Friday, 5 June 2026
สรรเพชญบุญญามณี

เดินหน้ามอบอาหารกว่า 20,000 ชุด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมช่วงฟื้นฟู พร้อมเสนอ 3 มาตรการ ‘ฟื้นคน–ฟื้นเมือง–ฟื้นเศรษฐกิจสงขลา’

เมื่อวันที่ 29 พ.ย. 68 นายสรรเพชญ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา โพสต์ข้อความผ่านเพจ สรรเพชญ บุญญามณี กล่าวถึงสถานการณ์อุทกภัยรุนแรงในจังหวัดสงขลาที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันและส่งผลกระทบเป็นวงกว้างว่า นี่คือวิกฤตที่กระทบทั้งคุณภาพชีวิตของประชาชนและระบบเศรษฐกิจภาพรวมของภาคใต้ ซึ่งสงขลาในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจด้านบริการ การท่องเที่ยว การแปรรูปสินค้าเกษตร อุตสาหกรรม และการค้าชายแดน ได้รับผลกระทบอย่างหนัก “เครื่องยนต์เศรษฐกิจ” หยุดชะงักทันทีเมื่อเกิดน้ำท่วมครั้งนี้

นายสรรเพชญระบุว่า จากการลงพื้นที่ต่อเนื่องหลายวัน พบว่าประชาชนจำนวนมากได้รับผลกระทบทุกมิติ บ้านเรือนเสียหาย ถนนเชื่อมต่อหลายสายถูกตัดขาด น้ำดื่มและน้ำประปาขาดแคลน โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอเมืองสงขลา พะวง เกาะยอ และเขารูปช้าง ที่ต้องพึ่งพาน้ำประปาจากหาดใหญ่เพียงแห่งเดียว ทำให้เกิดปัญหาโดยทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน นอกจากนี้ กลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง เด็กเล็ก และหญิงตั้งครรภ์ ยังต้องการการดูแลอย่างเร่งด่วน

ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา นายสรรเพชญจึงเสนอให้รัฐบาลเร่งเดินหน้า “มาตรการฟื้นฟูแบบองค์รวม” ครอบคลุมทั้งคน เมือง และเศรษฐกิจ เพื่อให้สงขลาสามารถกลับมายืนได้อย่างมั่นคง และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำในอนาคต ดังนี้
 
3 มาตรการ “ฟื้นคน – ฟื้นเมือง – ฟื้นเศรษฐกิจสงขลา”
1) ฟื้นคน – เยียวยาอย่างครอบคลุมและเข้าถึงง่าย
• เร่งจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัย ลดขั้นตอนเอกสาร
• กระจายอาหาร น้ำดื่ม ถุงยังชีพให้ถึงพื้นที่ที่ยังเข้าไม่ถึง
• ช่วยเหลือเชิงรุกกลุ่มเปราะบาง
• ซ่อมแซมบ้าน โรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก และสถานพยาบาล

2) ฟื้นเมือง – โครงสร้างพื้นฐานพร้อมรับมือภัยพิบัติ
• ผลักดันการก่อสร้าง โรงผลิตน้ำประปาใหม่ในอำเภอเมืองสงขลา ลดการพึ่งพาหาดใหญ่
• ซ่อมถนน คลองระบายน้ำ ระบบไฟฟ้า–สื่อสาร ในพื้นที่เสี่ยงซ้ำซาก
• ยกระดับศูนย์พักพิงให้มีมาตรฐานด้านสุขาภิบาล
• อัปเกรดระบบแจ้งเตือนน้ำท่วม–น้ำทะเลหนุนให้ทันสมัย
• กำจัดขยะ ตะกอน น้ำเสียหลังน้ำลด

3) ฟื้นเศรษฐกิจ – ให้ผู้ประกอบการและชุมชนเดินต่อได้
• พักชำระหนี้ต้น–ดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นและ SMEs
• ฟื้นฟูเกษตรกรและประมงพื้นบ้าน สนับสนุนพันธุ์สัตว์น้ำ เครื่องมือที่เสียหาย
• เร่งซ่อมเส้นทางสู่ด่านชายแดนเพื่อให้การค้าฟื้นตัว
• กระตุ้นท่องเที่ยวหลังน้ำลด ทั้งเมืองเก่าสงขลา เกาะยอ หาดใหญ่ และดึงนักท่องเที่ยวมาเลเซียกลับมา
• สนับสนุนตลาดชุมชนและธุรกิจรายเล็กให้ฟื้นตัวควบคู่

