Saturday, 25 July 2026
อนุทิน

จบคดีหมิ่นประมาท!! ‘ณวัฒน์’ ขอโทษ “อนุทิน” หลังพาดพิงไลฟ์สดปี 64 “อนุทิน” ถอนฟ้องคดีหมิ่นประมาท หลัง “ณวัฒน์” โพสต์ขออภัยอย่างเป็นทางการ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ได้ดำเนินคดีหมิ่นประมาท ณวัฒน์ อิสรไกรศีล เมื่อวันที่ 9 ส.ค. 64 ซึ่งด่าทอและตั้งข้อกล่าวหาว่าเขาเสนอพระราชกำหนดจำกัดความรับผิดให้บุคลากรสาธารณสุขเพื่อปกป้องตนเองและพวกในการจัดการโรคโควิด-19

คดีนี้เป็นคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.2029/2564 และหมายเลขแดงที่ อ.207/2566 โดยศาลอาญาได้ไกล่เกลี่ยและตกลงกันได้ว่าเป็นความผิดอันยอมความได้

ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ยอมรับว่าตนได้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ 'อนุทิน' และได้โพสต์ข้อความขอโทษในเฟซบุ๊กว่า "ขออภัยในสิ่งที่พูดพาดพิงถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล" และหลังจากนั้น 'อนุทิน' ก็รับทราบและเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น จึงได้ถอนฟ้องคดีกับผู้ถูกกล่าวหาในวันนี้

เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นถึงความระมัดระวังในการแสดงความเห็นผ่านสื่อสังคมออนไลน์และผลทางกฎหมายที่อาจเกิดตามมาในกรณีของการนำเสนอข้อมูลหรือความคิดเห็นเกี่ยวกับบุคคลสาธารณะอย่างไม่เหมาะสม

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1501229301365478&id=100044352672988&rdid=2EHDEaYnsXWTLYG2#

นายกคนที่ 32 “อนุทิน” ชนะขาด 293 เสียง หลังผ่านด่านความเห็นชอบจากสภาฯ จ่อรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อ ท่ามกลางการจับตาทิศทางการเมืองไทยระยะถัดไป

สภาฯ โหวตเลือก “อนุทิน ชาญวีรกูล” นั่งนายกฯ คนที่ 32 ต่อ ด้วยเสียงข้างมาก 293 ต่อ 119

วันที่ 19 มีนาคม 2569 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเลือกบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ภายหลังเสร็จสิ้นการอภิปรายคุณสมบัติของผู้ถูกเสนอชื่อ โดยมีการเข้าสู่กระบวนการลงคะแนนแบบขานชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 499 คนในเวลาประมาณ 12.12 น. ตามข้อมูลที่คุณส่งมา ผู้ถูกเสนอชื่อมี 2 คน คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ขณะที่รายงานสาธารณะบางสำนักระบุบริบทการลงมติและคู่แข่งต่างออกไป จึงควรตรวจสอบกับบันทึกทางการของรัฐสภาอีกครั้งเพื่อความแม่นยำสูงสุด

ระหว่างการออกเสียง ผลคะแนนค่อย ๆ ขยับจนกระทั่งในเวลา 13.06 น. นายอนุทินได้รับคะแนนเกิน 251 เสียง ซึ่งถือว่าเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร ส่งผลให้ได้รับความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก่อนที่การลงคะแนนจะเสร็จสิ้นในเวลา 13.17 น. โดยผลอย่างไม่เป็นทางการตามข้อมูลที่คุณให้มาคือ นายอนุทินได้ 293 เสียง นายณัฐพงษ์ได้ 119 เสียง และมีผู้งดออกเสียง 86 เสียง รวม 498 เสียง ก่อนที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรจะประกาศผลและปิดประชุมในเวลา 13.22 น. ทั้งนี้ สำนักข่าว AP รายงานตัวเลข 293 จาก 498 เสียงในบริบทของการลงมติในสภา ขณะที่บางสื่อไทยและต่างประเทศรายงานตัวเลขอีกชุดหนึ่งสำหรับการเลือกนายกรัฐมนตรีในช่วงก่อนหน้า

ผลการลงมติครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า นายอนุทินยังคงรักษาฐานเสียงสนับสนุนในสภาได้อย่างมั่นคง และสามารถผ่านด่านสำคัญทางการเมืองไปได้แบบไม่พลิกความคาดหมาย ท่ามกลางการจับตาของสังคมต่อทิศทางการเมืองไทยหลังการเลือกตั้ง 2569 ซึ่งหลายสำนักข่าวรายงานว่าพรรคภูมิใจไทยมีบทบาทสำคัญในการจัดตั้งสมการอำนาจใหม่ในสภา และส่งผลให้นายอนุทินก้าวขึ้นเป็นตัวแปรหลักของการเมืองไทยในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนี้

อย่างไรก็ตาม แม้สภาจะลงมติเห็นชอบแล้ว ขั้นตอนหลังจากนี้ยังต้องรอการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอย่างเป็นทางการเสียก่อน จึงจะถือว่าเข้าดำรงตำแหน่งโดยสมบูรณ์ตามกระบวนการรัฐธรรมนูญ โดยสื่อไทยและต่างประเทศต่างรายงานตรงกันว่า หลังผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการรับพระบรมราชโองการแต่งตั้ง และการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เพื่อเริ่มเดินหน้าบริหารประเทศต่อไป

ไมโครซอฟท์บุกไทย!! เตรียมลงทุนเพิ่ม 1 พันล้านดอลลาร์ เดินหน้าลงทุน Data Center-Cloud-AI ดันไทยสู่ AI-First Nation ยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางดิจิทัล

วันนี้ (วันอังคารที่ 31 มีนาคม 2569) เวลา 09.00 น. ณ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายแบรด สมิธ (Mr. Brad Smith) รองประธานกรรมการบริหารและประธาน บริษัท ไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น และคณะ เข้าเยี่ยมคารวะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในโอกาสเยือนประเทศไทย สรุปสาระสำคัญของการหารือ ดังนี้

นายกรัฐมนตรีกล่าวชื่นชมบทบาทของไมโครซอฟท์ในการขับเคลื่อนนวัตกรรม ซึ่งมีส่วนช่วยสนับสนุนการพัฒนาด้านดิจิทัลของไทย พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นในการเสริมสร้างความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินงานของไมโครซอฟท์ในไทย เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันด้านดิจิทัลของประเทศ และพัฒนาการให้บริการภาครัฐให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

นายแบรด สมิธ ยืนยันความเชื่อมั่นของไมโครซอฟท์ต่อประเทศไทย ประชาชนไทย และรัฐบาลไทย โดยไมโครซอฟท์เตรียมประกาศแผนการลงทุนในไทยเพิ่มเติมจำนวน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วง 2 ปีข้างหน้า ในโครงสร้างพื้นฐานด้านคลาวด์และ AI พร้อมทั้งมีความร่วมมือกับภาคเอกชนของไทย และให้การสนับสนุนด้านการพัฒนาบุคลากรไทย ซึ่งทั้งหมดนี้ สะท้อนความเชื่อมั่นของไมโครซอฟท์ต่ออนาคตของประเทศไทย

โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือและแลกเปลี่ยนมุมมองในประเด็นสำคัญร่วมกัน ดังนี้
ด้านการลงทุน นายกรัฐมนตรีไมโครซอฟท์มีแผนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านคลาวด์และ AI ในไทย ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจและดิจิทัลของประเทศ โดยรัฐบาลสนับสนุนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านศูนย์ข้อมูล (Data Center) ตลอดจนสนับสนุนให้ไมโครซอฟท์ใช้ไทยเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาค โดยไทยมีความพร้อม โดยเฉพาะในด้านที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ซึ่งตั้งอยู่ในศูนย์กลางของภูมิภาค ซึ่งนายแบรด สมิธ ยืนยันที่จะสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายด้านเศรษฐกิจและดิจิทัลของรัฐบาล และพัฒนาความเป็นพันธมิตรระยะยาวกับไทย เพื่อสร้างประโยชน์ร่วมกันอย่างยั่งยืน
นายกรัฐมนตรีย้ำการสนับสนุนความร่วมมือระหว่างไมโครซอฟท์ ภาคเอกชนไทย และภาครัฐ  เพื่อการขับเคลื่อนไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัล โดยเชื่อว่าความร่วมมือเหล่านี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการผลักดันไทยสู่การเป็นผู้นำด้าน AI ของภูมิภาค (AI-First Nation)

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรียังย้ำความตั้งใจของไทย ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะการพัฒนาการศึกษาและทักษะของแรงงาน ขอบคุณความมุ่งมั่นของไมโครซอฟท์ในการส่งเสริมทักษะดิจิทัลและ AI ให้กับคนไทย โดยเฉพาะการเสริมศักยภาพครู การยกระดับทักษะแรงงาน และการสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ด้านศูนย์ข้อมูลและเทคโนโลยี โดยนายแบรด สมิธ กล่าวว่า ปัจจุบันทั่วโลกมีการนำ AI เข้ามาใช้งานเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีการใช้ AI สูงขึ้นอย่างมาก โดยไมโครซอฟท์พร้อมสนับสนุนรัฐบาล ผ่านโครงการที่ไมโครซอฟท์กำลังดำเนินการอยู่ ได้แก่ โครงการฝึกอบรมครู องค์กรไม่แสวงหากำไร และเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อให้เข้าถึงทักษะด้าน AI


ที่มา : https://www.thaigov.go.th/th/news/162741?fbclid=IwY2xjawQ4TgNleHRuA2FlbQIxMABicmlkETF3Mk44SGk5bVpPTDZSOEdxc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHu92NvZGdNWtFIe_zdrpaKKcAYJ-nRSyUzYxSg1QehYt39WX3sptoahKaBtd_aem_71Xa73RMDK1z5MyCc5iMxQ

ฝรั่งเศสส่งสัญญาณมิตรภาพ!! มาครงต้อนรับ “อนุทิน” ถึงปาแลเดอเลลีเซ โพสต์เพลง made in Thailand สะท้อนมิตรภาพไทย–ฝรั่งเศส ชูความร่วมมือเศรษฐกิจ–วิทยาศาสตร์–ความมั่นคง

ประธานาธิบดีฝรั่งเศส โพสต์ภาพคู่ ‘อนุทิน’นายกรัฐมนตรีพร้อมเพลง made in Thailand ของวงคาราบาว หลังจากทั่งคู่ได้หารือกันที่ทำเนียบปาแลเดอเลลีเซ ย้ำ ไทยและฝรั่งเศสยังคงเสริมสร้างความร่วมมือบนพื้นฐานของความไว้วางใจ ความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมที่ใกล้ชิด

นายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐฝรั่งเศส โพสต์ภาพผ่าน instagram ส่วนตัวเป็นภาพคู่กับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมแท็กเพลง made in Thailand แห่งวงคาราบาว วงดนตรีเพื่อชีวิตระดับตำนานของไทย หลังจากให้การต้อนรับนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกุล ที่ทำเนียบปาแลเดอเลลีเซ

พร้อมระบุข้อความว่า มีความสุขที่ได้รับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีของไทย  ในการเยือนฝรั่งเศส  ไทยและฝรั่งเศสยังคงเสริมสร้างความร่วมมือบนพื้นฐานของความไว้วางใจ ความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมที่ใกล้ชิด และความร่วมมือในด้านเศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ และความมั่นคง เนื่องในโอกาสครบรอบ 170 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตของทั้งสองประเทศ

