Friday, 5 June 2026
อินเตอร์ลิ้งค์

‘อินเตอร์ลิ้งค์ฯ’ ต้อนรับศักราชใหม่!! คว้างานจาก ‘การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA)’ ปรับปรุงก่อสร้างเคเบิลใต้ดิน เมืองตะพานหิน จังหวัดพิจิตร มูลค่า 275.40 ล้านบาท

(22 ก.พ. 68) บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เพาเวอร์ แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด เป็นผู้เชี่ยวชาญ งานโครงการด้านวิศวกรรมไฟฟ้า ต้อนรับศักราชแห่งปี 2568 ด้วยการเริ่มงานโครงการเคเบิลใต้ดิน จากการเป็นผู้ชนะการประกวดราคา และเข้าลงนามในสัญญาจ้างก่อสร้าง จากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ในการก่อสร้าง และปรับปรุงระบบจำหน่ายไฟฟ้าเป็นเคเบิลใต้ดิน ในพื้นที่เทศบาลเมืองตะพานหิน อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร มูลค่า 275.40 ล้านบาท

การลงนามในสัญญาครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายอุดมศักดิ์ เต็มวงษ์ รองผู้ว่าการปฏิบัติการระบบไฟฟ้า ร่วมลงนามในสัญญา (MOU) กับนายธนา ตั้งสกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เพาเวอร์ แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ ILINK ที่เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้า และพลังงาน เป็นตัวแทนเซ็นลงนามในครั้งนี้

โดยโครงการฯ นี้ มีระยะเวลาการดำเนินงาน 450 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งเริ่มงาน โดยมีมูลค่างานเป็นจำนวนเงิน 275,400,000 บาท (สองร้อยเจ็ดสิบห้าล้านสี่แสนบาทถ้วน) นับว่าโครงการปรับปรุงระบบจำหน่ายไฟฟ้าเป็นเคเบิลใต้ดินนี้ เป็นหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ในการพัฒนาระบบไฟฟ้าให้มีเสถียรภาพ ลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ และเพิ่มความสวยงามของเมือง 
ซึ่ง บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ฯ มีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการโครงการด้านวิศวกรรมไฟฟ้า โดยเฉพาะงานระบบสายไฟฟ้าใต้ดินที่ต้องการมาตรฐานสูง ทั้งด้านการออกแบบ การก่อสร้าง และการควบคุมคุณภาพ ตลอดจนต้องการพัฒนาโครงข่ายระบบไฟฟ้าให้มีความมั่นคง เสริมศักยภาพระบบจำหน่ายไฟฟ้า ลดปัญหาไฟฟ้าตก ไฟฟ้าดับ และเพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะในเมือง หรือ เทศบาลเมืองขนาดใหญ่

"อินเตอร์ลิ้งค์ฯ ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศ โดยที่เรามีความพร้อมทั้งทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ เครื่องมือ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย รวมถึงประสบการณ์ในการดำเนินโครงการลักษณะนี้มาแล้วหลายโครงการ รวมทั้งเรามุ่งมั่นที่จะส่งมอบงานที่มีคุณภาพ ตรงตามมาตรฐาน และแล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดจากโครงการนี้" นายสมบัติ ประธานกรรมการ กล่าวเสริมตอนท้าย   

ILINK เผยผลประกอบการปี 67 มีกำไร 744 ลบ. เพิ่มขึ้น 4.43% ตั้งเป้าปี 68 รายได้รวม 7,120 ลบ. เน้นเติบโตแบบคุณภาพทุกกลุ่มธุรกิจ

ILINK เผยผลประกอบการปี 2567 มีกำไร 744 ลบ. กวาดรายได้รวม 6,772 ลบ. มั่นใจปี 2568 ขับเคลื่อนทุกกลุ่มธุรกิจ ด้วยปัจจัยเชิงกลยุทธ์ เน้นเติบโตแบบมีคุณภาพ 'Quality Growth'

เมื่อวันที่ (28 ก.พ.68) นายสมบัติ อนันตรัมพร ประธานกรรมการ บมจ.อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น หรือ ILINK เปิดเผยถึงผลประกาศผลประกอบการประจำปี 2567 ว่า บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 744 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.43% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้รวมทั้งปี 6,772 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะลดลงเล็กน้อย 2.77% แต่กำไรสุทธิยังคงเติบโตได้ดี สะท้อนถึงการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและกลยุทธ์ 'Quality Growth' หรือการเติบโตอย่างมีคุณภาพ 

