมาธิการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการผู้ด้อยโอกาส และ ความหลากหลายทางสังคม วุฒิสภา นำคณะ ลงพื้นที่ โรงเรียนบ้านจะรังตาดง มิตรภาพที่ 175 บ้านจารังตาดง หมู่ที่ 2 ต.ท่าธง อ.รามัน จ.ยะลา เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม และติดตามการให้ความช่วยเหลือเยียวยากลุ่มเปราะบาง โดยมี นายอำพล พงศ์สุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา นางฉลวย พงศ์สุวรรณ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา นายอำเภอรามัน ส่วนราชการจังหวัด อำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มสตรี อ.รามัน และส่วนที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ

โอกาสนี้ ทางประธานวุฒิสภา ได้มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ จ.ยะลา  จำนวน 159,000 บาท (หนึ่งแสนห้าหมื่นเก้าพันบาทถ้วน) แก่ผู้ว่าราชการ จ.ยะลา  พร้อมทั้ง ได้ร่วมกับ คณะกรรมาธิการ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา นายอำเภอรามัน มอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชน นอกจากนี้ยังได้มอบน้ำดื่ม  ไก่ไข่  บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ข้าวสาร ให้กับทางโรงเรียนบ้านจะรังตาดง ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย อีกด้วย

นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา  เปิดเผยว่า วันนี้มาใน 2 ฐานะ คือ รองประธานรัฐสภา  และประธานวุฒิสภา ซึ่งเป็นผู้แทนของประชาชนชาวไทย นำความห่วงใยของ สมาชิกสภาทั้งหลาย รวมทั้งพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ เมื่อมีเหตุที่พี่น้องได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย เราก็รวบรวมกันทั้งทรัพย์และเงินทองทั้งสิ่งของต่างๆเท่าที่จะทำได้อย่างรวดเร็วที่สุด นำมา ได้มาเห็นภาพที่ประทับใจมากๆ คือ การฟื้นฟูหลังน้ำลด  พอน้ำมาทุกหน่วยในพื้นที่ ทหาร ตำรวจ ปกครองทั้งหลายได้รวมกันจัดกำลัง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชนเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเร่งด่วน พอหลังน้ำลดก็ช่วยกันฟื้นฟูกันอย่างรวดเร็ว แสดงให้เห็นถึงความพร้อม ความสามัคคีของคนในพื้นที่ โดยเฉพาะผู้แทนในพื้นที่ ได้แจ้งไปประสานงานกันตลอดเวลาต้องการอะไรบ้าง เราก็รวบรวมสิ่งจำเป็นอย่างเร่งด่วน ส่วนหนึ่ง หน้าที่จริงๆ คือหน้าที่ของท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ในพื้นที่  เราเป็นเพียงส่วนเสริมที่เข้ามาหนุนเพื่อนำความห่วงใยมาสู่พี่น้องที่ประสบอุทกภัย เช่นเดียวกันเมื่อครั้งภาคเหนือถูกน้ำท่วม พี่น้องจากชาวใต้ก็ไปช่วยชาวเหนือ อีสาน พอภาคใต้เกิดน้ำท่วมชาวเหนือ อีสาน ชาวภาคกลางก็ระดมกันมา คือความรู้สึกที่ดี ยิ่งมาวันนี้ก็ต้องขอบคุณพื้นที่ทั้งผู้ว่า ฯ ทหาร ตำรวจ ผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผอ.โรงเรียน พี่น้องประชาชนทุกท่าน ที่วันนี้ถึงแม้นทุกท่านยากลำบากจากน้ำท่วมยังยิ้มแย้มแจ่มใสมาให้การต้อนรับคณะอย่างอบอุ่นมาก ตื้นตันใจมาก ขอขอบคุณทุกๆ ท่านด้วย

สำหรับสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ อ.รามัน จ.ยะลา  เมื่อวันที่ 26-30 พฤศจิกายน 2567 มีราษฎรผู้ได้รับผลกระทบจำนวน 12,419 ครัวเรือน รวมทั้งสิ้น 45,736 คน  พื้นที่ประสบอุทกภัย จำนวน 16 ตำบล รวมทั้งสิ้น 90 หมู่บ้าน ศูนย์อพยพ จำนวน 33 แห่ง มีผู้อพอพ จำนวน 764 ครัวเรือน 3,093 คน ปัจจุบันได้กลับบ้านทั้งหมดแล้ว

