Friday, 5 June 2026
อุบลราชธานี

รพ.สรรพสิทธิประสงค์ อุบลฯ งดรับผู้ป่วยใหม่ชาวกัมพูชา สั่งจำกัดพื้นที่รักษาชัดเจน!! หวั่นเหตุความไม่สงบชายแดน

(31 ก.ค. 68) โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี ประกาศงดให้บริการผู้ป่วยใหม่ชาวกัมพูชาเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่ 31 ก.ค. – 10 ส.ค. 2568 พร้อมยกเลิกการรับยาแทนผู้ป่วย และปิดบริการพรีเมียม SMC โดยให้เหตุผลว่า สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่ตึงเครียด ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและการให้บริการทางการแพทย์

ในประกาศระบุว่า จะยกเลิกการทำงานของผู้ช่วยสื่อสารชาวกัมพูชาและจิตอาสาต่างชาติทั้งหมด และให้จำกัดพื้นที่ดูแลผู้ป่วยชาวกัมพูชาที่ยังนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลให้ชัดเจน เพื่อความปลอดภัยและการควบคุมที่เหมาะสม

ก่อนหน้านี้ โรงพยาบาลเคยให้บริการต่อเนื่องแก่ทั้งผู้ป่วยไทยและต่างชาติ รวมถึงชาวกัมพูชาที่ข้ามแดนมารักษา แต่จากมติคณะกรรมการคลินิกพิเศษนอกเวลาราชการ ได้มีการปรับมาตรการรองรับสถานการณ์ชายแดนที่ยังไม่สงบในขณะนี้ 

‘ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ’ ลาออก!! จากสมาชิกพรรคเพื่อไทย ลูกสาวให้กำลังใจ!! พร้อมสานต่อเจตนารมณ์ จะทำให้พ่อภูมิใจ

เมื่อวานนี้ (27 ก.ย. 68) นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ได้ทำหนังสือถึงนายทะเบียนสมาชิกพรรคเพื่อไทย เพื่อขอลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทย โดยเนื้อหาระบุว่า …

“เขียนที่ จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 เรื่อง ขอลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ข้าพเจ้า นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ สมาชิกพรรคเพื่อไทย มีความประสงค์จะขอลาออกจากเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2568 เป็นต้นไป จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและดำเนินการต่อไป”

ด้าน น.ส.สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า 

เส้นทางในชีวิตคนเรามีหลายเส้นทาง แต่มี 2 เส้น เท่านั้นแหละที่เราต้องเดิน เส้นหนึ่งที่อยากเดิน เส้นทางนี้เรียกว่า เส้นทางแห่งความฝัน อีกเส้นหนึ่ง แม้ไม่อยากเดินก็ต้องเดิน นั่นคือเส้นทางแห่งความเป็นจริง

ชีวิตคนเราสั้นนักนะ ไม่มีเวลาให้เรามามัวนั่งเสียใจหรอก อย่าเสียเวลาให้กับคน หรือเรื่องที่ทำให้คุณไม่เป็นสุข เพราะสิ่งนี้ไม่ใช่ป้ายสุดท้ายของชีวิต ยิ้มกับมันแล้วเดินต่อไปเถอะ ชีวิตอาจมีความหวังมากมาย ที่สุดท้ายก็ต้องผิดหวัง อาจมีความฝันมากมาย ที่สุดท้ายต้องกลายเป็นความว่างเปล่า อาจมีคำพูดมากมายที่สุดท้ายไม่รู้จะบอกใครได้

ที่จริงเรื่องบางเรื่อง ทำดีที่สุดแล้ว ไม่เป็นไปอย่างที่ปรารถนาก็พอ อย่าไปยึดให้มันแน่นมากนัก คนบางคน ใส่ใจมากเกินไป ก็ใช่ว่าจะมีความสุข หากทางที่เดินขรุขระ จงให้กำลังใจแก่คนร่วมทาง หากชีวิตมากมายด้วยลมฝนกระหน่ำ จงยิ้มให้กับตัวเอง ชีวิตคนเราเก็บความสุขใส่ไว้ในใจ เก็บความทุกข์ใส่ขวดโหลแล้วโยนทิ้งไป เก็บไว้ไม่มีประโยชน์

