Saturday, 6 June 2026
วัสดุก่อสร้าง

SMART เปิดแผนปี 66 รับดีมานด์ตลาดวัสดุก่อสร้างฟื้น เดินหน้าขับเคลื่อน ESG มุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

SMART เผยทิศทางธุรกิจปี 2566 ภาพรวมตลาดวัสดุก่อสร้างมีแนวโน้มขยายตัว ปัจจัยบวกจากนโยบายก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ กระตุ้นภาคอสังหาฯ ดันดีมานด์ที่อยู่อาศัยเพิ่ม เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจ มุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ชูกลยุทธ์พัฒนาคุณภาพสินค้าอิฐมวลเบา-อิฐมวลเบาตกแต่ง Green Innovation ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภค เพิ่มช่องทางจำหน่ายผ่านโมเดิร์นเทรด ดีลเลอร์ ออนไลน์ ขยายฐานลูกค้าทั่วประเทศ ตั้งเป้าหมายการเติบโตรายได้ที่ 10%

นายรังสี ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท สมาร์ทคอนกรีต จำกัด (มหาชน) (SMART) ผู้ผลิตและจำหน่ายอิฐมวลเบาด้วยระบบอบไอน้ำภายใต้ความดันสูงเพื่อใช้ในงานก่อสร้าง และงานกั้นผนังอาคารเปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดวัสดุก่อสร้างมีแนวโน้มขยายตัวตามความต้องและการปริมาณการใช้ที่มากขึ้น ปัจจัยหนุนจาก นโยบายก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ส่งผลให้ธุรกิจภาคเอกชน ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์เปิดโครงการใหม่ ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ความต้องการสินค้ากลุ่มวัสดุก่อสร้าง-อิฐมวลเบาปรับตัวดีขึ้น และราคาจำหน่ายอิฐมวลเบาปรับตัวเพิ่มขึ้น

สำหรับทิศทางธุรกิจปี 2566 บริษัทเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ESG (Environmental, Social, Governance) เป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจให้เติบโตก้าวหน้าอย่างมั่นคงยั่งยืน  โดยดำเนินงานด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม และรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มชูกลยุทธ์พัฒนาคุณภาพสินค้าอิฐมวลเบา-อิฐมวลเบาตกแต่ง Green Innovation ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และผู้บริโภค ไม่ก่อให้เกิดฝุ่น มลภาวะในการก่อสร้าง อาทิ การนำเศษจากการผลิตอิฐมวลเบานำกลับมาใช้ซ้ำ เพื่อผลิตบล็อกตกแต่ง สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้ามากที่สุด อีกทั้ง พัฒนาผลิตภัณฑ์ช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน ประหยัดพลังงาน ประหยัดเวลา ลดต้นทุนโดยรวมของงานก่อสร้าง สามารถตอบโจทย์ความต้องการที่อยู่อาศัยที่เปลี่ยนไป พร้อมปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับแนวทางเพื่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด สร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานอันถูกสุขลักษณะและปลอดภัย โดยการใช้เทคโนโลยีที่ช่วยลดการเกิดของเสียอันตรายในระหว่างการผลิต เพื่อให้พนักงานรวมถึงสังคมรอบข้างมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น 

'DRT’ หวั่น นโยบายขึ้นค่าแรง กระทบต้นทุนอุตฯ วัสดุก่อสร้าง เร่งเตรียมแผนรับมือความเสี่ยง เชื่อ!! ครึ่งปีแรกเติบโตตามเป้า

‘บมจ.ผลิตภัณฑ์ตราเพชร หรือ DRT’ ประเมินนโยบายขึ้นค่าแรง กระทบอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างที่ใช้แรงงานเป็นจำนวนมาก เพิ่มแรงกดดันปัจจัยความเสี่ยงด้านต้นทุนให้แก่ผู้ประกอบการมากขึ้น พร้อมกางแผนบริหารจัดการ เพื่อรักษาอัตราการทำกำไรขั้นต้นและผลักดันการเติบโตให้ได้ตามเป้าหมาย

