Friday, 5 June 2026
สแกมเมอร์

ฟิลิปปินส์บุกรังสแกมเมอร์กลางมะนิลา รวบผู้ต้องหากว่า 400 คน พบคนไทยเอี่ยว 2 ราย

(21 ก.พ.68) เจ้าหน้าที่ฟิลิปปินส์บุกตรวจค้นศูนย์ปฏิบัติการพนันออนไลน์ในกรุงมะนิลา จับกุมผู้ต้องหากว่า 400 คน โดยพบว่ามีชาวจีนเป็นผู้ควบคุมเครือข่าย  

คณะกรรมการต่อต้านองค์กรอาชญากรรมแห่งฟิลิปปินส์เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดี (20 ก.พ.) ว่า ผู้ต้องหาประกอบด้วยชาวฟิลิปปินส์ 307 คน ชาวจีน 137 คน รวมถึงชาวเวียดนาม ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และไต้หวันอีกจำนวนหนึ่ง โดยมีคนสัญชาติไทย 2 รายที่ถูกจับกุมจากปฏิบัติการนี้  

ตามรายงานของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก การสืบสวนเบื้องต้นพบว่า เครือข่ายดังกล่าวใช้แพลตฟอร์มการพนันกีฬาและการลงทุนเป็นเครื่องมือในการหลอกลวงเหยื่อชาวจีนและอินเดีย  

แม้ว่าฟิลิปปินส์จะสั่งห้ามธุรกิจพนันออนไลน์ที่มุ่งเป้าไปยังชาวจีนตั้งแต่ปีที่ผ่านมา แต่รัฐบาลยอมรับว่ายังคงมีชาวต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจดังกล่าวตกค้างอยู่ในประเทศเป็นจำนวนมาก และกำลังอยู่ในกระบวนการเนรเทศ

เปิดแผน 'นกนางนวล' ภารกิจปราบ 'จีนเทา' เฟสแรกจับแก๊งคอลฯ เฟสสองมุ่งพนันออนไลน์

(21 ก.พ.68) การเข้ามามีบทบาทของหลิวจงอี้ในประเทศไทยทำให้หลายฝ่ายจับตาถึงภารกิจของเขาที่เดินทางเข้า-ออกไทยหลายรอบเพื่อเดินหน้าภารกิจในการปราบปรามจีนเทาตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนปฏิบัติการ 'ปฏิบัติการนกนางนวล' (海鸥行动) ซึ่งชื่อปฏิบัติการนี้ได้รับการเปิดเผยในสื่อจีนเมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมา

จากรายงานข่าวของเว็บไซต์ Caixin และสำนักข่าว Xinhua พบว่ามีการกล่าวถึงปฏิบัติการนกนางนวล เพิ่มมากขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยมีจีนเป็นผู้นำการปฏิบัติการนี้

ปฏิบัติการนกนางนวลครั้งแรกช่วงปี 2024 โดยเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมแม่โขง-ล้านช้าง ซึ่งมีการจัดตั้งศูนย์ความร่วมมือบังคับใช้กฎหมายแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง ที่เมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน ประเทศจีน โดยมีคณะผู้แทนจากกระทรวงมหาดไทยกัมพูชา กระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีน กระทรวงความมั่นคงสาธารณะและกระทรวงกลาโหมลาว กระทรวงมหาดไทยเมียนมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทย และกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของเวียดนามเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ด้วย นอกจากนี้ยังมีองค์กรระหว่างประเทศ เช่น สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติและองค์การตำรวจอาเซียนเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ด้วย

จากรายงานข่าวระบุว่า 'ปฏิบัติการนกนางนวล (海鸥行动) ระยะที่ 1' จะเป็นการร่วมมือระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจากหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงไทย กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม โดยมีจีนเป็นผู้นำการปฏิบัติการนี้ที่เริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคมถึงธันวาคม 2024 มีเป้าหมายหลักในการปราบปรามอาชญากรรมทางโทรคมนาคมและอาชญากรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น การลักลอบขนอาวุธปืนและกระสุน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนความร่วมมือระยะห้าปีระหว่างประเทศในแม่น้ำล้านช้าง-แม่โขง (2023-2027)

ผลการดำเนินงานในระยะแรกของปฏิบัติการสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้มากกว่า 70,000 คน และช่วยเหลือเหยื่อจากคดีฉ้อโกงทางโทรคมนาคมได้มากกว่า 160 ราย โดยทางจีนได้ส่งข้อมูลและความร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ ในการสืบสวนคดีฉ้อโกงและยืนยันหมายเลขโทรศัพท์ที่ต้องสงสัยหลายพันหมายเลข