ให้กำลังใจกันนะ รักพ่อที่สุด ส.ส. 10 สมัย ตอนนี้ดำรงตำแหน่งพ่อผู้แทนฯ ฮ่าฮ่า หนูจะทำให้พ่อภูมิใจจ้ะ

‘กองทัพบกไทย’ แจงเหตุปะทะเขมรบริเวณช่องอานม้า กัมพูชาจัดฉากครบสูตร!! แสร้งสร้างภาพเป็นเหยื่อทั้งที่ยิงก่อน

กองทัพบกออกมาแถลงกรณีเหตุปะทะที่ 'ช่องอานม้า' อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 2568 โดยระบุว่าฝ่ายกัมพูชาเป็นผู้ยิงอาวุธหลายนัดเข้ามายั่วยุในเขตแดนไทย และมีการบันทึกลำดับเหตุการณ์ชัดเจน ทั้งการยิงปืนครก ปืนกล และปืนเล็กยาว รวมถึงมีการตอบโต้กันในบางช่วง ก่อนที่สถานการณ์จะสงบลงในช่วงบ่าย

กองทัพบกเผยว่า หลังจากเหตุยิงยั่วยุเพียงไม่กี่ชั่วโมง ฝ่ายกัมพูชาได้แจ้งว่าจะมีคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (IOT) เดินทางเข้าพื้นที่ และเกือบในเวลาเดียวกัน โฆษกกลาโหมกัมพูชาได้ออกแถลงการณ์กล่าวหาฝ่ายไทยว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิง โดยอ้างว่าไทยเป็นฝ่ายโจมตี พร้อมทั้งสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ยังได้โพสต์ข้อความในสื่อสังคมออนไลน์เพื่อขยายผลเรื่องดังกล่าว

โฆษกกองทัพบกชี้ว่า ลำดับเหตุการณ์ทั้งหมดมีความสอดคล้องต่อเนื่องอย่างผิดธรรมชาติ สะท้อนถึงการวางแผนล่วงหน้า เริ่มจากการยิงยั่วยุ การจัดฉากให้ IOT เข้ามาในพื้นที่ และปิดท้ายด้วยการแถลงข่าวโจมตีไทยต่อสาธารณะโลก ถือเป็น “การโฆษณาชวนเชื่อ” ที่ตั้งใจสร้างภาพว่ากัมพูชาเป็นฝ่ายถูกกระทำ

ในความเป็นจริง ฝ่ายกัมพูชาเป็นผู้ใช้อาวุธยิงเข้ามาในเขตแดนไทย หวังยั่วยุให้ฝ่ายไทยตอบโต้เพื่อสร้างหลักฐานเท็จ และบิดเบือนข้อเท็จจริงว่าไทยเป็นผู้ละเมิดมาตรการหยุดยิง กองทัพบกย้ำว่าวิธีการเช่นนี้เป็นการขาดความจริงใจ และทำให้ความขัดแย้งทวีความรุนแรงมากขึ้น

ในความเป็นจริง ฝ่ายกัมพูชาเป็นผู้ใช้อาวุธยิงเข้ามาในเขตแดนไทย หวังยั่วยุให้ฝ่ายไทยตอบโต้เพื่อสร้างหลักฐานเท็จ และบิดเบือนข้อเท็จจริงว่าไทยเป็นผู้ละเมิดมาตรการหยุดยิง กองทัพบกย้ำว่าวิธีการเช่นนี้เป็นการขาดความจริงใจ และทำให้ความขัดแย้งทวีความรุนแรงมากขึ้น

กองทัพบกยังเตือนว่า ประเด็นที่ควรได้รับการตรวจสอบจริงจังคือ การละเมิดหยุดยิงด้วยการลอบวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลของกัมพูชา ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดอนุสัญญาระหว่างประเทศและละเมิดหลักมนุษยธรรมร้ายแรง แต่กลับถูกมองข้าม ขณะที่คณะ IOT ฝั่งกัมพูชามักเลือกลงพื้นที่เฉพาะที่ฝ่ายตนชี้นำ จนเกิดข้อกังขาว่าทั้งหมดเป็นการ 'จัดฉาก' สนับสนุนภาพลักษณ์ให้กัมพูชาเป็นฝ่ายถูกกระทำเท่านั้น

