Friday, 5 June 2026
ลดค่าครองชีพ

ครม.เคาะ มาตรการลดค่าครองชีพ 3 เดือน เริ่ม ก.ค. - ก.ย. ช่วยปชช.รับมือวิกฤติพลังงาน

(21 มิ.ย.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบมาตรการลดค่าครองชีพประชาชนจากผลกระทบประชาชนและภาคธุรกิจอย่างเร่งด่วนในช่วงเวลา 3 เดือน ก.ค. - ก.ย.2565 ประกอบไปด้วย 8 มาตรการทั้งการลดค่าครองชีพ และการประหยัดพลังงาน รวมทั้งมาตรการในการลดภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวประกอบไปด้วย 

1. การคงราคาขายปลีกผู้ที่ใช้ก๊าซ NGV ไว้ที่ 15.59 บาทต่อกิโลกรัม และให้สิทธิ์ผู้ขับขี่แท๊กซี่มิเตอร์ภายใต้โครงการลมหายใจเดียวกัน เพื่อซื้อในราคากิโลกรัมละ 13.62 บาท /กิโลกรัม ออกไปอีก 3 เดือน ตั้งแต่ (16 มิ.ย. - 15 ก.ย.2565)

2. กำหนดเพดานการขายปลีกก๊าซ LPG ถัง 15 ก.ก.ตั้งแต่ (ก.ย. - ก.ค.) และการให้ส่วนลดซื้อก๊าซหุงต้มเดือนละ 100 บาท สำหรับผู้ค่าหาบเร่แผงลอยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 5,500 คน ออกไปอีก 3 เดือน

3. ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยให้เงินช่วยเหลือเพื่อซื้อก๊าซหุงต้มสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 3.6 ล้านคน เดือนละ 100 บาทเท่าเดิม

4. การช่วยเหลือส่วนที่ราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นเกิน 35 บาทต่อลิตรในสัดส่วนครึ่งหนึ่งของราคาที่เกินเพื่อช่วยเหลือประชาชนไม่ให้ได้รับผลกระทบมากเกินไป

‘กรณ์’ ช่วย ‘ดร.แวววรรณ’ ลุยหาเสียงพื้นที่ คุยปัญหาปากท้องกับชาวบ้าน มั่นใจ!! นโยบายทุบโครงสร้างพลังงาน-ลดค่าครองชีพ มัดใจปชช.

‘กรณ์’ ลงพื้นที่ บางเขน จตุจักร หลักสี่ ช่วย ‘ดร.แวววรรณ’ หาเสียง มั่นใจนโยบายทุบโครงสร้างพลังงาน ลดค่าครองชีพ มัดใจประชาชนอยู่ ปลื้มกระแสตอบรับพรรคดีมาก 

นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า, ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี และ นายวรวุฒิ อุ่นใจ รองหัวหน้าพรรค พร้อมด้วย ดร.แวววรรณ ก้องไตรภพ ผู้สมัคร ส.ส.เขต บางเขน จตุจักร หลักสี่ เบอร์ 3 และ ผู้สมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขต ประกอบด้วย นางสาววิเวียน จุลมนต์ , นายอรรถสิทธิ์ เหลืองไพบูลย์ , นายวิโรจน์ จิตรอบอารีย์ และ นายโชคภิวัสร์ เลิศสุรสีห์ ลงพื้นที่ตลาดยิ่งเจริญ

นายกรณ์ กล่าวว่า วันนี้มาพบพี่น้องประชาชน ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนพูดคุยเรื่องนโยบายปากท้อง ซึ่งได้กระแสตอบรับดี ยิ่งทำให้เรา มั่นใจว่าเรามาถูกทาง ประเด็นที่พี่น้องอยากให้แก้ปัญหาโดยเร่งด่วน ไม่พ้นเรื่องปัญหาปากท้อง โดยเฉพาะเรื่องค่าไฟ ที่ในเดือน พ.ค. นี้ ประชาชนต้องจ่ายแพงยิ่งกว่าเดิม ทำให้ตนไม่เข้าใจว่ารัฐบาลแทนที่ช่วยลดค่าไฟ แต่กลับเพิ่ม ค่าไฟภาคประชาชน แล้วไปลดค่าไฟภาคอุตสาหกรรม  

