Friday, 5 June 2026
เคียร์สตาร์เมอร์

นายกฯ อังกฤษ ประกาศแผนคุมเข้มการย้ายถิ่นฐาน หวังลดจำนวนผู้อพยพลงหลักแสนภายใน 4 ปี

(13 พ.ค. 68) เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร ประกาศแผนปรับกฎวีซ่าและมาตรการตรวจคนเข้าเมืองชุดใหม่ โดยตั้งเป้าลดการย้ายถิ่นฐานลงภายในสี่ปีข้างหน้า พร้อมเน้นว่าระบบใหม่จะ “ยุติธรรม” และ “เลือกสรร” มากขึ้น เพื่อควบคุมการเข้ามาของผู้อพยพอย่างรัดกุม

รัฐบาลสหราชอาณาจักรจะยุติโครงการวีซ่าที่เปิดรับพนักงานดูแลสุขภาพจากต่างประเทศ และบังคับให้นายจ้างจ้างคนในประเทศก่อน พร้อมปรับเกณฑ์คุณสมบัติแรงงานให้เข้มขึ้น เช่น ต้องมีวุฒิปริญญา และยกระดับทักษะภาษาอังกฤษ โดยกระทรวงมหาดไทยคาดว่า แผนนี้อาจลดผู้อพยพได้ปีละราว 100,000 คนภายในปี 2029

นอกจากนี้รัฐบาลเมืองผู้ดีเตรียมขึ้นค่าธรรมเนียมสำหรับนายจ้างที่จ้างแรงงานต่างชาติสูงสุดถึง 6,600 ปอนด์ (ราว 290,749 บาท) และพิจารณาเก็บภาษีใหม่จากนักศึกษาต่างชาติ มหาวิทยาลัยและวิทยาลัยจะถูกตั้งเป้าให้มีอัตราเริ่มเรียนและจบการศึกษาของนักเรียนต่างชาติสูงกว่า 90%

ด้านฝ่ายค้านและภาคธุรกิจวิจารณ์ว่า แผนดังกล่าวอาจกระทบแรงงานภาคดูแลและการศึกษาอย่างรุนแรง ขณะที่นักการเมืองฝ่ายซ้ายกล่าวหารัฐบาลว่ากำลังปลุกปั่นกระแสต่อต้านผู้อพยพ ส่วนพรรคอนุรักษ์นิยมและพรรครีฟอร์มโจมตีว่าแผนยังอ่อนเกินไป 

นายกรัฐมนตรีย้ำว่า แผนทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดจากความหวั่นไหวต่อพรรครีฟอร์ม แต่เป็นเพราะรัฐบาลต้องการควบคุมการย้ายถิ่นฐานอย่างแท้จริง โดยมุ่งเน้นให้สหราชอาณาจักรมีระบบตรวจคนเข้าเมืองที่สมดุล และสนับสนุนการเติบโตภายในประเทศ

ไฟไหม้บ้านหรู 2 ล้านปอนด์ของนายกฯ อังกฤษ ตำรวจเร่งสอบสวนหาสาเหตุ-ยังไม่ตัดประเด็นวางเพลิง

(13 พ.ค. 68) ตำรวจเมืองผู้ดีกำลังเร่งหาสาเหตุของเพลิงไหม้ เมื่อคืนนี้ (13 พ.ค. 68) ช่วงเวลาประมาณ 01.11 น. ตามเวลาท้องถิ่น ที่บ้านราคา 2 ล้านปอนด์ (ราว 87 ล้านบาท) ของเซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงลอนดอน โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงควบคุมเพลิงได้ภายใน 20 นาที ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ อย่างไรก็ตามบ้านได้รับความเสียหายบางส่วนบริเวณทางเข้า

เจ้าหน้าที่นิติเวชและตำรวจนครบาลยังคงอยู่ในพื้นที่ตลอดทั้งวันเพื่อสอบสวนสาเหตุของเพลิงไหม้ โดยมีการปิดล้อมบริเวณอย่างเข้มงวด ขณะที่เพื่อนบ้านรายหนึ่งเล่าว่า ได้ยินเสียง “ปัง” ก่อนเกิดเหตุไฟไหม้ และเห็นเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานสวมชุดเอี๊ยมอยู่ที่เกิดเหตุตลอดทั้งวัน