อุบลราชธานี-ผบ.ทบ. เยี่ยมกำลังพลบาดเจ็บจากเหตุเหยียบกับระเบิดที่ห้วยตามาเรีย กำชับดูแลสิทธิสวัสดิการอย่างเต็มที่ พร้อมตรวจหน่วยฝึกทหารใหม่ มณฑลทหารบกที่ 22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์  

พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา เดินทางเข้าเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทหารสังกัดกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 16 ที่บาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิดระหว่างปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่ห้วยตามาเรีย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อ 10 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา โดยมี พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 /ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ร่วมให้การต้อนรับ ซึ่งปัจจุบันกำลังพลทั้ง 4 นาย ได้เข้ารับการรักษา ณ โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี ประกอบด้วย

1. จ่าสิบเอก เทอดศักดิ์ สมาพงษ์ ได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้าขวาท่อนล่างขาด รวมถึงมีแผลฉีกขาดที่ขาซ้ายและมือขวา แพทย์ได้ทำการผ่าตัดแล้ว 3 ครั้ง และยังคงทำแผลเป็นประจำทุกวัน ควบคู่กับการให้ยาปฏิชีวนะป้องกันการติดเชื้อและยาแก้ปวดบรรเทาอาการอย่างต่อเนื่อง
2. พลทหาร อภิรักษ์ ศรีชมไชย มีอาการบาดเจ็บจากแรงระเบิด แผลฉีกขาดที่ขาขวา ปัจจุบันได้รับการทำแผล  ยาปฏิชีวนะป้องกันการติดเชื้อและยาบรรเทาอาการปวด
3. พลทหาร วชิระ พันธะนา มีอาการบาดเจ็บจากแรงระเบิด แผลจากการถูกสะเก็ดระเบิดตามร่างกาย และที่ตาซ้าย ปัจจุบันได้รับการทำแผล ยาปฏิชีวนะป้องกันการติดเชื้อและยาบรรเทาอาการปวด
4. พลทหาร อนุชา สุจารี มีอาการบาดเจ็บจากแรงระเบิด และมีสิ่งแปลกปลอมเข้าตาทั้งสองข้าง ปัจจุบันได้รับการล้างตา หยอดตาเป็นประจำ และยาบรรเทาอาการปวด

กำลังพลทั้ง 4 นายยังคงอยู่ในกระบวนการรักษาอย่างต่อเนื่อง และมีอาการดีขึ้นตามลำดับ โดยแพทย์ยังคงเฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ในการเข้าเยี่ยมครั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารบกได้ให้กำลังใจและยกย่องในความเสียสละของทุกนายที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ พร้อมให้ผู้บังคับหน่วยดูแลสิทธิสวัสดิการและครอบครัวของกำลังพลอย่างดีที่สุด 

จากนั้น ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบกพร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา ได้เข้าตรวจเยี่ยมหน่วยฝึกทหารใหม่ มณฑลทหารบกที่ 22 มณฑลทหารบกที่ 22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์  อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี  ทั้งยังได้ตรวจสภาพความเป็นอยู่ในโรงนอน พื้นที่การฝึก ตลอดจนระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ในหน่วยฝึก ในการนี้ ผู้บัญชาการทหารบกได้พบปะพูดคุยพร้อมมอบสิ่งของบำรุงขวัญกับทหารกองประจำการ ผลัดที่ 2/68 โดยมีแม่ทัพภาคที่ 2 และคณะผู้บังคับบัญชาให้การต้อนรับ ซึ่งได้เน้นย้ำถึงการปฏิบัติตามระเบียบการฝึกของกองทัพบกอย่างเคร่งครัด ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจตลอดห้วงระยะเวลาการฝึก

ขอเชิญร่วมบริจาคโลหิต เพื่อสำรองใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน

สถานการณ์ปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ต่อเนื่องมาถึงวันนี้ (8 ธันวาคม 2568) โดยพบว่ากำลังทหารกัมพูชามีการเสริมกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และอาวุธยิงสนับสนุนเพิ่มเติม รวมถึงมีแนวโน้มว่าฝ่ายกัมพูชาระบุพิกัดใช้อาวุธระยะไกลลึกเข้ามาในเขตไทย

