Friday, 5 June 2026
สมเด็จย่า

10 มีนาคม พ.ศ. 2539 พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

วันนี้เมื่อ 29 ปีก่อน วันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ ‘สมเด็จย่า’ ของปวงชนชาวไทย ณ พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง

สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระราชสมภพเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2443 มีพระนามเดิมว่า สังวาล ตะละภัฏ ทรงเป็นพระชายาในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เป็นพระราชชนนีในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์, พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเป็นพระอัยยิกาในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10

ตลอดพระชนม์ชีพ สมเด็จย่า ทรงประกอบพระราชกรณียกิจเพื่อประชาชนชาวไทยอย่างมากมาย อาทิ ทรงให้การอุปถัมภ์ราษฎรชาวไทยภูเขาที่อาศัยในถิ่นทุรกันดาร เพื่อให้มีอาชีพ ตลอดจนมีคุณภาพชีวิตที่ดี จนเป็นที่มาของ ‘มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง’ นอกจากนี้ยังทรงเป็นแบบอย่างของความพอเพียง ทรงสอนพระโอรสและพระธิดา ให้รู้จัก ‘การให้’ มาตั้งแต่เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์

โดยสมเด็จย่าจะทรงตั้งกระป๋องออมสินเรียกว่า ‘กระป๋องคนจน’ หากทรงนำเงินไปทำกิจกรรมแล้วมีกำไร จะต้องถูก ‘เก็บภาษี’ หยอดใส่กระปุกนี้ 10% และทุกสิ้นเดือน สมเด็จย่าจะเรียกประชุมเพื่อตรัสว่า จะนำเงินในกระป๋องไปทำอะไร เช่น มอบให้โรงเรียนตาบอด มอบให้เด็กกำพร้า หรือทำกิจกรรมเพื่อคนยากจน

สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงพระประชวร โดยมีพระอาการทางพระหทัยกำเริบและทรงเหนื่อยอ่อน โดยเข้าประทับรักษาพระองค์ ณ โรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2538 จนกระทั่งในวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 ทรงมีพระอาการทรุดลง เนื่องด้วยมีพระอาการแทรกซ้อนทางพระยกนะ (ตับ) และพระวักกะ (ไต) ไม่ทำงาน พระหทัย (หัวใจ) ทำงานไม่ปกติ ความดันพระโลหิตต่ำทำให้เกิดภาวะเป็นกรดในพระโลหิต

คณะแพทย์ได้ถวายการรักษาความผิดปกติของระบบต่าง ๆ แต่พระอาการคงอยู่ในภาวะวิกฤต จนเมื่อเวลา 21.17 น. สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเสด็จสวรรคต สิริพระชนมายุ 94 พรรษา ต่อมาจึงมีพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ จัดขึ้นเมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2539 ณ พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง

๒๑ ตุลาคม วันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

วันที่ 21 ตุลาคมของทุกปี ถือเป็นวันสำคัญของคนไทย เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ “สมเด็จย่า” พระมหากษัตริย์ผู้ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนไทยตลอดพระชนม์ชีพ พระองค์ทรงมุ่งมั่นทำงานเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะผู้ยากไร้ในถิ่นทุรกันดาร

จากพระราชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่ ทำให้วันที่ 21 ตุลาคมถูกกำหนดให้เป็น “วันพยาบาลแห่งชาติ” เพื่อยกย่องพระเมตตาและพระวิริยะอุตสาหะของพระองค์ ซึ่งทรงสำเร็จวิชาการพยาบาล และทรงทุ่มเทพัฒนางานด้านสาธารณสุขไทยให้ก้าวหน้า ทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ประกอบวิชาชีพพยาบาลตระหนักถึงคุณค่าของงานบริการสุขภาพ

