Friday, 5 June 2026
วันแม่

‘Whoscall’ ผนึกกำลังตำรวจไซเบอร์ รับเทศกาลวันแม่ แจกฟรี!! 500,000 โค้ดพรีเมียม 2 เดือน หมดเขต 31 ส.ค.นี้

(8 ส.ค.67) Gogolook บริษัทผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อความเชื่อมั่น (TrustTech) ผู้พัฒนา แอปพลิเคชัน Whoscall แอปพลิเคชันระบุตัวตนสายเรียกเข้าที่ไม่รู้จัก และป้องกันสแปมสำหรับสมาร์ทโฟน ร่วมกับกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) จึงถือโอกาสช่วงเทศกาลวันแม่ ส่งวิดีโอแคมเปญ #ไม่มีใครตัดสายเก่งเท่าแม่คุณ ชวนลูกทุกคนมอบของขวัญสุดล้ำค่าเพื่อปกป้องแม่ ด้วยการโหลดแอปฯ Whoscall พร้อมแจกโค้ด Whoscall พรีเมียม เบสิก ฟรี! 2 เดือน ตั้งแต่วันนี้ - 31 สิงหาคม 2567

จากสถิติการรับแจ้งความออนไลน์ล่าสุดของบช.สอท. ระหว่างเดือน มีนาคม 2565 - มิถุนายน 2567 เผยให้เห็นว่า คนไทยตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพมากกว่า 575,500 คดี มูลค่าความเสียหายสะสมกว่า 65,715 ล้านบาท หรือ เฉลี่ยมูลค่าความเสียหายวันละ 80 ล้านบาท โดย 64% เกิดขึ้นกับกลุ่มเพศหญิงวัยทำงานตอนกลางจนถึงวัยสูงอายุ ตั้งแต่อายุ 30 - 60 ปีขึ้นไป สูงถึงกว่า 248,800 คดี ดังนั้น Gogolook ในฐานะบริษัทที่มีความมุ่งมั่น อย่างแน่วแน่ในการป้องกันกลลวงจากมิจฉาชีพ พร้อมส่งเสริมให้ทุกคนหันมาปกป้องคนที่คุณรักจากภัยคุกคาม จากการหลอกลวงในรูปแบบต่าง ๆ

ด้าน นางสาว มนประภา รัตนกนกพร หัวหน้าฝ่ายการตลาด บริษัท โกโกลุก (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน Whoscall กล่าวว่า “การปกป้อง ‘แม่’ หรือผู้สูงอายุจากมิจฉาชีพเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งในปัจจุบัน ในขณะที่เราสามารถปกป้องมิจฉาชีพได้ด้วยตนเอง ‘แม่’ ของเราอาจรู้ไม่เท่าทัน โดยจากการสำรวจของบริษัทเมื่อไม่นานมานี้ พบว่า การมีเงินเก็บเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นเงินออม เงินเกษียณ หรือ เงินบำนาญ และความไม่ชำนาญในการใช้เทคโนโลยีที่ซับซ้อน เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้สูงอายุมักตกเป็นเป้าหมายของมิจฉาชีพ ซึ่งปัจจุบัน Whoscall เป็นหนึ่งในแอปพลิเคชัน ที่ไทยนิยมใช้มากที่สุดสำหรับการป้องกันภัยจากมิจฉาชีพ ดังนั้นในช่วงเทศกาลวันแม่ปีนี้ เราจึงได้ร่วมมือกับ บช.สอท. ออกวิดีโอแคมเปญ เพื่อร่วมรณรงค์การเฝ้าระวังภัยจากมิจฉาชีพ พร้อมจัดกิจกรรมแจกโค้ด Whoscall พรีเมียม เบสิก ฟรี เป็นของขวัญสุดล้ำค่าให้แก่คนที่เรารัก”