จีนให้ความสำคัญกับการปราบปรามการฉ้อโกงทางอิเล็กทรอนิกส์และการพนันออนไลน์ที่มีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความปลอดภัยและชีวิตของพลเมืองของประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา กรณีการฉ้อโกงนี้ทำให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงในระดับภูมิภาคและเป็นอุปสรรคต่อความร่วมมือระหว่างประเทศในภูมิภาค

ในอนาคต ปฏิบัติการนกนางนวลระยะที่ 2 จะเริ่มขึ้นในปี 2025 โดยมุ่งเป้าไปที่การปราบปรามอาชญากรรมทางโทรคมนาคมและการพนันออนไลน์อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งช่วยเหลือผู้ที่ตกเป็นเหยื่อจากอาชญากรรมเหล่านี้ โดยจะมีการร่วมมือกันระหว่างประเทศในภูมิภาคเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนและความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินในระดับนานาชาติ

หลิวจงอี้เดินทางไปยังพื้นที่บริเวณชายแดนไทย-เมียนมาบ่อยครั้ง โดยในฝั่งเมียนมาไม่เพียงเป็นฐานปฏิบัติการของแก๊งคอลเซ็นเตอร์เท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งธุรกิจของคาสิโนพนันออนไลน์ด้วย สะท้อนว่าจีนอาจเตรียมเปิดปฏิบัติการ 'นกนางนวล' ระยะที่ 2 ในเร็วๆ นี้

กัมพูชาโกยรายได้จาก ‘คอลเซ็นเตอร์-สแกมเมอร์’ พุ่งแตะ 6.2 แสนล้านบาทต่อปี เพิ่มขึ้น 85% จากปี 67

(11 มิ.ย. 68) กรมสรรพากรของกัมพูชาเปิดเผยว่า รายได้จากแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ในประเทศสูงถึง 60% ของ GDP หรือประมาณ 620,000 ล้านบาทต่อปี กลายเป็นแหล่งรายได้หลักของรัฐบาล แซงหน้าอุตสาหกรรมสิ่งทอซึ่งเคยเป็นรายได้หลักดั้งเดิมของประเทศ

ในปี 2024 กัมพูชาเก็บภาษีจากธุรกิจกาสิโนและการพนันรวม 63.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2,061 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 85% จากปีก่อนหน้า โดยมีกาสิโนที่ได้รับใบอนุญาต 195 แห่ง ส่วนใหญ่อยู่บริเวณชายแดน เช่น บาเวตและปอยเปต เพื่อรองรับนักพนันต่างชาติ โดยเฉพาะชาวไทย

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากองค์กรต่างประเทศชี้ว่า อุตสาหกรรมอาชญากรรมไซเบอร์ในกัมพูชามีผู้เกี่ยวข้องกว่า 150,000 คน และเชื่อมโยงกับการค้ามนุษย์ข้ามชาติจากกว่า 70 ประเทศ โดยมีการฟอกเงินผ่านธุรกิจพนัน ส่งผลให้รัฐบาลฮุน เซน ถูกตั้งข้อสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือได้รับผลประโยชน์ทางตรงและทางอ้อม

ทั้งนี้ ภายใต้แรงกดดันจากข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา กองทัพไทยได้ใช้มาตรการตัดไฟฟ้า สัญญาณอินเทอร์เน็ต และจำกัดการข้ามแดน เพื่อกดดันอุตสาหกรรมผิดกฎหมาย ซึ่งถือเป็นรายได้หลักของกัมพูชา แม้รัฐบาลจะปฏิเสธความเกี่ยวข้อง แต่รายงานระบุว่ารายได้จากกิจกรรมเหล่านี้อาจถูกนำไปใช้ในโครงการของรัฐและการควบคุมทางการเมืองภายในประเทศ

UN คอนเฟิร์ม ‘กัมพูชา’ คือศูนย์กลาง ‘สแกมเมอร์โลก’ เชื่อมกลุ่มทุน-เครือญาติ ‘ฮุน เซน’ กวาดเงินหมื่นล้าน

(20 มิ.ย. 68) องค์การสหประชาชาติ (UN) เปิดเผยรายงานของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรม (UNODC) ชี้ว่ากัมพูชาได้กลายเป็นฐานปฏิบัติการสำคัญของเครือข่ายหลอกลวงทางไซเบอร์ระดับโลก โดยมีการลงทุนจากต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาในพื้นที่ โดยเฉพาะเมืองปอยเปตที่ติดชายแดนไทย กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ในการเจาะตลาดไทย

