Friday, 5 June 2026
สวรรคต

‘รศ.ดร.เจษฎา’ แนะ!! กระทรวงศึกษาธิการ พิจารณา!! ลดช่วง ห้ามจัดงานรื่นเริง เหลือ 30 วัน เห็นใจเด็กๆ ที่อยากจัดกิจกรรม

(26 ต.ค. 68) รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ และนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า …
.
หวังว่า ก.ศึกษา จะลดวัน ที่ห้ามจัดงานบรรยากาศรื่นเริง จาก 1 ปี เป็น 30 วัน . เห็นใจเด็กๆ นักเรียนครับ

‘ทรัมป์’ โพสต์!! Truth Social แสดงความอาลัยต่อการสวรรคต สมเด็จพระบรมราชชนนี พระพันปีหลวง ระบุ!! กำลังบินไป ‘มาเลเซีย’

(26 ต.ค. 68) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้โพสต์ Truth Social แสดงความอาลัยต่อการสวรรคตของสมเด็จพระบรมราชชนนี พระพันปีหลวง พร้อมแสดงความเสียใจต่อคนไทย

ระบุ!! กำลังอยู่ระหว่างบินไปมาเลเซีย และจะพบนายกฯ อนุทินเพื่อลงนามดีลสันติภาพ ‘ไทย–กัมพูชา’  

 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติถวายความอาลัย พร้อมถวายความปลอดภัย ถวายพระเกียรติสูงสุด และดูแลประชาชนตลอดเส้นทางเคลื่อนขบวนเชิญพระบรมศพฯ ตั้งศปก.ส่วนหน้า และ กอ.ร่วม ดูแลความสงบเรียบร้อย ตลอดพระราชพิธี

วันนี้ (26 ตุลาคม 2568) พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล/รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำโดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมข้าราชการตำรวจทุกนาย และครอบครัวตำรวจ ร่วมถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสู่สวรรคาลัย โดยน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ และพร้อมรวมใจ รวมกำลังในการถวายความปลอดภัย ถวายพระเกียรติ ในการเชิญพระบรมศพ และเคลื่อนขบวนพระบรมศพฯ จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ผบ.ตร.กำชับตำรวจทุกนายที่ร่วมภารกิจสำคัญครั้งนี้ ให้ดูแลความเรียบร้อย และดูแลความปลอดภัยให้พี่น้องประชาชนที่จะหลั่งไหลร่วมถวายความอาลัยตลอดเส้นทางขบวนเชิญพระบรมศพฯ เป็นระยะทาง 10 กิโลเมตร ตลอดจนให้อำนวยความสะดวกการจราจรในเส้นทางต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. เป็นผู้รับผิดชอบกำกับดูแล

ทั้งนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีข้อสั่งการไปยังข้าราชการตำรวจปฏิบัติ ดังนี้
1. ถวายความปลอดภัยในขบวนเชิญพระบรมศพ ฯ 
2. ถวายพระเกียรติพระบรมศพฯ ในเส้นทางเคลื่อนพระบรมศพฯ อย่างสมพระเกียรติ
3. ดูแลความเรียบร้อยและความปลอดภัยประชาชนที่ร่วมถวายความอาลัยพระบรมศพฯ ตลอดเส้นทาง
4. จัดทำแผนถวายความปลอดภัยในงานพระราชพิธีฯ การเคลื่อนขบวนเชิญพระบรมศพฯ และซักซ้อมการปฏิบัติ 
5. กำชับมาตรการด้านการข่าว โดยให้กองบัญชาการตำรวจสันติบาลเป็นหน่วยหลักในการบูรณาการด้านการข่าวร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล, กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และหน่วยในพื้นที่
6. ให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลพิจารณาการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า (ศปก.สน.) และกองอำนวยการร่วมในการถวายความปลอดภัย รวมทั้งดูแลความเรียบร้อยและความปลอดภัยประชาชน และอำนวยความสะดวกการจราจรตลอดพระราชพิธี
7. ให้ผู้บังคับบัญชาทุกหน่วยทำความเข้าใจกับกำลังพลในเรื่องของความเหมาะสมในการประพฤติปฏิบัติตน รวมถึงการแต่งกายในช่วงไว้ทุกข์

