Friday, 5 June 2026
สถานทูตอิหร่าน

‘สถานทูตอิหร่าน’ โต้ข่าวปม 'โรนัลโด้' ถูกสั่งโบย 99 ครั้ง หลังทำผิดกม.บ้านเมืองสัมผัสตัวผู้หญิง ยืนยัน!! ไม่เป็นความจริง

(14 ต.ค.66) โรนัลโด้ ตกเป็นข่าว จะถูกลงโทษด้วยการโบย 99 ครั้ง หลังทำผิดกฎหมายบ้านเมืองด้วยการสัมผัสตัวเพศหญิง โดยก่อนหน้านี้ ดาวเตะวัย 38 ปี เดินทางมายังกรุงเตหะรานกับ อัล นาสเซอร์ เพื่อแข่งขันศึก เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก กับทีม เปอร์ซีโปลิส ของอิหร่าน เมื่อวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา โดยยอดทีมแห่งซาอุดิอาระเบียเอาชนะไปได้ 2-0 ในเกมนัดแรกของรอบแบ่งกลุ่ม

นอกเหนือจากแมตช์แข่งขัน โรนัลโด้ ได้เดินทางไปพบกับ ฟาติมา ฮามามี่ ศิลปินวาดภาพชาวอิหร่าน ที่พิการทางร่างกายมากถึง 85% โดยการพบกันของทั้งคู่เกิดจากการร้องขอจากทาง ฟาติมา ด้วยตัวเธอเอง โดยที่เธอต้องการจะมอบรูปภาพที่เธอวาดให้กับ โรนัลโด้ โดยเฉพาะ และมีการถ่ายภาพร่วมกัน

จากเหตุการณ์ดังกล่าว Shargh Daily เปิดเผยว่า ทราบเรื่องมาจากแหล่งข่าวที่เป็นเครือข่ายของตัวเองระบุว่า ทนายความจำนวนหนึ่งได้รวมตัวยื่นร้องเรียน โรนัลโด้ ฐานสัมผัสตัว ฟาติมา ด้วยการสวมกอดเธอ ซึ่งผิดต่อกฎหมายบ้านเมืองของอิหร่าน ที่ชาย-หญิงที่ไม่ได้เป็นสามีภรรยากันจะไม่สามารถแตะเนื้อต้องตัวกันได้ซึ่งนับเป็นสิ่งต้องห้าม

ล่าสุด สถานทูตอิหร่าน ยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด "เราขอปฏิเสธว่าไม่มีการออกคำสั่งของศาลใดๆ ต่อนักกีฬาต่างชาติคนไหนในอิหร่าน" แถลงการณ์จากสถานทูตสเปน ระบุ

"เรากังวลว่าการตีพิมพ์ข่าวไม่เป็นความจริงเหล่านี้ จะไปกลบเรื่องอาชญากรรมต่อมนุษยชาติและอาชญากรรมสงครามที่เกิดขึ้นในปาเลสไตน์"

"คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เดินทางไปยังอิหร่านในวันที่ 18-19 กันยายน เพื่อเล่นเกมฟุตบอลอย่างเป็นทางการ และได้รับการต้อนรับอย่างดีจากประชาชนและเจ้าหน้าที่ การพบกันด้วยความจริงใจและมีมนุษยธรรมของเขากับฟาติมา ฮามามี ยังได้รับการยกย่องและชื่นชมจากประชาชนและเจ้าหน้าที่ทางด้านกีฬาเป็นอย่างดี"

“ธรรมศาสตร์” จับมือ “สถานทูตอิหร่าน” ไทย–อิหร่านเปิดประตูวิชาการ ธรรมศาสตร์หารือสถานทูตอิหร่าน ดันวิจัยร่วม–แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ขยายมิติเอเชียตะวันตกศึกษา

เมื่อวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2568 ผู้อำนวยการสถาบันอาณาบริเวณศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประเทศไทย พร้อมด้วยคณะผู้แทน ได้เข้าพบ ดร. นัสเซอเรดิน ไฮดารี (Dr. Nasseredin Heidari) 

เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย และเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ

ในระหว่างการหารือ ทางสถาบันฯ ได้แสดงความพร้อมที่จะศึกษาและดำเนินการเกี่ยวกับแนวทางความร่วมมือและการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัย รวมถึงศูนย์วิจัยและศูนย์การศึกษาต่างๆ ในอิหร่านกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทั้งนี้ ทางสถาบันฯ ได้มอบทุนการศึกษาในสาขาวิชาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษาในมิติอนาคต (Future Studies of Southeast Asia) และมีแผนที่จะเพิ่มสาขาวิชาเอเชียตะวันตกศึกษา (West Asian Studies) เข้าไปในหลักสูตร จึงได้ประสานขอความร่วมมือจากทางอิหร่านในด้านเนื้อหาทางวิชาการ

เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย ได้บอกเล่าถึงประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและอิหร่าน พร้อมทั้งสรุปการดำเนินงานของสถานเอกอัครราชทูตฯ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ และขยายความร่วมมือในด้านเศรษฐกิจ กงสุล วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม ให้แก่คณะผู้บริหารของสถาบันฯ ได้รับทราบ นอกจากนี้ ท่านทูตยังได้เสนอแนะให้มีการใช้ประโยชน์จากศักยภาพของมหาวิทยาลัย ศูนย์วิจัย และคลังสมอง (Think Tanks) ของอิหร่าน ในการทำวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการแลกเปลี่ยนร่วมกัน ตลอดจนใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางวัฒนธรรมของสถานเอกอัครราชทูตฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มูลนิธิเพื่อการศึกษาและวิจัยอัล-มุสตาฟา (Al-Mustafa Educational and Research Foundation) ซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทยและมีสำนักงานตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร ในการแปลและจัดพิมพ์หนังสือของอิหร่านเป็นภาษาไทย

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบร่วมกันที่จะส่งข้อมูลแนะนำสถาบันฯ และศักยภาพของสถาบันฯ ไปยังกรุงเตหะราน เพื่อพิจารณาและประกาศแนวทางความร่วมมือที่อาจเกิดขึ้นระหว่างทั้งสองประเทศต่อไป

ในการดำเนินการตามข้อเสนอของผู้อำนวยการสถาบันอาณาบริเวณศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เกี่ยวกับการแปลหนังสือด้านประเด็นเศรษฐกิจร่วมกันและเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ท่านทูตอิหร่านได้เสนอแนวคิดในการกำหนดและดำเนินโครงการวิจัยร่วมกันภายใต้หัวข้อ "การศึกษาเปรียบเทียบระหว่างปรัชญาเศรษฐกิจต้านทาน (Philosophy of Resistance Economy) ของท่านผู้นำสูงสุดแห่งการปฏิวัติอิสลาม อยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี กับ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (Philosophy of Sufficiency Economy) ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของทั้งสองประเทศ" ซึ่งแนวคิดนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากคณะกรรมการของสถาบันอาณาบริเวณศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และได้ข้อสรุปว่า ท่านทูตอิหร่านจะเป็นผู้จัดทำและนำเขร่างแรก (Initial draft) เป็นภาษาอังกฤษ

อนึ่ง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ถือเป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่เป็นอันดับสองของประเทศไทย ที่เปิดสอนในสาขาวิชาการที่หลากหลาย และผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันแห่งนี้ล้วนดำรงตำแหน่งสำคัญๆ ทั้งภายในและต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกระทรวงการต่างประเทศของไทย

R Iran Embassy in Bangkok Thailand

ที่มา : https://www.facebook.com/100069530857075/posts/1318957177098632/?rdid=k3F32wj4UgKzcLTR#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top