Friday, 5 June 2026
สงกรานต์

ZEEKR แนะรถ EV เตรียมความพร้อมก่อนเที่ยว แนะนำตรวจเช็กรถทุกระบบ พร้อมวางแผนชาร์จระหว่างทาง ขับขี่ปลอดภัย เคารพกฎจราจร

ZEEKR ใส่ใจทุกการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์

แนะนำการเตรียมความพร้อมรถ EV เพื่อการเดินทางอย่างมั่นใจและปลอดภัย

กรุงเทพฯ 9 เมษายน 2569 – ZEEKR แนะนำการเตรียมความพร้อมรถยนต์ไฟฟ้าก่อนการเดินทางไกลช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อให้ทุกเส้นทางเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ เดินทางราบรื่นและปลอดภัย สร้างประสบการณ์ที่ดีในทุกมิติของการขับขี่

เช็กรถให้พร้อมก่อนออกเดินทาง

ผู้ใช้รถ ZEEKR ควรตรวจสอบสภาพรถก่อนออกเดินทาง เน้นระบบที่สำคัญ ได้แก่ ระดับแบตเตอรี่ แรงดันลมยาง สภาพยาง ระบบเบรก ไฟส่องสว่าง และระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ พร้อมทั้งตรวจสอบระบบความปลอดภัยของรถ EV ตามมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล อาทิ ระบบช่วยเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ (Automatic Lane Change – ALC), ระบบรักษาตำแหน่งในเลน (Lane Centering Control – LCC), ตรวจสอบระบบแจ้งเตือนวัตถุในจุดบอด (Blind Spot Detection – BSD), ระบบแสดงภาพรอบตัวรถ ระบบเตือนการชนต่าง ๆ ในตัวรถ เพื่อให้มั่นใจว่ารถอยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมใช้งาน นอกจากนี้ ZEEKR ยังพัฒนาระบบซอฟต์แวร์อย่างต่อเนื่อง ผู้ใช้ควรตรวจสอบและอัปเดตระบบอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ระบบนำทางและฟีเจอร์ความปลอดภัยทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

วางแผนเส้นทางและจุดชาร์จล่วงหน้า

การเดินทางด้วยรถยนต์ไฟฟ้าในระยะทางไกล ควรชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็ม 100% ก่อนออกเดินทาง พร้อมวางแผนเส้นทางและจุดชาร์จล่วงหน้า โดยค้นหาสถานีชาร์จที่อยู่ระหว่างเส้นทางได้จากแอปพลิเคชันของผู้ให้บริการ อาทิ PlugShare, EV Station PluZ, PEA VOLTA ฯลฯ โดย ZEEKR มอบสิทธิ์การชาร์จฟรี ให้กับเจ้าของรถ ZEEKR ตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 เมษายน 2569 ณ สถานี ZEEKR Power @Central World รองรับ ZEEKR ทุกรุ่น ไม่ว่าจะเป็น ZEEKR X, ZEEKR 009 และ ZEEKR 7X ทั้งนี้สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ZEEKR Power ภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำ EVOLT (ตลาดสามย่าน BNN Park ราชพฤกษ์ Harudot Café จังหวัดชลบุรี และสาขาใหม่ล่าสุดที่อาคาร One Bangkok ได้เปิดให้บริการแล้ว และ SHARGE+ จำนวน 2 สถานี บริเวณ Velaa Sindhorn Village และ K Village สุขุมวิท 26 ทั้งนี้ ในระหว่างการเดินทาง หากพบว่าแบตเตอรี่อยู่ในระดับ 15-20% ควรหาสถานีชาร์จที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง โดยไม่ควรปล่อยให้แบตเตอรี่อยู่ในระดับต่ำกว่า 10% และแนะนำชาร์จถึงระดับ 80% ซึ่งเป็นระดับที่สามารถให้ระยะทางที่ไกล และใช้เวลาชาร์จไม่นาน เพื่อให้การเดินทางต่อเนื่องและรวดเร็วยิ่งขึ้น

ขับขี่อย่างปลอดภัย เคารพกฎจราจร

ในช่วงเทศกาลที่มีปริมาณรถหนาแน่น ควรรักษาความเร็วตามกฎหมาย เว้นระยะห่างจากรถคันหน้าพอสมควร ระยะที่สามารถหยุดรถได้โดยปลอดภัย โดยหลักสากลที่แนะนำคือใช้ กฎ 3 วินาที ในสภาพถนนปกติ หรือเพิ่มเป็น 4-5 วินาทีเมื่อฝนตกหรือถนนลื่น เพื่อให้มีเวลาเบรกทัน ใช้เทคนิค “คาดการณ์อุบัติเหตุ (Hazard Perception)” เพื่อวิเคราะห์และคาดการณ์ความเสี่ยงบนท้องถนนหรือสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น พร้อมประเมินแนวทางการรับมือ เมื่อเกิดเหตุการณ์จะมีข้อควรปฏิบัติตามขั้นตอนได้อย่างไร นอกจากนี้ การขับขี่อย่างประหยัดพลังงานด้วยการใช้ความเร็วคงที่ หลีกเลี่ยงการเร่งหรือเบรกกะทันหัน และเลือกใช้โหมดประหยัดพลังงาน จะช่วยยืดระยะทางการขับขี่และลดความจำเป็นในการชาร์จระหว่างทาง ที่สำคัญคือหลักการ ดื่มไม่ขับ ขับไม่เร็ว คาดเข็มขัดนิรภัย เคารพกฎจราจร พักผ่อนให้เพียงพอ และไม่ใช้โทรศัพท์ขณะขับขี่