สำหรับปี 2568 ILINK ตั้งเป้ารายได้รวม 7,120 ล้านบาท และกำไรสุทธิไม่ต่ำกว่า 9% ของรายได้ โดยจะมุ่งเน้นการเติบโตใน 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจจัดจำหน่ายสายสัญญาณ, ธุรกิจวิศวกรรมโครงการ, และธุรกิจโทรคมนาคมและดาต้าเซ็นเตอร์ โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในปี 2568 ที่จะส่งผลให้เติบโตจาก Technology  Advancement และ  Hyper Scale  Data Center Investment อีกทั้งนโยบายรัฐบาลที่สนับสนุน Green Energy & Solar Roof Policy และ Recovery of Tourists

โดยธุรกิจจัดจำหน่ายสายสัญญาณ ทำรายได้รวม 3,108 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.9% กำไรสุทธิ 362 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.66% ตั้งเป้ารายได้ปี 2568 ที่ 3,420 ล้านบาท

ธุรกิจวิศวกรรมโครงการ ทำรายได้รวม 953 ล้านบาท ลดลง 28.28% กำไรสุทธิ 58 ล้านบาท ลดลง 45.48% คาดว่าจะมีงานโครงการใหม่ในปี 2568 มูลค่า 2,271.71 ล้านบาท

ธุรกิจโทรคมนาคมและดาต้าเซ็นเตอร์: ทำรายได้รวม 2,711 ล้านบาท ลดลง 1.6% กำไรสุทธิ 324 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.55%

ILINK มั่นใจว่าจะสามารถรักษาการเติบโต และทำกำไรอย่างต่อเนื่องในปี 2568 โดยเน้น "การเติบโตอย่างมีคุณภาพ 'Quality Growth' " และคาดว่าจะมีการจ่ายเงินปันผลในอัตราที่สูง New High อีกด้วย

‘อินเตอร์ลิ้งค์’ ประกาศผล 5 ทีม กทม. เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ รอวัดฝีมือทักษะโครงข่ายสายสัญญาณ “Cabling Contest ปีที่ 13”

5 ทีมกรุงเทพฯ พร้อมแล้ว! อินเตอร์ลิ้งค์ฯ ประกาศสถาบันสุดเก่ง เยาวชนผู้มีทักษะโครงข่ายสายสัญญาณ เข้ารอบชิงชนะเลิศ คว้าถ้วยพระราชทานฯ ก้าวสู่แชมป์ บนเวที 'Cabling Contest ปีที่ 13'

เข้มข้น สนามประลองสายสัญญาณลุกเป็นไฟ ! ตัวแทน 5 ทีมกรุงเทพฯ พร้อมแล้ว เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2568 บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านระบบโครงข่ายสายสัญญาณของประเทศ เฟ้นหาเยาวชนคนเก่งต่อเนื่อง จัดการแข่งขัน “INTERLINK Cabling Contest ปีที่ 13” รอบคัดเลือกเขตกรุงเทพมหานคร พร้อมประกาศผล 5 ทีมเยาวชนฝีมือเยี่ยม ที่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ เพื่อชิงถ้วยพระราชทานฯ จาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รวมมูลค่ารางวัลกว่า 400,000 บาท

ซึ่งได้เดินทางมาถึงในรอบการแข่งขันของกรุงเทพมหานคร โดยจัดการแข่งขันในรูปแบบออนไลน์ ณ สำนักงานใหญ่ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) โดยมี เป้าหมายเพื่อพัฒนาเยาวชนไทยในสายเทคนิค ผ่านการส่งเสริมทักษะ และการเรียนรู้เชิงปฏิบัติด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร โดยเฉพาะในระบบโครงข่ายสายสัญญาณ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศในยุคปัจจุบัน และอนาคต

การแข่งขันในครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่าง บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกระทรวงศึกษาธิการ โดยเปิดโอกาสให้เยาวชน นิสิต นักศึกษาจากสถาบันอาชีวศึกษาในเขตกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมประชันทักษะ ทั้งด้านความรู้ และทักษะเชิงเทคนิคในรูปแบบที่เข้มข้น ครบทั้งภาคทฤษฎี และปฏิบัติ