รายงานระบุว่าอาชญากรรมไซเบอร์ไม่ได้จำกัดเฉพาะเขตชายแดนอีกต่อไป แต่ขยายเข้าสู่เมืองหลวงกรุงพนมเปญ และจังหวัดสำคัญอย่างบาเวตและพระสีหนุ แสดงให้เห็นถึงการฝังรากลึกของธุรกิจหลอกลวงในโครงสร้างประเทศ ทั้งในเชิงเศรษฐกิจ การเมือง และอำนาจรัฐ

หนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่ถูกจับตามองคือ Huione Group บริษัทการเงินขนาดใหญ่ที่มีความเชื่อมโยงกับครอบครัวผู้นำกัมพูชา โดยเฉพาะนายฮุน โต หลานชายของอดีตนายกฯ ฮุน เซน ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน การฉ้อโกงทางไซเบอร์ และธุรกรรมผิดกฎหมายมูลค่ามหาศาลทั่วภูมิภาค

รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ขึ้นบัญชีดำ Huione Group และตัดขาดจากระบบการเงินของอเมริกา พร้อมกับเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการของ Huione Pay ในกัมพูชา ขณะที่บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน Elliptic ระบุว่าแพลตฟอร์ม Huione Guarantee ของกลุ่มนี้มีมูลค่าธุรกรรมต้องสงสัยรวมกว่า 27 พันล้านดอลลาร์ หรือเกือบ 1 ล้านล้านบาท

ด้านตำรวจไซเบอร์ไทยยืนยันพบความเชื่อมโยงทางการเงินระหว่างกลุ่มพนันออนไลน์ในไทยกับบริษัทในกัมพูชา โดยเฉพาะ Huione Group ที่มีบทบาทสำคัญในการฟอกเงินจากการหลอกลวงแบบ Call-Centre และการพนัน ผ่านการแปลงเงินเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลและนำกลับมาใช้ในระบบเศรษฐกิจจริง

กรณีนี้กลายเป็นหลักฐานสำคัญที่หลายฝ่ายในไทยเสนอให้รัฐบาลไม่ปล่อยให้กัมพูชายื่นข้อพิพาทชายแดนต่อศาลโลกฝ่ายเดียว พร้อมเรียกร้องให้นำประเด็นอาชญากรรมไซเบอร์ที่กัมพูชาถูกกล่าวหาทั่วโลกเข้าสู่การพิจารณาในเวทีสหประชาชาติ เพื่อปกป้องผลประโยชน์และความมั่นคงของภูมิภาคโดยรวม

‘ดร.ธนชาติ’ จี้นายกฯ ปล่อยแก๊งคอลฯ ลอยนวลมานาน ชี้!! ควรลุยปราบตั้งแต่แรก ไม่ใช่รอจนคลิปเสียงหลุด

(24 มิ.ย. 68) รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการ สถาบันไอเอ็มซี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘Thanachart Numnonda’ ถึงกรณีรัฐบาลประกาศลุยแก๊งคอลเซ็นเตอร์กัมพูชา โดยอ้างปกป้องคนไทยจากการตกเป็นเหยื่อ

นายกรัฐมนตรี บอกว่า “รัฐบาลไทยจะไม่ยอมให้คนไทยตกเป็นเหยื่ออีกต่อไป” ก่อนอื่นเราต้องแยกประเด็นก่อนนะครับ กรณีคลิปหลุดของนายกฯ ไม่ใช่เจอแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรืออะไร แต่เป็นการคุยกัน "เรื่องส่วนตัว โดยเอาผลประโยชน์ของชาติเป็นการต่อรอง" ไม่ได้มีการดักฟัง หรือโดนแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ไหนหลอก แต่คู่สนทนาเอาไปเผยแพร่เอง

การปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชา หรือระงับสัญญาณอินเทอร์เน็ตแถวนั้น ควรทำตั้งแต่ตอนจีนมาจัดการกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่พม่าอย่างจริงจังแล้ว ซึ่งก็เป็นที่ทราบกันดีว่า คนที่ถูกจับไปทำงานแถวพม่าคือคนต่างชาติเช่นคนจีน แต่มีอีกกลุ่มหนึ่งที่ถูกบังคับให้ทำงานคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชาคือ กลุ่มคนไทย แต่ก็ไม่มีการปราบปรามอะไรจริงจังในตอนนั้น

ก็ไม่ทราบด้วยเหตุใดถึงต้องเกรงใจกัมพูชาในตอนนั้น และไม่มีการปราบปรามจริงจังตัดสัญญาณเน็ต กวดขันจริงจัง แต่ก็เพิ่งเห็นประกาศจะทำอะไรจริงจังหลังจากที่ ความสัมพันธ์ส่วนตัวของสองครอบครัวมีปัญหา ก็คงอาจเพราะถึงเวลาที่จะต้องตัดผลประโยชน์ของอีกครอบครัว

