Friday, 24 July 2026
สายการบิน

‘อดีตทูตนริศโรจน์’ ชี้!! ‘จนท.สายการบิน’ มีการควบคุมข้อมูลแบบเป๊ะๆ ‘เครื่องถึง-ดีเลย์-ปิดเคาน์เตอร์’ ตอนไหน? และคุณมาถึงเวลาเท่าไหร่?

(10 ก.ย. 67) นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'Fuangrabil Narisroj' ระบุว่า…

เห็นมาหลายรายแล้ว พวกที่ชอบเปิดศึกกับสายการบิน คือ ถ้าข้อมูลของคุณไม่แม่นแล้ว คุณจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบมากกว่า

เพราะ จนท.สายการบินเขาคุมข้อมูลแบบเป๊ะ ๆ อยู่กับมือว่าเครื่องถึงเมื่อไหร่ ดีเลย์เท่าไหร่ ปิดเคาน์เตอร์ เมื่อไหร่ คุณมาถึงเวลาเท่าไหร่ ก่อนหรือหลังเคาน์เตอร์ปิดกี่นาที บวกกับมีกฎการบินสากล ที่คุมบังคับทุกสายการบินในภาพรวม

ยังไง ๆ คุณก็ไม่ชนะครับ !!

ยกเว้น คุณถูก treat แบบไม่เป็นธรรม มีการลงไม้ลงมือ มีการเลือกปฏิบัติต่อเชื้อชาติ ศาสนา ผิว เพศสภาพอย่างดูหมิ่นเหยียดหยาม แบบนี้มีโอกาสชนะมากกว่า 

หมายเหตุ พวกที่ชอบโอดครวญว่า ลูกเรือไม่มีน้ำใจช่วยยกกระเป๋าขึ้นช่องเก็บของก็เช่นกัน ! ตามกฎการบินสากล ลูกเรือไม่มีหน้าที่ยกกระเป๋าผู้โดยสารขึ้นเก็บให้ เพราะถ้าคุณ handle กระเป๋าไม่ได้เพราะหนักเกินไป คุณเตี้ยเกินไป คุณต้องโหลดลงเก็บใต้ท้องเครื่องครับ

เพราะกระเป๋าที่คุณถือขึ้นเครื่องเอง คุณก็ต้องรับผิดชอบว่าคุณสามารถยกขึ้นเก็บได้เอง 

ทำไมกฎการบินถึงห้ามลูกเรือยกกระเป๋าให้ผู้โดยสาร เพราะหากเกิดพลาดพลั้งกระเป๋าใบนั้นสร้างความบาดเจ็บกับลูกเรือคนใดคนนึง เที่ยวบินนั้นจะต้องถูกดีเลย์หรือยกเลิกเพื่อเปลี่ยนลูกเรือคนใหม่  

อย่าลืมว่าผู้โดยสารมีเป็นร้อย ๆ คน แต่ลูกเรือมีไม่กี่คน ถ้าเขาต้องมาช่วยยกกระเป๋าผู้โดยสารขึ้นลง โอกาสเกิดอุบัติเหตุทำให้บาดเจ็บมีสูงมาก ส่วนกรณีที่ลูกเรือบางคนช่วยผู้โดยสารที่มีเหตุสุดวิสัยไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้แบบกะทันหันนั้นเป็นข้อยกเว้นแต่ละกรณีไปครับ 

และโปรดจำไว้เสมอว่า ลูกเรือบนเครื่องบิน เขามิใช่ ‘ขี้ข้าหรือคนรับใช้ส่วนตัวบนเครื่องบินของคุณ’ แต่พวกเขาเป็น ‘ผู้อำนวยความสะดวกให้การเดินทางโดยเครื่องบินของคุณเป็นไปโดยราบรื่นถูกต้องตามกฎการบินสากล’ พวกเขาต้อง operate เครื่องไม้เครื่องมือบนเครื่องบินที่ ผู้โดยสารไม่รู้เรื่องเพราะไม่ได้ฝึกมาแบบลูกเรือ

เมื่อขึ้นเครื่องก็แค่ทำตามคำแนะนำของลูกเรือทุกอย่างก็จะ smooth ผมเองเดินทางโดยเครื่องบินมานับเป็นพันครั้งแล้วกระมัง ทุกครั้งที่ขึ้นผมจะทำตัวลีบ ๆ ไม่ demand มากถ้าไม่จำเป็น เพราะเห็นใจว่าลูกเรือเขามี ผดส.เป็นร้อย ๆ คน เขาเหนื่อยกว่าเราเยอะ