พิษณุโลก กองทัพภาคที่ 3 จัดกิจกรรมนำเยาวชนทัศนศึกษาทัศนศึกษาประจำปี 2568  “จากภาคเหนือตอนล่าง สู่ภาคเหนือตอนบน”

(28 เม.ย. 68) เวลา 09.00 นาฬิกา ที่สโมสรบันเทิงทัพ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก พลโท กิตติพงษ์  แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย พันเอกหญิง สุชาดา  แจ่มสุวรรณ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 ให้การต้อนรับเยาวชนกองทัพภาคที่ 3 ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง พร้อมให้โอวาทแก่เยาวชนที่ร่วมกิจกรรมทัศนศึกษานอกพื้นที่ ในความรับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 3 ก่อนจะเดินทางไปยังแหล่งเรียนรู้และสถานที่สำคัญต่างๆ ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน

กองทัพภาคที่ 3  จัดกิจกรรมนำเยาวชนในพื้นที่พื้นภาคเหนือตอนล่าง เดินทางไปทัศนศึกษาภาคเหนือตอนบน ระหว่างวันที่ 28 – 30 เมษายน 2568 ภายใต้แนวคิด “เรียนรู้วิถีคนเมือง สัมผัสวัฒนธรรมล้านนา เสริมสร้างปัญญา พัฒนาเยาวชน” เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมทางสังคม ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ทหารยุคใหม่ รวมถึงการดำเนินงานตามศาสตร์พระราชาและหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง ภายในพื้นที่ กองทัพภาคที่ 3  โดยมีเยาวชนจำนวนทั้งสิ้น 25 คน จาก เยาวชนที่เคยเข้าร่วมและสนับสนุนกิจกรรมของหน่วย / มัคคุเทศก์น้อย / เยาวชนจากโรงเรียนในโครงการทหารพันธุ์ดี “ชุมชนเบิกบาน อาหารปลอดภัย” / นักเรียนที่สนใจสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนทหารในส่วนของกองทัพบก

โดยระหว่างการทัศนศึกษา เยาวชนจะได้เข้าเยี่ยมชมสถานที่สำคัญด้านประวัติศาสตร์ของชาติ อาทิเช่น อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย  และประวัติศาสตร์ด้านการทหาร พร้อมทั้งเยี่ยมชมโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่อยู่ในความรับผิดชอบ ของ กองทัพภาคที่ 3 หรือ โครงการทหารพันธุ์ดี และเดินทางสัมผัสวิธีชีวิตคนเมือง ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ณ จังหวัดเชียงใหม่อดีตศูนย์กลางของอาณาจักรล้านนา ตลอดจนนิทรรศการเกี่ยวกับการก่อตั้งโครงการในการดำเนินการเพื่อสาธารณประโยชน์ อันเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติโดยส่วนรวม

กองทัพภาคที่ 3 มุ่งหวังให้การจัดกิจกรรมในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง “พลเมืองรุ่นใหม่” ที่มีคุณภาพ มีความเข้าใจในประวัติศาสตร์และมิติทางวัฒนธรรมอันหลากหลาย ที่หล่อหลอมจนกลายมาเป็นประเทศไทยในปัจจุบัน อีกทั้งยังมีความรู้ควบคู่คุณธรรม และเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต ปรีชา นุตจรัส รายงานข่าวพิษณุโลก

สวธ. จัดพิธีมอบรางวัลถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี และมอบรางวัลการประกวดเยาวชนต้นแบบด้านมารยาทไทย และมารยาทในสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘

วันพุธที่ ๓ กันยายน ๒๕๖๘ เวลา ๑๑.๐๐ น. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม มอบหมายให้นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี และมอบรางวัลการประกวดเยาวชนต้นแบบด้านมารยาทไทย และมารยาทในสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ โดยมี นางสาวลิปิการ์ กำลังชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (ผู้แทนอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม) นายวิรุฬ  เตชะไพบูลย์ รองประธานคณะอนุกรรมการกองทุน ดร.อุเทน  เตชะไพบูลย์ มูลนิธิปอเต็กตึ๊ง นางมงคลทิพย์ รุ่งงามฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันวัฒนธรรมศึกษา กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านมารยาทไทย ผู้บริหารกรมส่งเสริมวัฒนธรรม และผู้รับรางวัล เข้าร่วมพิธี ณ อาคาร ๕ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

ในการนี้ ผู้รับรางวัลชนะเลิศ รับมอบถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จากนั้น นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม มอบเงินรางวัล และเกียรติบัตรให้แก่ผู้รับรางวัลชนะเลิศ พร้อมทั้งมอบถ้วยรางวัล เงินรางวัล และเกียรติบัตร รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑ และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒ ดังนี้

🔹รางวัลชนะเลิศ 🔹 
🔸 ระดับประถมศึกษา (ป.๑ - ป.๖) ได้แก่ โรงเรียนมูลนิธิวัดศรีอุบลรัตนาราม (ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี) จังหวัดอุบลราชธานี (เด็กชายวีรภัทร  ลาภยิ่ง เด็กหญิงนิชาภา  ศรีแสง)
🔸ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.๑ - ม.๓) ได้แก่ โรงเรียนสตรีสิริเกศ จังหวัดศรีสะเกษ (เด็กชายปัณญ์  นิชานนท์ เด็กหญิงรดาศา  ทองสังข์)
🔸ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.๔ - ม.๖) และประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ได้แก่ โรงเรียนรัตนบุรี  จังหวัดสุรินทร์ (นายภพธรรม  สมศรี นางสาวกันต์พิชชา  อุไรล้ำ นางสาวกฤษกร  ศรเจริญ นางสาวชลธิชา  แปลนสูนย์)
🔸ระดับอุดมศึกษา และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จังหวัดพิษณุโลก (นายสิงขร  ศรีเมือง นายปรัชญา  จันทวงษ์ นางสาวปิยาพัชร  พงษ์โสภณ นางสาวปรารถนา  เรืองขำ)

🔹รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑ 🔹
รับถ้วยและเงินรางวัล พร้อมเกียรติบัตร จากปลัดกระทรวงวัฒนธรรม
🔸 ระดับประถมศึกษา (ป.๑ -ป.๖) ได้แก่ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๕๑ จังหวัดบุรีรัมย์ (เด็กชายอนุสรณ์  สอนไธสงค์ เด็กหญิงสุวรรณา  เสประโคน)
🔸ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.๑ - ม.๓) ได้แก่ โรงเรียนอ้อมน้อยโสภณชนูปถัมภ์ จังหวัดสมุทรสาคร (เด็กชายเมธาวี  บุญส่ง เด็กหญิงญาณิศา  ฟ้าเกียรติ)
🔸ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.๔ - ม.๖) และประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ได้แก่ โรงเรียนบ้านบึง “อุตสาหกรรมนุเคราะห์” จังหวัดชลบุรี (นายเตชินท์  เลิศวัฒนะอมรกูล นางสาวธนัชญา  เหมือนใจงาม
นางสาวรชณกร  กิตเจริญกุล นางสาววนัชพร  เผ่าสกุลทอง)
🔸ระดับอุดมศึกษา และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร (ทีมที่ ๒)  จังหวัดกำแพงเพชร นายภาณุวิชย์  ดำเนิน นางสาวชฎารัตน์  ปินะกาเส นางสาวฐิตาภา  วาทา นางสาวตันหยง  เต่าโพรง)