อย่าบริหารประเทศชาติโดยเอาความสัมพันธ์ส่วนตัวมาในการตัดสินใจ ผู้นำที่ดีต้องยึดหลักการ และต้องทำตรงไปตรงมา อย่างที่บอกครับ ควรทำตั้งแต่ตอนเราจัดการกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่พม่าแล้ว ไม่ใช่รอจนถึงวันนี้ แล้วเพิ่งมาบอกว่า จะไม่ยอมให้คนไทยตกเป็นเหยื่ออีกต่อไป

อย่าบอกนะครับว่าเพิ่งทราบว่า มีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่กัมพูชา เลยเพิ่งทำ

‘แพทองธาร’ เปิดใจปมเขมรเดือด!! เพราะไทยจับมือลาว-พม่า ล่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์

(29 ก.ค. 68) แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า ความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชาที่เกิดขึ้น อาจมีต้นตอมาจากการที่ไทย ลาว และเมียนมา ร่วมลงนามไตรภาคีเพื่อปราบปรามขบวนการคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งอาจกระทบผลประโยชน์บางฝ่าย

แม้จะอยู่ระหว่างหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ แต่แพทองธารยืนยันว่า ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเน้นย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือชีวิตของประชาชน และเชื่อมั่นว่ากองทัพไทยสามารถรับมือสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม

นายกฯ ยังกล่าวยืนยันว่า ไม่ว่านายกรัฐมนตรีจะมาจากตระกูลใด ก็ต้องมีหน้าที่ดำเนินการปราบปรามขบวนการคอลเซ็นเตอร์อย่างเด็ดขาด พร้อมเชื่อว่าเหตุการณ์ล่าสุดสะท้อนให้เห็นแรงเสียดทานจากการปราบขบวนการดังกล่าวในระดับภูมิภาค

นอกจากนี้ นายกฯ ยังเปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงแสดงความห่วงใยต่อกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ พร้อมรับผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และได้สั่งการเร่งด่วนให้กระทรวงวัฒนธรรมดูแลเรื่องพิธีศพและการสนับสนุนด้านอื่นๆ ทันที

‘กัมพูชา’ ตอบรับแล้ว ‘เก็บกู้ทุ่นระเบิด - ปราบสแกมเมอร์’ แต่ไม่ตอบรับแก้ปัญหาละเมิด MOU 43 ชี้ ไม่อยู่ในอำนาจ

ด่วน! ‘ไทย-กัมพูชา’ ลงนามข้อตกลงในที่ประชุม RBC พื้นที่กองทัพภาค 1 ไทย-ภูมิภาคทหารที่ 5 กัมพูชา เห็นพ้อง 13 ข้อตกลงหยุดยิงจาก GBC โดยฝ่าย ‘กัมพูชา’ ตอบรับ ‘3 ข้อเสนอเพิ่ม’ ของไทย “เก็บกู้ทุ่นระเบิด-ปราบสแกมเมอร์-ตั้งชุดประสานงานร่วม” แต่ไม่ตอบรับแก้ปัญหาละเมิด MOU 43 ชี้ ไม่อยู่ในอำนาจ RBC โยนถกวง JBC

(22 ส.ค.68) พลโทอมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 นำแถลงสรุปผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคไทย-กัมพูชา (RBC) ในระดับแม่ทัพ พื้นที่กองทัพภาค 1 ไทย-ภูมิภาคทหารที่ 5 กัมพูชาโดยทั้ง 2 ฝ่าย ตกลงด้วยดี ตอบรับ 13 ข้อตกลงหยุดยิง จากการประชุม GBC ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ที่ประชุม ได้เห็นชอบเพิ่มเติม 3 ประเด็น จากที่ไทยเสนอ 4 ประเด็น คือ
1. ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน ดำเนินการร่วมมือกำจัดทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมโดยพิจารณาให้หารือร่วมกันในการประชุม GBC  ครั้งต่อไป

2.ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน ร่วมมือประสานงานกันแก้ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยให้ใช้เวทีมหาดไทยกัมพูชา หารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทย และเห็นควรให้เสนอหารือร่วมกัน GBC ครั้งต่อไป

3.ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบ ให้มีกลไกแก้ปัญหา ด้วยการจัดตั้งชุดประสานงาน Coordination Group (CG) และคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น เพื่อเป็นกลไกรองรับคณะ RBC ในการแก้ไขปัญหาระดับพื้นที่