ที่มา : NBTConnext 

https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1464837409011925&id=100064570394286&rdid=qabCU9p0SmIAUai8#

‘ปูติน’ เปิดโต๊ะรับผู้นำอาเซียน!! อนุทิน–ภริยาเข้าร่วมงานเลี้ยงเกียรติยศ ก่อนประชุมสุดยอดอาเซียน–รัสเซียสมัยพิเศษ สะท้อนบทบาทไทยบนเวทีภูมิภาค ไทยย้ำสัมพันธ์อาเซียน–รัสเซีย

นายกฯอนุทิน และภริยา เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่ประมุข/ผู้นำรัฐบาลประเทศสมาชิกอาเซียนที่เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย สมัยพิเศษ โดยนายวลาดิมีร์ ปูติน ปธน.รัสเซียเป็นเจ้าภาพ ณ โรงละครแห่งรัฐตาตาร์ กาเลียสกา คามาล

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/194174770388504/permalink/774466662359309/?rdid=A9zjCwTkAfugspfL#

Shopee พร้อมหนุน OTOP ไทย!! นายกฯ ชู SMEs เป็นกำลังสำคัญเศรษฐกิจไทย ฝาก Shopee ช่วยขยายโอกาสบน e-commerce ย้ำคุ้มครองผู้ประกอบการไทย จากการแข่งขันไม่เป็นธรรมบนแพลตฟอร์มดิจิทัล

นายกฯ ฝาก Shopee ดัน OTOP ไทย สู่ตลาดออนไลน์และต่างประเทศ เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล หนุน SMEs

นายคริส เฟิง ประธานบริษัท Sea Limited และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Shopee พร้อมคณะ เข้าเยี่ยมคารวะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ณ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อหารือแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล การยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทย และการขยายความร่วมมือด้านการลงทุนในประเทศไทย

นายคริส เฟิง กล่าวแสดงความอาลัยต่อการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พร้อมยืนยันความพร้อมเดินหน้าความร่วมมือกับรัฐบาลไทยในการพัฒนาทักษะดิจิทัลและ e-commerce ให้กับผู้ประกอบการไทย รวมทั้งการผลักดันสินค้าไทยสู่ตลาดโลกผ่านโครงการ Shopee International Platform (SIP) และ Shopee Global Sales นอกจากนี้ ยังแสดงความสนใจขยายการลงทุนและความร่วมมือทางธุรกิจด้านอื่นๆในประเทศไทย เพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและการสร้างงานในระยะยาว

นายกฯ กล่าวว่า SMEs และผู้ประกอบการรุ่นใหม่คือกำลังสำคัญของเศรษฐกิจไทย รัฐบาลจึงเดินหน้าสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งทุน การลดอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ การยกระดับทักษะดิจิทัล และการสร้างสภาพแวดล้อมทางการค้าที่เป็นธรรม โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายเพื่อคุ้มครองผู้ประกอบการไทยจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมบนแพลตฟอร์มดิจิทัล

นอกจากนี้ นายกฯ ยังได้หารือแนวทางการพัฒนาระบบ Virtual Banking ซึ่งเป็นอีกกลไกสำคัญในการยกระดับระบบการเงินดิจิทัลของประเทศ พร้อมแสดงความสนับสนุนให้ผู้มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านธุรกิจการเงินเข้ามามีส่วนร่วมในการลงทุนและพัฒนาธุรกิจธนาคารดิจิทัลในประเทศไทย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันและนวัตกรรมทางการเงิน ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนรายย่อยที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงินในระบบ สามารถเข้าถึงได้สะดวกมากขึ้น เพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพและขยายธุรกิจ

ในตอนท้าย นายกฯได้เชิญชวน นายคริส เฟิง ให้ไปร่วมงาน OTOP Midyear 2026 พร้อมขอให้ช่วยโปรโมทสินค้า OTOP ของไทย โดยเน้นย้ำถึงคุณภาพที่ดีของสินค้า และเชื่อมั่นว่าสินค้าไทย จะเป็นที่ชื่นชอบในตลาดต่างประเทศ ซึ่งนายคริส เฟิง ยินดีและพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ โดยมองเห็นช่องทางการตลาดสำหรับสินค้าไทยเช่นกัน

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1493253569503642&id=100064570394286&rdid=RrU8LF452fmsccDi#

‘อนุทิน’ เปิดเวที ABAC 2026!! ผู้นำธุรกิจเอเปคชูความร่วมมือข้ามภาคส่วน สร้างภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกให้รุ่งเรืองท่ามกลางวิกฤต ย้ำรัฐและเอกชนต้องร่วมมือกัน รับมือภูมิรัฐศาสตร์โลกผันผวน

กรุงเทพฯ, 9 ก.ค. (ซินหัว) -- เหล่าผู้นำแวดวงธุรกิจจากคณะกรรมการที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค (ABAC) ได้รวมตัวประชุมในกรุงเทพฯ และเรียกร้องการสร้างความเป็นหุ้นส่วนระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน เพื่อรักษาการเติบโตที่ยั่งยืนท่ามกลางสถานการณ์ความไม่แน่นอนของโลก

อนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี กล่าวสุนทรพจน์สำคัญที่การประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค ครั้งที่ 3 ในปี 2026 ว่าสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในปัจจุบันมีความสลับซับซ้อนเพิ่มขึ้น ขณะความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจทางธุรกิจ

อนุทินชี้ว่ารัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาความท้าทายเหล่านี้ได้เพียงลำพัง เช่นเดียวกับภาคธุรกิจที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาความท้าทายเหล่านี้โดยปราศจากสภาพแวดล้อมที่ถูกต้อง ดังนั้นความเป็นหุ้นส่วนภาครัฐ-ภาคเอกชนจึงเป็นกุญแจสำคัญสู่การเติบโตที่ยั่งยืน

เกษมสิทธิ์ ปฐมศักดิ์ สมาชิกคณะกรรมการฯ และประธานบริหารบริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด กล่าวว่าชุมชนธุรกิจพร้อมทำงานร่วมกับรัฐบาลต่างๆ เพื่อสร้างสรรค์ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่เปิดกว้าง เชื่อมโยง และเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น

อนึ่ง การประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค ครั้งที่ 3 จัดขึ้นวันที่ 6-9 ก.ค. 2026

ที่มา : Xinhua

‘อนุทิน’ เยือนจีนอย่างเป็นทางการ!! ไทย–จีนเดินหน้าหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ บินเยือน 3 เมืองใหญ่ เซี่ยงไฮ้–เฉิงตู–ปักกิ่ง สานต่อมิตรภาพ 51 ปี เปิดประตูการค้า ลงทุน เทคโนโลยี และการศึกษา

นายกฯ เตรียมเยือนจีนอย่างเป็นทางการ 16 - 20 ก.ค. นี้ สานต่อมิตรภาพ สร้างโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ เพื่อความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย มีกำหนดการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 16 - 20 ก.ค. 69 ตามคำเชิญของนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อสานต่อพลวัตความสัมพันธ์ทางการทูตไทย - จีน ซึ่งก้าวเข้าสู่ปีที่ 51 และต่อยอดความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

สำหรับภารกิจสำคัญของนายกฯ ในการเยือนครั้งนี้ ครอบคลุม 3 เมืองสำคัญ ได้แก่ นครเซี่ยงไฮ้ นครเฉิงตู และกรุงปักกิ่ง โดยที่นครเซี่ยงไฮ้ นายกฯ มีกำหนดการเข้าเยี่ยมคารวะนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และเข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก ค.ศ. 2026 ตามคำเชิญของประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