(8 มิ.ย.66) นายสาธิต สุดบรรทัด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) หรือ DRT ผู้ผลิตและจำหน่ายระบบหลังคา ไม้สังเคราะห์และบอร์ดไฟเบอร์ซีเมนต์ บอร์ดตกแต่งผนัง อิฐมวลเบา ไม้บันได SPC-FC ร้านกาแฟสำเร็จรูป (DIAMOND Cafe) และบริการติดตั้งโครงหลังคาและกระเบื้องหลังคา ภายใต้เครื่องหมายการค้า ‘ตราเพชร’ เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์มีความกังวลต่อนโยบายปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็นวันละ 450 บาท เนื่องจากเป็นภาคอุตสาหกรรมที่พึ่งพิงการใช้แรงงานจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์ปัจจุบัน ที่ผู้ประกอบการในทุกอุตสาหกรรมกำลังเผชิญความเสี่ยงด้านต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นการปรับขึ้นค่าแรงดังกล่าวจะเพิ่มแรงกดดันต่อต้นทุนให้สูงยิ่งขึ้น 

อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทฯ ก็ได้เตรียมความพร้อมบริหารความเสี่ยงด้านต้นทุนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งรักษาอัตราการเดินเครื่องจักรเฉลี่ยสูงกว่า 80-90% เพื่อให้ต้นทุนต่อหน่วยต่ำ (Economy of Scale) การลดการสูญเสียในกระบวนการผลิต เป็นต้น

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมุ่งบริหาร Product Mix รักษาอัตราการทำกำไรขั้นต้นให้ได้รับผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยงน้อยที่สุดและสามารถสนับสนุนกับความต้องการสินค้าวัสดุก่อสร้างที่ยังมีแนวโน้มการขยายตัวที่ดีต่อเนื่อง จากปัจจัยเชิงบวกของเศรษฐกิจภายในประเทศที่ฟื้นตัวดีขึ้นตามลำดับ โดยช่องทางห้างค้าปลีกวัสดุก่อสร้างสมัยใหม่ยังมีอัตราการขยายตัวที่ดีตามการเปิดสาขาใหม่ของคู่ค้า จึงมั่นใจว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรกของปีนี้จะยังรักษาอัตราการเติบโตได้ตามแผน จากข้อได้เปรียบเชิงการแข่งขันในด้านความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และแบรนด์ ‘ตราเพชร’ ที่ได้รับการยอมรับจากลูกค้าและช่องทางการจำหน่ายที่ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย หลังจากผลงานในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้มียอดขายเติบโต 12.32% สูงกว่าเป้าหมาย
 

‘DRT’ จ่อเพิ่มกำลังผลิต ‘อิฐมวลเบา’ 2.9 ล้านตร.ม. รับดีมานด์พุ่ง คาด พร้อมเดินเครื่องจักรเชิงพาณิชย์ ภายในไตรมาส 2/2568

(19 ธ.ค. 66) บมจ.ผลิตภัณฑ์ตราเพชร หรือ ‘DRT’ ประกาศแผนการลงทุนรอบใหม่ ขยายกำลังการผลิตอิฐมวลเบาเพิ่ม 2.9 ล้านตารางเมตร ภายใต้งบลงทุนประมาณ 648 ล้านบาท แก้ปัญหากำลังการผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดฯ คาดใช้เวลาดำเนินโครงการ 14 เดือน แล้วเสร็จพร้อมเดินเครื่องจักรเชิงพาณิชย์ได้ในไตรมาส 2 ของปี 2568 เสริมศักยภาพการแข่งขัน สร้างการเติบโตในระยะยาว