4.ในการแก้ไขปัญหาการละเมิด MOU43 ฝ่ายกัมพูชา ขอให้ใช้กลไกอื่นในการหารือ เพราะไม่ได้อยู่ในอำนาจของ RBC โดยฝ่ายไทยยืนยัน เสนอให้ฝ่ายกัมพูชาได้ทราบว่าเป็นพื้นที่ที่สำคัญ และได้แจ้งเจตนารมณ์ที่ชัดเจน ของฝ่ายไทยในการแก้ไขปัญหา

ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 1 ย้ำว่า เรื่องนี้ กัมพูชา ขอไปใช้กลไก JBC หรือคณะกรรมาธิการร่วมเขตแดนไทยกัมพูชา แทน อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ก็ต้องเสนอผ่านกลไก GBC

กัมพูชาฟันรายได้จากเครือข่ายสแกมเมอร์ไปกว่า 620,000 ล้านบาท สามารถซื้อเครื่องบินรบ ‘กริพเพน’ ได้เป็นกองทัพ

(9 ก.ย. 68) จากการรายงานของสื่อต่างประเทศหลายสำนัก ซึ่งมีการเปิดเผยรายได้จากเครือข่ายสแกมเมอร์ในกัมพูชามีมูลค่าสูงถึง 19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 620,000 ล้านบาท คิดเป็นกว่า 60% ของจีดีพีประเทศ 

โดยตัวเลขดังกล่าวถูกนำมาเทียบกับการจัดหาเครื่องบินขับไล่ Gripen E/F ของไทย ที่มีราคาประมาณ 4,875 ล้านบาทต่อเครื่อง หากกัมพูชานำรายได้สแกมเมอร์มาใช้ ก็สามารถจัดหา Gripen E/F ได้มากถึง 130 ลำ 

ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวถูกพูดถึงท่ามกลางกระแสที่นักศึกษากัมพูชาในสหรัฐฯ ระดับปริญญาโทด้านกิจการระหว่างประเทศ ได้ออกแคมเปญรณรงค์ให้ชาวกัมพูชาร่วมลงชื่อ และเตรียมส่งหนังสือถึงประธานคณะกรรมาธิการกิจการต่างประเทศของสวีเดน เพื่อขอให้พิจารณาระงับการขายอาวุธให้แก่ประเทศไทย

สหรัฐฯ คว่ำบาตรเครือข่ายไซเบอร์สแกมเมอร์ ‘เมียนมา–กัมพูชา’ หวังสกัดเงินหลายหมื่นล้าน…จากการขโมยเงิน ‘ชาวอเมริกัน’

เมื่อวานนี้ (9 ก.ย. 68) สหรัฐอเมริกา ประกาศคว่ำบาตรเครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์ในเมียนมาและกัมพูชา หลังพบว่าธุรกิจผิดกฎหมายเหล่านี้ขโมยเงินจากชาวอเมริกันมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา กระทรวงการคลังสหรัฐระบุว่า ขบวนการดังกล่าวเกี่ยวพันกับการค้ามนุษย์ หลอกล่อผู้คนหลายแสนรายเข้าสู่คอมพาวด์หลอกลวงทางออนไลน์ โดยเฉพาะตามแนวชายแดนไทย–เมียนมา

นายจอห์น เค. เฮอร์ลีย์ (John K. Hurley ) รองปลัดกระทรวงการคลังด้านข่าวกรองการก่อการร้ายและการเงิน กล่าวว่า อุตสาหกรรมหลอกลวงไซเบอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่เพียงคุกคามความมั่นคงทางการเงินของชาวอเมริกัน แต่ยังทำให้ผู้คนจำนวนมากต้องตกเป็นทาสในยุคสมัยใหม่ ทั้งการกักขัง ใช้ความรุนแรง และขู่บังคับด้วยหนี้สินหรือการบังคับค้าประเวณี

มาตรการคว่ำบาตรครั้งนี้ครอบคลุมบริษัทและบุคคล 9 ราย ในเมืองชเวก๊กโก รัฐกะเหรี่ยง ของเมียนมา ซึ่งเป็นฐานปฏิบัติการของแก๊งอาชญากรรมที่ก่อตั้งโดยกลุ่ม Yatai International Holdings จากฮ่องกง ร่วมกับกองทัพกะเหรี่ยงที่หนุนหลังรัฐบาลทหารเมียนมา รวมถึงอีก 10 องค์กรในกัมพูชา ที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงสกุลเงินดิจิทัลและการฟอกเงิน

