Friday, 5 June 2026
เซี่ยงไฮ้

เทสลาเปิดโรงงานใหม่ในเซี่ยงไฮ้ รุกอีวีเต็มสูบ กำลังผลิต 10,000 หน่วยต่อปี

(11 ก.พ. 68) เทสลา (Tesla) ผู้ผลิตรถยนต์ของสหรัฐฯ เริ่มเดินเครื่องการผลิตที่โรงงานเมกะแฟกทอรีแห่งใหม่ในนครเซี่ยงไฮ้ทางตะวันออกของจีนที่มุ่งผลิตเมกะแพ็ก (Megapack) หรือแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน ถือเป็นการรุกขยายการดำเนินการของบริษัทในจีนอย่างมีนัยสำคัญ

รายงานระบุว่าโรงงานแห่งนี้มีกำลังการผลิตเมกะแพ็กขั้นต้น 10,000 อันต่อปี ซึ่งเทียบเท่าการกักเก็บพลังงานราว 40 กิกะวัตต์ชั่วโมง และจะช่วยสนับสนุนเป้าหมายการกักเก็บพลังงานทั่วโลกของเทสลา โดยมีการประมาณการว่าธุรกิจการกักเก็บพลังงานในปี 2025 จะเติบโตร้อยละ 50 เมื่อเทียบปีต่อปี

สำนักงานบริหารเขตพิเศษหลินกั่งของเขตการค้าเสรีนำร่อง (เซี่ยงไฮ้) แห่งประเทศจีน ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานเทสลา ระบุว่าโรงงานแห่งใหม่ครอบคลุมพื้นที่ราว 2 แสนตารางเมตร ใช้เงินลงทุนรวมราว 1.45 พันล้านหยวน (ราว 6.76 พันล้านบาท)

ทั้งนี้ โรงงานเมกะแพ็กแห่งใหม่สามารถเดินเครื่องการผลิตจำนวนมากได้ภายในเวลาเพียง 8 เดือนหลังจากเริ่มการก่อสร้าง ซึ่งถือเป็นตัวอย่างใหม่ของ “ความเร็วแบบเทสลา” ในจีน เนื่องจากโรงงานกิกะแฟกทอรี ซึ่งเป็นโรงงานแห่งแรกของเทสลาในเซี่ยงไฮ้ ใช้เวลาก่อสร้างจนเสร็จสิ้นและเปิดทำการภายในหนึ่งปีเมื่อปี 2019

ไมค์ สไนเดอร์ รองประธานเทสลา กล่าวระหว่างพิธีเปิดโรงงานฯ ว่าเราได้เห็นความเร็วอันน่าเหลือเชื่อของเซี่ยงไฮ้และเทสลาอีกครั้ง และมั่นใจว่าโรงงานแห่งใหม่จะเป็นรากฐานสำคัญของเครือข่ายการผลิตระดับโลกของเทสลา

อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเซี่ยงไฮ้เติบโตไม่หยุด กวาดรายได้ปี 2567 แตะ 576,000 ล้านหยวน

(24 มี.ค. 68) สำนักวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้เปิดเผยว่า เซี่ยงไฮ้สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวในปี 2567 สูงเป็นประวัติการณ์ โดยแตะระดับ 576,000 ล้านหยวน (ราว 2.67 ล้านล้านบาท) สะท้อนถึงการฟื้นตัวและเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างแข็งแกร่ง

รายได้จากการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากการดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศให้เดินทางมาเยือนเมืองใหญ่อันดับต้นๆ ของจีน ซึ่งขึ้นชื่อด้านสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น หอไข่มุกตะวันออก (Oriental Pearl Tower), ถนนนานจิง (Nanjing Road), ย่านเดอะบันด์ (The Bund), และสวนสนุกเซี่ยงไฮ้ดิสนีย์แลนด์

นอกจากนี้ นโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวของทางการจีน รวมถึงมาตรการยกเว้นวีซ่าสำหรับบางประเทศ และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ยังช่วยให้จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างมาก 

ข้อมูลระบุว่าในปี 2567 มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าสู่เซี่ยงไฮ้มากกว่า 300 ล้านคน ทั้งจากภายในประเทศและจากนานาชาติ 

โดยรายงานจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระบุว่า การเติบโตของการท่องเที่ยวเรือสำราญในจีนยังคงมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในปี 2567 ที่ผ่านมา การขยายตัวของการท่องเที่ยวทางเรือสำราญได้เพิ่มขึ้นอย่างมากในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก 

ส่งผลให้เซี่ยงไฮ้และฮ่องกงยังคงเป็นเมืองที่มีความสำคัญในวงการการท่องเที่ยวทางเรือ และคาดว่าในอนาคตท่าเรือสำราญในจีนจะได้รับการพัฒนาและขยายเพิ่มขึ้น เพื่อตอบรับกับจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าแนวโน้มการเติบโตของการท่องเที่ยวในเซี่ยงไฮ้จะดำเนินต่อไปในปี 2568 โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการพัฒนาโครงการท่องเที่ยวใหม่ๆ และการขยายโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ รัฐบาลจีนยังคงให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวในเมืองหลักๆ ของประเทศ โดยเซี่ยงไฮ้ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญที่ดึงดูดนักเดินทางจากทั่วโลก ด้วยความลงตัวของวัฒนธรรมดั้งเดิมและความทันสมัยที่โดดเด่น

ยูไนเต็ด แอร์ไลน์ ออกแถลงการณ์ขอโทษ หลังบินไปแล้ว 2 ชม. ต้องวกกลับกลางทาง

(25 มี.ค. 68) สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่า ยูไนเต็ด แอร์ไลน์ (United Airlines) ออกแถลงการณ์ขอโทษหลังจากเที่ยวบิน UA198 ซึ่งมุ่งหน้าไปยังเซี่ยงไฮ้จากลอสแอนเจลิส ต้องบินกลับกลางทางหลังจากเดินทางไปได้เพียง 2 ชั่วโมง เนื่องจากนักบินลืมนำหนังสือเดินทางติดตัวไปด้วย

เที่ยวบินดังกล่าวซึ่งออกเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติลอสแอนเจลิส (LAX) เมื่อวันที่ 22 มีนาคม เวลา 14:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 787-9 Dreamliner ได้บินไปได้ประมาณสองชั่วโมง ก่อนที่ทีมบินจะตระหนักถึงความผิดพลาดของนักบินที่ไม่มีเอกสารสำคัญสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศ

หลังจากพบปัญหาดังกล่าว ทีมบินจึงตัดสินใจบินกลับและลงจอดที่ ท่าอากาศยานนานาชาติซานฟรานซิสโก (SFO) โดยไม่ได้เดินทางต่อไปยังเซี่ยงไฮ้ตามที่กำหนดไว้ ก่อนที่เที่ยวบินจะถูกเลื่อนออกไป

ทาง ยูไนเต็ด แอร์ไลน์ ได้ออกแถลงการณ์ขอโทษต่อผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ พร้อมยืนยันว่าได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน และจะทำการตรวจสอบการทำงานภายในเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต

ขณะเดียวกันผู้โดยสารบนเครื่องก็ได้รับการดูแลและข้อเสนอในการเปลี่ยนแปลงกำหนดการเดินทางใหม่ และทางสายการบินระบุว่าได้ทำทุกอย่างเพื่อให้การเดินทางดำเนินไปอย่างราบรื่นที่สุด

“นักบินไม่ได้พกหนังสือเดินทางติดตัวมาด้วย” ยูไนเต็ดกล่าวในแถลงการณ์ “เราได้จัดเตรียมลูกเรือชุดใหม่เพื่อพาลูกค้าของเราไปยังจุดหมายปลายทางในเย็นวันนั้น โดยมอบคูปองอาหารและเงินชดเชยให้กับลูกค้า”

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นที่พูดถึงในโลกออนไลน์ โดยหลายคนไม่พอใจและตั้งคำถามว่า ทำไมถึงไม่มีการตรวจสอบเอกสารของนักบินก่อนการเดินทางไกล ส่งผลให้เที่ยวบินต้องล่าช้าและสร้างความไม่สะดวกให้กับผู้โดยสารจำนวนมาก

เซี่ยงไฮ้ครองใจนักท่องเที่ยวไทย ไตรมาสแรกปี 68 ทะลุ 1 แสนคน โตพรวด 242.8% ดันขึ้นอันดับ 3 นักท่องเที่ยวต่างชาติสูงสุด