ภายในงาน ได้รับเกียรติจาก นายสมบัติ อนันตรัมพร ประธานกรรมการ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวต้อนรับ และให้โอวาทแก่ผู้เข้าแข่งขัน พร้อมถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากประสบการณ์ตรงในฐานะผู้นำธุรกิจสายสัญญาณของไทยกว่า 38 ปี เพื่อปลุกพลังแห่งความมุ่งมั่นในหมู่เยาวชน พร้อมขับเคลื่อนสู่อนาคตสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ยังมีการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “Moving Forward with Innovation: Cabling Infrastructure for Future Solutions (Design – Installation – Solution)” โดย นายภาคภูมิ พลธร Technical and Products Training Manager ถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงลึกด้านการออกแบบ ติดตั้ง และการเลือกใช้อุปกรณ์ในระบบสายสัญญาณ โดยอ้างอิงจากมาตรฐานระดับสากล ทั้งจากประสบการณ์จริง และอุปกรณ์ที่ใช้จริงในวงการ

ทั้งนี้ อุปกรณ์ที่ใช้ในการแข่งขันทั้งหมด เป็นผลิตภัณฑ์มาตรฐานสูงจากแบรนด์ LINK AMERICAN และ GERMAN RACK ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความเสถียร ทนทาน และได้รับการยอมรับในระดับสากล ครอบคลุมโซลูชันระบบสายสัญญาณแบบครบวงจร เพื่อให้นผู้เข้าร่วมแข่งขันทุกท่านได้สัมผัสกับประสบการณ์จริงจากเครื่องมือที่ใช้ในภาคสนามอย่างแท้จริง

โดยการแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ภาคทฤษฎี ทดสอบความรู้ความเข้าใจด้านระบบสายสัญญาณ เช่น มาตรฐานการออกแบบ การติดตั้ง การวางระบบ และการตรวจสอบคุณภาพ ต่อมาเป็นภาคปฏิบัติ ซึ่งนับว่าท้าทายผู้เข้าแข่งขันด้วยโจทย์จำลองจากสถานการณ์จริง โดยให้ลงมือปฏิบัติงานติดตั้งสายสัญญาณภายใต้ข้อจำกัดของเวลา และความแม่นยำ

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคัก และความมุ่งมั่นของเยาวชนจากหลากหลายสถาบัน ผู้เข้าแข่งขันต่างแสดงศักยภาพได้อย่างน่าประทับใจ ภายใต้การใช้ทักษะ ความคิดวิเคราะห์ และการทำงานเป็นทีมอย่างเข้มข้น โดยบริษัทฯ ได้เปิดถ่ายทอดสดการแข่งขันตลอดวันผ่านระบบ Zoom เพื่อเปิดโอกาสให้คณาจารย์ นักศึกษา เข้าร่วมรับชมอย่างทั่วถึง

เมื่อสิ้นสุดการแข่งขัน คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้ทำการพิจารณา และประกาศผล 5 ทีมตัวแทนกรุงเทพมหานคร ที่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ ดังนี้

วิทยาลัยเทคโนโลยีสยามบริหารธุรกิจ (สะพานใหม่)
วิทยาลัยพาณิชยการอินทราชัย
วิทยาลัยเทคโนโลยีสยามบริหารธุรกิจ (นนทบุรี)
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (บางมด)
สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา

โดยทีมตัวแทนเหล่านี้ จะได้ไปประชันฝีมือกับตัวแทนจากภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ เพื่อเฟ้นหา “หนึ่งเดียวของโครงข่ายสายสัญญาณ” ที่จะครองตำแหน่งสุดยอดดาวรุ่งสายเทคนิคในปีนี้

สำหรับการแข่งขันในสนามถัดไป 'Cabling Contest ปีที่ 13' จะเดินหน้าสู่ ภาคกลาง ในวันที่ 20 สิงหาคม 2568 เพื่อค้นหาสุดยอดเยาวชนอีก 5 ทีม เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศต่อไป