🔹รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒ 🔹
รับถ้วยและเงินรางวัล พร้อมเกียรติบัตร จากปลัดกระทรวงวัฒนธรรม
🔸ระดับประถมศึกษา (ป.๑ - ป.๖) ได้แก่ โรงเรียนบ้านงาช้าง จังหวัดชุมพร (เด็กหญิงกัญญาพัชร์  ปานรอด
เด็กชายภาคิณ  พวงประเสริฐ)
🔸ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.๑ - ม.๓) ได้แก่ โรงเรียนจ่านกร้อง  
จังหวัดพิษณุโลก (เด็กชายยอดชาย  เขียวบ้านยาง นางสาวธนัชพร  ฉิมพุฒ)
🔸ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.๔ - ม.๖) และประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)ได้แก่ โรงเรียนศรียานุสรณ์  จังหวัดจันทบุรี (นายภาคิน  แก้วอำภัย นางสาวศศินันท์  โพธิรักษ์ นางสาวสรารัญ  อภิวัฒน์อุดม นางสาวญาณิศา  ชุตินันท์)              
🔸 ระดับอุดมศึกษา และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ได้แก่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเลย  จังหวัดเลย (นางสาวอนันตญา  กันพนม นางสาวโรซ่า  มาร์ติน่า ชาภักดี นายเกียรติภูมิ  ผุยมาตย์ นางสาวภรณ์ญวรรณ  เนตรแสงสี)

นอกจากนี้ นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม มอบหมายให้นางสาวลิปิการ์ กำลังชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม มอบถ้วยรางวัลและเงินรางวัลชมเชย และนายวิรุฬ  เตชะไพบูลย์ รองประธานคณะอนุกรรมการกองทุน ดร.อุเทน  เตชะไพบูลย์ มูลนิธิปอเต็กตึ๊ง มอบเกียรติบัตรรางวัลชมเชย ดังนี้

🔸ระดับประถมศึกษา (ป.๑ - ป.๖) ได้แก่
▪️โรงเรียนอนุบาลยางชุมน้อย (หน่วยคุรุราษฎร์รังสรรค์) จังหวัดศรีสะเกษ (เด็กชายณรงค์ศักดิ์  แก้วเชียงหวาง เด็กหญิงกนกดารินทร์  แก้วคำ)
▪️โรงเรียนอนุบาลคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร (เด็กชายบุญยสิทธิ์  ประชาพัฒนานนท์ เด็กหญิงชญานิศ  วัฒโล)
▪️โรงเรียนอนุบาลพัทลุง จังหวัดพัทลุง (เด็กหญิงณฐิตา  อินแพง เด็กชายธนดล  ปานียโชติ)
▪️โรงเรียนบ้านโป่งน้อย จังหวัดเชียงใหม่ (เด็กหญิงชัชชญา  เผยกลิ่น เด็กชายสมบูรณ์  ธนาจิติ)
▪️โรงเรียนอำนวยวิทย์  จังหวัดสมุทรปราการ (เด็กชายพิชคุณ  ปั้นสุนา เด็กหญิงโชติกา  ชื่นเจริญ)

🔸ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.๑ - ม.๓) ได้แก่
▪️โรงเรียนกู่จานวิทยาคม  จังหวัดยโสธร (เด็กชายเอกรินทร์  พันธุ์ปลาโด เด็กหญิงเพ็ญพร  เทียนทิพย์)
▪️โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย  จังหวัดลำปาง (เด็กชายธนากร  วงศ์คำแน่น เด็กหญิงธนัชญภร  ขันคำนันต๊ะ)
▪️โรงเรียนวังน้ำเย็นวิทยาคม  จังหวัดสระแก้ว เด็กชายภาณุศิษฏ์  คำไขสอน
เด็กหญิงทองนภา  บุญอินทร์)
▪️โรงเรียนอำนวยวิทย์  จังหวัดสมุทรปราการ (เด็กชายศิวกร  ทองดีเลิศ เด็กหญิงศรัญญา  ปอนพงา) 
▪️โรงเรียนรัตนบุรี  จังหวัดสุรินทร์ (เด็กชายบรรณวิชญ์  แสงราม เด็กหญิงพิชญาภัค  น้ำหวาน)