นายสาธิต สุดบรรทัด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) หรือ ‘DRT’ ผู้ผลิตและจำหน่ายระบบหลังคา ไม้สังเคราะห์และบอร์ดไฟเบอร์ซีเมนต์, บอร์ดตกแต่งผนัง, อิฐมวลเบา, ไม้บันได SPC-FC, ร้านกาแฟสำเร็จรูป (DIAMOND CAFE) และบริการติดตั้งโครงหลังคาและกระเบื้องหลังคา ภายใต้เครื่องหมายการค้า ‘ตราเพชร’ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2566 มีมติอนุมัติแผนการลงทุนในโครงการติดตั้งเครื่องจักรผลิตสินค้าอิฐมวลเบา (AAC-2) ซึ่งถือเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ของกลุ่มผลิตภัณฑ์ดังกล่าว เนื่องจากฐานการผลิตอิฐมวลเบาทั้ง 2 แห่ง ได้แก่ โรงงานในจังหวัดสระบุรีและเชียงใหม่ ซึ่งมีกำลังการผลิตรวมประมาณ 5,800,000 ตารางเมตรต่อปี มีอัตราการใช้กำลังการผลิตเกือบเต็ม 100% ดังนั้น การลงทุนครั้งนี้จะช่วยเสริมศักยภาพการแข่งขันของ DRT เพื่อตอบสนองความต้องการใช้อิฐมวลเบาในงานก่อสร้าง ที่เพิ่มขึ้นของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

สำหรับโครงการติดตั้งเครื่องจักรสายการผลิตอิฐมวลเบา (AAC-2) มีขนาดกำลังการผลิตประมาณ 2,900,000 ตารางเมตร หรือคิดเป็นประมาณ 163,200 ตันต่อปี ด้วยมูลค่าการลงทุนประมาณ 648 ล้านบาท คาดว่าจะใช้เวลาจัดซื้อเครื่องจักรและติดตั้งประมาณ 14 เดือน และจะสามารถดำเนินการผลิตสินค้าเชิงพาณิชย์ได้ภายในไตรมาส 2 ปี 2568 ซึ่งทำให้บริษัทฯ สามารถลดปัญหาการผลิตสินค้าที่ไม่ทันต่อความต้องการของลูกค้า ในช่องทางร้านค้าวัสดุก่อสร้างรายย่อยและห้างค้าปลีกวัสดุก่อสร้างได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงนำเสนอผลิตภัณฑ์อิฐมวลเบาเพื่อเพิ่มปริมาณการขายสินค้า ให้แก่ลูกค้ากลุ่มโครงการอสังหาริมทรัพย์ได้ดียิ่งขึ้น

“อิฐมวลเบา เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพการเติบโตที่ดีจากดีมานด์ในตลาดที่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากได้รับความนิยมใช้ในการก่อสร้างผนังทดแทนการใช้อิฐมอญแบบเดิมๆ ด้วยคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดความร้อนและระยะเวลาการก่อสร้าง จึงมั่นใจว่า เมื่อเครื่องจักรใหม่ติดตั้งแล้วเสร็จพร้อมเดินเครื่องจักรแล้ว จะทำให้การผลิตอิฐมวลเบามีความยืดหยุ่น และสามารถบริหารจัดการเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตที่ดีให้แก่ DRT ต่อไปในอนาคต” นายสาธิต กล่าว

DRT ชี้วัสดุ Well-Being มาแรง รับเทรนด์โลกเปลี่ยนและสุขภาพ ขยายฐานตลาดสู่บ้านระดับกลาง สินค้านวัตกรรมเน้นลดความร้อนเสียง เป้าการตลาดโต 2-5% ปีนี้

DRT ชี้กลุ่มวัสดุ Well-Being มาแรง รับภาวะโลกร้อนและการดูแลสุขภาพ

มองเทรนด์ใช้งานขยายฐานจากบ้านพรีเมียมสู่ระดับกลาง

ชูความพร้อมสินค้าตอบโจทย์ ‘ลดร้อน-ลดเสียงรบกวน-ลดความชื้น’  

