ส่องเหตุ ‘รัฐบาลเมียนมา’ ปิดด่านเมียวดีห้ามรถสินค้าผ่าน คาดทางการเตรียมจัดระเบียบภาษี – ความมั่นคงก่อนเลือกตั้ง
(8 ก.ย. 68) ข่าวนี้อาจจะเก่าและล่าช้าไปสักนิดเพราะช่วงที่ผ่านมาเอย่ามัวแต่วุ่นวายกับฝั่งกัมพูชาอยู่ อาทิตย์นี้เอย่าขอกลับมาฝั่งเมียนมาบ้างสืบเนื่องจากเมื่อ 18 สิงหาคมที่ผ่านมาทางการเมียนมาที่เมืองเมียวดีออกคำสั่งปิดด่านพรมแดนแม่สอด-เมียวดี 2 สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 ตรงข้ามบ้านวังตะเคียนใต้ ทำให้รถยนต์ทุกชนิด และสินค้าไม่สามารถผ่านได้ นั่นเป็นผลให้เกิดรถขนสินค้าตกค้างจนสินค้าบางรายการเสียหายโดยเฉพาะอาหารสดและนั่นทำให้เกิดคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
แรกๆทางการเมียนมาอ้างเรื่องการเก็บภาษีซ้ำซ้อนที่เกิดขึ้นตามเส้นทางถนน AH1 ซึ่งนั่นทำให้เกิดความเสียหาย แต่ในความเป็นจริงในอดีตการตั้งด่านตรวจเรียกเก็บเงินก็มีมาตั้งนานแล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการรัฐประหารแล้วมีการแยกตัวของกล่มกองกำลังต่างๆนั่นทำให้เกิดการเก็บเงินเบี้ยใบ้รายทางยิบย่อยมากมายนับ 30-40 ด่านซึ่งเป็นมาตลอด แต่ด้วยสถานการณ์ทางการเมืองในเมียนมาที่เปลี่ยนไป ณ วันนี้ที่เมียนมากำลังเปลี่ยนผ่านจากการปกครองโดยกองทัพสู่การเลือกตั้ง และนั่นน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ทางการเมียนมายอมไม่ได้หากยังมีกลุ่มต่อต้านมาวุ่นวายอยู่ประกอบการการก่อความวุ่นวายของกลุ่มต่อต้านโดยเฉพาะกลุ่มกะเหรี่ยงที่แตกออกเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยมากมายแต่รวมภายใต้กลุ่มใหญ่ในนาม KNU นั่นจึงทำให้ทางการเมียนมาประกาศให้กองกำลังของ KNU ทั้งหมดเป็นกองกำลังนอกกฎหมายและประกาศให้ KNU เป็นผู้ก่อการร้าย เนื่องจากทางการเมียนมามีหลักฐานว่า กลุ่ม KNU มีการเก็บภาษีในพื้นที่ และนำเงินไปฝึกกำลังเพื่อต่อต้านรัฐบาล รวมถึงเรื่องคาสิโนที่ผิดกฎหมาย การจัดการกลุ่มสแกมเมอร์ และการค้าขายยาเสพติดที่พวกกลุ่มกะเหรี่ยงเป็นนักค้าตัวยงตามชายแดนไทยฝั่งแม่สอดลงไปทางใต้
อีกทั้งฝั่งทางการเมียนมายังมีหลักฐานที่ฝั่งกองทัพกะเหรี่ยงมีการใช้โดรนโจมตีทหารเมียนมาที่ซ่อมสร้างสะพานบนถนน AH1 ในเขตรัฐกะเหรี่ยงด้วย นั่นจึงเป็นเหตุให้ทางการเมียนมาประกาศว่า KNU เป็นกองกำลังนอกกฎหมายและเป็นผู้ก่อการร้ายนั่นเอง ล่าสุดมีข่าวว่า BGF โดยการนำของนายพล ชิตตู มาเป็นกาวใจหลังจากถูกทางการเมียนมากดดันเพื่อเร่งให้มีการจัดระเบียบในเขตปกครองของฝั่งกะเหรี่ยงไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการจัดการเลือกตั้งรวมถึงจัดระเบียบการเก็บภาษีให้ถูกต้องเป็นไปตามที่ฝั่งเมียนมาต้องการ ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไร
แต่อย่างน้อย ณ วันนี้ทางการเมียนมาก็พยายามสื่อสารกับฝั่งรัฐบาลไทยมาแล้วว่าสาเหตุที่ทางการเมียนมากระทำดังกล่าวไม่ได้มีเจตนาเพื่อทำลายเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ แต่ทว่าทางการเมียนมาต้องการความแน่ชัดในการจัดระเบียบการค้าขายโดยเฉพาะการเก็บภาษีให้เป็นไปตามกฎหมายของฝั่งเมียนมาซึ่งรวมถึงการที่ทางการเมียนมาพยายามที่จะลดการขนส่งนำเข้าแบบผิดกฎหมายเข้ามาในประเทศให้ลดลงด้วยตามลำดับ อันจะส่งผลให้ราคาของสินค้านำเข้าถูกลงเป็นผลดีต่อผู้บริโภคในเมียนมาเอง เอย่าไม่รู้ว่าการจัดระบบระเบียบนี้จะดีไหมแต่อย่างน้อยถ้าหากทางการเมียนมาสามารถจัดระบบบางอย่างได้ดีแล้วการนำเข้าสินค้าอาจจะไม่ต้องใช้เวลานานนับเดือนจากแม่สอดไปยังย่างกุ้งเหมือนในเวลานี้ก็เป็นได้