จากนั้น ที่นครเฉิงตู นายกฯ จะเป็นประธานในพิธีเปิดงานสัมมนา Thailand-China (Sichuan) Investment and Economic Forum 2026 และพิธีเปิดฝ่ายการลงทุนประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู เพื่อขยายเครือข่ายการส่งเสริมการลงทุนของไทยสู่ภูมิภาคตะวันตกของจีน พร้อมพบหารือกับภาคเอกชนรายใหญ่ของจีน และกลุ่มนักธุรกิจไทยที่ลงทุนในจีน เพื่อสนับสนุนความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างกัน

สำหรับกรุงปักกิ่ง นายกฯ มีกำหนดการประชุมทวิภาคีแบบเต็มคณะกับนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน และพบหารือกับนายจ้าว เล่อจี้ ประธานสภาประชาชนแห่งชาติสาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงที่สำคัญระหว่างหน่วยงานภาครัฐของไทยกับจีนเพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือในมิติต่าง ๆ อาทิ การค้า การลงทุน การเกษตร สาธารณสุข วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การศึกษา และสื่อมวลชน เพื่อยกระดับความร่วมมือไทย–จีนให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและสร้างประโยชน์ร่วมกันในระยะยาว

ที่มา : https://www.facebook.com/100064582216937/posts/1472700831559310/?rdid=ME60HZqm6squfgul#

‘อนุทิน’ เปิดงาน THAILAND² ยกกำลังประเทศไทย รัฐบาลเดินหน้ายกกำลังประเทศไทย เริ่มจากยกศักยภาพคนไทยให้แข็งแรงขึ้น THAILAND² ผนึก 5 กระทรวง ยกระดับทุนมนุษย์ไทย ย้ำพัฒนาคนไทยคือการลงทุนที่มีค่าที่สุดของประเทศ

วันนี้ (21 กรกฎาคม 2569) เวลา 13.10 น. ณ อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงาน THAILAND² “ยกกำลังประเทศไทย ยกระดับทุนมนุษย์”

ก่อนเริ่มพิธีเปิด ผู้เข้าร่วมงานยืนสงบนิ่งถวายความอาลัย แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวชื่นชมการจัดงานในครั้งนี้ ว่าเป็นไปอย่างเหมาะสม ทั้งถูกที่และถูกเวลา เนื่องจากการพัฒนาคนเป็นวาระเร่งด่วนของโลก ท่ามกลางความท้าทายจากสังคมสูงวัย การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมย้ำว่า ประเทศที่จะสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้ จำเป็นต้องมี "ทุนมนุษย์" ที่มีศักยภาพสูงและปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว โดยนายกรัฐมนตรีย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพคนไทย เพราะทุนมนุษย์เป็นหัวใจของการพัฒนาประเทศ และเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทย

นายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวถึงการหารือกับผู้นำจีนและผู้ประกอบการชั้นนำของไทยและจีน ในระหว่างการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนที่ผ่านมาว่า สาระสำคัญที่ได้พูดคุยกันคือเรื่องของโลกยุคใหม่ที่กำลังแข่งขันกันด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และเศรษฐกิจดิจิทัล ลังสร้างโอกาสทางธุรกิจรูปแบบใหม่ ดังนั้น รัฐบาลจึงเดินหน้าขยายความร่วมมือด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ผ่านการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) หลายฉบับกับจีน เพื่อร่วมพัฒนากำลังคนและยกระดับขีดความสามารถของประเทศไทยให้พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลก

“การยกกำลังประเทศไทยให้พร้อมทั้ง “รับมือ” และ “รับโอกาส” จากความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ จึงต้องเริ่มต้นจากการยกกำลังคนไทยให้แข็งแรงขึ้น”