จึงเป็นเหตุว่าผมแทบไม่เคยเจอปัญหาอะไรเลยกับการเดินทางโดยเครื่องบิน

มีเพื่อนผมบางคน ค่อนข้างโรคจิตประเภทชอบจับผิด ยิ่งถ้าขึ้นเครื่อง TG พอเห็นลูกเรือไทย อาการจะกำเริบ จับผิด จิก กัด demand ต่าง ๆ แค่เขาไม่ยิ้มก็เป็นเรื่อง แล้วก็เอามานินทาว่า TG ห่วยอย่างนั้นอย่างนี้ 

แต่พอไปเจอลูกเรือสายการบินต่างชาติเงียบกริบไม่หือไม่อืออะไรเลย มีจริง ๆ ครับคนแบบนี้ ทำให้เวลาเดินทางจะไม่มีความสุข

ส่วนผมสบายมาก enjoy การบินด้วย TG เกือบทุกครั้ง มีบางครั้งที่ขลุกขลักแต่ก็เป็นเรื่องเข้าใจได้ และผมได้รับการบริการด้วยดีจากลูกเรือ TG ทุกครั้งครับ

กฎใหม่คุ้มครองสิทธิ กรณีเที่ยวบินระหว่างประเทศ 'ดีเลย์'

มาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้โดยสารเที่ยวบินแบบประจำในประเทศและระหว่างประเทศ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป

กรณีเที่ยวบินระหว่างประเทศดีเลย์เกิน 2 ชั่วโมง 
-สายการบินต้องจัดอาหารและเครื่องดื่มหรือคูปองสำหรับแลกซื้อ อาหารและเครื่องดื่มให้แก่ผู้โดยสารตามความเหมาะสม

กรณีเที่ยวบินระหว่างประเทศดีเลย์เกิน 5 ชม.
สายการบินจะต้องจัดอาหารและเครื่องดื่ม และอุปกรณ์สื่อสารเช่นเดียวกับกรณีล่าช้าเกิน 2 ชั่วโมง 
- ชำระค่าชดเชยเป็นเงินสดให้แก่ผู้โดยสารจำนวน 1,500 บาท หรือเป็นวงเงินเพื่อใช้ในการเดินทางครั้งต่อไป หรือบัตรกำนัลการเดินทาง หรือไมล์สะสมตามโครงการสะสมไมล์ หรือสิ่งอื่นแทนค่าชดเชยดังกล่าว โดยมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าการชำระค่าชดเชยเป็นเงินสด ภายในระยะเวลาไม่เกิน 14 วัน นับแต่วันที่เกิดเหตุเที่ยวบินล่าช้า 
-จัดที่พักพร้อมการรับส่ง หากต้องมีการพักค้างคืน 
-เมื่อผู้โดยสารไม่ประสงค์เดินทางต่อ สายการบินจะต้องเสนอทางเลือกแก่ผู้โดยสารในทันที เพื่อพิจารณาเลือกระหว่างรับเงินค่าโดยสารคืน หรือรับวงเงินเพื่อใช้ในการเดินทางครั้งต่อไป หรือบัตรกำนัลการเดินทาง หรือไมล์สะสมตามโครงการสะสมไมล์ หรือสิ่งอื่นทดแทน 

กรณีเที่ยวบินระหว่างประเทศดีเลย์เกิน 10 ชั่วโมง 
สายการบินต้องจัดอาหารและเครื่องดื่ม และอุปกรณ์สื่อสารเช่นเดียวกับกรณี ล่าช้าเกิน 2 และ 5 ชั่วโมง  
1) รับค่าชดเชยเป็นเงินสดภายในระยะเวลาไม่เกิน 14 วันนับแต่วันที่เกิดเหตุ · 2,000 บาท สำหรับเที่ยวบินที่มีระยะทางไม่เกิน 1,500 กิโลเมตร · 3,500 บาท สำหรับเที่ยวบินที่มีระยะทาง 1,500 - 3,500 กิโลเมตร · 4,500 บาท สำหรับเที่ยวบินที่มีระยะทางเกิน 3,500 กิโลเมตร หรือ 
2) รับค่าชดเชยเป็นวงเงินเพื่อใช้ในการเดินทางครั้งต่อไป หรือบัตรกำนัลการเดินทาง หรือไมล์สะสมตามโครงการสะสมไมล์  หรือสิ่งอื่นแทนค่าชดเชยดังกล่าว โดยมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าการชำระค่าชดเชยเป็นเงินสด ภายในระยะเวลาไม่เกิน 14 วัน 