เจ้าหน้าที่ตำรวจเผยว่าทางเข้าบ้านได้รับความเสียหาย ขณะที่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้เกิดจากอะไร และยังไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงกับเหตุวางเพลิงรถยนต์ที่เกิดขึ้นใกล้บริเวณเดียวกันเมื่อไม่กี่วันก่อน ตำรวจขอให้ประชาชนที่มีเบาะแสติดต่อเข้ามาเพื่อแจ้งข้อมูลเพิ่มเติม

ด้านนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ขอบคุณเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินที่เข้าช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว แต่ปฏิเสธให้ความเห็นเพิ่มเติมเนื่องจากอยู่ระหว่างการสอบสวน ซึ่งเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าวเกิดขึ้นในวันเดียวกับที่เซอร์เคียร์ แถลงนโยบายใหม่ด้านการย้ายถิ่นฐาน พร้อมย้ำว่าจะลดจำนวนผู้อพยพเข้าสหราชอาณาจักร 100,000 คนภายในปี 2029

ชาวยูเครนวัย 21 ส่อถูกตั้งข้อหาหนัก วางเพลิงบ้านเก่า ‘สตาร์เมอร์’ นายกฯ เมืองผู้ดี

(16 พ.ค. 68) ตำรวจนครบาลลอนดอนเผยว่า โรมัน ลาฟรินโนวิช (Roman Lavrynovych) สัญชาติยูเครน อายุ 21 ปี ถูกตั้งข้อหาวางเพลิงโดยมีเจตนาเป็นอันตรายต่อชีวิต โดยหนึ่งในเหตุการณ์คือการจุดไฟเผาประตูหน้าบ้านหลังเก่าของนายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ (Sir Keir Starmer) ในย่านเคาน์เตสโรด ทางเหนือของกรุงลอนดอน ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

บ้านหลังดังกล่าวเป็นที่พักอาศัยของนายกรัฐมนตรีสตาร์เมอร์มานานเกือบ 20 ปี ก่อนย้ายไปยังบ้านพักนายกฯ ที่ดาวน์นิงสตรีท ปัจจุบันเขาให้เช่าบ้านหลังนี้ ขณะที่ตำรวจระบุว่า ลาฟรินโนวิชยังเชื่อมโยงกับเหตุวางเพลิงอีก 2 จุด ได้แก่ เหตุการณ์ไฟไหม้รถยนต์ในวันที่ 8 พ.ค. และอาคารพักอาศัยอีกแห่งในวันที่ 12 พ.ค.

ตำรวจหน่วยต่อต้านการก่อการร้ายเข้าร่วมสอบสวนคดีนี้ เนื่องจากทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหายมีความเกี่ยวข้องกับบุคคลสาธารณะระดับสูง โดยลาฟรินโนวิชถูกจับกุมเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม และยังคงถูกควบคุมตัวระหว่างรอการพิจารณาคดี

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กำลังเร่งรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม เนื่องจากเชื่อว่าเหตุวางเพลิงทั้ง 3 ครั้งอาจมีเป้าหมายมุ่งร้ายต่อบุคคลสำคัญของประเทศอย่างชัดเจน

คนอังกฤษนับแสนทนไม่ไหว!! ออกมาประท้วงไล่ผู้อพยพ และโวยรัฐบาล...หลังทุ่มเงินให้ ‘ยูเครน’ ไม่ห่วงปากท้องประชาชน

(15 ก.ย. 68) การชุมนุมใหญ่ภายใต้ชื่อ “Unite the Kingdom” เกิดขึ้นทั่วสหราชอาณาจักร แสดงความไม่พอใจของประชาชนต่อภาระหนี้สาธารณะมหาศาล และการที่รัฐบาลอังกฤษภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ เพิ่มบทบาททางทหารในสงครามยูเครน นักวิเคราะห์ระบุว่าชาวอังกฤษจำนวนมากมองว่าเป็นการทุ่มทรัพยากรให้ประเทศที่ไม่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์โดยตรงของตนเอง

ปีเตอร์ แมคอิลเวนนา (Peter McIlvenna) ผู้ร่วมก่อตั้งพอดแคสต์ Hearts of Oak ชี้ว่าชาวอังกฤษเริ่มเบื่อหน่ายกับการที่เงินและกองกำลังถูกส่งไปต่างแดน ขณะเดียวกันก็ไม่พอใจที่รัฐบาลสตาร์เมอร์ถูกมองว่าจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น มีประชาชนถูกดำเนินคดีเพียงเพราะแสดงความคิดเห็นออนไลน์