หัวหน้าชาติพัฒนากล้ากล่าวต่อว่า การเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ค.นี้ จะเป็นโอกาสที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลง แนวทางการแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ ชาติพัฒนากล้าเราชัดเจนเรื่องนี้ ส่วนนโยบายยกเลิกแบล็กลิสต์ ได้รับความสนใจจำนวนมาก มีประชาชนส่วนน้อยมากที่จะถามถึง นโยบายลดแลกแจกแถม ส่วนใหญ่อยากเห็นนโยบายยกระดับให้ชีวิตเปลี่ยน และสร้างโอกาสให้คนทำมาหากินได้สะดวกมากขึ้น เราพร้อมรื้อโครงสร้างที่เป็นปัญหา ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือจุดยืนของพรรคชาติพัฒนากล้า

‘รวมไทยสร้างชาติ’ จับมือผู้ค้า-เอกชน จัดงาน ‘รวมไทยสร้างชาติแฟร์’ จัดทัพ ‘สินค้าราคาถูก’ ออกจำหน่ายแก่ประชาชน เริ่ม 12-15 ก.ย. นี้

(4 ก.ย. 67) ที่อาคารรัฐสภา นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้เปิดเผยถึงกำหนดการและวัตถุประสงค์ของการจัดงาน ‘รวมไทยสร้างชาติแฟร์’ โดยระบุว่า พรรครวมไทยสร้างชาติได้ประกาศนโยบายของพรรคตั้งแต่เริ่มต้นว่า จะรื้อ ลด ปลด สร้าง เพื่อสังคมที่ถูกต้องและเป็นธรรม 

ปัจจุบันประชาชนชาวไทยกำลังเผชิญความเดือดร้อนจากค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นจากสภาพเศรษฐกิจและปัจจัยด้านอื่น ๆ จึงต้องเร่งลดภาระค่าใช้จ่ายของพี่น้องประชาชน โดยนำหลักการการแบ่งปันมาใช้ คนที่มีมากแบ่งปันให้คนที่มีน้อยหรือคนที่ขาดแคลน จึงเป็นที่มาของการจัดงาน ‘รวมไทยสร้างชาติแฟร์’ ร่วมกับผู้ค้าและภาคเอกชน เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนในเบื้องต้น โดยงานนี้จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 12-15 กันยายน 2567 ณ MBK Center ลานกิจกรรม Avenue A ชั้น G ฝั่งถนนพระราม 1 ตั้งแต่เวลา 10.00 น.-19.00 น. รวม 4 วัน

ทั้งนี้ ภายในงานจะมีสินค้าอุปโภคบริโภคหลากหลายมาจำหน่ายในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด ยกตัวอย่าง ข้าวหอมมะลิ 5 กิโลกรัม จำหน่ายเพียง 100 บาท ไข่ไก่คละไซซ์ 40 ฟอง ราคา 100 บาท น้ำตาลทราย 2 กิโลกรัม ราคาเพียง 20 บาท เนื้อไก่สดกิโลกรัมละ 50 บาท และอาหารพร้อมรับประทาน 20 บาททุกเมนู 

นอกจากนี้ ยังมี อาหารแห้ง อาหารสำเร็จรูป น้ำมันพืช ผลไม้ตามฤดูกาล ของใช้ภายในบ้าน สินค้าอุปโภคบริโภคอื่น ๆ มาจำหน่ายในงาน พร้อมมอบส่วนลดพิเศษเพิ่มเติมให้ผู้ร่วมงานอีกคนละ 200 บาท ด้วย

“พรรครวมไทยสร้างชาติพยายามที่จะแบ่งเบาภาระความเดือดร้อนด้านค่าครองชีพของพี่น้องประชาชนตามนโยบาย รื้อ ลด ปลด สร้าง และการช่วยเหลือดูแลแบ่งปันกัน ในภาวะต้นทุนในการค้าขายและการผลิตที่สูงขึ้นในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน จึงได้ประสานงานและขอความร่วมมือจากผู้ค้าสินค้าอุปโภคบริโภคหลายแห่งและหวังว่าการจัดงานครั้งนี้จะช่วยแบ่งเบาภาระและมอบความสุขให้แก่พี่น้องประชาชน รวมถึงพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยที่จะได้มีโอกาสเลือกซื้อสินค้าที่ดี มีคุณภาพ ในราคาถูก” นายพีระพันธุ์กล่าว