อินเตอร์ลิ้งค์ฯ เปิดมุมมองใหม่สู่โลก Data Center เจาะลึกทุกพื้นฐาน กับสัมมนา 'NEW Pro Tech: Fundamental of Cabling & Connectivity for Data Center' ตอกย้ำความรู้สู่การเป็นมืออาชีพ ที่คนวงการต้องอัปเดต

คุณภาพที่มากกว่า ในยุคที่ Data Center เป็นหัวใจของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (วันนี้ 3 ตุลาคม 2568) บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการวางระบบโครงสร้างสายสัญญาณ และการเชื่อมต่อที่ครบวงจร จัดงานสัมมนาออนไลน์ “NEW Pro Tech Fundamental of Cabling & Connectivity for Data Center” เจาะลึกทุกมิติของการออกแบบ และวางระบบ Data Center อย่างมีมาตรฐาน และรองรับอนาคต นำเสนอความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับเทคโนโลยี Data Center เปิดมุมมองใหม่ ด้านโซลูชันการเชื่อมต่อ จากอุปกรณ์แบรนด์ LINK AMERICAN & GERMAN Rack ซึ่งเป็นสินค้ามาตรฐานระดับสากล ตอบโจทย์การใช้งานในทุกระดับ ตั้งแต่ Enterprise ไปจนถึง Hyperscale และ AI Data Center

งานสัมมนาครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อมอบความรู้ด้านโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) และมาตรฐานที่ถูกต้องแก่ผู้ประกอบการ ผู้ดูแลระบบ ไอที วิศวกรเครือข่าย ตลอดจนผู้สนใจด้าน Data Center Infrastructure โดยครอบคลุมหัวข้อสำคัญที่เป็นหัวใจของอุตสาหกรรม ทั้ง

Data Center Trend & Interconnect Solution แนวโน้ม และทิศทางการลงทุน พัฒนา ศูนย์ข้อมูลในประเทศไทยที่เติบโตจากแรงหนุนอย่างก้าวกระโดด ทั้ง Cloud, Hyperscale และ AI Data Center Fundamental of Data Center ทำความเข้าใจประเภทของศูนย์ข้อมูล ตั้งแต่ Edge, Enterprise, Colocation ไปจนถึง Hyperscale และ AI พร้อมเจาะลึกความแตกต่างด้าน IT Load และการออกแบบที่เหมาะสม Network Architecture & Rack Layout วิเคราะห์การออกแบบเครือข่าย Data Center ทั้ง 3-Tier และ Spine-Leaf รวมถึงกลยุทธ์การจัดวาง Rack แบบ ToR, MoR และ EoR ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพ การบริหารจัดการ และต้นทุนโดยตรง Cabling & Connectivity อธิบายมาตรฐานสากล TIA-942, TIA-568, TIA-606 ที่กำหนดหลักการเดินสายสัญญาณ พร้อมแนะนำสินค้า และอุปกรณ์ CAT 6A, CAT 8 และสายใยแก้วนำแสงชนิด MPO รวมถึง LINK Rack และ GERMAN RACK ที่ออกแบบตามมาตรฐาน ANSI/EIA-310 เพื่อความแข็งแรง ทนทาน และรองรับการขยายตัวในอนาคต Active Device & Transceiver แนวทางการเลือกใช้อุปกรณ์เชื่อมต่อสัญญาณความเร็วสูงของ Data Center ทุกรูปแบบ 

ทั้ง DAC, AOC หรือ Optical Transceiver รวมถึงบทบาทของเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตมาตรฐาน และเทคโนโลยีเครือข่ายความเร็วสูง (InfiniBand) ในการรองรับ AI เพื่อการประมวลผลประสิทธิภาพสูง (High Performance Computing) สำหรับผลิตภัณฑ์ Optical Transceiver ของ LINK เป็นทางเลือกอย่างครบวงจรด้วยการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงที่รองรับการเชื่อมต่อที่หลากหลายออกแบบมาเพื่อการใช้งานร่วมกับแบรนด์อื่น ๆ ได้ มีศูนย์พัฒนาเพื่อไว้คอยรองรับให้เข้าถึงการใช้งานได้อย่างรวดเร็ว สามารถรับ - ส่งสัญญาณได้ด้วยระยะที่ไกลขึ้น และยังเป็นส่วนสำคัญในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ NETWORKING ให้สามารถรองรับการทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ส่งผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่มากมายมหาศาลได้อย่างไร้ขีดจำกัด โดยมี จุดแข็งที่มากกว่ากับ LINK TRANCIEVER CLINIC FOR ALL ที่จะมาปลดล็อกทุกปัญหาของการเชื่อมต่อด้วยคุณสมบัติเด่น ดังนี้