-จัดที่พักพร้อมการรับส่ง หากต้องมีการพักค้างคืน 
-เมื่อผู้โดยสารไม่ประสงค์เดินทางต่อไป สายการบินต้องเสนอทางเลือกทั้งหมดแก่ผู้โดยสารในทันที เพื่อพิจารณาเลือกระหว่าง        
1) รับเงินค่าโดยสารและค่าธรรมเนียมอื่นใดที่ถูกเรียกเก็บคืนเต็มตามจำนวน หรือรับเป็นวงเงินเพื่อใช้ในการเดินทางครั้งต่อไป หรือบัตรกำนัลการเดินทาง หรือไมล์สะสมตามโครงการสะสมไมล์ หรือสิ่งอื่นทดแทน        
2) เปลี่ยนแปลงเที่ยวบินเพื่อเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่ระบุไว้ในบัตรโดยสารหรือไปยังจุดหมายปลายทางอื่นที่ใกล้เคียง หรือ        
3) การขนส่งทางอื่นที่เหมาะสมเพื่อไปยังจุดหมายปลายทางที่ระบุไว้ในบัตรโดยสาร หรือจุดหมายปลายทางอื่นที่ใกล้เคียงกับจุดหมายปลายทางเดิม

กระบี่-รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้การต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์สายการบิน Etihad Airways ขณะที่ ททท.ดันกลยุทธ์ Airline Focus เปิดเส้นทางบินใหม่ 

กระตุ้นการเดินทางกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพจากตะวันออกกลาง คาดการณ์ว่าภายในสิ้นปี 2568 จะมีนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางเดินทางเข้าประเทศไทยกว่า 1 ล้านคน

(10 ต.ค. 68) ณ ท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นางสาวศศิธร กิตติธรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ นางสาวฐาปนีย์  เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) นายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายกองค์การบริหารส่วน จังหวัดกระบี่ นายเอกพงศ์ โชคชัยวิทัศน์ ประธานหอการค้าจังหวัดกระบี่ หน่วยภาครัฐและเอกชนด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ให้เกียรติร่วมให้การต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ของสายการบินเอทิฮัด (Etihad Airways ) เที่ยวบิน EY424 ที่เปิดบินตรงจากกรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) กับท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ โดย ททท.จัดแสดงมโนราห์ร่วมให้การต้อนรับ พร้อมมอบของที่ระลึกแก่ผู้โดยสาร และเจ้าหน้าที่ของสายการบินด้วย

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การเปิดเที่ยวบินใหม่นี้ ไม่เพียงเป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แต่ยังสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนและนักเดินทางทั่วโลกที่มีต่อศักยภาพของประเทศไทย โดยเฉพาะจังหวัดกระบี่ เมืองแห่งธรรมชาติ วัฒนธรรมและการบริการที่ดีงามในภาคใต้ของเรา กระทรวงคมนาคมมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการบินและระบบคมนาคมขนส่งทุกมิติ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชนอย่างเท่าเทียม ตามแนวคิด “คมนาคมเพื่อประชาชน เดินทางสะดวก ปลอดภัย และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ประเทศ” เราจะเดินหน้าพัฒนาท่าอากาศยานภูมิภาคให้ได้มาตรฐานระดับสากล รองรับการเติบโตของการท่องเที่ยวภาคใต้ และเชื่อมโยงทุกเส้นทางจากอากาศ สู่ถนน และทางน้ำ ให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการเดินทางและโลจิสติกส์ของภูมิภาคอย่างแท้จริง 