(28 เม.ย. 68) สำนักวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเมืองเซี่ยงไฮ้เผยว่า ในไตรมาสแรกของปี 2568 มีนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางไปยังเซี่ยงไฮ้ถึง 109,000 คน เพิ่มขึ้นถึง 242.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน นับเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เติบโตเร็วที่สุด และติดอันดับ 3 รองจากเกาหลีใต้และญี่ปุ่น สะท้อนเสน่ห์ของเซี่ยงไฮ้ที่ยังคงดึงดูดใจชาวไทยได้อย่างต่อเนื่อง

โดยรวมแล้ว เซี่ยงไฮ้มีนักท่องเที่ยวขาเข้ารวมกว่า 1.74 ล้านคนในไตรมาสแรก เพิ่มขึ้น 37.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน และในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติเกือบ 1.26 ล้านคน เพิ่มขึ้นถึง 61.9% ปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นการเติบโต ได้แก่ นโยบายฟรีวีซ่า ระบบชำระเงินที่สะดวก การสื่อสารภาษาต่างประเทศที่ง่ายขึ้น และการคมนาคมที่เป็นมิตร

สำหรับ 3 อันดับประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเยือนเซี่ยงไฮ้มากที่สุดในช่วงต้นปี ได้แก่ เกาหลีใต้กว่า 200,000 คน (เพิ่มขึ้น 142.4%) ญี่ปุ่น 142,000 คน (เพิ่มขึ้น 60%) และไทย 109,000 คน (เพิ่มขึ้น 242.8%) ขณะที่มาเลเซียตามมาในอันดับ 4 ด้วย 85,000 คน นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวจากสหรัฐฯ รัสเซีย และออสเตรเลียก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน

ความสำเร็จนี้ตอกย้ำบทบาทของเซี่ยงไฮ้ในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับโลก ซึ่งยังคงเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมและการท่องเที่ยวต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าขยายตลาดในภูมิภาคและเสริมสร้างความเชื่อมโยงกับนักเดินทางทั่วโลก

คำใส่ร้าย!! ‘จีน’ จากชาติตะวันตก ไม่อาจขัดขวางการพัฒนาได้ ทันสมัย!! เจริญ เหมือนสวรรค์ ไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัย

(5 ก.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘ลึกชัดกับผิงผิง’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ...

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ชาวต่างชาติคนหนึ่งไปเที่ยวจีน แล้วโพสต์ภาพจีนใหม่กับจีนเก่า และบอกว่า ถูกสื่อตะวันตกหลอกเป็นเวลานาน สหรัฐอเมริกาและตะวันตก มักจะใส่ร้ายจีนว่า เผด็จการ ยากจน ล้าหลัง โง่ ลัทธิฟาสซิสต์ ไม่มีประชาธิปไตย ไม่มีเสรีภาพ ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ บังคับใช้แรงงาน กับดักหนี้จีน เป็นต้น 

กระทั่งมีคำโกหกที่น่าขันว่า “ชาวจีนไม่กล้าร้องไห้ในสถานที่สาธารณะ เพราะเป็นการแสดงอารมณ์ที่ไม่ดี จะถูกรัฐบาลจับไปติดคุก” ซึ่งคำพูดแบบนี้ ก็มีชาวต่างชาติส่วนหนึ่งหลงเชื่อด้วย 

อย่างไรก็ตาม แม้คำใส่ร้ายจีนอาจทำให้ชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของจีนสูญเสียไปบ้าง แต่ไม่สามารถขัดขวางการพัฒนาและความเจริญขึ้นอย่างรวดเร็วของจีน เพราะตอนนี้ยอดการผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีนมากกว่ายอดรวมของกลุ่มจี 7 

ปัจจุบัน จีนกำลังขยับขึ้นมาเป็นผู้นำโลก และโชว์ให้เห็นสังคมที่ทันสมัยที่มีอารยธรรมกว่า 5,000 ปี ที่มีเสรีภาพที่แท้จริงและมีระบอบประชาธิปไตยแบบจีน ที่ชาวจีนมีอำนาจตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลได้อย่างเปิดเผยตลอดเวลา เพื่อผลประโยชน์ที่แท้จริงของตน 