ALL COMPATIBLE : สามารถใช้งานเข้ากันได้กับ ทุกยี่ห้อ (All Brand) ของอุปกรณ์การสื่อสารทุกความเร็ว (All Speed) และทุกระยะทาง (Distance)
3 DAY DELIVERY : สามารถส่งสินค้า SFP ได้ภายใน 3 วันทำการ และสินค้า DAC, AOC ภายใน 3 Week โดยหากต้องการนำสินค้าไปทดสอบ ก็สามารถติดต่อ ขอรับไปทดสอบได้ครั้งละ 1 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 3 สัปดาห์ ต่อเนื่อง 3 YEAR WARRANTY : สินค้า SFP Transceiver ของ LINK รับประกัน 3 ปีเต็ม หากมีปัญหา ระหว่างการใช้งาน หรือ มีปัญหาขัดข้อง หรือ มีปัญหาไม่สามารถใช้งานได้ สามารถเปลี่ยนตัวใหม่ได้ทันที ภายในระยะเวลารับประกัน 3 ปี

ตลอดงานสัมมนา ได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญของอินเตอร์ลิ้งค์ฯ นายธุวานนท์ สิงห์ขจร Product Specialist และนายธนากร ชนะวงศ์วิสุทธิ์ Network Engineer Manager มาเจาะลึกให้ความรู้ สำหรับผลิตภัณฑ์ที่เป็นทางเลือกอย่างครบวงจร พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงลึก และมุมมองเชิงกลยุทธ์ พร้อมยกตัวอย่างการใช้งานจริงในระดับองค์กรขนาดใหญ่ เพื่อให้เห็นว่า Cabling Infrastructure เปรียบเสมือน “ระบบประสาทและโครงสร้างกระดูก ของ Data Center” ที่ขาดไม่ได้ในการรองรับสมรรถนะ และทำงานสอดประสานกับอุปกรณ์เครือข่าย เพื่อสร้างศูนย์ข้อมูลที่มั่นคง และพร้อมรองรับอนาคต

นอกจากนี้ ยังได้เปิดประเด็น “เทรนด์อนาคต” ของเทคโนโลยีการเชื่อมต่อที่มีประสิทธิภาพเหนือกว่ามาตรฐาน จากกลุ่ม Fiber Optic Cable ในตระกูล Double Q Series และสาย Patch cord ที่คุณภาพสูงและติดตั้งง่าย และยังสามารถส่งข้อมูลได้เร็วและมีความแม่นยำกว่าเดิม

นับว่างานสัมมนาได้ชี้ให้เห็นถึง เทรนด์อนาคตของเทคโนโลยี Data Center ที่กำลังพัฒนาไปสู่ความเร็วระดับ 800Gbps และ 1.6Tbps รวมถึงการใช้ Multi-Core Fiber, Hollow Core Fiber และ Co-Packaged Optics เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และลดพลังงาน ขณะเดียวกันการออกแบบ Data Center ในอนาคตยังมุ่งเน้นไปที่ Green Data Center เพื่อสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม

ดังนั้น บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ฯ จึงขอยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการส่งมอบโซลูชัน และอุปกรณ์การเชื่อมต่อคุณภาพสูงจากแบรนด์ LINK AMERICAN & GERMAN Rack ที่ได้มาตรฐานสากล ทั้งในด้านความแข็งแรง ความเสถียร อีกทั้ง ยังเชื่อมั่นได้อีกว่า การเสริมสร้างความรู้ และมาตรฐานที่ถูกต้องแก่ผู้ใช้งานในครั้งนี้ จะเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรม Data Center ของประเทศไทย ให้พร้อมแข่งขัน และรองรับความต้องการของเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต เพื่อเตรียมความพร้อมแบบมีคุณภาพรองรับเทคโนโลยีแห่งอนาคต เสริมศักยภาพให้กับ Data Center ไทยก้าวทันโลกดิจิทัลอย่างมั่นคง และยั่งยืน