ส่งผลให้กำลังพลไทยมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตในพื้นที่ช่องบก โดยยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิตทางการ 1 ราย และมีข้อมูลไม่เป็นทางการอีก 1 รายซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบ เบื้องต้นความเสียหายจากการยิงช่วงเช้าอยู่ในพื้นที่การเกษตร ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บในกลุ่มประชาชน โดยกองทัพจะทยอยให้ข้อมูลผู้บาดเจ็บ-ผู้เสียชีวิต และการดูแลในศูนย์อพยพเป็นระยะ

ล่าสุดสำนักสาธารณสุข จังหวัดอุบลราชธานี ได้ออกประกาศ ขอเชิญร่วมบริจาคโลหิต เพื่อสำรองใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน #รวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย ใน 10 โรงพยาบาล ได้แก่

1. ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 7 จ.อุบลราชธานี ณ ห้องบริจาคโลหิต ชั้น 2 เปิดบริการทุกวัน 08.30 -19.30 น. เสาร์ อาทิตย์ 09.00-19.30 น.

2. รพ.สรรพสิทธิประสงค์ ณ งานธนาคารเลือด ชั้น 2 อาคารผ่าตัดและพยาธิวิทยา วันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 09.00-19.00 น. วันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์ 09.00-18.00 น.

3. รพ.๕๐ พรรษา มหาวชิราลงกรณ จ.อุบลราชธานี ณ ห้องบริจาคโลหิตประตู 3 ชั้น 1 ตึก 9 ชั้น ทุกวันเวลา 08.00-20.00 น.

4. รพ.วารินชำราบ ณ ห้องบริจาคโลหิต อาคารบำบัด ตึก 3 ชั้น 2 วันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.15-15.30 น.

5. รพ.สมเด็จพระยุพราชเดชอุดม ณ ห้องบริจาคเลือด งานเทคนิคการแพทย์ อาคาร 4 ชั้น 2 เปิดให้บริการทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ เวลา 08.00-16.00 น.

6. รพ.ตระการพืชผล ณ ห้องคัดกรองผู้บริจาคโลหิต กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ ตึกอุบัติเหตุ ชั้น 2 เปิด จันทร์ - ศุกร์ (วันทำการ) เวลา 08.00-16.00 น.

7. รพ.พิบูลมังสาหาร ณ ห้องบริจาคโลหิต ชั้น 1 เปิดบริการทุกวันราชการ 08.30-15.30 น.

8. รพ.เขมราฐ ณ กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ ตึกผู้ป่วยนอก เปิดบริการ ทุกวันราชการ เวลา 08.30-15.30 น.

9. รพ.บุณฑริก ณ ตึก 5 ชั้น 2 เปิดบริการจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-15.30 น.

10. รพ.ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ ณ ห้องบริจาคโลหิต ชั้น 2 อาคารเฉลิมพระเกียรติ เปิดบริการ จันทร์-ศุกร์ (วันทำการ) เช้า 09.00-11.00 น. บ่าย 13.00-15.30 น.

นอกจากนี้ ยังมี โรงพยาบาลศรีสะเกษ ขอรับบริจาคโลหิตจำนวนมากเพื่อรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ณ ธนาคารเลือด อาคาร 10 ชั้น 2 โรงพยาบาลศรีสะเกษเวลาทำการ: วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00-20.00 น. (ไม่หยุดพัก) และวันหยุด เวลา 09.00-15.30 น. (หยุดพักเที่ยง 12.00-13.00 น.)
.
โรงพยาบาลสุรินทร์ ขอรับบริจาคโลหิตเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน สถานที่: บริจาคโลหิตได้ทุกวันที่คลังเลือด อาคารพยาธิ ชั้น 2 เวลาทำการ: เวลา 08.30-18.00 น. 

โรงพยาบาลบุรีรัมย์ ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมบริจาคโลหิตเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ณ สถานที่รับบริจาค 2 จุด ได้แก่ ศูนย์รับบริจาคโลหิต ชั้น 2 อาคารจอดรถ และแผนกคลังเลือด ชั้น 5 อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ เวลาทำการ: ทั้งสองจุดเปิดรับทุกวันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 08.00-20.00 น. มีสถานที่จอดรถสำหรับผู้บริจาคโลหิตที่อาคารจอดรถ ชั้น 2 และบริเวณด้านหน้าอาคารเฉลิมพระเกียรติฯ ชั้น 5
 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top