“บมจ.ผลิตภัณฑ์ตราเพชร หรือ DRT” ชี้เทรนด์กลุ่มวัสดุก่อสร้างตามแนวทาง Well-Being มาแรงรับภาวะโลกร้อนและการดูแลรักษาสุขภาพ คาดตลาดโตต่อเนื่อง และการใช้งานที่มีแนวโน้มขยายจากตลาดบ้านระดับพรีเมียมสู่บ้านระดับกลาง ชูความพร้อมสินค้าและบริการหลากหลายครอบคลุมสินค้า “หลังคา-ผนัง-พื้นและบันได” ช่วยสร้างสุขภาวะและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน ทั้งการลดอุณหภูมิให้บ้านเย็นสบาย (Feel Cool) ลดเสียงรบกวนจากภายนอก (Feel Calm) ลดความชื้นและเชื้อโรคภายในบ้าน (Feel Clean) รวมถึงต้องมีความคุ้มค่าเมื่อเลือกใช้ (Feel Comfort)

นายสาธิต สุดบรรทัด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) หรือ DRT ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าวัสดุหลังคา โครงหลังคาและบริการติดตั้งทั้งระบบ ไม้สังเคราะห์ไฟเบอร์ซีเมนต์และไฟเบอร์ซีเมนต์บอร์ด  อิฐมวลเบา พื้น บันได และผนัง พร้อมบริการติดตั้ง 'SPC Solutions' และไม้สังเคราะห์ WPC แบบครบวงจร ภายใต้เครื่องหมายการค้า ‘ตราเพชร’ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ของภาวะโลกร้อนในปัจจุบันที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงและเทรนด์การใส่ใจดูแลรักษาสุขภาพเพื่อการมีชีวิตที่ยืนยาว ส่งผลให้ภาพรวมตลาดวัสดุก่อสร้างและตกแต่งในกลุ่ม “Well-Being” เช่น การช่วยป้องกันความร้อนและลดอุณหภูมิ, ลดเสียงรบกวน, ลดความชื้น, ลดเชื้อโรค มีแนวโน้มได้รับความนิยมและเติบโตต่อเนื่อง และประเมินว่าความต้องการใช้สินค้าดังกล่าวจะขยายจากบ้านระดับพรีเมียมสู่บ้านระดับกลาง โดยปัจจุบันผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำได้นำธีมบ้านอยู่สบายและรักษ์โลกมาเป็นจุดขายของโครงการ

จากเทรนด์ดังกล่าว บริษัทฯ จึงมุ่งเน้นนำเสนอกลุ่มสินค้านวัตกรรม DIAMOND Well-Being ภายใต้แนวคิดวัสดุที่ช่วยสร้างสุขภาวะและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนแก่ผู้อยู่อาศัย สามารถตอบโจทย์การออกแบบและใช้งานทุกฟังก์ชั่นของบ้าน ตั้งแต่ หลังคา ฝ้า ผนังและพื้น โดยมีสินค้าและบริการครอบคลุมการใช้งานหลากหลายในราคาที่ผู้บริโภคจับต้องได้ ได้แก่

1) กลุ่มหลังคา อาทิ หลังคายูพีวีซี แอร์รูฟ ลดเสียงรบกวนจากฝนตกกระทบ ทั้งรุ่น Standard และ รุ่น Hollow, กระเบื้องจตุลอนและลอนคู่ วินเทอร์ไวท์ ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีสะท้อนความร้อน TSR สูงถึง 90%, หลังคาเหล็กเคลือบผิวด้วยหินธรรมชาติ Diamond Stone Coated ลดความร้อนและลดเสียงรบกวนได้ถึง 13 เดซิเบล, ฉนวนกันความร้อน แอร์คูล ความหนา 3 และ 8 มิลลิเมตร สะท้อนความร้อนได้ 95%, ฉนวนใยแก้ว Very Cool ความหนา 2 และ 3 นิ้ว ช่วยลดความร้อนจากใต้หลังคาเข้าสู่บ้าน และได้รับฉลากประหยัดพลังงาน และฝ้าระบายอากาศ ช่วยเพิ่มการระบายอากาศร้อนบริเวณใต้หลังคา ช่วยให้บ้านเย็นขึ้น