นายสรรเพชญกล่าวว่า “ผมขอฝากความหวังของพี่น้องชาวสงขลาให้รัฐบาลเร่งพิจารณามาตรการเหล่านี้โดยด่วน เพื่อให้สงขลาก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน”

ภารกิจลงพื้นที่ต่อเนื่อง: มอบอาหารปรุงสุกกว่า 20,000 ชุด
ในวันเดียวกัน นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายสรรเพชญ บุญญามณี ลงพื้นที่ในอำเภอบางกล่ำและอำเภอหาดใหญ่ 4 จุด ได้แก่
ศาลาลุงทอง, วัดโคกสมานคุณ, ชุมชนรัชมังคลา และวัดเกาะเสือ รวมถึงพื้นที่ในอำเภอเมืองสงขลา โดย “ครัวบุญญามณี” ดำเนินภารกิจช่วยเหลือติดต่อเป็นวันที่ 6 แล้ว วันนี้ได้มอบอาหารและสิ่งของรวมกว่า 20,000 ชุด ประกอบด้วย
• อาหารปรุงสดจากครัวบุญญามณี 4,000 กล่อง
• บริษัทอาคเนย์คอนกรีต มอบข้าวเหนียวไก่ทอด 1,500 กล่อง
• บริษัทสยามอินเตอร์เนชั่นแนลฟู้ด ผลิตแซนวิชทูน่า 1,000 กล่อง และข้าวผัดปลาทูน่า 3,500 กล่อง
• ร่วมกับพันธมิตร ได้แก่
o มูลนิธิเนชั่นปันน้ำใจ เครือเนชั่น มอบฟาร์มเฮาส์และขนมพร้อมทาน 7,000 กล่อง
o วิทยาลัยอาชีวศึกษา มอบอาหาร 2,000 กล่อง 
• น้ำดื่มรวมกว่า 10,000 ขวด

นายนิพนธ์ระบุว่า ขณะนี้ประชาชนยังเดือดร้อนด้านน้ำดื่มอย่างหนัก เนื่องจากหลายพื้นที่น้ำประปาไม่ไหล อีกทั้งเสื้อผ้าไปกับน้ำหมดจึงจำเป็นต้องเร่งกระจายความช่วยเหลือให้ทั่วถึงและเร่งการเยียวยาโดยด่วนที่สุด

‘สรรเพชญ’ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ประกาศเดินหน้าทำหน้าที่ผู้แทนฯ สมัยที่ 2 เต็มกำลัง

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นาย สรรเพชญ บุญญามณี ว่าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย จังหวัดสงขลา ให้สัมภาษณ์ภายหลังทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ โดยระบุว่า ขอขอบพระคุณพ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสงขลาทุกคะแนนเสียงที่มอบความไว้วางใจให้ตนได้ทำหน้าที่เป็นผู้แทนราษฎรอีกหนึ่งสมัย ด้วยคะแนนเสียงกว่า 44,258 คะแนน ซึ่งนับเป็นกำลังใจสำคัญอย่างยิ่งในการเดินหน้าทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน

นายสรรเพชญ กล่าวว่า บรรยากาศการลุ้นผลคะแนนตลอดทั้งวันเป็นไปอย่างคึกคักและเต็มไปด้วยความอบอุ่นจากพี่น้องประชาชนและกลุ่มผู้สนับสนุนที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยต่างร่วมกันลุ้นให้คะแนนเสียงสูงกว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ซึ่งผลปรากฏว่าคะแนนเพิ่มขึ้นหลายพันคะแนน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความไว้วางใจที่ประชาชนมีต่อการทำงานที่ผ่านมา

“ผมขอกราบขอบพระคุณจากใจจริง ทุกคะแนนเสียงมีความหมายและมีคุณค่าอย่างยิ่ง การได้รับโอกาสให้ทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรสมัยที่ 2 ทำให้ผมยิ่งต้องทำงานให้หนักขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้สมกับความไว้วางใจที่พ่อแม่พี่น้องมอบให้” นายสรรเพชญ กล่าว

ภูมิใจไทยจะจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีให้สายใต้กี่คน 3-4 ฤา…ถึงเวลา “สรรเพชญ บุญญามณี”แล้ว

สายใต้ภูมิใจไทย ควรมีรัฐมนตรีกี่ตำแหน่ง และควรจัดสรรให้ใครบ้าง

ต้องยอมรับความจริงว่า ผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทยรุกคืบเข้าสนามเลือกตั้งภาคใต้แบบเข้าเป้า 31 ที่นั่ง จาก 59 ที่นั่ง คว้าไปเกินครึ่ง ฝั่งอันดามันกวาดเกือบเรียบ เว้นภูเก็ต และตรังเท่านั้น สงขลา นครศรีฯก็ต้อนไปเยอะ

แน่นอนว่า ผลการเลือกตั้งที่ออกมาภูมิใจไทยแลนด์สไลด์ ทะลุ 193 ที่นั่งเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล รวบรวมเสียงได้แล้วเกือบ 300 เสียง

รอเพียงผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)รับรองแล้ว

งั้นเรามาวิเคราะห์สูตรจัดตั้งใหม่แบบตั้งหลักว่า สายใต้ภูมิใจไทยจะมีรัฐมนตรีกี่คน ข้อมูลตั้งต้นคือภูมิใจไทยมี สส.ใต้ 31 คน

สูตรคำนวณในการแบ่งสรรโควต้ารัฐมนตรีน่าจะเป็น  9:1 = 31 ÷ 9 ≈ 3.4
ดังนั้นโควตา “สมเหตุสมผล” คือ 3 ตำแหน่ง หรือถ้าเขี้ยวในการต่อรองอาจจะได้ถึง 4 เก้าอี้

ไม่ต้องโยงบ้านใหญ่
ไม่ต้องโยงจังหวัดที่พรรคไม่ได้ ไม่ต้องโยงข้ามพรรค

หลักคิดควรเป็นแบบนี้ 1.คนจากจังหวัดที่พรรคชนะยกจังหวัด เช่น กระบี่ ชุมพร หรือพังงา ควรจะมี 1 ตำแหน่งรัฐมนตรี แต่ถ้าเชิงลึกจริงๆ ควรจะเป็นกระบี่ 4 สส. น่าจะมีสักตำแหน่ง ส่วนจะเป็นใครอยู่ที่การเจรจาต่อรอง ยังจะเป็นคนเดิมไหม

การเมืองใต้จับตา!! การเมืองใต้เริ่มเปลี่ยนผ่าน เมื่อคนรุ่นใหม่จากบ้านใหญ่ก้าวสู่เวทีใหญ่ “สรรเพชญ บุญญามณี” คนรุ่นใหม่มาแรง ลุ้นนั่ง รมช.คมนาคม อายุน้อยสุด

‘สรรเพชญ บุญญามณี’ ทายาทการเมืองบ้านเขารูปช้าง ติดโผ รมช.คมนาคม อายุน้อยสุด ในวัย 35 ปี เต็ม ย่าง 36 ปี

ในแวดวงการเมืองภาคใต้ ชื่อของ สรรเพชญ บุญญามณี ถูกพูดถึงมากขึ้นในฐานะนักการเมืองรุ่นใหม่ที่เติบโตมาจากครอบครัวการเมืองใหญ่ของจังหวัดสงขลา และกำลังก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของพรรคภูมิใจไทยในพื้นที่ภาคใต้ ภายใต้การผลักดันของบิดา “นิพนธ์ บุญญามณี” อดีต รมช.มหาดไทย

สรรเพชญเป็นบุตรชายของ นิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และอดีตแกนนำสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ ผู้สร้างฐานการเมืองแข็งแรงในพื้นที่ “บ้านเขารูปช้าง” จังหวัดสงขลา ทำให้เขาถูกจับตามองตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าสู่สนามการเมือง

แม้จะมีบิดาเป็นลมใต้ปีก แต่ตัวสรรเพชญเอง ก็มีรัศมีในตัวเองอยู่ไม่น้อย ผู้เป็นบิดาพยายามเปิดทางให้ทำงานด้วยตัวเอง แค่จับตามองอยู่ห่างๆ แค่มีบางเรื่องบางประเด็นที่ปรึกษาผู้เป็นบิดาที่มีประสบการณ์ทางการเมืองช่ำของมากกว่า ยาวนานกว่า