นอกจากนี้ รายงานของสถาบันวิจัยนโยบายยุทธศาสตร์ออสเตรเลียชี้ว่า ตั้งแต่เกิดรัฐประหารในปี 2021 ศูนย์หลอกลวงในเมียนมาขยายตัวรวดเร็ว จากพื้นที่ควบคุมของกองกำลังติดอาวุธเข้าสู่เขตที่กองทัพเมียนมาครอบงำ ขณะที่รัฐบาลกัมพูชาถูกตั้งข้อกล่าวหาว่าละเลยการปราบปรามเครือข่ายเหล่านี้ แต่เจ้าหน้าที่ปฏิเสธ

‘บิ๊กเล็ก’ เผยผลถก GBC เผย ไทย-กัมพูชา เห็นชอบหลายข้อ ถอนอาวุธหนัก - ร่วมเก็บกู้ทุ่นระเบิด - ปราบสแกมเมอร์ 60 แห่ง

‘บิ๊กเล็ก’ แถลงผลการประชุม GBC เผย ไทย-เขมร เห็นชอบถอนอาวุธหนักออกจากพื้นที่ ร่วมเก็บกู้ทุ่นระเบิดใน 1 เดือน กัมพูชาตอบรับ ปราบสแกมเมอร์ 60 แห่ง พร้อมจัดระเบียบบ้านหนองจาน เล็งเปิดด่านจันทบุรี-ตราด

(10 ก.ย. 68) พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือ GBC ว่า วัตถุประสงค์ของการประชุม GBC ในครั้งนี้เป็นการติดตามความคืบหน้าหลังจากที่มีการประชุม GBC ที่มาเลเซียครั้งที่แล้ว โดยเฉพาะข้อตกลงหยุดจริงรวมทั้งแนวทางการดำเนินการต่อไปเพื่อนำสันติภาพและความสงบสุขกลับมาสู่พื้นที่ชายแดนได้อย่างถาวร

การหารือในวันนี้เป็นไปอย่างราบรื่นที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าในหลายด้านนับตั้งแต่การประชุม GBC ครั้งที่แล้ว ซึ่งถือเป็นความสำเร็จในการใช้กลไกทวิภาคีเพื่อแก้ไขปัญหาระหว่างกัน และเป็นการยืนยันว่าสองฝ่ายจะยึดมั่นแนวทางนี้ต่อไป ถึงแม้ว่ายังมีข้อห่วงกังวลบางประการที่ทำให้ฝ่ายไทยรวมถึงพี่น้องประชาชนไทยไม่สบายใจอยู่ และอาจเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นฟูความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้กับไปเป็นดังเดิมอยู่บ้างก็ตาม

แต่สิ่งที่ทั้งสองฝ่ายได้เห็นชอบร่วมกันในวันนี้เป็นการพัฒนาความสัมพันธ์การประชุม GBC ในครั้งนี้ได้แก่

1 : การถอนอาวุธหนักยุทโธปกรณ์ทำลายล้างสูงออกจากพื้นที่แนวชายแดนกลับสู่ที่ตั้งปกติ โดยฝ่ายเลขานุการ GBC และ RBC จะหารือกันภายใน 3 สัปดาห์เพื่อจัดทำแผนดำเนินการและเริ่มเคลื่อนย้ายกำลังตามกรอบเวลาที่กำหนด โดยให้คณะผู้สังเกตการณ์ IOT มาเข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย

2 : การเก็บกู้ทุ่นระเบิดโดยจะมีการตั้งคณะประสานงานร่วม ซึ่งประกอบด้วยฝ่ายเลขานุการ GBC และศูนย์ทุ่นระเบิดของไทย และกัมพูชาภายในหนึ่งสัปดาห์ เพื่อจัดทำแผนการเก็บกู้ทุ่นระเบิดและกำหนดพื้นที่นำร่องตามแนวชายแดนไทยกัมพูชาเพื่อเริ่มดำเนินการทันทีภายในหนึ่งเดือน

3 : การปราบอาชญากรรมออนไลน์ หรือสแกมเมอร์ และมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ของทั้งสองฝ่ายตั้งคณะทำงานภายในหนึ่งสัปดาห์เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติงานร่วมกัน ทั้งนี้ฝ่ายไทยได้ส่งมอบข้อมูลและพิกัดที่ตั้งของสแกมเมอร์ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์กว่า 60 แห่งในกัมพูชา ให้ฝ่ายกัมพูชาไปดำเนินการปราบปรามขั้นเด็ดขาด ซึ่งเป็นสิ่งที่คณะทำงานนี้จะหารือกัน ซึ่งผู้แทนของตำรวจไทยและผู้บัญชาการตำรวจของกัมพูชา ได้หารือกันนอกรอบเพื่อนัดหมายการประชุมการประสานตามข้อตกลงนี้เรียบร้อยแล้วโดยมีกำหนดการในวันที่ 16 กันยายน 2568 ที่จะถึงนี้ที่จังหวัดสระแก้ว

