Friday, 5 June 2026
สันติภาพ

รู้จัก 'ไอรีน มอนเตโร' นักการเมืองหญิงฝ่ายซ้ายสเปน ต้านสงคราม หวังทางออกผ่านการทูต ตำแหน่งรัฐมนตรีความเท่าเทียมเด่นชัด เตือนยุโรปไม่ตกเป็นเหยื่อสงคราม

รู้จัก “ไอรีน มอนเตโร”  นักการเมืองหญิงฝ่ายซ้ายจากสเปน  ผู้ส่งเสียงต้านสงครามจากยุโรป

'ไอรีน มอนเตโร' นักการเมืองหญิงจากสเปนที่เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีความเท่าเทียม เป็นหนึ่งในเสียงเด่นของยุโรปที่ค้านสงครามและเรียกร้องสันติภาพผ่านการทูต ท่ามกลางวิกฤตตะวันออกกลางที่ร้อนระอุอีกครั้ง

มอนเตโร วิจารณ์อย่างนุ่มนวลแต่เด่นชัดต่อบทบาทของสหรัฐฯ และอิสราเอลในความขัดแย้ง พร้อมย้ำว่า "ยุโรปไม่ควรถูกลากเข้าไปร่วมในสงครามที่จะสร้างปัญหาใหญ่กว่า" เธอมองว่าการใช้กำลังทางทหารไม่ได้แก้ไขปัญหา แต่เพิ่มความเสี่ยงที่กระทบทั้งภูมิภาคและโลก

จากครอบครัวชนชั้นแรงงาน สู่นักการเมืองฝ่ายซ้าย มอนเตโรเติบโตในพรรค Podemos และได้ผลักดันนโยบายสิทธิสตรีและความเท่าเทียม โดยเฉพาะกฎหมายความยินยอมทางเพศ หลังจากเป็นรัฐมนตรี เธอได้ก้าวสู่สภายุโรปเพื่อส่งเสียงสนับสนุนความยุติธรรมและสันติภาพ

จุดยืนต่อต้านสงครามของมอนเตโรสร้างกระแสในวงการการเมืองยุโรปและสังคม ซึ่งสะท้อนภาพนักการเมืองรุ่นใหม่ที่รวมประเด็นสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียมเข้ากับเป้าหมายสันติภาพอย่างชัดเจน การเห็นคุณค่าของการเจรจาเหนือกำลังทางทหารจึงเป็นหัวใจของเธอในเวทีโลก

สำหรับคนไทย ไอรีนไม่ใช่แค่นักการเมืองหญิงจากสเปน แต่เป็นสัญลักษณ์ของเสียงยุโรปที่คัดค้านสงคราม และย้ำว่า "ทางออกของวิกฤตระหว่างประเทศต้องใช้การทูตและเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ใช่ใช้กำลัง" ซึ่งเป็นเสียงสำคัญในท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งโลกในปัจจุบัน

UN เตือนแรง!! ส่งสารด่วนถึงสหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่าน เรียกร้องหยุดสงครามก่อนบานปลาย สงครามตะวันออกกลางเสี่ยงควบคุมไม่อยู่ จี้ทุกฝ่ายกลับสู่โต๊ะเจรจา

'อันโตนิโอ กูเตร์เรส' เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลยุติสงครามที่กำลังบานปลายและทำให้พลเรือนได้รับความทุกข์ทรมานอย่างรุนแรง พร้อมเตือนว่าความขัดแย้งครั้งนี้ยังส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะประเทศที่กำลังพัฒนา

ในแถลงการณ์ยังสื่อสารถึงอิหร่านโดยตรงให้หยุดการโจมตีประเทศเพื่อนบ้านซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับสงครามครั้งนี้ โดยระบุว่า "คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้ประณามการโจมตีเหล่านี้ และมีคำสั่งให้ยุติการกระทำดังกล่าว รวมถึงการเปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ถูกปิดยืดเยื้อ

เลขาธิการ UN เน้นย้ำว่า "ถึงเวลาแล้วที่อำนาจแห่งกฎหมายจะต้องอยู่เหนือกฎแห่งการใช้กำลัง" และ "ถึงเวลาแล้วที่การทูตจะต้องเข้ามาแทนที่สงคราม" เพื่อยุติความขัดแย้งที่มีผลกระทบต่อผู้คนทั่วโลก

สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงเป็นเรื่องที่ทั่วโลกจับตามองในด้านการรักษาสันติภาพ โดยเฉพาะหลังจากเหตุการณ์ปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ส่งผลต่อทั้งเศรษฐกิจและความมั่นคงโลก

ที่มา : https://www.facebook.com/100063785130772/posts/1544869344315889/?rdid=YHMEZvDTYXDxM1Q8#

อิหร่านเน้นสันติภาพ!! “กาลิบาฟ” ชี้สหรัฐฯ บ่อนทำลาย ปากีสถานหนุนหยุดยิงและเจรจา “เลบานอน” ร่วมข้อตกลงหยุดยิง ผู้นำอิหร่านเรียกร้องสันติภาพในเอเชียตะวันตก

เมื่อวันพฤหัสบดี (16 เม.ย.) โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน กล่าวว่าอิหร่านมุ่งมั่นสร้างสันติภาพและความมั่นคงในเอเชียตะวันตกอย่างสมบูรณ์ และกล่าวหาสหรัฐฯ กำลังบ่อนทำลายความพยายามดังกล่าวด้วยการผิดสัญญาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

กาลิบาฟได้ประชุมกับอาซิม มูนีร์ ผู้บัญชาการกองทัพปากีสถาน ซึ่งเดินทางถึงกรุงเตหะรานเมื่อวันพุธ (15 เม.ย.) และเป็นผู้นำคณะผู้แทนระดับสูงที่มีส่วนร่วมในความพยายามฟื้นฟูการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน โดยกาลิบาฟเผยว่าผู้ที่เริ่มสงครามและกำลังหาทางหยุดมันในตอนนี้จะหยุดทำพฤติกรรมบั่นทอนความไว้วางใจอย่างแท้จริงผ่านการลงมือทำจริง

นอกจากนั้นกาลิบาฟชื่นชมความพยายามของปากีสถานในการช่วยให้เกิดการหยุดยิงและฟื้นฟูการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ โดยการหยุดยิงในทุกพื้นที่ความขัดแย้งเป็นหนึ่งในเงื่อนไขของการสงบศึกเบื้องต้น และเรียกร้องรัฐบาลปากีสถานในฐานะตัวกลางไกล่เกลี่ยเฝ้าติดตามการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง

ด้านมูนีร์แสดงความเข้าใจถึงความสำคัญของการหยุดยิงในเลบานอนและจะติดตามประเด็นนี้ต่อไป โดยเขาสั่งการตั้งแต่วันแรกที่เกิดสงครามสหรัฐฯ และอิสราเอลร่วมโจมตีอิหร่านว่าต้องไม่เกิดเหตุการณ์ด้านความมั่นคงใดๆ ตามแนวชายแดนปากีสถาน-อิหร่าน

อนึ่ง ทาสนิม สำนักข่าวกึ่งทางการของอิหร่าน รายงานว่าเมื่อวันพฤหัสบดี (16 เม.ย.) กาลิบาฟได้สนทนาทางโทรศัพท์กับนาบิห์ เบอร์รี ประธานรัฐสภาเลบานอน และกล่าวว่าเลบานอนเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงหยุดยิงฉบับครอบคลุมในเอเชียตะวันตก ทั้งมีบทบาทสำคัญต่อความพยายามสร้างสันติภาพยั่งยืนในภูมิภาค

ที่มา : Xinhua


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top