สังคมจีนปัจจุบัน ชาวบ้านจะเดินเล่นตามถนนหนทางตอนกลางคืนอย่างสบาย ไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัย มือถือลืมที่ร้านอาหาร ไม่ต้องห่วง ไม่มีใครขโมยหรือหยิบไปใช้ กระเป๋าเดินทางลืมที่สถานีรถไฟหรือสนามบิน ไม่ต้องห่วง ไม่มีใครเอาไป 

นายโธมัส ฟรีดแมน (Thomas Friedman)คอลัมนิสต์ชื่อดังของหนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์กไทมส์ ที่แต่ก่อนมักชอบเขียนบทความประณามจีน เมื่อเร็วๆ นี้ได้เดินทางมาเยือนจีน หลังไปเยี่ยมชมศูนย์วิจัยแห่งใหม่บริษัทหัวเหวยที่นครเซี่ยงไฮ้ ที่มีพื้นที่เท่ากับสนามฟุตบอลของสหรัฐอเมริกา 225 สนามแล้ว ก็ซื้อตั๋วรถไฟความเร็วเพื่อชมจีนต่อไป เขากล่าวว่า ในจีนปัจจุบัน ผมได้เห็นอนาคตของโลก มิใช่อยู่ในสหรัฐอเมริกา

จีนใจป้ำขยายฟรีวีซ่า 74 ประเทศทั่วโลก ดันยอดจองโรงแรมพุ่ง นทท.ทะลัก ‘เซี่ยงไฮ้–ปักกิ่ง’

(8 ก.ค. 68) รัฐบาลจีนประกาศขยายสิทธิเข้าประเทศโดยไม่ต้องขอวีซ่า ให้กับพลเมืองจากกว่า 70 ประเทศทั่วโลก เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและฟื้นเศรษฐกิจหลังโควิด-19 โดยนักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศที่ได้รับสิทธิ สามารถพำนักในจีนได้สูงสุด 30 วัน

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจีนเปิดเผยว่า ในปี 2024 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าจีนโดยไม่ต้องขอวีซ่ามากกว่า 20 ล้านคน คิดเป็นเกือบหนึ่งในสามของนักท่องเที่ยวทั้งหมด ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับปี 2023

โดยประเทศที่ได้สิทธิเข้าจีนโดยไม่ต้องขอวีซ่าครอบคลุมเกือบทั้งยุโรป ลาตินอเมริกา เอเชีย และตะวันออกกลาง เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี บราซิล และมาเลเซีย โดยล่าสุดจะมีการเพิ่มอาเซอร์ไบจานในวันที่ 16 กรกฎาคมนี้ ขณะที่อีก 10 ประเทศ เช่น สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และแคนาดา แม้ยังไม่มีสิทธิฟรีวีซ่า แต่สามารถเดินทางเข้าจีนได้สูงสุด 10 วัน หากอยู่ในระหว่างเดินทางต่อไปประเทศที่สาม (transit)

ส่วนชาวไทยตั้งแต่ 1 มีนาคม 2567 เป็นต้นมา จีนและไทยได้ตกลงยกเว้นวีซ่า ถ้าถือพาสปอร์ตไทยแบบธรรมดา สามารถอยู่จีน สูงสุด 30 วันต่อครั้ง และรวมไม่เกิน 90 วันในทุก 180 วัน

นโยบายนี้ส่งผลให้ยอดจองตั๋วเครื่องบินและโรงแรมในจีนพุ่งขึ้นสองเท่าในช่วงไตรมาสแรกของปี 2025 โดย 75% มาจากผู้เดินทางที่ไม่ต้องขอวีซ่า นอกจากนี้นครใหญ่อย่างเซี่ยงไฮ้และปักกิ่งมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ทั้งนี้ จีนเริ่มผ่อนคลายมาตรการเข้าประเทศตั้งแต่ปลายปี 2023 โดยหวังฟื้นฟูภาคท่องเที่ยวที่ซบเซาจากสถานการณ์โควิดนานเกือบสามปี และคาดว่าหากการดำเนินการเป็นไปตามแผน การท่องเที่ยวขาเข้าของจีนอาจขึ้นสู่ระดับแนวหน้าของโลกในอีกไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า