วิดีโอแคมเปญภายใต้คอนเซปต์ #ไม่มีใครตัดสายเก่งเท่าแม่คุณ ที่จะปล่อยออกมาในช่วงเทศกาลวันแม่นี้ เป็นการนำเสนอไอเดียการสื่อสารผ่านหนังโฆษณาที่มุ่งเน้นไปที่การปกป้องผู้ใช้จากการรับสายและข้อความที่ไม่พึงประสงค์ โดยแคมเปญนี้ได้มีการหยิบยกเคสตัวอย่างจริง ซึ่งทางแบรนด์ได้มีการตรวจสอบและขออนุญาตจากผู้เกี่ยวข้อง ทุกฝ่ายแล้ว โดยเคสที่หยิบยกขึ้นมาเป็นเคสตัวอย่างของคุณแม่หลายท่านที่ถูกมิจฉาชีพหลอกเงิน ตามมาด้วย ความสูญเสียมหาศาลทั้งทางทรัพย์สินและสภาพจิตใจ ที่มาพร้อมวลีเด็ด ‘อย่าให้ค่าน้ำนมกลายเป็นค่าเสียหาย’ เพื่อเป็นการย้ำเตือนให้ลูก ๆ ตระหนักถึงปัญหา และอยากถือโอกาสเชิญชวนลูกทุกคนลุกขึ้นมาร่วมมือกันปกป้องคุณแม่ จากมิจฉาชีพด้วยการโหลดแอปพลิเคชัน Whoscall และแจ้งเบาะแสของการหลอกลวงกับสายด่วนตำรวจไซเบอร์ 1441

ด้าน พ.ต.ท. ดร.ปุริมพัฒน์ ธนาพันธ์สิริ รอง ผกก.4 บก.สอท.1 ผู้แทนหน่วยกองบัญชาการตำรวจ สืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กล่าวว่า “จากข่าวมิจฉาชีพที่ได้เห็นกันมาตลอดทำให้คนไทยเริ่มตื่นตัว และระวังภัยจากมิจฉาชีพที่เข้ามาในรูปแบบต่าง ๆ กันมากขึ้น แต่ส่วนใหญ่มักจะเป็นคนรุ่นใหม่ ที่อัปสกิลการเอาตัวรอด และรู้วิธีการต่อกรกับมิจฉาชีพในคราบคอลเซ็นเตอร์หลากหลายรูปแบบได้ แต่ไม่ใช่กับคนรุ่นแม่หรือผู้สูงอายุ จากสถิติล่าสุดของ บช.สอท.สามารถสรุปได้ว่า กลุ่มผู้หญิงวัยทำงานไปจนถึงผู้สูงวัย หรือบรรดาแม่เป็นเป้าหมาย หลักของมิจฉาชีพ โดยคดีการหลอกลวงทางออนไลน์จากมิจฉาชีพที่สร้างมูลค่าความเสียหาย ให้กับประเทศไทยมากที่สุด คือ ‘คดีหลอกให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์’ โดยมีมูลความเสียหายรวมเกือบ 7 หมื่นล้านบาท ยังไม่รวมถึงคดี ที่อยู่ในระบบออฟไลน์ หรือผู้ที่ไม่ได้มาแจ้งความ ดังนั้นความร่วมมือกับ Whoscall ถือเป็นความร่วมมือที่เกิดขึ้น ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ในจังหวะที่ สถานการณ์มีความรุนแรง และมูลค่าความเสียหายสะสมมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ เราพร้อมร่วมมือกับ Whoscall เพื่อปกป้องชุมชนจากภัยคุกคาม และป้องกันกลุ่มผู้สูงอายุที่มีความเปราะบางมากที่สุด”

ดังนั้นพิเศษในช่วงเทศกาลวันแม่ปีนี้ Whoscall จัดกิจกรรมแจกโค้ด Whoscall พรีเมียม เบสิก เป็นระยะเวลา 2 เดือน ให้ทั้งแม่และลูก ฟรี!! จำนวน 500,000 โค้ด รวมมูลค่ากว่า 29 ล้านบาท

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Whoscall ได้ฟรี!! ทั้ง iOS และ Android และ กรอกโค้ด WHOSCALLSAVEMOM ที่ https://redeem.whoscall.com/ เพื่อเข้าถึงฟีเจอร์การใช้งานต่างๆ อาทิเช่น การบล็อกสายมิจฉาชีพ ระบบอัปเดตหมายเลขโทรศัพท์ภายในเครื่องโดยอัตโนมัติ รวมไปถึงการป้องกันลิงก์จาก SMS ปลอม ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 สิงหาคม 2567

ทั้งนี้ สามารถรับชมวิดีโอแคมเปญได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=5cLr3l7JoPE
สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Whoscall ได้ฟรี! ทั้ง iOS และ Android ที่ https://app.adjust.com/1fl5tjhg

และสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://whoscall.com/th/blog/articles/1306 และ https://www.facebook.com/whoscall.thailand

‘สมเด็จพระสังฆราช’ มีพระดำรัสถวายพระพร ‘สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง’ ขอตั้งกัลยาณจิตถวายพระพรชัยมงคล ให้ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

(11 ส.ค. 67) เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระดำรัสถวายพระพรแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2567 ความว่า ...

ศุภมงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษา ของสมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ได้เวียนมาบรรจบ อีกคำรบหนึ่ง อาตมภาพในนามคณะสงฆ์ ขอตั้งกัลยาณจิตถวายพระพรชัยมงคล ให้ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

สมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ทรงมุ่งมั่นบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเพื่อพสกนิกรมาเนิ่นนานกว่า 7 ทศวรรษ ทรงถึงพร้อมด้วยพระราชจริยวัตรอันสอดคล้องต้องด้วยธรรมะของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในข้อ ‘ทาน’ ซึ่งหมายถึง การให้ การแบ่งปัน การเสียสละ และการเอื้อเฟื้อ อันเป็นคุณธรรมสำคัญแห่งพุทธาทิบัณฑิตทั้งหลายมานับแต่โบราณกาล แม้สมเด็จพระบรมศาสดาจารย์ ก็ทรงสั่งสมพระทานบารมีมาแล้วนับอเนกอนันต์ชาติ อันว่าการให้ตามหลักพระพุทธศาสนานั้น จำแนกได้เป็นหลายสถาน กล่าวคือ ‘อามิสทาน’ การให้วัตถุสิ่งของ ‘ธรรมทาน’ การสั่งสอนอบรมคุณธรรมเพื่อนำออกจากทุกข์ การให้กำลังใจ และการให้วิชาความรู้ ‘อภัยทาน’ การให้ชีวิต การช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากให้ทุเลาทุกข์ภัย การยกโทษให้ผู้คิดร้าย พูดร้าย หรือทำร้าย โดยไม่พยาบาทอาฆาตจองเวร ครั้นพิเคราะห์ให้ลึกซึ้งถึงพระราชจริยวัตรและพระราชกรณียกิจของสมเด็จบรมบพิตร ย่อมเห็นประจักษ์ได้ว่าพระองค์ทรงบำเพ็ญทานทุกชนิดอย่างสม่ำเสมอ สมด้วยพระราชสมัญญา ‘แม่ของแผ่นดิน’ ผู้พร้อมเสียสละให้ทั้งอามิสทาน ธรรมทาน และอภัยทานแก่สรรพชีวิต ซึ่งทรงเพ่งพินิจว่าล้วนเป็น “ลูก” ของพระองค์ โดยไม่เลือกที่รักผลักที่ชัง ทั้งนี้ ก็ด้วยอานุภาพแห่งพระมหากรุณาธิคุณ

เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ขอปวงประชานิกร จงสโมสรสมานฉันท์ พร้อมเพรียงกันบูชาพระมหากรุณาธิคุณ ด้วยการให้ปันแก่กันและกันอย่างจริงใจ เพื่อความผาสุกของลูกหลานไทยจักบังเกิดขึ้นได้ สมดังพระราชหฤทัยปรารถนา

ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และพระราชกุศลธรรมจริยา โปรดอภิบาลรักษาสมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ให้ทรงบริบูรณ์ด้วยจตุรพิธพรชัย เสด็จสถิตเป็นกำลังพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเป็นมิ่งขวัญแห่งราชอาณาจักรไทย ตลอดกาลนานเทอญ

‘เศรษฐา’ โพสต์เฟซ ‘วันแม่ 2567’ ระบุ!! เป็นครั้งแรกที่ ‘ไม่มีแม่อยู่ด้วยในวันแม่’ ย้ำ!! ไม่เคยรู้สึกขาดอะไรในชีวิต เพราะแม่ ‘เป็นทั้งแม่-พ่อ’ ได้รับความอบอุ่นเต็มที่