เตรียมพบกับงานสัมมนาครั้งถัดไป “New Pro Tech Product Highlight LINK Solar Cabling” ไขความลับสายโซลาร์ เลือกของดีมีครบทั้ง solution งานติดตั้งไม่มีพลาด ในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 แลกเปลี่ยนความรู้กับผู้เชี่ยวชาญตัวจริงในวงการพลังงาน ร่วมกับอัปเดตความรู้ล่าสุดด้านสายโซลาร์ และโซลูชันการเชื่อมต่อพลังงานสะอาด ที่ออกแบบตามมาตรฐานสากล ทั้ง ทนทาน ปลอดภัย และรองรับการใช้งานระยะยาว

เจาะลึกกับนวัตกรรม
-ถอดสเปก และเปรียบเทียบ LINK Solar Cabling ระหว่างสาย CB (DC Cable) กับ PV Cable
-มาตรฐาน AD8 สำคัญอย่างไร ?
-เลือกอุปกรณ์เครื่องมือ และคอนเนคเตอร์ แบบไหนให้มีประสิทธิภาพในการใช้งาน
-เคล็ดลับการออกแบบ และติดตั้งที่เหมาะกับโครงการจริง ตั้งแต่ Solar Rooftop จนถึง Solar Farm

ผู้สนใจเทคโนโลยี LINK Solar Cabling ที่ไม่ควรพลาด ลงทะเบียนได้แล้วตั้งแต่วันนี้

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เพจ INTERLINK FAN หรือ โทร 02-666-1111 ต่อ 1707

มาอัปเดตความรู้ และค้นพบโซลูชันสายโซลาร์ที่จะช่วยให้ธุรกิจ และโครงการพลังงานสะอาดของคุณ

เวทีแห่งอนาคต!! เปิดศึก Cabling Contest ปีที่ 14 เฟ้นหาสุดยอดเยาวชนสายโครงข่าย รับถ้วยพระราชทานจากราชวงศ์ พร้อมทุนรวมกว่า 400,000 บาท

บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) จัดแถลงข่าวเปิดการแข่งขัน "Cabling Contest #14" ที่จะเริ่มขึ้นในปีนี้ เพื่อพัฒนาเยาวชนไทยด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และสร้างบุคลากรคุณภาพสำหรับอนาคตในยุคดิจิทัล

การแข่งขันนี้เปิดรับนิสิต นักศึกษา ระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษาที่มีอายุไม่เกิน 25 ปี สมัครในรูปแบบทีมละ 2 คน ผ่านรอบคัดเลือกออนไลน์ใน 6 ภูมิภาคทั่วประเทศ จากนั้นคัดเลือกทีม 30 ทีมเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในจังหวัดระยอง ระหว่าง 19-21 พฤศจิกายน 2569 พร้อมกิจกรรมอบรมและพัฒนาทักษะเข้มข้น

นายสมบัติ อนันตรัมพร ประธานกรรมการบริษัท กล่าวว่า "จากความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ที่จะนำเทคโนโลยีพัฒนาประเทศและเยาวชนไทยเป็นกำลังสำคัญ เข้าสู่เวทีแห่งการเรียนรู้และแข่งขันที่ยกระดับมาตรฐานบุคลากรในสายโครงข่ายอย่างแท้จริง" การแข่งขันนี้ได้รับถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ และได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐหลัก

รางวัลสำหรับผู้ชนะเลิศรวมทุนการศึกษา 30,000 บาท พร้อมถ้วยพระราชทานและใบประกาศเกียรติคุณ นอกจากนี้ยังมีทุนและรางวัลรองชนะเลิศ ทีมที่เข้ารอบแต่ละภูมิภาคได้รับอุปกรณ์ฝึกฝนและใบประกาศนียบัตร เพื่อส่งเสริมศักยภาพต่อไป

การจัดนี้ไม่เพียงแต่เป็นการทดสอบทักษะ แต่ยังเป็น "จุดเริ่มต้นของอนาคต" ที่สนับสนุนเยาวชนไทยให้เป็นผู้อยู่เบื้องหลังระบบเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพ เป็นเวทีสำคัญสำหรับคนรุ่นใหม่ที่พร้อมรับมือกับเศรษฐกิจดิจิทัล