นอกจากนี้ ยังเป็น 'วันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติ' เพื่อรำลึกพระกรุณาธิคุณที่ทรงส่งเสริมงานช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส และ 'วันรักต้นไม้แห่งชาติ' ที่สืบสานพระปณิธานด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและการปลูกต้นไม้ด้วยพระองค์เอง อันเป็นแบบอย่างของการรักษาสมดุลสิ่งแวดล้อม

อีกทั้ง วันที่ 21 ตุลาคม ยังเป็น 'วันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ' อันมีจุดเริ่มจากพระราชดำริจัดตั้งหน่วยแพทย์อาสา 'พอ.สว.' เพื่อดูแลประชาชนในพื้นที่ห่างไกล โดยเฉพาะด้านสุขภาพช่องปาก พระราชจริยวัตรอันงดงามเหล่านี้ ทำให้ 'สมเด็จย่า' ยังคงเป็นแรงบันดาลใจไม่รู้จบ แห่งความเมตตาและการอุทิศตนเพื่อแผ่นดินไทย

พระสุรเสียงที่ยังก้องอยู่ในใจ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เผยความทรงจำสุดซึ้ง เทิดทูน “สมเด็จย่า” คือแม่คนที่สอง ผู้หล่อหลอมชีวิตด้วยความรักและเมตตา

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 แฟนเพจเฟซบุ๊ก HRH Princess Sirivannavari Nariratana Rajakanya เผยแพร่ข้อความของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ระบุว่า... “หลานจ๊ะ” เป็นพระสุรเสียงที่ก้องอยู่ในใจหลานเสมอ ทรงแนะนำกับผู้คนที่มาเฝ้าว่า “นี่หลานฉัน...หลานสิริวัณวรี “ชื่อ สิริวัณวรี(เดิม)เป็นชื่อที่ทรงเลือกพระราชทานด้วยพระองค์เอง พระนามนี้เหมือนเปลี่ยนชีวิตหลานให้เกิดใหม่อีกครั้งหนึ่ง ทรงเลี้ยง อบรม สั่งสอนหลานเปรียบเสมือนแม่ ทรงส่งเข้านอน พาสวดมนต์ด้วยกัน สอนในเรื่องกิริยา มารยาทไทย และแบบสากล สอนประวัติศาสตร์ และมีเรื่องเล่าสนุกมากมาย

ทรงให้ความเมตตาหลานเสมอ หลานมีความสุขทุกครั้งที่ได้ ร่วมกิจกรรมกับสมเด็จย่า ในทุกโมเมนต์ ตามเสด็จไปว่ายน้ำที่หัวหิน ทรงสอนหลานว่ายน้ำ ซึ่งท่าน โปรดทะเลมาก

อีกหนึ่งความทรงจำ คือการได้ตามเสด็จสมเด็จย่า ไป ตามที่ต่าง ๆ เหนือ อีสาน ใต้ ในช่วงเวลาตอนปิดเทอม ที่เด็ก ๆ หลายคนจะได้ไปเที่ยวเล่น เรียนพิเศษ เเต่หลาน รู้สึกว่าการได้ตามเสด็จสมเด็จย่าไปตามถิ่นทุรกันดาร นับเป็นการฝึกงานแบบไม่รู้ตัว ได้ซึมซับการทรงงานในแบบวิธีของท่าน เเละ ท่านจะมีวิธีการสอนหลานในแบบประสบการณ์จริง ให้ไปพูดคุยกับชาวบ้าน ลงมือทำเอง ได้เรียนรู้ เรื่องต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด เกิดการซึมซับ ทำให้อยากเรียนรู้ อยากทำต่อไป

จุดที่อยากเป็นนักออกแบบเเละเรียนศิลปะ ก็เพราะมีสมเด็จย่าเป็นแรงบันดาลใจ รวมถึงการเรียนภาษาฝรั่งเศส ด้วยความคิดที่ว่าอยากรู้ว่าปู่กับย่าคุยอะไรกัน

สมเด็จย่า ส่งเสริมให้เรียนรู้ด้านศิลปะ วัฒนธรรม ให้เรียนรู้ดนตรีไทย ดนตรีสากล ทรงให้กำลังใจและตรัสชมการแสดงของหลานทุกครั้ง ทั้ง ๆ ที่ก็ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง

