Tuesday, 9 June 2026
อุตสาหกรรมบันเทิงไทย

ไตรมาส 2/2568 บันเทิงไทย MONO, Workpoint พลิกกลับมีกำไรเล็กน้อย Amarin, MCOT ยังเจอแรงกดหนัก ไอดอล-อีเว้นท์-โรงหนัง ช่วยพยุงภาพรวม

ไตรมาส 2/2568 ของกลุ่มบันเทิงไทยสะท้อนสองโลกที่แตกต่างชัดเจน: รายได้โฆษณาทีวีดิจิทัลยังถูกกดดัน ขณะที่ธุรกิจที่พึ่ง “แฟนตัวจริง” และทราฟฟิกหน้างาน—ตั้งแต่ Idol Marketing, คอนเสิร์ต/อีเวนต์ ไปจนถึงสื่อโฆษณานอกบ้าน (OOH) และโรงภาพยนตร์—ยังเดินหน้าได้ดี ทำให้หลายบริษัท “เอาตัวรอด” ด้วยพอร์ตที่หลากหลายมากขึ้น แต่อีกด้าน บางบริษัทที่ยังพึ่งรายได้โฆษณาทีวีสูงต้องเผชิญแรงต้านต่อเนื่อง

 

ONEE (The One Enterprise) – เด่นจาก Idol Marketing – ONEE พลิกมีกำไรสุทธิไตรมาส 2/2568 ที่ 86.61 ล้านบาท จากรายได้รวม 1,789.33 ล้านบาท โดยแรงขับหลักมาจากกลุ่ม Idol Marketing (Artist Mgmt./คอนเสิร์ต/อีเวนต์/สินค้าเมอร์ชันไดร์) ที่เติบโตโดดเด่น ชดเชยสื่อทีวีที่ชะลอได้ดีขึ้น ถือเป็นสัญญาณว่าพอร์ตที่ “พึ่งแฟน” ให้ความยืดหยุ่นกว่าในภาวะโฆษณาทีวีซบเซา

PLANB (สื่อ OOH) – รายได้–กำไรขยับต่อเนื่อง – PLANB โชว์รายได้ไตรมาส 2 ราว 2,252 ล้านบาท (≈2.25 พันล้านบาท) และกำไรสุทธิราว 270 ล้านบาท โตเล็กน้อย YoY พร้อมฐานะการเงินแข็งแรงจากกระแสเงินสดอิสระ การผนึกกับ VGI และการขยายสินทรัพย์สื่อช่วยหนุนครึ่งปีหลัง ยังมีแรงเสริมจากไฮซีซันและโครงการ Hello LED ที่เริ่มรับรู้

MAJOR (โรงภาพยนตร์) – กำไรยังมี แต่ฐานสูงปีก่อนกด YoY – กำไรสุทธิไตรมาส 2 อยู่แถว 124–125 ล้านบาท ลดลง YoY จากฐานภาพยนตร์ฮิตปีก่อน แต่ยังสะท้อนการฟื้นตัวตามไลน์อัปหนังและการคุมต้นทุน หากครึ่งหลังมีหนังบิ๊กฟอร์มต่อเนื่อง อาจเห็นแรงส่งกลับมาได้มากขึ้น

BEC (ช่อง 3) – ยังอยู่ในโหมดระมัดระวัง – กำไรสุทธิไตรมาส 2 อยู่ที่ประมาณ 20.9 ล้านบาท ขณะที่ครึ่งปีแรก 2568 มีกำไรสุทธิราว 64 ล้านบาท รายได้จากทีวีและคอนเทนต์ยังผันผวนตามเม็ดเงินโฆษณา จึงต้องพึ่งระเบียบวินัยค่าใช้จ่าย และการต่อยอดลิขสิทธิ์ต่างประเทศมากขึ้น

MONO (Mono Next) – กลับมากำไร – ไตรมาส 2 พลิกมีกำไรสุทธิราว 15.6 ล้านบาท (เพิ่ม 78% QoQ) จากการบริหารต้นทุนดีขึ้น และพอร์ตคอนเทนต์ที่รัดกุมขึ้น ทำให้โมเมนตัมฝั่งทีวีและแพลตฟอร์มดีขึ้น แม้ภาพรวมอุตสาหกรรมทีวียังท้าทาย

