Friday, 5 June 2026
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

‘อัครเดช’ ปลื้มถกร่างงบประมาณราบรื่น มั่นใจรัฐบาลโหวตผ่านแม้เสียงปริ่มน้ำ

โฆษก รทสช.ปลื้มประชุมงบประมาณมาครึ่งทางราบรื่น ฝ่ายรัฐบาลโชว์ปึ๊กเสียงโหวตผ่านเเม้ปริ่มน้ำ ชมฝ่ายค้านทำหน้าที่สร้างสรรค์ ย้ำร่วมมือกันเร่งผ่านงบประมาณแก้ปัญหาพี่น้องประชาชน

(14 ส.ค. 68) นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต 4 และโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงภาพรวมของการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2569 ในวาระที่ 2 และวาระที่ 3 ว่า บรรยากาศการอภิปรายใน 2 วันที่ผ่านมาเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสร้างสรรค์ ทั้งในส่วนของรัฐบาลที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของฝ่ายรัฐบาลได้เข้าร่วมการประชุมครบองค์ประชุม ส่วนฝ่ายค้านก็ไม่ได้เล่นเกมการเมืองหรืออภิปรายนอกประเด็น นอกจากนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ได้ตั้งข้อสังเกตและพยายามปรับลดงบประมาณในส่วนที่ไม่จำเป็นลง ส่วนคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฯ ก็ชี้แจงถึงสาเหตุการต้องปรับลดหรือไม่ปรับลดงบประมาณได้อย่างครบถ้วนชัดเจน ซึ่งถือเป็นเรื่องดีและตนหวังให้ที่ประชุมรักษาบรรยากาศและองค์ประชุมไปตลอดจนกระทั่งถึงเย็นวันพรุ่งนี้ที่จะมีการลงมติร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวในวาระที่ 3

นายอัครเดช กล่าวว่า จากบรรยากาศการอภิปรายดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าทุกฝ่ายมองประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ และยังได้ร่วมด้วยช่วยกันในการเร่งผ่านร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ 2569 ที่ถือเป็นกฎหมายและเครื่องมือที่สำคัญของรัฐบาลที่จะมาช่วยแก้ปัญหาของพ่อแม่พี่น้องประชาชนได้ โดยเฉพาะในประเด็นปัญหาเศรษฐกิจ, ปัญหาน้ำท่วม และปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา อันจะช่วยให้ทุกปัญหาของคนไทยได้คลี่คลายและประเทศเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง

“ขอย้ำว่าร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ 2569 เป็นกฎหมายที่มีความสำคัญมากที่ต้องผ่านเพื่อให้รัฐบาลได้มีงบประมาณในปีหน้ามาใช้จ่ายขับเคลื่อนประเทศและแก้ปัญหาต่าง ๆ ให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนได้ อันจะช่วยให้ประเทศไทยเดินหน้าไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ มั่นคง มั่นคั่ง ยั่งยืน และสามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้” นายอัครเดช กล่าวทิ้งท้าย

‘โฆษก รทสช.’ ไม่เชื่อรัฐบาลดีลซื้อโหวต 10 ล้าน มั่นใจรัฐบาลสามารถผ่านกฎหมายได้แม้เสียงปริ่มน้ำ

โฆษก รทสช. ไม่เชื่อปลายสายคลิปเสียงซื้อโหวต 10 ล้านมาจากซีกรัฐบาล ย้ำวิปกำชับเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง ไม่มีความจำเป็นต้องซื้อโหวต บี้ สส. ผู้กล่าวอ้างเปิดหลักฐาน หวั่นผู้ไม่หวังดีดิสเครดิตรัฐบาล

วันที่ (18 ส.ค. 68) นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต 4 ในฐานะโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยถึงกรณีมีการกล่าวหาว่ามีการซื้อเสียงโหวตจาก สส.ฝ่ายค้านในการลงมติร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2569 ว่า 