ระวังสภาพอากาศและการเล่นน้ำ

ช่วงสงกรานต์อาจมีฝนตกและการเล่นน้ำตามท้องถนน ผู้ขับขี่ควรหลีกเลี่ยงการขับรถผ่านพื้นที่น้ำท่วมขังสูง และระมัดระวังไม่ให้น้ำเข้าสู่บริเวณช่องชาร์จหรือระบบไฟฟ้าของรถ

การเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้านจะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ การเดินทางด้วย ZEEKR นอกจากจะมอบประสบการณ์การเดินทางที่สะดวกสบายและปลอดภัยตามมาตรฐาน Euro NCAP แล้ว ZEEKR ยังเตรียมความพร้อมเพื่อสนับสนุนทุกการเดินทางตลอด 24 ชั่วโมง โดยสามารถแจ้งขอรับความช่วยเหลือได้ที่ Call Center 02-086-9999

13 เมษายน ของทุกปี วันผู้สูงอายุแห่งชาติ คู่กับวันสงกรานต์ปีไทย ส่งเสริมคุณค่าและศักดิ์ศรี ดอกลำดวนสัญลักษณ์ยืนยง

ในวันที่ 13 เมษายน ของทุกปี นับว่าเป็นวันแรกเริ่มของเทศกาลสำคัญของไทยอย่าง ‘เทศกาลวันสงกรานต์’ แต่นอกจากนี้แล้ววันนี้ยังมีวันสำคัญอีกวันหนึ่งซึ่งจัดตั้งขึ้นมาควบคู่ไปกับวันปีใหม่ไทย นั่นก็คือ ‘วันผู้สูงอายุแห่งชาติ’ 

เพื่อร่วมรณรงค์ให้ประชาชนทุกกลุ่มให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุ เห็นถึงคุณค่าและตระหนักถึงความสำคัญกับผู้สูงอายุ ส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ตามศักยภาพของตนเองอย่างมีคุณค่าและมีศักดิ์ศรี ส่งเสริมการเรียนรู้และการเป็นแบบอย่างที่ดีของผู้สูงอายุ

โดยความเป็นมาของวันผู้สูงอายุ เกิดขึ้นเมื่อในอดีตสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้มีนโยบายดูแล ส่งเสริมให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี และดำรงชีวิตในสังคมได้ จึงจัดสถานสงเคราะห์เพื่อให้คนชราได้มีที่พักพิง จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการดูแลผู้สูงอายุอย่างจริงจัง โดยกรมประชาสงเคราะห์เป็นหน่วยงานที่ดูแล และได้จัดตั้ง ‘สถานสงเคราะห์คนชราบางแค’ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘บ้านบางแค’ เป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2496

ยุคต่อมาเมื่อองค์การสหประชาชาติได้เล็งเห็นความสำคัญของผู้สูงอายุ จึงจัดประชุมสมัชชาเกี่ยวกับผู้สูงอายุที่ประเทศออสเตรเลีย ในปี พ.ศ. 2525 และพิจารณาประเด็นสำคัญเกี่ยวกับ ‘ผู้สูงอายุ’ ไว้ 3 ประการ ได้แก่ ด้านมนุษยธรรม, ด้านการพัฒนา และด้านการศึกษา โดยกำหนดนิยามผู้สูงอายุว่า คือ บุคคลเพศชาย หรือ เพศหญิง ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป

ซึ่งในปีเดียวกันองค์การอนามัยโลกได้กำหนดคำขวัญส่งเสริมผู้สูงอายุไว้ว่า ‘Add Life to Years’ และคณะกรรมการอำนวยการวันอนามัยโลก กระทรวงสาธารณสุข มีมติใช้คำขวัญเป็นภาษาไทยว่า ‘ให้ความรัก พิทักษ์อนามัย ผู้สูงวัยอายุยืน’ ในวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2525 โดยรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ได้อนุมัติให้วันที่ 13 เมษายน เป็น ‘วันผู้สูงอายุแห่งชาติ’

นอกจากนี้แล้วรัฐบาลสมัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ยังได้เลือก ‘ดอกลำดวน’ เป็นดอกไม้ประจำวันผู้สูงอายุแห่งชาติ เนื่องจากต้นลำดวนเป็นต้นไม้ที่มีอายุยืนยาวในสวนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ลำดวนเป็นต้นไม้ที่ให้ความร่มรื่น มีใบเขียวตลอดทั้งปี ให้ร่มเงา และดอกมีสีนวล มีกลิ่นหอม กลีบไม่ร่วงโรยง่าย เปรียบเสมือนผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้คงคุณธรรม เหมือนผู้สูงอายุที่มีวัยวุฒิเป็นแบบอย่างแก่รุ่นลูกรุ่นหลานต่อไป

เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ไทย และ วันผู้สูงอายุ วันนี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่ลูกหลานจะเดินทางกลับบ้านเกิด ภูมิลำเนา เพื่อส่งมอบความรักความห่วงใย ให้แก่ผู้สูงอายุที่รอคอยลูกหลานกลับมาเยี่ยมเยียน อีกทั้งยังเป็นการสืบทอดประเพณีอันดีงามของไทยอย่าง ‘วันสงกรานต์’ อีกด้วย

ที่มา : https://www.thairath.co.th/lifestyle/culture/2068083


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top