🔸ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.๔ - ม.๖) และประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ได้แก่                   
▪️โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช  จังหวัดอุบลราชธานี (นายประวิณ  โสมรักษ์ นางสาวรุ่งฤดี  ใจผ่อง นางสาวอุปลมณี  วนมหากุล นางสาววงศ์พลอย  รังษีกาญจน์ส่อง)            
▪️โรงเรียนอ้อมน้อยโสภณชนูปถัมภ์ จังหวัดสมุทรสาคร (นายชนากร  ศรีวัฒนา นางสาวมาลินี  บุญส่ง นางสาวพลอยชมพู  พลแสน นางสาวณัฐฐินันท์  แซ่โต๊ะ)
▪️โรงเรียนดัดดรุณี  จังหวัดฉะเชิงเทรา (นางสาวชนม์นิภา  มาลาเวียง นางสาวณัฐวดี  สร้อยสุวรรณ นางสาวณัฐนิชา  แหล่งสนาม นางสาวภัทรธิดา  อั้งกิจ)
▪️โรงเรียนวารีเชียงใหม่  จังหวัดเชียงใหม่ (นายพีร  ทายะรังษี นางสาวพลอยนิตา  ธนะพงศ์นิธิศ นายจิรภัทร  กลิ่นขจร นางสาวณภาภัช  นาคเรืองศรี)
▪️โรงเรียนพยัคฆภูมิวิทยาคาร  จังหวัดมหาสารคาม (นายกษิติธร  ผิวทอง นายภัทรกฤต  เพชรแสนค่า นางสาวณัฐธีรา  สีหากุล นางสาวนาตาชา ณิชาภัทร ลิกเล็กคาซอย)

🔸ระดับอุดมศึกษา และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ได้แก่
▪️วิทยาลัยการอาชีพเวียงเชียงรุ้ง  จังหวัดเชียงราย (นางสาวพาขวัญ  รักษาป่า นายธาดานุกูล  เมืองชื่น นายมงคลศักดิ์  แซ่เจียง นายชินกร  กาญจณาวิสุตย์)
▪️วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี
(นายกรวิษณุ  เมฆกล่อม นางสาวศุภสิริ  จิตต์มาก นางสาวสุภัคจิรา  แก้วชนะ นางสาวนิศาลักษณ์  หนูขวัญแก้ว) 
▪️วิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง  จังหวัดอ่างทอง (นางสาวณัฐนันท์  ชุ่มสุวรรณ
นางสาวสราสินีย์  หอมจันทร์ นายนันทิพัฒน์  จุ้ยกระยาง นายปุญญพัฒน์  จุ้ยกระยาง)
▪️มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ (ทีมที่ ๑) จังหวัดบุรีรัมย์ (นางสาวสุฑาทิพย์  ศรีสุริยชัย นางสาวธันยชนก  ทองบ่อนายเนติพงษ์  มะณูธรรม นายนพกร  สีเหลือง)
▪️วิทยาลัยเทคนิคสตูล  จังหวัดสตูล (นายอภิพัฒน์  พึ่งแพง นายอานัฐ  สุขะปุญณะพันธ์ นางสาวปภาวรินท์  กังสถาน นางสาวปณิฏฐา  สิมมา)      

นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัลและกล่าวชื่นชมผู้เข้าร่วมการประกวดจากทั่วประเทศในครั้งนี้ กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรมดำเนินงานร่วมกับกองทุนดร.อุเทน เตชะไพบูลย์ มูลนิธิปอเต็กตึ๊ง จัดการประกวดเยาวชนต้นแบบด้านมารยาทไทยและมารยาทในสังคม ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๘ โดยตระหนักถึงภารกิจในการส่งเสริม สืบสาน รักษา ต่อยอด และปกป้อง มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม รวมทั้งการตอบสนองนโยบายและยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์โดยการปลูกฝังวัฒนธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์ รวมทั้งรณรงค์เรื่องการไหว้ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติประเภทการทักทายและการแสดงความเคารพแบบไทย ตามความเห็นชอบของมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๖๗ อีกทั้ง กรมส่งเสริมวัฒนธรรมได้ถ่ายทอดและเผยแพร่ความรู้เรื่องมารยาทไทย มากว่า ๖๐ ปีซึ่งในปีนี้เป็นครั้งแรกที่จัดประกวดเยาวชนต้นแบบด้านมารยาทไทยและมารยาทในสังคมทั่วประเทศทุกจังหวัดและกรุงเทพมหานคร นายประสพ กล่าว