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท. มุ่งเน้นกลยุทธ์ Airline Focus บุกตลาดดาวรุ่งตะวันออกกลางร่วมกับพันธมิตรสายการบิน Etihad Airways ในการเปิดเส้นทางบินใหม่เส้นทางบินตรงกรุงอาบูดาบี–กระบี่ ซึ่งการบูรณาการส่งเสริมตลาดจะเพิ่มจำนวนที่นั่ง (Seat Capacity) อีกประมาณ 7,650 ที่นั่งต่อเดือน ขยายความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นร้อยละ 16 และส่งเสริมให้เกิดการตัดสินใจเดินทาง ดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งถือเป็นตลาดนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มในการเติบโตสูง โดยเฉพาะการเดินทางมายังแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างจังหวัดกระบี่ ซึ่งมีสินค้าและบริการท่องเที่ยวที่หลากหลายและมุ่งตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง โดยเฉพาะกลุ่ม Health and Wellness ที่ประเทศไทยมีศักยภาพโดดเด่นและมุ่งมั่นสู่การเป็น Medical และ Wellness Hub ระดับโลก ควบคู่กับการเจาะกลุ่ม Luxury, Family และ Halal Friendly Tourism เพื่อสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ครบถ้วนและเข้าถึงนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม ตลอดจนการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายในพื้นที่ เพื่อนำสื่อมวลชน KOLs ตัวแทนบริษัทนำเที่ยว มาสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวในเมืองไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแบรนด์ Amazing Thailand ตอกย้ำประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางยอดนิยมในใจของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก 

นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า จังหวัดกระบี่มีความยินดีที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวจากกรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยจังหวัดกระบี่มีศักยภาพพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นทั้งในด้านโรงแรมที่พัก ร้านอาหาร ตลอดจนสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลายให้นักท่องเที่ยวเดินทางตามความสนใจ ทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลซึ่งเป็นไฮไลต์สำคัญซึ่งเป็นจุดดึงดูดหลักให้นักท่องเที่ยวเดินทางมา นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่นำเสนอประสบการณ์การท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์พิเศษให้แก่นักท่องเที่ยวอีกด้วย 

สายการบิน Etihad Airways กำหนดเปิดให้บริการเส้นทางบินตรง (Direct Flight) เที่ยวบิน EY424 เดินทางจากกรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ถึงท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ ในวันที่ 9 ตุลาคม 2568 เวลา 08.50 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ เวลา 18.40 น. ด้วยเครื่อง Airbus A321LR ความจุผู้โดยสาร 160 ที่นั่งต่อเที่ยวบิน ให้บริการจำนวน 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ โดยในเที่ยวบินปฐมฤกษ์นี้มีสื่อมวลชน KOLs และตัวแทนบริษัทนำเที่ยวร่วมเดินทางมาด้วย ซึ่ง ททท. สำนักงานดูไบได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายด้วยการทำ Agents FAM Trip พาตัวแทนบริษัทนำเที่ยว สำรวจสินค้าและบริการในจังหวัดกระบี่ เพื่อนำข้อมูลมาขยายผลการดำเนินงานในการเสนอขายแพจเกจต่อไป โดยมีกำหนดการเดินทางระหว่างวันที่ 13 – 16 ตุลาคม 2568 นอกจากนี้ ได้จัดทำ KOLs FAM Trip นำ KOLs สำรวจเส้นทางท่องเที่ยว Jurassic World ในจังหวัดกระบี่ ระหว่างวันที่ 9 – 12 ตุลาคม 2568 และวางแผนต่อยอดจัดทำ Media FAM Trip 2025 ระหว่างวันที่ 9 – 15 ตุลาคม 2568 เพื่อสำรวจและประชาสัมพันธ์เส้นทางกระบี่และเชียงใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับเส้นทางบินใหม่ กรุงอาบูดาบี – เชียงใหม่ ที่จะเริ่มบินในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 โดยใช้เครื่อง A321LR จำนวน 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ (จันทร์ พุธ ศุกร์ และ อาทิตย์) 

สำหรับตลาดนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางถือเป็นตลาดศักยภาพที่มีแนวโน้มการเติบโตสูง โดยตั้งแต่ 1 มกราคม – 7 ตุลาคม 2568 มีนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางเดินทางเข้าประเทศไทยแล้ว 948,513 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.9  มีจำนวนวันพักเฉลี่ย 10.47 วัน ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริปเป็นจำนวนเงิน 100,612 บาท/คน/ทริป ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าภายในสิ้นปี 2568 จะมีนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางเดินทางเข้าประเทศไทยกว่า 1 ล้านคน

‘อนุทิน’ เดือด!! ซัดสายการบินบางแห่งฉวยโอกาส ขึ้นราคาเส้นทาง ‘หาดใหญ่–กทม.’ ขู่เพิกถอนใบอนุญาตทันที ลั่นไม่มีประนีประนอม หากผิดจริง