กรณีมีการกล่าวหานั้น ตนทั้งในฐานะโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติและหนึ่งในวิปรัฐบาล ในลำดับแรกขอเรียนว่ากรณีดังกล่าว เชื่อว่าไม่น่าจะเป็นความจริง 

เนื่องจากเสียงของ สส. ฝ่ายรัฐบาลนั้นเพียงพอในการผ่านร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2569 ถึงแม้ว่าเสียงจะปริ่มน้ำก็ตาม แต่พวกเราในฐานะวิปรัฐบาลมีความมั่นใจว่าจะสามารถผ่านกฎหมายดังกล่าวได้โดยราบรื่น 

ดังนั้นเสียงในคลิปไม่น่าจะเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับพรรคร่วมรัฐบาล น่าจะเป็นแก๊งต้มตุ๋น

สำหรับที่มีการสะท้อนมาว่าคลิปเสียงดังกล่าวเป็นการสร้างสถานการณ์ด้วยตนเองหรือไม่ นั่นก็เป็นสิ่งที่ สส. คนดังกล่าวต้องออกมาชี้แจงกรณีดังกล่าวด้วยตนเองผ่านการแสดงพยานหลักฐาน รวมทั้งแจ้งความดำเนินคดีให้เห็นเป็นรูปธรรม เพื่อลบล้างข้อกล่าวหาว่า สส. คนดังกล่าวสร้างสถานการณ์เพื่อดิสเครดิตรัฐบาล มิเช่นนั้นจะเกิดความเสียหายต่อสภาผู้แทนราษฎร และที่สำคัญคนอาจมองว่าเป็นการสร้างคะแนนนิยมให้กับพรรคการเมืองที่ สส.ที่เปิดประเด็นนี้สังกัดอีกด้วย

‘บ๊อบ แคทเตอร์’ สส.ออสเตรเลียฉุนขาด เกือบต่อยนักข่าว!! หลังถูกถามเรื่องเชื้อสายเลบานอน

(1 ก.ย. 68) บ็อบ แคทเตอร์ (Bob Katter) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรออสเตรเลีย ตกเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังถูกถ่ายคลิปขณะยกกำปั้นข่มขู่ผู้สื่อข่าว ระหว่างการแถลงข่าวหน้ารัฐสภารัฐควีนส์แลนด์ จากการที่ผู้สื่อข่าวถามถึงเชื้อสายเลบานอนของเขา ซึ่งทำให้แคทเตอร์ไม่พอใจ และตอบกลับว่า “ผมเคยต่อยปากคนมาแล้วหลายครั้ง อย่าพูดแบบนั้นออกมา!”

แคทเตอร์ยืนยันว่าตนเป็น “ชาวออสเตรเลียแท้” และครอบครัวอยู่ในประเทศมากว่า 140 ปี พร้อมกล่าวหาผู้สื่อข่าวว่าเป็น “พวกเหยียดเชื้อชาติ” ขณะที่นักข่าว จอช บาวาส (Josh Bavas) จากช่อง 9 ออสเตรเลีย ยังคงตั้งคำถามต่อเนื่อง แม้ถูกข่มขู่ต่อหน้า

ต่อมา แคทเตอร์ออกมาเรียกร้องให้ผู้สื่อข่าวและสถานีดังกล่าวออกมาขอโทษ โดยระบุว่าการถูกมองว่าไม่ใช่ออสเตรเลียนั้น เป็นการดูถูกอย่างยิ่ง ด้านผู้สื่อข่าวบาวาสมองว่าเป็นการแถลงข่าวที่เหนือความคาดหมาย และตนเพียงต้องการสะท้อนคุณค่าของครอบครัวผู้อพยพที่ช่วยสร้างชาติออสเตรเลีย