ที่มา : https://interlink.co.th/news/detail/KdUtKTGb7C

อินเตอร์ลิ้งค์ลุย AI Q1/69 รายได้เกือบร้อยล้าน ปรับยุทธศาสตร์รองรับยุคใหม่ เน้นเติบโตมั่นคงยั่งยืน ธุรกิจหลักยังแกร่งต่อเนื่อง

กลุ่มบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ฯ เปิดงบ Q1/69 รายได้รวม 995.06 ล้านบาท ประกาศปรับยุทธศาสตร์ชัดสู่ “ก้าวใหม่ ก้าวที่ยิ่งใหญ่ ก้าวต่อไป” เตรียมรับยุค AI Transformation มั่นใจรากฐานแข็งแกร่ง หนุนการเติบโตอย่างมั่นคง และยั่งยืนในระยะยาว

ก้าวที่ยิ่งใหญ่ เดินหน้าก้าวใหม่ครั้งสำคัญ วันนี้ (13 พฤษภาคม 2569) กลุ่มบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ILINK ประกาศผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 1 ปี 2569 โดยมี รายได้รวม 995.06 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 78.14 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพ และความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก แม้ภาวะเศรษฐกิจโลกยังคงมีความผันผวน พร้อมประกาศเดินหน้าสู่ “ก้าวใหม่ ก้าวที่ยิ่งใหญ่ ก้าวต่อไป” ซึ่งนับเป็นการปรับยุทธศาสตร์องค์กรครั้งสำคัญ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก และการเข้าสู่ยุค AI Transformation อย่างเต็มรูปแบบ

ตลอดระยะเวลากว่า 39 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี พ.ศ.2530 กลุ่มบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ฯ ยังคงดำเนินธุรกิจภายใต้ปรัชญา “นำเทคโนโลยีมาพัฒนาประเทศไทย” และได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ.2547 โดยที่ผ่านมา กลุ่มบริษัทฯ มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องภายใต้วิสัยทัศน์ “เติบโตต่อเนื่อง และยั่งยืน (Sustainable Growth)” ผ่านการดำเนินงานของ 3 กลุ่มธุรกิจหลัก และ 1 มูลนิธิฯ ที่ดำเนินงานเกื้อหนุนกันอย่างเป็นระบบ ได้แก่

ธุรกิจจัดจำหน่ายสายสัญญาณ และอุปกรณ์โครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสาร (Cabling Distribution Business)
ธุรกิจวิศวกรรมโครงการ โครงสร้างพื้นฐานด้านระบบไฟฟ้า และพลังงาน (Turnkey EPC Engineering Business)
ธุรกิจเทเลคอม และดาต้าเซ็นเตอร์ ธุรกิจโครงข่ายไฟเบอร์ออฟติก และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Telecom & Data Center Business)
มูลนิธิอินเตอร์ลิ้งค์ให้ใจ ที่ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม และสนับสนุนด้านการศึกษา

โดยนับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป กลุ่มบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ฯ ได้มีการปรับรูปแบบการจัดทำงบการเงินครั้งสำคัญ โดยจะไม่นำผลประกอบการของบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL มารวมในงบการเงินรวมของ กลุ่มบริษัทฯ อีกต่อไป อย่างไรก็ตาม ในเชิงการบริหารจัดการ และการกำกับดูแลการดำเนินงาน ยังคงบริหาร และดูแลทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจร่วมกันเช่นเดิม เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของโครงสร้างธุรกิจในระยะยาว

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์องค์กรภายใต้แนวคิด “ก้าวใหม่ ก้าวที่ยิ่งใหญ่ เพื่อก้าวต่อไป ของ กลุ่มบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ฯ” ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อม เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลก และเทคโนโลยีแห่งอนาคต โดยเฉพาะการเข้าสู่ยุค AI Transformation ที่กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกภาคอุตสาหกรรม ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ระบบสื่อสาร พลังงาน และ Data Center