(29 พ.ย. 68) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่สังคมออนไลน์ร้องเรียนว่าสายการบินบางแห่งฉวยโอกาสขึ้นราคาตั๋วเครื่องบินเส้นทางหาดใหญ่–กรุงเทพฯ ว่า ขณะนี้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม รับทราบเรื่องแล้ว พร้อมรายงานว่ามีสายการบินยกเลิกการจองตั๋วเก่า และปรับเพิ่มราคาค่าโดยสาร ซึ่งรัฐบาลทราบรายชื่อสายการบินในข่ายแล้ว แต่จะขอตรวจสอบรายละเอียดให้ชัดเจนก่อน

นายอนุทินย้ำว่า หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีการเอาเปรียบประชาชนจริง รัฐบาลพร้อมเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการทันที ยืนยัน “ไม่ประนีประนอม” กับผู้ประกอบการที่ฉวยโอกาสช่วงประชาชนเดือดร้อน โดยเฉพาะในภาวะที่หลายคนต้องเดินทางกลับบ้านหรือหลบภัย แต่กลับต้องมาติดค้างอยู่ที่สนามบินเพราะค่าตั๋วแพงเกินเอื้อม

“ผมก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว พูดดีก็แล้ว เตือนก็แล้ว ถ้ายังเอาความเดือดร้อนของประชาชนไปแสวงหากำไร ถ้าผู้ประกอบการไม่มีจรรยาบรรณ ก็ไม่ต้องประกอบการ เพิกถอนใบอนุญาตไม่ยากเลย” นายอนุทินกล่าว พร้อมฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและดูแลไม่ให้ประชาชนถูกเอาเปรียบในช่วงสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้

“สายการบินสหรัฐฯ” หยุดชะงัก!! ค่าน้ำมันโหดเดือน เม.ย. พุ่งเกือบ 6.5 พันล้านดอลลาร์ ราคาน้ำมันเครื่องบินเพิ่ม 78% ในปีเดียว กำไรสายการบินลดเกือบครึ่งในปี 2026 สายการบินต้นทุนต่ำยุติกิจการจากต้นทุนสูง

นิวยอร์ก, 9 มิ.ย. (ซินหัว) -- รายงานล่าสุดจากสำนักสถิติการขนส่งของสหรัฐฯ เผยว่าสายการบินของสหรัฐฯ จ่ายค่าเชื้อเพลิงเกือบ 6.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.13 แสนล้านบาท)

เมื่อเดือนเมษายน เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 26 เมื่อเทียบเดือนต่อเดือน และร้อยละ 78 เมื่อเทียบปีต่อปี ขณะที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อนานกว่า 100 วันแล้ว โดยราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินในเดือนเมษายนอยู่ที่ 4.11 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 135 บาท) ต่อแกลลอน เพิ่มขึ้น 94 เซนต์ (ราว 31 บาท) จากเดือนมีนาคม และเพิ่มขึ้น 1.81 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 59 บาท) จากปี 2025

เมื่อวันอาทิตย์ (7 มิ.ย.) สมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศคาดว่าบรรดาสายการบินจะมีกำไรสุทธิรวม 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 7.55 แสนล้านบาท) ในปี 2026 ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.91 แสนล้านบาท)

สมาคมฯ ซึ่งเป็นตัวแทนของสายการบินกว่า 370 แห่งในสหรัฐฯ และทั่วโลก คาดการณ์ว่ากำไรสุทธิต่อผู้โดยสารจะลดลงจาก 9.10 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 299 บาท) ในปี 2025 เหลือ 4.50 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 148 บาท) ในปีนี้ ด้านวิลลี วอลช์ ผู้อำนวยการใหญ่ของสมาคมฯ กล่าวว่าความขัดแย้งในอิหร่านและต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้นได้ฉุดรั้งแนวโน้มของธุรกิจสายการบิน

สายการบินสปิริต แอร์ไลน์ส (Spirit Airlines) ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติอเมริกันที่ดำเนินงานในฐานะสายการบินต้นทุนต่ำพิเศษ ได้ยุติการดำเนินงานเมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคม หลังจากยื่นขอล้มละลายถึง 2 ครั้งใน 2 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น

ที่มา : Xinhua


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top