WORK (Workpoint) – กำไรเล็กแต่เริ่มทรงตัว – กำไรสุทธิไตรมาส 2 อยู่ที่ 20.71 ล้านบาท รายได้ราว 526.65 ล้านบาท แม้ยังมีผลจากค่าใช้จ่ายพิเศษในการปรับโครงสร้างองค์กร แต่รายได้จากคอนเสิร์ต/ละครเวทีช่วยพยุงภาพรวม เริ่มเห็นสัญญาณทรงตัวมากขึ้น

GRAMMY (จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่) – ยังขาดทุนเล็กน้อย – ไตรมาส 2 ขาดทุนสุทธิประมาณ 2.36 ล้านบาท จากสภาพแวดล้อมโฆษณาและรายได้บางเซกเมนต์ที่ยังไม่ฟื้นเต็มที่ ทำให้ต้องเร่งหมุนพอร์ตไปกิจกรรมสร้างรายได้กับแฟน (แฟนมีต–คอนเสิร์ต–เมอร์ช์) มากขึ้น

RS (RS Group) – พลิกกลับมากำไร – RS รายงานไตรมาส 2 พลิกมีกำไรสุทธิประมาณ 13.8 ล้านบาท สะท้อนการเร่งรีบเชิงพอร์ตและคุมค่าใช้จ่าย ควบคู่การเดินหน้าธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเมนต์เชิงแฟนเบสและคอมเมิร์ซที่คัดสินค้ากำไรดีกว่า

AMARIN – ขาดทุนจากโฆษณาทีวีและออนไลน์อ่อนตัว – งบรวมไตรมาส 2 ขาดทุนสุทธิประมาณ 44.7 ล้านบาท (ครึ่งปีแรกขาดทุนประมาณ 83.9 ล้านบาท) โดยบริษัทชี้ว่ารายได้โฆษณาทีวีดิจิทัล–ออนไลน์ที่ลดลงเป็นแรงกดหลัก พร้อมต้นทุนอีเวนต์ที่สูงขึ้นในบางรายการ

MCOT (อสมท) – ยังขาดทุนต่อ – ไตรมาส 2 ขาดทุนสุทธิประมาณ 63.3 ล้านบาท และครึ่งปีแรกขาดทุนประมาณ 147 ล้านบาท สอดคล้องกับทิศทางทีวีที่ซบเซา แม้ธุรกิจดิจิทัลและธุรกิจใหม่เริ่มเติบโตแต่ยังชดเชยไม่พอ จำเป็นต้องเดินหน้าทรานส์ฟอร์มรายได้ต่อเนื่อง

JKN – ยังไม่ส่งงบล่าสุด และอยู่ในสถานะ “เข้าข่ายเพิกถอน” – ณ เดือนตุลาคม 2568 JKN ยัง “Suspend” การซื้อขายบนตลาดหลักทรัพย์ และถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน” เนื่องจากไม่นำส่งงบการเงินตามกำหนด พร้อมอยู่ระหว่างกระบวนการฟื้นฟูกิจการ/จัดทำ Special Audit

 

ภาพรวมเชิงกลยุทธ์: สิ่งที่ (ยัง) เวิร์ก และสิ่งที่ต้องระวัง

• Diversification ชนะเม็ดเงินโฆษณาทีวีที่ชะลอ – โมเดลที่พึ่ง “แฟน” และทรัพย์สินสื่อจริง (Idol/คอนเสิร์ต/OOH/โรงหนัง) ทำให้ ONEE–PLANB–MAJOR ไปได้ ขณะที่บริษัทที่พึ่ง TV Adex สูงยังเสี่ยงต่อ วัฏจักรเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ผันผวน

• ต้นทุนคือคีย์ – MONO และ WORK แสดงให้เห็นว่า “คุมค่าใช้จ่าย” และปรับโครงสร้างช่วยพากลับสู่กำไรได้ แม้รายได้ยังไม่ฟื้นแรง

• บริษัทที่ยังพึ่งทีวี/ออนไลน์แอด – AMARIN และ MCOT ยังถูกกดด้วยรายได้โฆษณาที่อ่อน ทำให้ผลประกอบการขาดทุนต่อเนื่อง จำเป็นต้องเร่งขยายแหล่งรายได้ใหม่

• เคสพิเศษ (JKN) – ความไม่แน่นอนเชิงกำกับและการเงินสูงจากการไม่ส่งงบ/ฟื้นฟู ควรติดตามความคืบหน้ากับหน่วยงานกำกับใกล้ชิดก่อนสรุปมุมมองการดำเนินงาน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top