Friday, 5 June 2026
สำนักงานจัดหางาน

‘คารม’ เผยความคืบหน้าส่ง ‘แรงงานไทย’ ไปตปท. แล้วกว่า 6 หมื่นคน ย้ำ!! เร่งเดินหน้า เพื่อส่งเสริมให้ ‘มีรายได้มั่นคง-มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น’

(25 พ.ค. 67) นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลสำเร็จความคืบหน้าการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศ ว่า ล่าสุดกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ได้ส่งแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศแล้ว จำนวน 60,769 คน หรือร้อยละ 60.7 ใน 139 ประเทศ ซึ่ง 5 อันดับแรกที่มีการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานมากที่สุด ได้แก่ ไต้หวัน สาธารณรัฐเกาหลี ญี่ปุ่น สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และสหรัฐอเมริกา ตามลำดับ 

นายคารม กล่าวว่า แรงงานไทยที่จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมายจะต้องผ่านการอบรมคนหางาน เพื่อเตรียมความพร้อมให้แรงงานไทยได้มีความรู้เข้าใจขั้นตอนการไปทำงานในต่างประเทศและปฏิบัติได้ถูกต้อง ทราบเงื่อนไขตามสัญญาจ้างงาน สภาพการจ้าง และขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ประเพณี มีความพร้อมในการทำงานและเกิดความมั่นใจ รวมทั้งรู้ช่องทางขอความช่วยเหลือ ทราบสิทธิประโยชน์ และการคุ้มครองคนหางานตามกฎหมาย รวมทั้งแนะนำการสมัครสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ เพื่อรับความคุ้มครอง และสิทธิประโยชน์ที่กฎหมายกำหนด หากเกิดเหตุไม่คาดคิด หรือเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินในขณะเป็นสมาชิกกองทุนฯ เช่น กรณีถูกทอดทิ้งในต่างประเทศ กรณีประสบอันตราย ก่อนไปทำงานหรือขณะทำงานในต่างประเทศ กรณีถูกเลิกจ้างจากสาเหตุประสบอันตราย กรณีประสบอันตรายจนพิการ กรณีถูกส่งกลับเนื่องจากเป็นโรคต้องห้าม และกรณีประสบปัญหาจากภัยสงคราม ภัยธรรมชาติ หรือโรคระบาด

“สำหรับผู้ที่สนใจเดินทางไปทำงานต่างประเทศ สามารถติดตามข่าวสารการประกาศรับสมัครได้ที่เว็บไซต์ doe.go.th/overseas และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด หรือสำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 หรือที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร.1506 กด 2 กรมการจัดหางาน หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน โทร. 1694” นายคารม กล่าวทิ้งท้าย

‘พงศ์กวิน’ ชี้แจง!! ตรวจสุขภาพแรงงานต่างชาติ ต้อง ‘โปร่งใส – ตรวจสอบได้ – มีใบรับรองแพทย์’

(24 ส.ค. 68) นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึง กรณีการให้บริการตรวจสุขภาพแรงงานต่างชาติของสถานพยาบาล โดยมีข้อสงสัยว่าอาจยังไม่ได้รับอนุญาตตามขั้นตอน ทำให้ประชาชนกังวลเรื่องความถูกต้องของใบรับรองแพทย์ และผลกระทบที่จะเกิดกับแรงงานและนายจ้าง ว่า เกี่ยวกับเรื่องนี้ ตนไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบโดยทันที 

โดยได้รับรายงานจาก นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน ว่า ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2567 ได้กำหนดให้คนต่างด้าวตรวจโรคต้องห้าม โดยคนต่างด้าวสามารถตรวจสุขภาพกับสถานพยาบาลของรัฐหรือเอกชนทุกแห่งที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล หากเป็นสถานพยาบาลเอกชนจะต้องผ่านการพิจารณาจากกรมการจัดหางานและต้องเชื่อมโยงข้อมูลผลการตรวจสุขภาพ รวมทั้งประกาศรายชื่อให้เป็นสถานพยาบาลที่ตรวจสุขภาพได้ โดยจะต้องผ่านหลักเกณฑ์ของคณะทำงานพิจารณาหลักเกณฑ์ ซึ่งประกอบด้วย กระทรวงสาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กรมควบคุมโรค กรมการจัดหางาน ได้ร่วมกันกำหนดหลักเกณฑ์ โดยกรมการจัดหางานได้ประกาศหลักเกณฑ์ของสถานพยาบาลเอกชนที่จะตรวจสุขภาพคนต่างด้าว เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2567 ดังนี้ 1) ต้องเป็นสถานพยาบาลที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล 2) ต้องมีห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข ตั้งอยู่ในสถานพยาบาล 3) ต้องมีห้องเอกซเรย์และเครื่องกำเนิดรังสีทางการแพทย์ที่ผ่านมาตรฐานและแจ้งครอบครองอย่างถูกต้องตามกฎหมายตั้งอยู่ในสถานพยาบาล 4) ต้องมีระบบที่มีมาตรฐานการจัดการความมั่นคงปลอดภัยของสารสนเทศ 5) สามารถเชื่อมโยงข้อมูลผลการตรวจสุขภาพของคนต่างด้าวกับกรมการจัดหางาน ซึ่งปัจจุบันได้มีสถานพยาบาลที่มีคุณสมบัติครบถ้วน 75 แห่ง

นายจ้าง สถานประกอบการ สามารถติดตามรายละเอียดได้ทางเว็บไซต์กรมการจัดหางาน doe.go.th หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 – 10 หรือสำนักงานจัดหางานจังหวัดทั่วประเทศ หรือที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร 1506 กด 2 กรมการจัดหางานหรือสายด่วนกรมการจัดหางาน โทร. 1694


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top