ไทยติดโผ!! เที่ยวเซี่ยงไฮ้ครึ่งปีแรก ทะลุ 2.5 แสนคน โตกระฉูด 140% รั้งอันดับ 3 นักท่องเที่ยวต่างชาติมากสุด เป็นรองเพียง ‘เกาหลีใต้-ญี่ปุ่น’

(22 ก.ค. 68) สำนักวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวนครเซี่ยงไฮ้ของจีนรายงานว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าเยือนเมืองเซี่ยงไฮ้ประมาณ 3.12 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 53.3 จากปีก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางไปถึง 2.54 แสนคน ซึ่งเพิ่มขึ้นสูงถึงร้อยละ 140 เมื่อเทียบปีต่อปี ทำให้ชาวไทยกลายเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เติบโตเร็วที่สุดและใหญ่เป็นอันดับ 3 ของเซี่ยงไฮ้

ขณะที่ นักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ยังคงยืนหนึ่งมีจำนวนมากที่สุดในเซี่ยงไฮ้ด้วยจำนวน 4.24 แสนคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 130.7 ตามด้วยญี่ปุ่น 2.91 แสนคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 58.5 ส่วนนักท่องเที่ยวจากสิงคโปร์ 1.47 แสนคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 39.3 และจากมาเลเซีย 2.01 แสนคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 43.6 ขณะที่นักท่องเที่ยวจากสหรัฐฯ รัสเซีย และออสเตรเลียก็เพิ่มจำนวนอย่างเห็นได้ชัดในช่วงเวลาเดียวกัน

รายงานเปิดเผยว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติชื่นชอบการอำนวยความสะดวกด้านวีซ่า การบริการที่ดีขึ้น ความสะอาดของเมือง ระบบขนส่งที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ อย่างเลโก้แลนด์ และบรรยากาศที่หลากหลาย 

ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เซี่ยงไฮ้ได้ดำเนินโครงการ 'นี่คือเซี่ยงไฮ้' ซึ่งประกอบด้วยภาพยนตร์โฆษณา คู่มือการเดินทาง และกิจกรรมพิเศษต่างๆ ที่ช่วยให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสประสบการณ์วัฒนธรรมอย่างเต็มที่ โดยมีเป้าหมายให้เซี่ยงไฮ้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับโลกที่น่าหลงใหลและมีมนต์เสน่ห์อย่างแท้จริง

‘สีจิ้นผิง’ ผูกสัมพันธ์!! เพื่อนบ้านกับมิตรสหาย เผย!! จีนปรารถนาดีกับประเทศเพื่อนบ้านเสมอ

(30 ส.ค. 68) สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ได้รับรองคณะนักการทูตระดับสูงและเหล่าหัวหน้าหน่วยงานถาวรขององค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ที่ห้องโถงฝูเจี้ยนอันใหญ่โตโอ่อ่าของอาคารมหาศาลาประชาชน ณ ใจกลางกรุงปักกิ่ง

"จีนให้ความสำคัญกับองค์การฯ ในการทูตประเทศเพื่อนบ้านเสมอมา และมุ่งมั่นจะทำให้องค์การฯ มีความสำคัญและความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น" สีจิ้นผิงกล่าวย้ำในการประชุมร่วมกับแขกผู้มาเยือน ซึ่งคำมั่นนี้สะท้อนความพยายามต่อเนื่องนานหลายปีของจีนที่ส่งเสริมการเป็นเพื่อนบ้านฉันมิตรแห่งสันติสุขและการพัฒนาบนเวทีองค์การฯ

นโยบายประเทศเพื่อนบ้านของจีนตามที่สีจิ้นผิงเคยแจกแจงระหว่างเดินทางเยือนกรุงอัสตานาของคาซัคสถานเมื่อเดือนมิถุนายนนั้นเน้นย้ำความเชื่อมั่นเต็มเปี่ยมในการเป็นเพื่อนบ้านที่เป็นมิตร มั่นคงปลอดภัย และเจริญรุ่งเรือง รวมถึงการอุทิศเพื่อสัมพันธไมตรี ความจริงใจ ผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน และความครอบคลุมทั่วถึง