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้คลิปกลายเป็นไวรัล และถึงขั้นนายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบานีส (Anthony Albanese) ออกมาวิพากษ์ว่า แคทเตอร์ควรกลับไปดูพฤติกรรมตัวเอง พร้อมย้ำว่า “ออสเตรเลียเกิดจากผู้อพยพ” และยกตัวอย่างว่า แม้แต่ตนชื่ออัลบานีส (เชื้อสายอิตาลี-ไอริช) หรือผู้นำวุฒิสภาที่ใช้นามสกุลวอง ก็สะท้อนความจริงข้อนี้ว่า คนที่อพยพเข้ามาทำให้ออสเตรเลียแข็งแกร่งขึ้น

โปรดเกล้าฯ ประกาศ พ.ร.ฎ. เลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี เขต 4 หลัง ‘ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์’ สส.เพื่อไทย ประกาศ!! ลาออก

(14 ก.ย. 68) เนื่องจากนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สส.กาญจนบุรี เขต 4 พรรคเพื่อไทย ได้ยื่นหนังสือลาออกจาก สส. ทำให้ตำแหน่งว่างลง จึงต้องมีการเลือกตั้งซ่อม

ล่าสุด เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 142 ตอนที่ 59 ก เผยแพร่พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี เขตเลือกตั้งที่ 4 แทนตำแหน่งที่ว่าง พ.ศ. 2568 ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2568 เป็นปีที่ 10 ในรัชกาลปัจจุบัน มีเนื้อหาว่า

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่าง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 105 วรรคหนึ่ง (1) และมาตรา 175 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา 1 พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี เขตเลือกตั้งที่ 4 แทนตำแหน่งที่ว่าง พ.ศ. 2568”

มาตรา 2 พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา 3 ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี เขตเลือกตั้งที่ 4 แทนตำแหน่งที่ว่าง

มาตรา 4 ให้ประธานกรรมการการเลือกตั้งรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี

แคนดิเดต ‘นายกรัฐมนตรี’ ศึกเลือกตั้ง 2569

(18 ต.ค. 68) แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ศึกเลือกตั้ง 2569 ใครจะนำประเทศไทย ฝ่าความเปราะบาง??

หลังจากสมรภูมิการเมืองปี 2566 ได้เปลี่ยนสมการอำนาจอย่างชัดเจน และทำให้เห็นว่าการเมืองไทยเข้าสู่ยุคของ ‘พันธมิตรเกินความคาดเดา’ อีกครั้ง

การเลือกตั้งใหญ่ปี 2569 จึงถูกจับตามองอย่างหนัก ในฐานะสนามชี้!! อนาคตของประเทศในทศวรรษหน้า

แม้จะยังไม่มีการประกาศวันเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ แต่หลายพรรคการเมืองเริ่มขยับแผน พร้อมส่งสัญญาณชัดเจนผ่าน ‘แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี’ ของแต่ละพรรค ว่าใครคือผู้นำที่จะเป็นหน้าเป็นตา และดึงคะแนนนิยมเข้าสู่พรรคให้ได้มากที่สุดในสนามใหญ่ครั้งนี้

การเลือกตั้งปี 2569 จะไม่ใช่แค่การเลือกพรรคอีกต่อไป แต่คือการเลือก ‘ผู้นำประเทศ’ ในยุคที่เศรษฐกิจเปราะบาง การเมืองแบ่งขั้ว และภูมิรัฐศาสตร์ โลกผันผวนรุนแรง

แคนดิเดตนายกฯ แต่ละคนไม่เพียงแต่ต้องมีภาพลักษณ์ที่ดี นโยบายต้องโดนใจ และต้องพร้อมเจรจา ประสานผลประโยชน์ รักษาเสถียรภาพให้ได้หลังการเลือกตั้ง

ใครจะได้นั่งเก้าอี้ ‘นายกรัฐมนตรี’ คนต่อไป ก็ยังไม่มีใครรู้

แต่การต่อสู้ ในศึกเลือกตั้ง ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!!


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top