เส้นทางการเมืองเริ่มต้น

สรรเพชญลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา เขต 1 เป็นครั้งแรกในการเลือกตั้งปี 2562 ในนามพรรคประชาธิปัตย์ แต่ในช่วงเวลานั้นกระแสการเมืองระดับชาติถูกครอบงำด้วยกระแสสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรีหรือที่ถูกเรียกกันว่า “กระแสลุงตู่” ส่งผลให้เขาพ่ายแพ้การเลือกตั้งในครั้งนั้นให้กับ วันชัย ปริญญาศิริ จากพรรคพลังประชารัฐ

แม้จะสอบตกในสนามแรก แต่สรรเพชญยังคงเดินหน้าทำงานการเมืองในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ลงพื้นที่พบปะชาวบ้าน รับฟังปัญหา และสร้างเครือข่ายการทำงานกับทีมงานท้องถิ่นอย่างจริงจัง พูดได้ว่า 1000 วันไม่มีหยุด

กลับมาคว้าชัยในสนามเลือกตั้ง

ความพยายามดังกล่าวทำให้ในการเลือกตั้งครั้งถัดมา สรรเพชญสามารถกลับมาคว้าชัยชนะได้ และได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา เขต 1ในนามพรรคประชาธิปัตย์ นับเป็นการก้าวขึ้นสู่เวทีการเมืองระดับชาติอย่างเต็มตัว และปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ส.ส.สงขลา เขต 1 เป็นสมัยที่สอง

ในรัฐบาล “อนุทิน 1” ถูกทาบทามให้เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี แต่ “สรรเพชญ”ปฏิเสธ เนื่องจากเป็นการทำงานในระยะสั้นไม่เกิน 4 เดือน จึงอยากทำงานในพื้นที่ ทำงานกับชาวบ้านมากกว่า

ในวัยเพียง 35 ปี เขาถูกจัดอยู่ในกลุ่มนักการเมืองรุ่นใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทยที่มีทั้งฐานการเมืองเดิมจากครอบครัว และภาพลักษณ์ของคนรุ่นใหม่ที่เข้าถึงพื้นที่

ดาวรุ่งการเมืองภาคใต้

สรรเพชญมักถูกมองว่าเป็น “ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น” จากนิพนธ์ บุญญามณี ทั้งในแง่สไตล์การทำงานและเครือข่ายทางการเมืองในจังหวัดสงขลา จุดเด่นของเขาคือการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง การทำงานเป็นทีม และการมีทีมงานช่วยวิเคราะห์และวางยุทธศาสตร์ทางการเมือง ช่วยโควิด 19 ระบาดเขาและทีมงานลงช่วยเหลือชาวบ้านเต็มที่ รวมถึงน้ำท่วมก็ไม่ลดละ เปิดโรงครัว ทำอาหารกล่องออกแจกจ่ายให้ชาวบ้าน

ด้วยบทบาทที่โดดเด่น ทำให้ชื่อของเขาถูกจับตามองในระดับชาติ และมีรายงานว่าอยู่ในข่ายพิจารณาให้ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล หรือที่ถูกเรียกกันว่า “รัฐบาลอนุทิน 2”

อนาคตการเมืองที่ถูกจับตา

จากนักการเมืองหนุ่มวัย 35 ปี การศึกษาดี มีไหวพริบปฏิภาณดี มีทีมงานคุณภาพ สรรเพชญ บุญญามณี กำลังถูกจับตามองว่าอาจเป็นหนึ่งในกำลังหลักของพรรคภูมิใจไทยในอนาคต โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ที่พรรคต้องการคนรุ่นใหม่เข้ามาสานต่อฐานเสียงดั้งเดิม ที่คนรุ่นเก่าเริ่มจะร่วงโรยราไปตามกาลเวลา

จับตาอนาคตของเด็กคนนี้กับการเป็นรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุด “สรรเพชญ บุญญามณี”

“สรรเพชญ” ลงพื้นที่สงขลา กำชับหน่วยงานคมนาคมสงขลา เร่งเบิกจ่าย ซ่อมถนน เพิ่มไฟส่องสว่างเพื่อประชาชน เร่งเครื่องโครงสร้างพื้นฐาน แก้น้ำท่วม ย้ำทุกโครงการต้องโปร่งใส