(12 ส.ค. 67) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊ก ‘เศรษฐา ทวีสิน – Srettha Thavisin’ เรื่อง ‘วันแม่ 2567’ ระบุว่า เป็นครั้งแรกที่จะเป็นวันแม่ที่ไม่มีแม่อยู่ด้วย 62 ปีที่อยู่บ้านหลังเดียวกัน ตลอด 59 ปีที่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว แม่มีแต่ความมุ่งมั่นและทุ่มเทที่จะเลี้ยงลูกชายคนเดียวให้เติบโต

เป็นทั้งแม่และพ่อ โดยละทิ้ง ซึ่งชีวิตส่วนตัว ทำให้ตัวผมไม่เคยรู้สึกขาดอะไรในชีวิต ไม่เคยรู้สึกโกรธหรือน้อยใจแม่แม้แต่ครั้งเดียว จนผมผ่านทุกวันในชีวิตมาได้อย่างอบอุ่น

แม่สอนเสมอว่าถ้าเราทำงานให้หนัก มีวินัย เราก็จะไปถึงจุดที่เราอยากจะไป แม่ไม่ได้ดูแลแค่ผมคนเดียว ลูกหลานของน้าของป้า แม่ก็ให้ความรักและเอาใจใส่อย่างดี

ผมเชื่อว่าทุก ๆ ท่านก็รักคุณแม่ของแต่ละท่านไม่น้อยกว่าผม ในวันแม่ปีนี้และทุก ๆ วัน ผมขอให้ทุกคนช่วยกันดูแลเอาใจใส่ทะนุถนอมจิตใจคุณแม่ในทุก ๆ โอกาส

ถึงวันที่แม่จากไป เราจะได้มีความรู้สึกว่าเราได้ดูแลแม่อย่างเต็มที่ ถึงแม้ว่าไม่มีทางที่เราจะทดแทนบุญคุณที่แม่ทำให้กับเราได้หมดสิ้น…

สุขสันต์วันแม่ครับ…..

สำนักงานตำรวจแห่งชาติพร้อมดูแลความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้กับพี่น้องประชาชน กลับบ้านวันแม่อย่างปลอดภัย

(8 ส.ค.68) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน ในการเดินทางวันหยุดยาวต่อเนื่องช่วงวันแม่แห่งชาติ จึงได้สั่งการกำชับโดยให้ พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปป.ตร.) กำกับดูแลและสั่งการให้ข้าราชการตำรวจสายงานจราจร และงานป้องกันปราบปราม ดำเนินการตามมาตรการเพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน และป้องกันเหตุอาชญากรรมที่อาจเกิดขึ้นได้ในช่วงดังกล่าวดังนี้

ด้านการอำนวยความสะดวกการจราจร : มอบหมายให้กองบังคับการตำรวจทางหลวง จัดการจราจรบนถนนทางหลวง และถนนสายหลัก จุดใดที่มีปัญหาการจราจรคับคั่ง ให้เร่งอำนวยความสะดวกการจราจรรีบระบายรถโดยเร็ว โดยให้กองบังคับการ/ตำรวจภูธรจังหวัด จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรสนับสนุนการปฏิบัติ เช่น จุดทางร่วมทางแยกสำคัญที่มีปริมาณรถจำนวนมาก จุดที่เกิดอุบัติเหตุใหญ่บ่อยครั้ง หากมีความจำเป็นให้เปิดสัญญาณไฟวับวาบเพื่อแจ้งเตือนให้ชะลอความเร็วในจุดนั้นๆ , จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และอาสาจราจร อำนวยการจราจรสำหรับถนนสายรอง ในจุดที่มีการจราจรหนาแน่น  รวมถึงการจัดระเบียบการจอดรถสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ , เตรียมความพร้อมรถยกหรืออุปกรณ์ในการเคลื่อนย้ายรถกรณีมีรถเสียหรือเกิดอุบัติเหตุ รวมทั้งจัดชุดเคลื่อนที่เร็วอำนวยความสะดวกการจราจร และเข้มงวดกวดขันวินัยจราจร 10 ข้อหาหลัก โดยเฉพาะข้อหาที่เป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง เช่น เมาแล้วขับ รวมถึงตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์พนักงานขับรถโดยสารประจำทาง