ด้านเดวิด เคอร์ตัน (David Kurten) หัวหน้าพรรค British Heritage Party เสริมว่าชาวอังกฤษจำนวนมากรู้สึกเหมือนถูกละเลย เมื่อแสดงความกังวลเกี่ยวกับการนำผู้อพยพจากต่างแดนเข้าเมืองจำนวนมาก ซึ่งส่งผลกระทบต่ออาชญากรรม แต่กลับถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกเหยียดเชื้อชาติหรือขวาจัดจากรัฐบาล

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าความไม่พอใจเหล่านี้สะท้อนปัญหาที่แท้จริงของรัฐบาลสตาร์เมอร์ ซึ่งกำลังเผชิญคะแนนนิยมตกต่ำ หากมีการเลือกตั้งทั่วไปในเวลานี้ มีความเป็นไปได้สูงว่าสตาร์เมอร์อาจสูญเสียเก้าอี้นายกรัฐมนตรีทันที

‘อังกฤษ’ เตรียมบังคับแรงงานต้องมีบัตร (Brit card) ยืนยันตัวตน หวังแก้ปัญหาต่างด้าวผิดกฎหมาย…แต่อาจละเมิดความเป็นส่วนตัว??

(26 ก.ย. 68) รัฐบาลสหราชอาณาจักรเตรียมผลักดันแผนออกบัตรดิจิทัล (Brit card) สำหรับประชาชนทุกคนที่ทำงานอยู่ในประเทศ โดยนายกฯ เซอร์เคียร์ สตาร์เมอร์ ระบุว่ามาตรการนี้จะช่วยตรวจสอบสิทธิในการอยู่อาศัยและทำงานอย่างถูกกฎหมาย ซึ่งแผนดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันทางการเมือง หลังตัวเลขผู้อพยพข้ามช่องแคบอังกฤษพุ่งสูง และคดีขอลี้ภัยยังคั่งค้างกว่า 75,000 คดี

แม้ผลสำรวจชี้ว่าประชาชนมากกว่าครึ่งเห็นด้วยกับการมีระบบยืนยันตัวตนดิจิทัล แต่กลุ่มสิทธิเสรีภาพ 8 องค์กรออกแถลงการณ์เตือนว่า บัตรดิจิทัลแบบบังคับอาจยิ่งผลักให้เกิดแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย และแทบไม่ช่วยแก้ปัญหาขบวนการค้ามนุษย์หรือการจ้างงานผิดกฎหมาย ขณะที่นักวิจารณ์ด้านสิทธิส่วนบุคคลกังวลเรื่องการละเมิดความเป็นส่วนตัวและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน

ด้านผู้สนับสนุน เช่น ลอร์ด บลังกิต (Baron Blunkett) อดีตรัฐมนตรีมหาดไทยของพรรคแรงงาน เห็นว่าถึงเวลาที่สหราชอาณาจักรต้องมีบัตรดิจิทัลแบบครอบคลุม โดยจะช่วยป้องกันการแอบอ้างตัวตน ปัญหาการค้ามนุษย์ และการจ้างงานผิดกฎหมาย อีกทั้งยังเปิดโอกาสสู่บริการสาธารณะแบบดิจิทัลที่สะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น สอดคล้องกับตัวอย่างประเทศเอสโตเนียที่ใช้ระบบดังกล่าว ซึ่งสำเร็จไปได้ด้วยดี

อย่างไรก็ตาม แผนนี้ยังต้องผ่านกระบวนการแก้ไขกฎหมายและอาจเผชิญแรงต้านจากฝ่ายค้านและภาคประชาสังคม โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่า หากเดินหน้าสำเร็จ Brit card จะกลายเป็นหนึ่งในก้าวสำคัญด้านนโยบายดิจิทัลของรัฐบาล แต่ก็อาจจุดชนวนถกเถียงครั้งใหญ่ระหว่าง “ความมั่นคงแห่งชาติ” กับ “สิทธิเสรีภาพของประชาชน” ในสังคมอังกฤษยุคใหม่


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top