อีกไม่กี่วันข้างหน้า สีจิ้นผิงจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดองค์การฯ ประจำปี 2025 ในเมืองท่าเทียนจินทางตอนเหนือของจีน ที่ซึ่งสีจิ้นผิงและเพื่อนพ้องผู้นำองค์การฯ จะกำหนดยุทธศาสตร์เพื่อส่งเสริมความมั่นคงและความมั่งคั่งระดับภูมิภาคยิ่งขึ้น รวมถึงเดินหน้าการสร้างประชาคมองค์การฯ ที่มีอนาคตร่วมกันอย่างใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น

#สายสัมพันธ์การเป็นเพื่อนบ้านและหุ้นส่วนที่ดี
สีจิ้นผิงได้เดินทางเยือนต่างประเทศสามครั้งแล้วในปี 2025 ซึ่งสองจุดหมายปลายทาง ได้แก่ รัสเซียและคาซัคสถาน ต่างเป็นประเทศสมาชิกองค์การฯ
ตอนเดินทางถึงท่าอากาศยานในกรุงอัสตานาเมื่อเดือนมิถุนายนเพื่อร่วมการประชุมสุดยอดจีน-เอเชียกลาง ครั้งที่ 2 สีจิ้นผิงได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากเพื่อนเก่าอย่างคาสซิม โจมาร์ต โตกาเยฟ ประธานาธิบดีคาซัคสถาน ซึ่งนี่เป็นการเยือนคาซัคสถานครั้งที่ 6 ของสีจิ้นผิงนับตั้งแต่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีจีน

การประชุมสุดยอดจีน-เอเชียกลางนั้นมุ่งผูกสายสัมพันธ์ของจีนกับเหล่าประเทศเพื่อนบ้านที่ไร้ทางออกสู่ทะเลตามแนวเส้นทางสายไหมโบราณ

"สุภาษิตของเอเชียกลางเปรียบเปรยความสามัคคีปรองดองและความเป็นหนึ่งเดียวกันเป็นความสุขและความร่ำรวย" สีจิ้นผิงกล่าวที่การประชุมฯ "จีนปรารถนาดีกับประเทศเพื่อนบ้านเสมอ"

‘จีน’ ออกกฎใหม่คุม ‘หนังสือแบบฝึกหัดเสริม’ ทั่วประเทศ เพื่อลดภาระการเรียน!! และความเครียดของเด็กนักเรียน

(8 ก.ย. 68) จีนออกมาตรการควบคุมหนังสือแบบฝึกหัดเสริมทั่วประเทศ เพื่อมุ่งลดภาระการเรียนและความเครียดของนักเรียนในโรงเรียนใหญ่ เช่น เซี่ยงไฮ้และเซินเจิ้น

มาตรการนี้ต่อยอดนโยบาย “ลดสองเท่า” (Double Reduction) ที่เริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2021 เพื่อจำกัดการบ้านและการกวดวิชา โดยครั้งนี้ขยายไปถึงคู่มือเตรียมสอบและแบบฝึกหัดซ้ำจำนวนมากที่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการศึกษาแบบ “ทะเลโจทย์” ที่เน้นให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดซ้ำๆ จำนวนมหาศาลจนจำได้

โดยกฎระเบียบในแต่ละพื้นที่มีรายละเอียดแตกต่างกัน เช่น เซี่ยงไฮ้ห้ามโรงเรียนบังคับผู้ปกครองซื้อแบบฝึกหัดนอกหลักสูตร และห้ามจำหน่ายในโรงเรียน ส่วนเซินเจิ้นจำกัดให้แต่ละวิชามีแบบฝึกหัดฟรีเพียง 1 เล่ม และต้องสั่งซื้อจากบัญชีรายชื่อทางการเท่านั้น

แม้ตลาดหนังสือเสริมในจีนคาดว่าจะมีมูลค่า 1.46 แสนล้านหยวน (ราว 6.57 แสนล้านบาท) ภายในปี 2030 แต่กฎใหม่สร้างความเห็นที่หลากหลาย ผู้ปกครองบางส่วนยินดีที่เด็กจะมีภาระลดลง ขณะที่บางส่วนกังวลว่าเด็กอาจตามเพื่อนไม่ทัน นอกจากนี้ ทางการยังออกมาตรฐานใหม่ให้โรงเรียนใช้เก้าอี้เอนนอนได้ เพื่อให้นักเรียนงีบหลับได้สะดวก เริ่มมีผลบังคับใช้เดือนกุมภาพันธ์ 2569