สมุทรปราการ-มูลนิธิแพรกษาเพื่อการศึกษา ร่วมกับ S.MILES Group มอบทุนการศึกษา ปลูกต้นเฟื่องฟ้า กว่า 1,000 ต้น สร้างพื้นที่สีเขียวให้กับเยาวชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา มูลนิธิแพรกษาเพื่อการศึกษา โดยคุณ เมธากุล สุวรรณบุตร ประธานมูลนิธิแพรกษาเพื่อการศึกษา ได้จัดกิจกรรม CSR เพื่อการศึกษาและสิ่งแวดล้อม ณ โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สวนกุหลาบวิทยาลัย สมุทรปราการ 

ในโอกาสนี้ ทางมูลนิธิแพรกษาเพื่อการศึกษา ยังได้มอบทุนการศึกษา จำนวน 30,000 บาท เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพชีวิตของเยาวชนในโรงเรียน พร้อมกันนี้ ทางทีม S.MILES Group ยังได้ร่วมกัน ปลูกต้นเฟื่องฟ้า จำนวน 1,400 ต้น 

เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับนักเรียนและเยาวชน รวมถึงสร้างบรรยากาศที่สดใสให้กับโรงเรียน ทั้งนี้ ต้นเฟื่องฟ้าเปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งความรุ่งเรือง ความงดงาม และความหวังใหม่ มูลนิธิแพรกษาเพื่อการศึกษาเชื่อว่าต้นเฟื่องฟ้าเล็กๆ เหล่านี้ จะเติบโตไปพร้อมกับความฝันของน้องๆ ทุกคน ให้ร่มเงาและแรงบันดาลใจในทุกก้าวของการเรียนรู้

นอกจากนี้ ยังมีการนิมนต์พระสงฆ์มาร่วมประกอบพิธีเจริญชัยมงคลคาถา และเจริญพระพุทธมนต์ทำบุญอาคารเรียนหลังใหม่ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่โรงเรียน คณะผู้บริหาร คณะครู นักเรียน และผู้ร่วมกิจกรรม 

อย่างไรก็ตาม มูลนิธิแพรกษาเพื่อการศึกษา ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าสนับสนุนการศึกษาและโอกาสที่เท่าเทียม เพราะเรามั่นใจว่า “การให้” คือจุดเริ่มต้นของการเติบโตที่ยั่งยืน “การศึกษาต้องมาก่อน”

คุมเข้มโซเชียล!! อินโดนีเซียคุมเข้มออนไลน์ จำกัดโซเชียลมีเดียผู้ใช้อายุต่ำกว่า 16 ปี ในแพลตฟอร์มเสี่ยงสูง เน้นคุ้มครองเยาวชนออนไลน์

(9 มี.ค. 69) อินโดนีเซียประกาศเริ่มบังคับใช้กฎระเบียบความปลอดภัยออนไลน์ฉบับใหม่ สำหรับผู้ใช้อายุต่ำกว่า 16 ปีบนแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อจำกัดและควบคุมการเข้าถึงโซเชียลมีเดียของเด็กในกลุ่มนี้

วันที่ 6 มีนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสารและดิจิทัล 'เมอุตยา ฮาฟิด' ระบุว่า รัฐบาลจะ "ชะลอการเข้าถึง" สื่อสังคมออนไลน์สำหรับผู้ใช้อายุต่ำกว่า 16 ปี โดยจะดำเนินการเป็นขั้นตอนจนกว่าแพลตฟอร์มทั้งหมดจะปฏิบัติตามข้อกำหนดของรัฐบาล

นอกจากนี้ บัญชีของผู้ใช้อายุต่ำกว่า 16 ปีที่ถูกจัดว่า "มีความเสี่ยงสูง" จะถูกปิดการใช้งานตามลำดับ โดยมีผลกระทบต่อแพลตฟอร์มใหญ่ เช่น 'ติ๊กต็อก' 'เฟซบุ๊ก' และ 'อินสตาแกรม'

เป้าหมายของกฎระเบียบนี้คือการป้องกันเนื้อหาที่เป็นอันตราย การติดต่อกับบุคคลแปลกหน้า การแสวงหาประโยชน์ รวมถึงการกลั่นแกล้งทางไซเบอร์และการใช้อินเทอร์เน็ตเกินขนาด เพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพเยาวชนในโลกออนไลน์ให้ปลอดภัยมากขึ้น

ที่มา : Xinhua


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top