นายกรัฐมนตรียังกล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้คนไทยทุกช่วงวัยเข้าถึงการศึกษา การพัฒนาทักษะ (Upskill) และการเพิ่มพูนทักษะใหม่ (Reskill) ควบคู่กับการดูแลสุขภาวะทางจิต เพื่อให้ประชาชนสามารถปรับตัวและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีชื่นชมการบูรณาการความร่วมมือของ 5 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่ร่วมกันยกระดับศักยภาพคนไทยอย่างเป็นระบบ สะท้อนการทำงานแบบบูรณาการของรัฐบาลที่มุ่งเปลี่ยนทุนมนุษย์ให้เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ

"สิ่งที่รัฐบาลกำลังทำ คือการลงทุนกับสิ่งที่มีค่าที่สุดของประเทศ นั่นคือคนไทย" นายกรัฐมนตรีกล่าว พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาทุนมนุษย์ และเชิญชวนทุกฝ่ายร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างประเทศไทยที่แข็งแรง และเติบโตอย่างยั่งยืนในโลกยุคใหม่ต่อไป

จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้ถ่ายภาพร่วมกับคณะผู้จัดงาน ก่อนรับชมวีดิทัศน์ผลงาน 90 วัน ของ 5 กระทรวงภาคีเครือข่าย

สำหรับงาน “THAILAND² ยกกำลังประเทศไทย ยกระดับทุนมนุษย์” เป็นงานที่เกิดขึ้นจากการผนึกกำลังของ 5 กระทรวงหลักที่มีเป้าหมายเพื่อสร้างโอกาสและพัฒนาทักษะให้กับคนไทย ทุกกลุ่ม ทุกสาขาอาชีพ และพลิกโฉมการศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เพื่อรองรับโลกยุคใหม่ โดยภายในงานมีกิจกรรมและวาระสำคัญเพื่อการยกระดับทุนมนุษย์ของประเทศ อาทิ บูทนิทรรศการ ลดความซ้ำซ้อน สู่เกษตรแม่นยำ บูทนิทรรศการตลาดนำการผลิต กรมวิชาการเกษตร บูทนิทรรศการ Net Zero Campus สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ บูทนิทรรศการ CHANGAN กระทรวงแรงงาน เป็นต้น

ที่มา : https://www.thaigov.go.th/th/news/166718?fbclid=IwdGRjcATNTfFjbGNrBM1N4mV4dG4DYWVtAjExAHNydGMGYXBwX2lkDDM1MDY4NTUzMTcyOAABHiTMRnm9yib3lCWOojOo_LR-lSeGm4hCFywnaM3BZb8El_iW_HsKYcMkGuYw_aem_Gn-gbsVx4Kqvnja9sLTWyA

‘อนุทิน’ ลั่นฟ้อง ‘ยิ่งชีพ iLaw’!! ซัดกล่าวหาไร้หลักฐานทำคนเสียหาย ปมพาดพิงคดีฮั้ว สว. ย้ำพูดต้องมีหลักฐาน ครั้งนี้ไม่ยอมความ คำกล่าวหาทางการเมืองไม่ใช่พื้นที่ปลอดความรับผิด หากพาดพิงให้เสียหาย ต้องเจอกระบวนการกฎหมาย

'อนุทิน' เดินหน้าฟ้อง 'ยิ่งชีพ iLaw' หมิ่นประมาท ไม่มียอมความบอกหลายครั้งแล้ว ทีหลังก่อนพูดได้คิดบ้าง มองเดินเกมเพราะกลัว ภท.ได้ดี ยันไม่เกี่ยวข้อคดีฮั้ว สว. ไม่ได้ทำจะไปกังวลอะไร