ด้านการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม : ให้เพิ่มวงรอบในการกวดขันตรวจตรา การกระทำความผิดอาญาทุกประเภท เช่น การพนัน ยาเสพติด สถานการณ์เกี่ยวกับความมั่นคง  โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อกำหนดแนวทางในการดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน , ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่อาจเกิดขึ้นในเคหะสถาน บริเวณสถานีขนส่ง/ที่พักผู้โดยสาร จุดพักรถ/สถานีบริการน้ำมัน สถานที่/แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ โรงแรมที่พัก การป้องกันการโจรกรรมอุปกรณ์การเกษตร อุปกรณ์ไฟฟ้า การลักลอบตัดสายไฟฟ้า และสายเคเบิลสื่อสาร พร้อมกำชับป้องกันปราบปรามการแข่งรถในทาง หรือขับขี่โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น การรวมกลุ่มหรือมั่วสุมในลักษณะหรือมีพฤติการณ์อันน่าจะเป็นการนำไปสู่การแข่งรถในทาง และการเตรียมการป้องกันและระงับเหตุทะเลาะวิวาท โดยเฉพาะในสถานพยาบาล รวมทั้งสนับสนุนการใช้เทคโนโลยี เช่น กล้องวงจรปิด ระบบแจ้งเหตุผ่านแอปพลิเคชัน หรือสายด่วนของตำรวจในพื้นที่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังและตอบสนองต่อเหตุการณ์ โดยให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นควบคุมดูแลการปฏิบัติอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นวันหยุดต่อเนื่อง จะมีประชาชนที่เดินทางกลับบ้านเป็นจำนวนมาก จึงกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเพิ่มความเข้มออกตรวจตราร้านอาหาร สถานบริการ แหล่งท่องเที่ยว ป้องกันเหตุทะเลาะวิวาทจากการเมาสุรา และอาชญากรรมที่จะเกิดกับนักท่องเที่ยว พร้อมให้ดำเนินการประชาสัมพันธ์เชิงรุก เพื่อสร้างการรับรู้และความร่วมมือจากประชาชนในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม โดยเน้นการสื่อสารเชิงบวก เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นว่า “ตำรวจพร้อมอยู่เคียงข้างประชาชนทุกที่ ทุกเวลา”

ด้าน พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานส่งเสริมภาพลักษณ์ตำรวจจราจร และหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์และเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจงานป้องกันปราบปราม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติพร้อมดูแลพี่น้องประชาชนเพื่อเดินทางกลับไปหาครอบครัว และท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ อย่างปลอดภัย ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและคล่องตัวในการเดินทางมากที่สุด จึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนวางแผนในการเดินทาง ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าขอให้วางแผนในเรื่องจุดพักรถและจุดชาร์จไฟฟ้า ตรวจสอบความพร้อมของรถ เมาไม่ขับ และง่วงไม่ขับ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น เคารพกฎจราจร และช่วยเป็นหูเป็นตาในการแจ้งเบาะแสอาชญากรรมต่างๆ ร่วมกันสร้างความปลอดภัยเพื่อให้วันหยุดยาวนี้เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของทุกครอบครัวอย่างแท้จริง 

สำหรับผู้ที่ต้องการสอบถามข้อมูล แจ้งอุบัติเหตุบนท้องถนน หรือขอความช่วยเหลือ สามารถติดต่อสายด่วนกองบังคับการตำรวจจราจร หมายเลข 1197 , สายด่วนตำรวจทางหลวง หมายเลข 1193 , แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย สายด่วน 191 หรือสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

‘รัฐบาล’ เชิญชวน!! ร่วมงานวันแม่แห่งชาติ 12 ส.ค. ‘คณะรัฐมนตรี’ งดประชุม!! เลื่อนไป 19 ส.ค.นี้

(10 ส.ค. 68)  นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และในโอกาสวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2568 รัฐบาลได้จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล พิธีถวายเครื่องราชสักการะและวางพานพุ่ม และพิธีจุดเทียน ถวายพระพรชัยมงคล ณ ท้องสนามหลวง และพร้อมขอเชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรมที่หน่วยงานต่างๆ จัดขึ้นทั่วประเทศ เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทย

นายจิรายุ กล่าวว่า สำหรับการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันอังคาร ซึ่งตรงกับวันหยุดราชการวันที่ 12 ส.ค.ทางสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ได้แจ้งงดการประชุม และจะประชุมตามปกติในวันอังคารที่ 19 ส.ค.2568 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top