4 : การบริหารจัดการพื้นที่ชายแดน กรณีบ้านหนองจาน ที่ประชุมได้มอบหมายให้คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมหารือ JBC ไทยกัมพูชาหารือเพื่อให้เกิดความชัดเจนเกี่ยวกับพื้นที่ดังกล่าว และให้คณะ RBC หารือการจัดการบนพื้นฐานของผลการหารือในกรอบ JBC โดยระหว่างนี้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว และผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจย ประสานงานกันเพื่อให้มีความสงบเรียบร้อย หากแนวทางนี้ประสบความสำเร็จ ก็จะนำไปใช้สำหรับการจัดการบริหารพื้นที่อื่นที่มีปัญหาลักษณะเดียวกันต่อไป

5 : เราได้หารือเรื่องการผ่อนปรนให้มีการผ่านแดนบางจุดเพื่อลดผลกระทบต่อภาคธุรกิจและการขนส่งข้ามแดน โดยเราได้มอบหมายให้กลไก RBC ไปหารือความเป็นไปได้ในการอนุญาตให้มีการขนส่งสินค้าผ่านจุดผ่านแดนบางจุดที่ไม่มีปัญหาด้านความมั่นคง โดยอาจเริ่มดำเนินการตามจุดผ่านแดนที่แนวชายแดนจังหวัดจันทบุรี และจังหวัดตราดก่อน

โดยสรุปผมเห็นว่า ทั้งสองฝ่ายพร้อมที่จะถอนอาวุธหนักออกจากพื้นที่แนวชายแดนแล้วพัฒนาการสำคัญของการประชุม GBC ในครั้งนี้ คือการที่ทั้งสองฝ่ายได้กำหนดแนวทางการดำเนินการใน 2 เรื่อง ที่ไทยให้ความสำคัญแต่ก่อนหน้านี้ฝ่ายกัมพูชา ยังไม่เคยตอบรับได้แก่การเก็บกู้ทุ่นระเบิดและการปราบปรามสแกมเมอร์ ซึ่งหน่วยงานของไทยจะติดตามกับฝ่ายกัมพูชา ให้มีการดำเนินการตามที่ตกลงกันก่อนหน้านี้

สำหรับการประชุม GBC สมัยครั้งต่อไปจะกำหนดให้เกิดขึ้นภายใน 30 วันหลังจากนี้โดยมีฝ่ายไทยเป็นเจ้าภาพ

สุดท้ายนี้ขอยืนยันว่าไทยกับกัมพูชาไม่อาจย้ายหนีจากกันไปได้จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ทั้ง 2 ประเทศจะต้องแก้ปัญหาต่าง ๆ อย่างสันติวิธี เพื่อนำสันติภาพมาสู่พื้นที่ชายแดนและประชาชนทั้ง 2 ประเทศได้กลับมาใช้ชีวิตเป็นปกติอีกครั้ง

ทั้งนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำแนวทางการรักษาอธิปไตยต้องเป็นอันดับแรก  ให้ความสำคัญกับบทบาทของกองทัพ แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องคู่กันไปคือพี่น้องประชาชน ให้ดูแลในเรื่องความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนด้วย

โดยก่อนที่จะเข้ามาหารือได้แบ่งโซนพื้นที่ตึงเครียดตามลำดับ 

โซนที่ 1 ที่มีความตึงเครียดสูงสุด คือพื้นที่ของกองทัพภาคที่สอง ที่ประกอบไปด้วยจังหวัดอุบลราชธานีจังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดสุรินทร์และจังหวัดบุรีรัมย์ 4 จังหวัด นี้ถือเป็นโซนที่มีความตึงเครียดสูงสุด

ส่วนที่ 2 ที่รองลงมาก็คือพื้นที่ของกองทัพภาคที่หนึ่ง จังหวัดสระแก้ว

ส่วนที่ 3 จังหวัดจันทบุรีและตราด ซึ่งเป็นโซนที่มีความตึงเครียดน้อยกว่าเพื่อนฉะนั้นการที่จะคิดผ่อนปรนอะไรได้ก็จะต้องดูตามโซนที่มีความตึงเครียด จึงเป็นที่มาที่ได้แถลงไปเมื่อสักครู่ เนื่องจากทางภาคประชาชนและผู้ประกอบการได้ขอให้มีการผ่อนปรนบ้างจึงคิดดำเนินการในส่วนที่สามก่อน