สรรเพชญ ลงพื้นที่สงขลา เร่งขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานคมนาม แก้ปัญหาน้ำท้วม  ย้ำโปร่งใสทุกโครงการ

18 พฤษภาคม 2569)ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสงขลา อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมติดตามผลการดำเนินงานและมอบนโยบายแก่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมในพื้นที่จังหวัดสงขลา โดยมีนายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายชีพ น้อมเศียร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก นายอนุเทพน์ เกษา ขนส่งจังหวัดสงขลา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อติดตามและผลักดันนโยบายของรัฐบาลสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งเร่งรัดโครงการสำคัญด้านคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐาน ภายใต้กรอบนโยบายหลัก 4 ด้าน ได้แก่ การลดภาระค่าครองชีพและยกระดับความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน การกระตุ้นเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรม การส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในระบบขนส่งสาธารณะเพื่อลดปัญหาฝุ่น PM2.5 และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระยะยาวผ่านความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อลดภาระงบประมาณของภาครัฐในอนาคต

พร้อมกันนี้ ได้เน้นย้ำเรื่อง “ความโปร่งใส” ในการดำเนินงานของทุกหน่วยงาน โดยกำชับให้ยึดหลักธรรมาภิบาล สามารถตรวจสอบได้ และต้องไม่มีผลประโยชน์ส่วนบุคคลเข้ามาเกี่ยวข้อง พร้อมยืนยันว่า หากเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริตและเป็นไปตามกฎหมาย กระทรวงคมนาคมพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ แต่หากพบการทุจริตหรือเอื้อประโยชน์โดยมิชอบ จะดำเนินการอย่างเด็ดขาดตามกฎหมาย

นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปีให้เป็นไปตามแผน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ การจ้างงาน และการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการเร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะการสำรวจและซ่อมแซมถนนที่ชำรุด รวมถึงระบบไฟฟ้าแสงสว่างที่เสียหาย เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุและเพิ่มความปลอดภัยในการสัญจร

ในส่วนของการเตรียมความพร้อมรับมือฤดูมรสุมและสถานการณ์น้ำท่วม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้กรมเจ้าท่าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการร่วมกับจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งดำเนินการขุดลอกคูคลองและลำน้ำที่ตื้นเขิน โดยเฉพาะบริเวณจุดคอขวดที่กีดขวางทางระบายน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำก่อนเข้าสู่ฤดูฝน ลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่เสี่ยง

ขณะเดียวกัน ยังได้แสดงความพร้อมในการสนับสนุนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของจังหวัดสงขลา อาทิ โครงการปรับปรุงอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ โครงการขุดลอกร่องน้ำเดินเรือของกรมเจ้าท่า โครงการก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองหาดใหญ่ของกรมทางหลวง รวมถึงโครงการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะด้วยรถพลังงานไฟฟ้า (EV) ของสำนักงานขนส่งจังหวัดสงขลา เพื่อเชื่อมโยงการเดินทางทั้งทางบก ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศอย่างไร้รอยต่อ รองรับการเติบโตด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และระบบโลจิสติกส์ในอนาคต

ทั้งนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ยังได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัดเร่งเดินหน้าโครงการด้านคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง พร้อมติดตามและรายงานผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้กระทรวงสามารถผลักดันและสนับสนุนในระดับนโยบายได้อย่างทันท่วงทีและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมกล่าวขอบคุณและให้กำลังใจหัวหน้าส่วนราชการและเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่ปฏิบัติงานอย่างทุ่มเท โดยขอให้ยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นศูนย์กลางในการทำงาน

จากนั้น ที่ประชุมได้รับฟังรายงานผลการดำเนินงานภาพรวมของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมในพื้นที่จังหวัดสงขลา ประกอบด้วย สำนักงานทางหลวงที่ 18 ศูนย์สร้างทางสงขลา สำนักงานทางหลวงชนบทที่ 12 (สงขลา) สำนักงานขนส่งจังหวัดสงขลา สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 4 และท่าอากาศยานหาดใหญ่ รวมทั้งเปิดเวทีหารือและรับข้อเสนอแนะจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เพื่อนำไปสู่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบคมนาคมขนส่งของจังหวัดให้มีประสิทธิภาพ ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างครอบคลุมและยั่งยืน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top