สถานทูตจีนประจำประเทศไทย ถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เผย!! ทรงเป็นมหามิตรที่ยิ่งใหญ่ ของชาวจีน

เมื่อวานนี้ (25 ต.ค. 68) สถานทูตจีนประจำประเทศไทย ได้ถวายความอาลัยต่อ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงเสด็จสวรรคต

โดยฯพณฯ จาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำราชอาณาจักรไทย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สถานทูตทุกคน ได้ถวายความอาลัยต่อ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 

พระองค์ทรงเป็นมหามิตรที่ยิ่งใหญ่ของประชาชนชาวจีน และเป็นที่รักและเคารพยิ่งของปวงชนชาวไทย

คอนเสิร์ตยังมีได้ ความอาลัยก็ยังอยู่ บทพิสูจน์ว่า ‘ไทย’ คือ ประเทศแห่งการประนีประนอม ผ่าน!! คอนเสิร์ต ‘แบล็กพิงก์’ ‘รัฐบาล–ประชาชน’ ร่วมใจหาทางออก อย่างสง่างาม

(26 ต.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘ความเห็นของผม’ ได้โพสต์ ข้อความ ระบุว่า ...

ประเทศไทยเป็นประเทศแห่งการประนีประนอม

ประโยคนี้ในหลวงรัชกาลที่ 10 ทรงเคยพูดกับนักข่าวต่างประเทศเมื่อประมาณ 4 ปีก่อน 

มีเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ได้พิสูจน์ให้เห็นอย่างแท้จริงว่า ประเทศเราเป็นประเทศแห่งการประนีประนอมจริง ๆ หลังมีการประกาศการสวรรคตของพระพันปีหลวงช่วงดึกวันศุกร์ต่อเช้ารุ่งของวันเสาร์ ในตอนสาย ๆ ของเมื่อวาน ทุกคนจึงจับตาดูท่าทีของรัฐบาลว่าจะเอาอย่างไรกับคอนเสิร์ตแบล็คพิ้งค์ วงเกิร์ลกรุ๊ประดับโลกที่จะแสดงที่ไทยอีก 2 รอบ คือค่ำวันเสาร์ กับ อาทิตย์ หลายคนก็รอดูว่าจะมีการประกาศยกเลิกคอนเสิร์ตหรือไม่ หรือจะมีคอนเสิร์ตต่อ แล้วคนที่ไปดูจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร

ก็ปรากฏว่า มีการขอความร่วมมือให้คนที่ไปดูแต่งชุดขาว/ดำ และในคอนเสิร์ตก็มีการไว้อาลัยก่อนเริ่มคอนเสิร์ต โดยคอนเสิร์ตก็ยังแสดงได้ต่อตามปรกติ ทุกฝ่ายหาทางออกร่วมกันได้อย่างดีเยี่ยม คนดูก็ได้ดู เพียงแค่อาจจะต้องใส่ชุดขาวดำ นักร้องก็แสดงต่อ ผู้จัดก็ไม่ต้องยกเลิกอะไร มันเป็นทางออกที่สวยงาม
ความเห็นของชาวโซเชียลจึงชื่นชมทางออกนี้กันอย่างล้นหลาม แม้จะมีความเศร้า แต่ทุกคนก็รู้ว่าพระอาทิตย์ยังคงส่องแสง โลกยังคงหมุน ชีวิตก็ต้องไปต่อ 

มันคือการ Compromise แบบที่ในหลวงทรงบอก 

นี่คือการปรับตัวของสถาบันพระมหากษัตริย์ยุคใหม่ โดยแท้จริง และรัฐบาลก็นำมาปรับใช้ได้อย่างดีเยี่ยม