2) กลุ่มผนัง อาทิ อิฐมวลเบา G2 สำหรับบ้านและทาวน์โฮม และอิฐมวลเบา G4 สำหรับคอนโดมิเนียมและอาคารสูง ผ่านมาตรฐาน มอก. 1505-2541 ความหนา 7.5 – 20 เซนติเมตร ช่วยป้องกันความร้อนเข้าสู่ภายในอาคารได้ดีกว่าอิฐมอญ รวมถึงลดเสียงรบกวนจากภายนอก, อิฐมวลเบา MAX BLOCK ขนาด 60x60x7.5 ซม. นวัตกรรมเพื่อการก่อสร้างที่รวดเร็วขึ้น 3 เท่า ลดเวลาลดค่าแรง ลดปริมาณปูนก่อ ลดต้นทุนงานก่อผนังได้, ผนังตกแต่ง SPC Fast Panel รอยต่อแนบสนิท ทำความสะอาดง่าย ไม่ต้องยาแนว  

3) กลุ่มวัสดุตกแต่งพื้นและบันได อาทิ แผ่นพื้น SPC และไม้บันได SPC สำหรับใช้งานภายใน พื้นผิวสัมผัสกันลื่นระดับ R10 และไม่ปล่อยสารเคมีอันตราย, ไม้สังเคราะห์ Diamond XTruShield WPC สำหรับใช้งานภายนอก อายุการใช้งานยาวนาน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

บริษัทฯ วางเป้าหมายยอดขายกลุ่มสินค้านวัตกรรม DIAMOND Well-Being เติบโต 2-5% ในปีนี้ โดยจะมุ่งทำการตลาดผ่านช่องทางจำหน่ายหลักทั้ง 4 ช่องทาง ได้แก่ ร้านค้าตัวแทนจำหน่าย โครงการอสังหาริมทรัพย์ ห้างค้าปลีกวัสดุก่อสร้างสมัยใหม่ และตลาดต่างประเทศ รวมถึงการจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทาง Shopee เพื่อเข้าถึงลูกค้าครบทุก Touchpoint นอกจากนี้ มีแผนเปิดตัวพื้น SPC รุ่นใหม่ที่เพิ่มคุณสมบัติด้านสุขอนามัยเพื่อตอบสนองเทรนด์ Well-Being ได้ดียิ่งขึ้น

เกี่ยวกับ บมจ.ผลิตภัณฑ์ตราเพชร 

บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) หรือ “DRTผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าวัสดุหลังคา โครงหลังคาและบริการติดตั้งทั้งระบบ ไม้สังเคราะห์ไฟเบอร์ซีเมนต์และไฟเบอร์ซีเมนต์บอร์ด  อิฐมวลเบา พื้น บันได และผนัง พร้อมบริการติดตั้ง 'SPC Solutions' และไม้สังเคราะห์ WPC แบบครบวงจร ภายใต้เครื่องหมายการค้า ‘ตราเพชร’ มีประสบการณ์ยาวนานในธุรกิจกว่า 40 ปี มีเทคโนโลยีการผลิตทันสมัย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และได้รับการรับรองระบบมาตรฐาน ISO9001:2015, ISO14001:2015 และ ISO45001:2018 จากสถาบัน BSI Group (Thailand) Co., Ltd. รวมถึงได้รับเครื่องหมายมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) จากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งยืนยันถึงคุณภาพสินค้า ตลอดจนมีการบริหารจัดการภายในโรงงานที่มีประสิทธิภาพ ภายใต้วิสัยทัศน์ “เป็นทางเลือกที่ดีกว่าด้านวัสดุก่อสร้างและบริการ”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top