ด้านนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้เปิดเผยถึงสิทธิพิเศษที่จะช่วยเหลือประชาชนเพิ่มเติมว่า ภายในงานได้รับการสนับสนุนคูปองส่วนลดพิเศษให้ผู้ร่วมงานอีกคนละ 200 บาท เพื่อเป็นส่วนลดเพิ่มเติมในการซื้อสินค้าทุกประเภท วันละ 2,500 สิทธิ รวมทั้งสิ้น 10,000 สิทธิ โดยผู้เข้าร่วมงานสามารถลงทะเบียนเพื่อรับคูปองส่วนลดพิเศษนี้ได้ด้วยตนเองวันละ 2 รอบ ในเวลา 10.30 น. และ 17.00 น.

“ถึงแม้สินค้าทุกอย่างภายในงานจะจำหน่ายในราคาถูกอยู่แล้ว แต่พี่น้องประชาชนก็ยังสามารถจับจ่ายสินค้าเหล่านี้ในราคาที่ถูกลงไปได้อีก จากการใช้คูปองส่วนลดพิเศษ 200 บาท ซึ่งจะมอบให้ภายในงานวันละ 2,500 สิทธิ และสามารถลงทะเบียนรับได้ที่หน้างาน” นายเอกนัฏกล่าว

ขณะที่ นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า ในงานนี้จะมีผู้ค้าและภาคเอกชนที่ประสงค์จะช่วยเหลือประชาชนนำสินค้ามาจำหน่ายในราคาถูกเพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน

“ผู้ค้าและภาคเอกชนจำนวนมากติดต่อขอนำสินค้าบริโภคหลายรายการมาจำหน่ายในงานในราคาถูกกว่าท้องตลาดเกือบครึ่ง เช่น น้ำตาลทรายที่จำหน่ายเพียงกิโลกรัมละ 10 บาท เท่านั้น นับเป็นน้ำใจที่มีกับประชาชนเป็นอย่างยิ่ง” นางสาวพิมพ์ภัทรากล่าว

ด้าน นายสุชาติ ชมกลิ่น รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยว่า ในงานจะมีศิลปินนักร้องมาสร้างความคึกคัก และยังมีกิจกรรมเสริมสร้างอาชีพ การเสวนา และการแสดงบนเวที ตลอดทั้ง 4 วันของการจัดงาน อาทิ เวิร์กช็อปสอนการทำอาหารเพื่อต่อยอดด้านอาชีพ ซึ่งอำนวยการสอนโดย อ.ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์ อาจารย์สอนทำอาหารและพิธีกรชื่อดัง การแสดงจากศิลปินนักร้อง รวมทั้ง โชว์พิเศษจากสมาชิก และ สส. พรรครวมไทยสร้างชาติด้วย

สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง Facebook Page พรรครวมไทยสร้างชาติ

‘กรมการค้าภายใน’ ชวนร่วมงาน “เทศกาลกินกุ้งชล” 6-10 ส.ค.นี้ พร้อมเร่งกระจายไข่ไก่ทั่วปท. ช่วยเกษตรกร-ลดค่าครองชีพปชช.