22 ก.ค.2569 - นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีเตรียมฟ้องความหมิ่นประมาทกับ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ที่กล่าวหาบุคคลพรรคภูมิใจไทย 9 มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว. โดยมีชื่อนายอนุทินรวมอยู่ด้วยว่า ตามกฎหมายการจะพูดกล่าวหาใครต้องมีหลักฐานชัดเจน เรื่องนี้อยู่ในกระบวนการยุติธรรมและยังไม่มีการส่งฟ้อง แล้วเขาเป็นใครเที่ยวมาพิพากษาแล้วมาเอ่ยชื่อแบบนั้นทำให้คนได้รับความเสียหาย เมื่อดูจากรายงานก็อ้างถึงพยานคนโน้นพูดอย่างนี้ และพยานที่อ้างคือใคร เราก็เคารพกันทุกคนมีสิทธิที่จะพูดแต่พูดอะไรต้องรับผิดชอบ

เมื่อถามว่ามองนายยิ่งชีพ มีวัตถุประสงค์ทางการเมืองอะไรหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “ไม่รู้จะพูดอย่างไร วัตถุประสงค์คงไม่อยากให้พวกผมได้ดี อาจมีความผิดหวังอะไรอย่างนี้”

ถามว่ามองว่ามีการเมืองอยู่เบื่องหลังหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่คิดไม่เสียเวลาคิด เราก็มีกฎหมายทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ถ้าใครมีเจตนาไม่ดีก่อให้เกิดความเสียหาย ทำให้เกิดความแตกแยกของสังคม ความชิงชังซึ่งกันและกันเป็นสิ่งไม่พึงประสงค์ในประเทศนี้ ทุกคนต้องรับผิดชอบคำพูดของตัวเอง

เมื่อถามว่า นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย ในฐานะฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กตั้งคำถามถึงเงินบริจาคให้ iLaw ว่ามาต่างชาติ และใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า นายศุภชัย ได้รับมอบหมายจากพรรคให้ไปดำเนินคดี ท่านก็มีแนวทางวิธีการดำเนินการไป สมัยก่อนมีแบบนี้เยอะถึงเวลาฟ้องไปแล้วก็มาขอประนีประนอมขอศาลให้เมตตาแต่ครั้งนี้คงไม่ เพราะหลายครั้งแล้ว

เมื่อถามว่าจะฟ้องหมิ่นประมาทเฉพาะนายยิ่งชีพ รวมถึงคนที่เกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็แล้วแต่นายศุภชัย พรรคบอกว่าหากทำให้พรรคและสมาชิกพรรคเสียหายก็ต้องดำเนินการอีกหน่วยเวลาพูดจะได้คิดบ้าง เป็นคนที่มีผู้ติดตาม เป็นอินฟลูเอนเซอร์ไม่ใช่อยากจะพูดอย่างจะทำอะไรก็ทำ

เมื่อถามถึงความคืบหน้าคดีฮั้ว สว.ที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมถึงขั้นไหนแล้ว นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะไม่ได้เกี่ยวข้อง

เมื่อถามว่าไม่ได้กังวลใจกับคดีนี้ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ”ถามอย่างนี้แปลว่าอะไร ไม่ได้ทำจะไปกังวลอะไร ถ้ามีส่วนเกี่ยวข้องคงโดนไปนานแล้ว เพราะคดีนี้เพิ่มมาตั้งแต่ผมยังไม่ได้เป็นนายกฯ จึงไม่ต้องมีใครมาเกรงใจ และผมไปเป็นฝ่ายค้าน 3-4 เดือนไม่มีอำนาจวาสนาอะไรเลยจะไปต่อรองอะไรกับใครได้ สิ่งที่ยืนยันได้คือไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่มีความจำเป็นต้องเข้าไปเกี่ยวข้องและไม่มีความคิดเข้าไปเกี่ยวข้อง”

ที่มา : https://www.thaipost.net/hi-light/1036573/?fbclid=IwdGRjcATNTmJjbGNrBM1OX2V4dG4DYWVtAjExAHNydGMGYXBwX2lkDDM1MDY4NTUzMTcyOAABHgd_Y7sGs5z3hPYyRIBF4GEs0mO2gNQK9L-PLQMOCjklsomdUarJZxFmfGrZ_aem_RzjUYN7Aq-bBDoP3F3-QYA


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top