กลายเป็นว่า ใครก็ตามที่ง้างปากรอจะด่าเพื่อก่อดราม่า เจอการประนีประนอมแบบนี้เข้าไป ก็หุบปากแทบไม่ทัน ใครที่ด่าไปแล้ว ก็เจอด่าสวนอีกต่างหาก ว่ารัฐบาลก็ผ่อนปรนให้อย่างมากแล้ว เพื่อไม่ให้กระทบกับทุกฝ่าย 

ผมก็หวังว่าหลังจากนี้ คนไทยจะร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ กันแบบนี้ไปตลอดจนผ่านพ้นช่วงพระราชพิธีตามโบราณราชประเพณี ซึ่งผมว่าก็คงจะใช้เวลาเป็นปีเหมือนกัน 

ผมเชื่อว่า หากเราคิด และตัดสินใจบนพื้นฐานของเหตุและผล การร่วมกันแก้ปัญหาในเรื่องต่าง ๆ มันย่อมมีทางออกของมัน 
อย่างน้อยคนไทยก็ร่วมด้วยช่วยกัน ให้พระพันปีหลวงที่สถิตอยู่บนสวรรค์ ได้สบายพระราชหฤทัยเถิดครับ

‘บุ๋ม ปนัดดา’ โพสต์ข้อความสุดซึ้ง ระลึกถึง พระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เมื่อวานนี้ (25 ต.ค. 68) ‘บุ๋ม ปนัดดา’ ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า ...

เคยมีโอกาสได้ร่วมเดินแฟชั่นโชว์ให้พระองค์ท่าน และยังจำได้ไม่ลืมถึงช่วงเวลาสำคัญนั้น เมื่อพระองค์ตรัสถามด้วยพระสุรเสียงอ่อนโยนว่า

“หนูนางสาวไทย ใช่ไหมจ๊ะ หนูสวยมากจ้ะ”

เจ้าตัวเล่าว่าตอนนั้นถึงกับ “เข่าอ่อน” เพราะทั้งปลื้มและตื่นเต้นสุดหัวใจ ได้แต่ตอบกลับไปด้วยเสียงสั่นว่า “เพคะ” พร้อมในใจคิดเพียงว่า พระองค์ท่านทรงสง่างามและมีพระสิริโฉมงดงามเหลือเกิน

วันนี้เมื่อทราบข่าวการเสด็จสวรรคต “บุ๋ม ปนัดดา” ได้โพสต์ข้อความแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้งว่า

“ตื่นมาพบข่าวร้าย ว่าพระองค์ท่านจากไปแล้ว บุ๋มขอน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้”

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวแห่งความทรงจำอันงดงาม ที่สะท้อนถึงความรักและความเคารพที่คนไทยมีต่อพระองค์ท่านอย่างสุดหัวใจ

‘หนึ่ง วิทิตนันท์’ เล่าความประทับใจ!! ครั้งถวายงาน!! ภาพพระราชกรณียกิจ พระพันปีหลวง ย้ำ!! ภาคภูมิใจ ที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย ตั้งใจ!! ทำความดี เดินตามรอยพระบาท

(26 ต.ค. 68) ‘หนึ่ง’ วิทิตนันท์ โรจนพานิช คนไทยคนแรกที่ปีนยอดเขาเอเวอเรสต์ได้สำเร็จ ครีเอทีฟรายการโทรทัศน์ชื่อดัง และผู้กำกับภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียง ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก ระบุว่า ...