สำหรับผลการดำเนินงานของธุรกิจหลักในไตรมาส 1/2569 ธุรกิจจัดจำหน่ายสายสัญญาณ และอุปกรณ์โครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสาร (Cabling Distribution Business) ซึ่งดำเนินงานโดย บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ยังคงรักษาความเป็นผู้นำด้านการนำเข้า และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ LINK AMERICAN CABLING ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน โดยครอบคลุมผลิตภัณฑ์ด้านระบบสายสัญญาณ LAN, Fiber Optic, Solar Cable, Control Cable, Security Cable, Coaxial Cable และตู้ Rackมาตรฐานสากล ซึ่งรองรับความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เติบโตต่อเนื่อง ทั้งในกลุ่ม Data Center, Smart Building, Smart Factory และ AI Infrastructure

ผลการดำเนินงานของธุรกิจดังกล่าวในไตรมาสแรก มีรายได้รวม 972.99 ล้านบาท คิดเป็น 32.43% ของเป้าหมายรายได้ทั้งปีที่ตั้งไว้ 3,000 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิ 78.27 ล้านบาท หรือ คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 8.04% ของรายได้รวม และคิดเป็น 27.18% ของเป้าหมายกำไรสุทธิทั้งปีที่ตั้งไว้ 288 ล้านบาท สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุน และความสามารถในการรักษาความแข็งแกร่งของธุรกิจหลักได้อย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ธุรกิจวิศวกรรมโครงการ โครงสร้างพื้นฐานด้านระบบไฟฟ้า และพลังงาน (Turnkey EPC Engineering Business) ภายใต้ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เพาเวอร์ แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด หรือ IPOWER ยังคงเดินหน้ารับงานโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และระบบไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งโครงการสายเคเบิลใต้น้ำ (Submarine Cable) โครงการสายไฟฟ้าใต้ดิน (Underground Cable) ระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูง (Transmission Line) และสถานีไฟฟ้าย่อย (Substation) ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศในยุคพลังงานและดิจิทัล

โดยผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกของปี 2569 ธุรกิจ EPC มีรายได้ 17.59 ล้านบาท และมีมูลค่างานในมือ (Backlog) คงเหลือรวมทั้งสิ้น 2,126.16 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในอนาคต พร้อมตั้งเป้ารายได้ทั้งปี 2569 ที่ 990 ล้านบาท และมุ่งสู่การเป็นผู้นำอันดับหนึ่งด้านการก่อสร้างสายเคเบิลใต้น้ำแรงสูงของประเทศไทยในอนาคต

นายสมบัติ อนันตรัมพร ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัทอินเตอร์ลิ้งค์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ปี 2569 นับเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของกลุ่มบริษัทอินเตอร์ลิ้งค์ฯ ในการก้าวเข้าสู่ยุคแห่ง AI Transformation ซึ่งเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล จะเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก บริษัทฯ จึงได้ปรับกลยุทธ์ และโครงสร้างการดำเนินงาน เพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว พร้อมต่อยอดจุดแข็งขององค์กรที่สั่งสมมายาวนานกว่า 39 ปี แม้ในปีนี้จะมีการปรับโครงสร้างการจัดทำงบการเงินของกลุ่มบริษัทฯ แต่ในเชิงการบริหารจัดการ เรายังคงดูแล และขับเคลื่อนทุกธุรกิจร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มบริษัทฯ ในระยะยาว ร่วมกับพร้อมเดินหน้าสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น นักลงทุน คู่ค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง และยั่งยืน”

ทั้งนี้ กลุ่มบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ฯ ยังเชื่อมั่นว่า แนวโน้มการลงทุนด้าน Data Center, AI Infrastructure, Smart Energy และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ จะเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อการเติบโตของกลุ่มบริษัทในอนาคต โดยเฉพาะธุรกิจสายสัญญาณ และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบเศรษฐกิจดิจิทัลยุคใหม่

นับว่าการปรับแผนการดำเนินงาน ด้วยแนวทาง “ก้าวใหม่ ก้าวที่ยิ่งใหญ่ ก้าวต่อไป” จึงไม่ใช่เพียงกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในปี 2569 เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ และความมุ่งมั่นของ กลุ่มบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ฯ ในการยกระดับองค์กรสู่การเป็นผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง แข็งแกร่ง และยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน คู่ค้า และทุกภาคส่วนต่อไปในอนาคต


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top