กรมการค้าภายใน DIT เดินหน้าสร้างสมดุลในระบบการตลาดสินค้าเกษตร จัดกิจกรรม “เทศกาลกินกุ้งชล” รณรงค์บริโภคกุ้งภายในประเทศ สนับสนุนเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง พร้อมผนึกกำลังสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เชื่อมโยงตลาดไข่ไก่จากเกษตรกรสู่ผู้บริโภคโดยตรง ในราคาย่อมเยา เพื่อบรรเทาค่าครองชีพประชาชน

นางสาวญาณี ศรีมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมการบริโภคและเพิ่มศักยภาพการตลาดสินค้าเกษตรอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้จัด “กิจกรรมรณรงค์การบริโภคกุ้งภายในประเทศ” ภายใต้ โครงการพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพการแข่งขันสินค้าประมง ปี 2568 เพื่อสนับสนุนเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งให้มีช่องทางจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น และสร้างการรับรู้ให้ผู้บริโภคเข้าถึงกุ้งคุณภาพในราคาที่เป็นธรรม ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวสอดรับกับนโยบายของ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่เน้นการดูแลค่าครองชีพประชาชน ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร โดยเฉพาะกุ้งซึ่งเป็นสินค้าหลักที่มีบทบาทสำคัญในระบบเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อขับเคลื่อนตลาดภายในประเทศให้มีประสิทธิภาพ กรมการค้าภายในได้กำหนดจัดกิจกรรมรณรงค์การบริโภคกุ้งใน 22 จังหวัด ทั้งในและนอกแหล่งผลิต โดยมอบหมายให้ สำนักงานพาณิชย์จังหวัด เป็นผู้รับผิดชอบการจัดงาน ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม – กันยายน 2568 คาดว่าจะสามารถเชื่อมโยงและกระจายผลผลิตจากเกษตรกรได้ไม่น้อยกว่า 154,000 กิโลกรัม

ล่าสุด เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2568 ณ ลานกิจกรรมศูนย์การค้าเซ็นทรัลชลบุรี จังหวัดชลบุรี สำนักงานพาณิชย์จังหวัดชลบุรี ได้จัดงาน “เทศกาลกินกุ้งชล ครั้งที่ 2” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6–10 สิงหาคม 2568 ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และส่งเสริมความเข้มแข็งของตลาดสินค้าเกษตรภายในประเทศเพื่อส่งเสริมการบริโภคกุ้งในประเทศ และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้กับผู้ประกอบการสินค้าประมงและชุมชนในพื้นที่ ภายในงานมีกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้ากุ้งสด กุ้งแปรรูป สินค้าประมงคุณภาพ รวมถึงสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์จากชุมชน พร้อมกิจกรรมส่งเสริมการขาย เช่น “กิจกรรมตักกุ้ง” และ “การแข่งขันแกะ-กิน-กุ้ง” ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างคึกคัก สร้างบรรยากาศการบริโภคภายในประเทศให้มีชีวิตชีวา และช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่โดยตรง

นอกจากนี้ กรมการค้าภายใน ยังได้ร่วมมือกับ สำนักงานพาณิชย์จังหวัด (สพจ.) ทั้ง 76 จังหวัด ในการดำเนินโครงการเชื่อมโยงตลาดไข่ไก่ โดยนำไข่ไก่สดคุณภาพดีในราคาย่อมเยา จากเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่มาจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภคโดยตรง เพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่ายให้เกษตรกร และลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน โดยกรมการค้าภายในได้ประสานงานกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อเชื่อมโยงผู้เลี้ยงไก่ไข่ หรือกลุ่มองค์กรผู้เลี้ยงไก่ไข่ในพื้นที่ ให้นำไข่ไก่ขนาดเบอร์ 2-4 มาจำหน่ายในจุดกระจายสินค้าต่างๆ ทั่วประเทศ โดยตรงถึงมือผู้บริโภค

โครงการนี้มีเป้าหมายดำเนินการให้ครอบคลุมทุกจังหวัด โดยกำหนดให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดดำเนินการเชื่อมโยงการจำหน่ายไม่น้อยกว่า 1,200 แผง หรือ 36,000 ฟองต่อจังหวัด รวมทั้งสิ้นไม่ต่ำกว่า 2,736,000 ฟองทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 21 กรกฎาคม – 8 สิงหาคม 2568

จากการติดตามสถานการณ์การผลิตและภาวะการค้าไข่ไก่อย่างใกล้ชิด รวมถึงหารือร่วมกับ กรมปศุสัตว์ และองค์กรผู้เลี้ยงไก่ไข่ พบว่า ปัจจุบันมีไข่ไก่ออกสู่ตลาดประมาณ 45.46 ล้านฟอง/วัน ขณะที่ความต้องการบริโภคอยู่ที่ 43.14 ล้านฟอง/วัน จึงยังมีปริมาณส่วนเกินที่ต้องได้รับการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ

นางสาวญาณี กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการค้าภายในขอเชิญชวนประชาชนร่วมสนับสนุนสินค้าเกษตรจากเกษตรกรไทย ทั้งกุ้งและไข่ไก่ ผ่านจุดจำหน่ายต่าง ๆ ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดกำหนดทั่วประเทศ ซึ่งสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง เว็บไซต์กรมการค้าภายใน www.dit.go.th หรือ Facebook กรมการค้าภายใน DIT

พาณิชย์ เดินหน้า “ไทยช่วยไทย X ร้านค้าท้องถิ่น เปิดแคมเปญลดค่าครองชีพ สินค้าราคาพิเศษกว่า 60% ลดภาระประขาชน จัดที่ค้าส่งค้าปลีก 99 แห่งทั่วประเทศ แคมเปญจัดทุกไตรมาสช่วยผู้บริโภค

พาณิชย์ เดินหน้า “ไทยช่วยไทย X ร้านค้าท้องถิ่น ช่วยลดค่าครองชีพ

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ประชุมหารือ ตัวแทน ผู้ประกอบการห้างค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นทั่วประเทศ เตรียมความพร้อมแคมเปญ ‘ไทยช่วยไทย X Local Low Cost’ เพื่อเพิ่มช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าราคาประหยัดได้มากยิ่งขึ้น จากระยะแรก ที่ ห้าง Modern Trade นำ ‘สินค้า House Brand’ และ ‘สินค้าแบรนด์ทางเลือก’ มาลดราคาพิเศษภายใต้โครงการไทยช่วยไทย

ภายใต้แคมเปญดังกล่าว จะมีการนำสินค้าอุปโภคบริโภค มาจำหน่ายในราคาพิเศษ ลดสูงสุดกว่า 60% ผ่านทางค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นขนาดใหญ่ จำนวน 99 แห่ง รวมกว่า 800 สาขาทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 1 – 10 พฤษภาคม 2569  ซึ่งคาดว่า จะสามารถช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนได้ 25-60%  ทำภายใต้คอนเซ็ป “ขายปลีกราคาส่ง-ขายส่งราคาถูก“ หรือ  “ลดแล้วลดอีก” ถือเป็นการขยายช่องทางสินค้าราคาประหยัดสู่พี่น้องประชาชนให้ทั่วถึงมากขึ้น  ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (1 พ.ค.) ก็จะมีการ คิ๊กออฟ ‘ไทยช่วยไทย’ ลดภาระ ลดค่าคองชีพ เปิดจุดจำหน่าย ณ ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ

นายวชิรวิชญ์  ศิริไชย นายกสมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทย ย้ำว่าภาวะการค้าที่ทรงตัวในปัจจุบัน และต้นทุนการผลิตสินค้าที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจากสถานการณ์โลก แต่ผู้ค้า ยังยืนยันที่จะประคองราคาสินค้าให้ได้นานที่สุด เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน รวมทั้งพร้อมร่วมนำสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น มาลดราคาในโครงการไทยช่วยไทยด้วย โดยย้ำว่าเป็นสินค้าคุณภาพทุกรายการ ซึ่งแคมเปญนี้ นอกจากพี่น้องประชาชนทั่วไป จะได้ประโยชน์แล้ว ยังได้ช่วยผู้ประกอบการร้านค้า ด้วยการลดราคาสินค้าแบบยกแพ็ค ที่ประหยัดกว่าเดิมด้วย  โดยเบื้องต้น แคมเปญ ‘ไทยช่วยไทย X Local Low Cost’ จะจัดทุกครั้งไตรมาส  ครั้งต่อไป ไตรมาสที่ 3 ระหว่างวันที่ 1-10 สิงหาคม  และไตรมาสสุดท้ายของปี จะจัดระหว่างวันที่ 1-10 พฤศจิกายน 2569

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1442047407957592&id=100064570394286&rdid=qauxoY4KxkDB9uQ2#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top