เมื่อราวปีพุทธศักราช 2536 ผมได้รับมอบหมายจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยให้เป็นผู้อัดขยายภาพ Cibachrome และภาพขาวดำเกี่ยวกับ พระราชกรณียกิจ ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง (ในขณะนั้นคือสมเด็จพระบรมราชินีนาถ) ที่ทรงโปรดเกล้า พระราชทานความช่วยเหลือดูแลผู้อพยพชาวกัมพูชาจำนวนมากมายมหาศาล ที่ศูนย์อพยพเขาล้าน อำเภอคลองใหญ่ เพื่อนำไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ ศูนย์ราชการุณย์สภากาชาดไทย เขาล้าน จังหวัดตราด 

งานที่ได้รับมอบหมายในครั้งนั้นมีผมเป็นผู้อัดขยายภาพ และรุ่นน้องคณะศิลปกรรมฯ จุฬาฯ สัมพันธ์ สารารักษ์ รับงานเขียนภาพจิตรกรรม 

ในขณะที่ผมขยายภาพไปแต่ละภาพก็บังเกิดความรู้สึกประทับใจและตื้นตันใจเป็นอันมาก เป็นเพราะภาพเหล่านั้นได้แสดงให้เห็นถึงความเมตตาความกรุณาของมนุษย์ที่มีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน รวมทั้งพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ที่พระพันปีหลวงฯทรงมีต่อผู้อพยพชาวกำพูชา และยิ่งได้รับรู้เรื่องราวเบื้องหลังเรื่องหนึ่งของที่มา จุดเริ่มต้นของการสร้างศูนย์ราชการุณย์สภากาชาดแห่งนี้ ยิ่งทำให้รู้สึกปลาบปลื้มและเกิดแรงบันดาลใจอย่างมากมาย หนึ่งเรื่องที่ผมได้ยินจากปากของท่านอาจารย์ที่ผมเคารพนับถือ ท่านเล่าให้ฟังว่าเมื่อราวปี พ.ศ. 2522 พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ไปส่งเสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมศูนย์อพยพ และเมื่อทรงได้ทอดพระเนตรเห็นความเป็นอยู่อันกันดารแร่งแค้นของผู้อพยพเหล่านั้น ก็ทรงรับสั่งว่า ฉันจะไม่กลับ ฉันจะไม่ไปไหน เราต้องช่วยกัน ทำให้ความเป็นอยู่ของพวกเขาเหล่านี้ดีขึ้น และต้องทำเดี๋ยวนี้ อาจารย์เล่าต่ออีกว่า ไม่ว่าข้าฯราชบริบาลจะกราบทูลบังคมทูลขอให้ทรงเสด็จกลับเท่าไหร่ พระองค์ท่านก็ไม่ยอม จนทุกฝ่ายต้องมาประชุมร่วมกันตั้งสัตยาบันและกราบบังคมทูลแนวทางในการช่วยเหลือต่าง ๆ จนเห็นเป็นรูปธรรม จึงทรงยอมเสด็จพระราชดำเนินกลับ 

นี่เป็นเรื่องเล่าหนึ่งในอีกหลาย ๆ เรื่อง ที่ผมได้ยินและได้เห็นประจักษ์พยาน สิ่งเหล่านี้เป็นความประทับใจที่ทำให้ผมรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นคนไทยและมีโอกาสที่ดีที่ได้มีส่วนร่วม เป็นส่วนหนึ่งของเหตุการสำคัญถึงแม้แต่จะเล็กน้อย และผมตั้งใจว่าจะทำความดีทุก ๆ วัน เดินตามรอยพระบาทไม่คลาดคลา 

กราบถวายบังคมด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

จากพระราชพิธี รัชกาลที่ 9 สู่พระพันปีหลวง รถพระที่นั่งคันเดียว ที่ส่งเสด็จทั้งสองพระองค์ สัญลักษณ์แห่งความพอเพียง ที่ยังคงวิ่งอยู่ ในหัวใจคนไทย

(26 ต.ค. 68) รถตู้สีเทาเรียบง่าย หมายเลขทะเบียน 1ด–0929 ที่ปรากฏในพระราชพิธีเคลื่อนพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในวันนี้

คือรถคันเดียวกันกับที่เคยใช้อัญเชิญพระบรมศพของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พุทธศักราช 2559
รถพระที่นั่งคันโปรดที่พระองค์ทรงใช้ทรงงานมาอย่างยาวนาน เรียบง่าย สมถะ แต่เปี่ยมด้วยคุณค่าทางจิตใจและความหมายอันลึกซึ้ง สะท้อนถึงพระราชจริยวัตรแห่ง ‘ความพอเพียง’ ที่ทั้งสองพระองค์ทรงยึดมั่นและทรงสืบสานร่วมกันตราบจนวาระสุดท้ายแห่งพระชนม์ชีพ