แต่อย่างไรก็ตามได้มอบหมายให้กับทางกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรี-ตราดเป็นผู้รับผิดชอบ เนื่องจากมาตรการที่เราควบคุมด่านเป็นมาตรการด้านความมั่นคง

ฉะนั้นขอให้กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีตราดเป็นผู้รับผิดชอบโดยให้หน่วยงานที่ได้แก่กรมศุลกากรกระทรวงพาณิชย์กระทรวงอุตสาหกรรมสนับสนุนข้อมูล ส่วนนี้เป็นแนวทางที่มาเจรจา

วันนี้ก่อนการเข้าเจรจาอย่างเป็นทางการได้มีโอกาสประชุมแบบโฟร์อาย กลับรองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา และพูดประเด็นสำคัญอยู่สองประเด็น

คือได้นำสานจาก นายกฮุน มาเนต ที่ส่งแสดงความยินดีกับนายอนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรี  ในข้อความแสดงถึงความที่อยากจะคลี่คลายสถานการณ์เพราะฉะนั้นอยากทราบแนวทางที่จะหารือกันในวันนี้อยากทราบความคืบหน้า

อีกทั้งได้พูดคุยกันถึงประเด็นความเจ็บปวดของบ้านเราที่จะต้องรีบแก้ไขคือการเก็บกู้ทุ่นระเบิด  และเรื่องบ้านหนองจาน จึงอยากขอความกรุณาให้ฝ่ายกัมพูชาได้ตอบรับในเรื่องนี้ด้วยซึ่งผลการประชุมก็เป็นไปในทางที่ดีมีการตอบรับจากทางฝ่ายกัมพูชาที่มาประชุมซึ่งอย่างไรก็ตามต้องประเมินและติดตาม ความจริงใจฝ่ายกัมพูชาที่จะตามผลการประชุมวันนี้หรือไม่

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงประเด็นการตรวจสอบเรื่องของข่าวปลอม ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทางที่ประชุมได้มีการดำเนินการอย่างไรบ้าง ขณะที่การปราบปรามสแกมเมอร์ และกาสิโนในพื้นที่ มีการสกรีนนักท่องเที่ยวชาวไทยไม่ให้มีการไปเล่นการพนันอย่างไรได้บ้าง

ประเด็น ข่าวปลอมปัจจุบันมีการลดลงไปแต่ก็ยังเป็นปัญหาที่จะต้องพูดคุยกันเพราะทำให้พี่น้องประชาชนทั้งสองประเทศมีทัศนคติไม่ดีต่อกันซึ่งได้พูดคุยขอให้ และขอให้พี่น้องทั้งสองฝ่ายลดการสร้างข่าวปลอมเพื่อความเกลียดชัง ส่วนในการตรวจสอบข่าวปลอมเรามีคณะทำงาน เลขาGBC ตรวจสอบอยู่แต่หากมีประเด็นข่าวปลอมที่สำคัญก็จะแจ้งให้คณะ IOT รับทราบ

ส่วนเรื่องการผ่อนปรนเราไม่ได้ผ่อนปรนบุคคล แต่เราผ่อนปรนการขนส่งสินค้า ถ้าพูดภาษาชาวบ้านคือคนยังข้ามแดนไม่ได้ เอารถขนส่งสินค้าอย่างเดียว และรถขนส่งสินค้าไม่ใช่ผ่อนปรนเสรี คือมีวิธีจำกัดจำนวนเที่ยว แต่หากหารือกันแล้วภาคสังคมยังไม่ยอมรับก็อาจจะผ่อนปรนได้เป็นรายกรณีวันละสองถึงสามเที่ยว ตามกรณีไป

แต่หากหารือกันแล้วสังคมเห็นด้วยว่าเศรษฐกิจจะต้องเดินได้บ้างก็อาจจะเป็น 20 ถึง 30 เที่ยว ก็ตามกรณีไป หรือหากไปได้เลยก็ต้องบอกมา

อย่างไรก็ตามขอเน้นย้ำว่าต้นเหตุเรื่องการเปิดด่านไม่ใช่ฝ่ายไทยหรือกัมพูชา แต่เป็นประเทศที่ 3 เสนอ โดยบอกว่าไทยและกัมพูชาขัดแย้งกันแล้วเขาเดือดร้อนในปัจจุบัน ซึ่งในเรื่องนี้เป็นผลที่เราต้องรับฟังจึงมีการหารือกันในคราวนี้ แต่ก็ยังมีความกังวลและห่วงใยจึงให้ RBC หารือกันต่อไป

ส่วนเรื่อง เขตแดนต้องหารือในที่ประชุม JBC ต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top