หนุ่มจีนดีกรีนักเรียนนอก เรียนจบ ป.ตรี 2 ใบ และ ป.โท 3 ใบ ทิ้งชีวิตหรู!! ขอใช้ชีวิตแบบคนไร้บ้าน ดำรงชีพด้วยเงิน 500 บ. ต่อเดือน

(2 ต.ค. 68) จ้าว เตี้ยน ชายชาวจีนวัย 32 ปี กลายเป็นที่ถกเถียงในสังคม หลังตัดสินใจละทิ้งชีวิตที่เคยมั่งคั่งและการศึกษาสูง เพื่อใช้ชีวิตเป็นคนไร้บ้านในมณฑลยูนนาน โดยดำรงชีพเพียงเดือนละ 100 หยวน (ราว 500 บาท) เขาเลือกกินอาหารตามร้านมังสวิรัติฟรี ใช้หอพักอาบน้ำและซักผ้า เสื้อผ้าส่วนใหญ่เป็นของมือสอง และใช้ชีวิตเรียบง่ายท่ามกลางถนนหนทางในเมืองต้าหลี่

จ้าว เตี้ยน เติบโตในนครเซี่ยงไฮ้ ก่อนย้ายไปอยู่นิวซีแลนด์เมื่ออายุ 10 ปี และก้าวสู่เส้นทางการศึกษาอันโดดเด่น จบการศึกษา 2 ปริญญาตรี และ 3 ปริญญาโทด้านการเงิน จากเมืองใหญ่ทั้งซิดนีย์ นิวยอร์ก ปารีส และปักกิ่ง อย่างไรก็ตาม เขากลับรู้สึกว่าการศึกษาที่พ่อแม่บังคับให้ไขว่คว้านั้นเป็น “พันธนาการ” โดยความสัมพันธ์ในครอบครัวเต็มไปด้วยบาดแผล ทั้งการถูกพ่อทำโทษเพียงเพราะถนัดซ้าย และแม่ที่ไม่เข้าใจความรู้สึกของลูก

เมื่อกลับจีนในปี 2023 จ้าวเคยทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟในงานเทศกาลเบียร์และโรงแรม ก่อนย้ายไปต้าหลี่ในปีถัดมาและตัดสินใจใช้ชีวิตไร้บ้าน ช่วงเวลาที่เขารู้สึกพึงพอใจมากที่สุดกลับเป็นงานเรียบง่าย เช่น การล้างจานที่ร้านอาหารจีนในปารีส ซึ่งทำให้เขาเชื่อว่า “ความสุขไม่จำเป็นต้องมาจากงานในอุดมคติ” นอกจากนั้น เขายังจัดกิจกรรมชมรมหนังสือ และเผยแพร่วิดีโอด้านการให้คำปรึกษาทางจิตวิทยาอีกด้วย

แม้จะตัดขาดความสัมพันธ์กับพ่อแม่ในนิวซีแลนด์ แต่จ้าวเตี้ยนยังโหยหาความใกล้ชิดกับผู้คน เขามีลูกสาววัย 10 ปีจากความสัมพันธ์เก่าในนิวยอร์ก ทั้งสองยังคงติดต่อกันทางออนไลน์ จ้าวเชื่อว่าระบบการศึกษาที่เป็นพิษทำให้เยาวชนจำนวนมากรู้สึกหลงทาง จึงริเริ่มโครงการเปิดประสบการณ์อาชีพ เพื่อช่วยให้เด็กค้นพบสิ่งที่ตนเองรักจริง ๆ

การเลือกเดินออกนอกเส้นทางดั้งเดิมของจ้าวได้รับทั้งเสียงชื่นชมและเสียงวิจารณ์ บางคนมองว่าเขากำลังเยียวยาบาดแผลจากวัยเด็ก และค้นหาความหมายชีวิตในแบบของตน ขณะที่อีกฝ่ายตำหนิว่าเขาเป็นคนไม่รับผิดชอบต่อครอบครัว และละทิ้งการลงทุนมหาศาลที่พ่อแม่ทุ่มเทให้มาตลอด แต่สำหรับจ้าว การใช้ชีวิตแบบพอเพียงกลับทำให้เขารู้สึกเติมเต็มและมีอิสรภาพมากกว่าเดิม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top