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2559 ในพระราชพิธีเคลื่อนพระบรมศพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ขบวนรถเคลื่อนออกจากโรงพยาบาลศิริราชมุ่งหน้าไปยังพระบรมมหาราชวังด้วยรถตู้สีเทาเรียบ ๆ หมายเลขทะเบียน 1ด–0929 ซึ่งแทบไม่ต่างจากรถตู้ทั่วไป


รถพระที่นั่งคันนี้ไม่ได้เป็นรุ่นใหม่หรือหรูหรา หากแต่เต็มไปด้วยเรื่องราวและคุณค่าทางจิตใจ เพราะเป็นรถที่พระองค์ทรงโปรดและทรงมีรับสั่งให้ใช้คันนี้เสมอ

ภายในรถก็เรียบง่ายเช่นเดียวกัน  มีเพียงวิทยุเดิมติดรถและโต๊ะขนาดเล็กสำหรับทรงงาน นายช่างประจำตัวจะคอยดูแลซ่อมแซมให้อยู่เสมอ
ไม่มีตรา ไม่มีธง ไม่มีสัญลักษณ์ประจำรัชกาล เพราะเมื่อสิ้นรัชกาล ตราสัญลักษณ์ทั้งปวงจะหยุดใช้งานทันที เพื่อรอการสืบราชสมบัติของพระมหากษัตริย์พระองค์ต่อไป

รถพระที่นั่งคันนี้คือ Volkswagen Caravelle T4 รุ่น V6 แบบฐานล้อยาว (Long Wheel Base) ผลิตระหว่างปี 2002–2003 เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ DOHC 24 วาล์ว ขนาด 2.8 ลิตร กำลังสูงสุด 204 แรงม้า

ในต่างประเทศ รถรุ่นนี้ถือเป็นรถที่เรียบง่าย เน้นการใช้งานจริงมากกว่าความหรูหรา ราคาขณะนั้นราว 2 ล้านบาทกว่า แต่ในมือของพระมหากษัตริย์ไทย รถธรรมดาคันนี้กลับกลายเป็นสัญลักษณ์แห่ง ‘ความพอเพียง’ และ ‘การใช้สิ่งของอย่างรู้คุณค่า’ ได้อย่างงดงาม

และเมื่อเวลาผ่านไปกว่าเกือบหนึ่งทศวรรษ รถพระที่นั่งคันเดิม ที่มีนามเรียกขานว่า ‘เจมส์ บอนด์’ ก็ได้ปรากฏอีกครั้ง ในพระราชพิธีเคลื่อนพระบรมศพของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ราวกับเป็นการเดินทางครั้งสุดท้ายร่วมกันของสองพระองค์ ที่คนไทยทั้งประเทศ เคารพรักเป็นที่สุด เพราะทั้งสองพระองค์ นั้นทรงอุทิศพระวรกายและพระราชหฤทัยเพื่อประชาชนไทยตราบจนวาระสุดท้าย

‘เจมส์ บอนด์’ นั้นจึงไม่ใช่เพียงรถยนต์คันหนึ่ง แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความเรียบง่าย ความสมถะ และความพอเพียงในแบบฉบับของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นเครื่องเตือนใจคนไทยทุกคนให้เห็นว่า

ความยิ่งใหญ่... มิได้อยู่ที่ความหรูหรา แต่อยู่ที่หัวใจที่รู้คุณค่าของทุกสิ่งที่มีอยู่

รถพระที่นั่งคันนี้จึงเปรียบเสมือน ‘ความพอเพียง’ ที่สองพระองค์ทรงมอบไว้ให้แผ่นดินไทยตราบนิรันดร์
 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top