จำได้ว่า 7 โมงเช้าของวันหนึ่ง หลานได้ไปทูลลาสมเด็จย่าก่อนไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศส ท่านทรงให้ข้อคิดที่มีค่ามาก ทรงเน้นย้ำเรื่องการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไทย การไปเรียนเมืองนอกแต่อย่าลืมความเป็นไทยนำส่วนดีของเขาเอามาปรับใช้ ท่านทรงเล่าให้ฟังว่าในยุคของท่านมีวิธีการศึกษาอย่างไร ท่านไม่ได้สอนตรง ๆ เเต่เป็นการสอนให้หลานรู้จักหาวิธีเรียนรู้ด้วยตนเองและต้องรู้อย่างถ่องแท้

เมื่อมาถึงวันนี้ หลานก็ไม่เคยคิดเลยว่าหลานจะทำได้ ทรงสอนให้มีความเข้มแข็ง อดทน มุ่งมั่น และมีเมตตา ท่านมักจะตรัสชมประชาชนของท่านอยู่เสมอ ส่วนหนึ่งที่หลานจำฝังใจ คือ สิ่งที่สมเด็จย่า ตรัสว่า คนไทยมีเลือดศิลปินอยู่ในตัว ต่อให้เขาเป็นชาวไร่ ชาวนา เกษตรกร เมื่อได้รับการฝึกฝน ทางศิลปะ เข้าก็สามารถสร้างสรรค์งานได้อย่างงดงาม

สำหรับหลาน สมเด็จย่า จะไม่มีวันจากลาไปไหน ทุกสิ่งที่ท่านทรงห่วง ทุกสิ่งที่ท่านทรงรัก หลานจะเป็นธุระสานต่อให้ตลอดไป

หลาน สิริวัณณวรี
26 ตุลาคม 2568
22:25 น.
 

10 มีนาคม 2539 พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ “สมเด็จย่า” ณ ท้องสนามหลวง ประชาชนร่วมถวายอาลัยทั่วประเทศ วันแห่งความอาลัยของคนทั้งแผ่นดิน

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2539 มีการประกอบพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ "สมเด็จย่า" ณ พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง โดยประชาชนจำนวนมากเข้าร่วมถวายความอาลัยอย่างล้นหลามในพิธีสำคัญระดับชาติครั้งนี้

"สมเด็จย่า" เป็นพระราชชนนีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 8 และ 9 ทรงมีบทบาทสำคัญในด้านการศึกษา การแพทย์ และการพัฒนาชีวิตคนชายขอบ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ทรงเสด็จสวรรคตเมื่อ 18 กรกฎาคม 2538 ด้วยพระชนมายุ 94 พรรษา

พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพประกอบด้วยพิธีทางพระพุทธศาสนา พิธีหลวง และริ้วขบวนอัญเชิญพระบรมศพที่ประณีต พร้อมกับความสงบ สุขุม และความรู้สึกสูญเสียร่วมของประชาชนจากทั่วทุกสารทิศ สื่อสมัยนั้นรายงานว่ามีคนมาร่วมจำนวนหลักแสน

"พระเมรุมาศ" สถาปัตยกรรมชั่วคราวอันงดงามที่ตั้งอยู่ ณ ท้องสนามหลวง ถือเป็นสัญลักษณ์ของจักรวาลและเขาพระสุเมรุ ตามคติความเชื่อไทย-พุทธ-พราหมณ์ เพื่อส่งเสด็จสมเด็จย่าสู่สวรรคาลัยอย่างสมพระเกียรติ

เหตุการณ์นี้เป็นมากกว่าพิธีกรรมทางราชประเพณี แต่สะท้อนความผูกพันของประชาชนต่อพระกรณียกิจของสมเด็จย่าและเป็นหมุดหมายของความทรงจำในประวัติศาสตร์ชาติไทย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top