Saturday, 6 June 2026
รศ.ดร.อักษรศรี

ความเห็น ‘รศ.ดร.อักษรศรี’ต่อท่าทีจีนต่อสงครามอิหร่าน

1.ท่าทีของจีน ต่อคู่ขัดแย้งในตะวันออกกลาง

จีนไม่อยากเป็นผู้เล่นในสงคราม แต่อยากเป็นผู้คุมโต๊ะเจรจา
เศรษฐกิจคืออาวุธ การทูตคือเกราะ

ปรับท่าทีของจีนต่อสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง หากติดตามท่าทีของจีนมาโดยตลอดจะเห็นภาพค่อนข้างชัดว่า จีนพยายามหลีกเลี่ยงการเข้าไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมืองในภูมิภาคนี้โดยตรง และเลือกเดินเกมแบบ “รักษาความสัมพันธ์กับทุกฝ่าย” มากกว่าเลือกข้าง

จีนจึงพยายามคงความสัมพันธ์ที่ดีกับทั้ง อิหร่าน ควบคู่ไปกับประเทศใน กลุ่มอ่าวอาหรับ ไม่ว่าจะเป็นซาอุดีอาระเบียและประเทศสมาชิก GCC รวมถึงจีนก็ยังรักษาความสัมพันธ์กับ อิสราเอล ไปพร้อมกันด้วย

แกนหลักของยุทธศาสตร์จีนในตะวันออกกลางคือ การทูตเชิงเศรษฐกิจเป็นตัวนำ เน้นผลประโยชน์ด้านพลังงาน การค้า การลงทุน และความร่วมมือโครงสร้างพื้นฐาน โดยหลีกเลี่ยงการผูกตัวเองเข้ากับอุดมการณ์ทางศาสนาหรือการเมืองของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

นอกจากนี้ จีนยังมีความระมัดระวังเป็นพิเศษในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ ความมั่นคงและการเมืองของประเทศมุสลิม ในภูมิภาค เพราะเป็นเรื่องอ่อนไหวและกระทบต่อความสัมพันธ์กับหลายประเทศพร้อมกัน

สรุปคือ จีนจะพยายาม “ไม่ลงไปเป็นคู่ขัดแย้ง” แต่จะคงบทบาทแบบ คุยได้กับทุกฝ่าย และใช้เครื่องมือหลักคือเศรษฐกิจและการทูต เพื่อรักษาผลประโยชน์และพื้นที่ทางยุทธศาสตร์ของตัวเองในตะวันออกกลาง.

ความเห็น ‘รศ.ดร.อักษรศรี’ต่อท่าทีจีนต่อสงครามอิหร่าน

2. จีนจะลงมาเป็นผู้เล่นในความขัดแย้งตะวันออกกลางหรือไม่

 

ซัพพอร์ต ≠ ร่วมรบ

จีนหนุนอธิปไตยอิหร่าน แต่เลือกช่วยด้วยการทูตและระบบ มากกว่ากระโดดลงสนามรบ

ประเด็นเรื่องรัฐมนตรีต่างประเทศจีนโทรศัพท์ไปหาฝ่ายอิหร่าน แล้วบอกว่าจีน “ซัพพอร์ต” อิหร่านนั้น ต้องแยกให้ออกว่า การสนับสนุนทางการทูต ไม่ได้เท่ากับการส่งกองทัพไปร่วมรบ

จีนโทรหาอิหร่านและบอกว่า “ซัพพอร์ต” ไม่ได้แปลว่าจะส่งกองทัพไปร่วมรบ
จีนหนุนในกรอบ “อธิปไตย-บูรณภาพดินแดน” แต่จะช่วยแบบอยู่เบื้องหลังมากกว่า
เพราะจีนไม่คุ้มที่จะกระโดดลงไปเป็น “คู่ขัดแย้ง” ในสงครามนี้โดยตรง
ความสัมพันธ์จีน–อิหร่านแน่นอยู่แล้ว ทั้งความร่วมมือยาวนาน และบทบาทร่วมใน SCO/BRICS
การซัพพอร์ตจึงมาได้หลายรูปแบบ: การทูต ช่องทางประสาน สนับสนุนเชิงระบบ มากกว่าการยิงจริง
จีนมีแนวโน้มเล่นบท “คนกลาง” เพื่อพาไปสู่ทางลง มากกว่าปล่อยให้ศึกยืดเยื้อ
และถ้าทรัมป์เองไม่อยากลากสงครามยาว จีนก็อาจกลายเป็นบันไดให้ทุกฝ่ายลงได้
สรุปจีนช่วยได้ แต่ช่วยแบบหลังฉาก ไม่ใช่ส่งทหารไปสู้รบ

ความเห็น ‘รศ.ดร.อักษรศรี’ต่อท่าทีจีนต่อสงครามอิหร่าน

3. การปิดช่องแคบฮอร์มุซ จะส่งผลต่อจีนอย่างไร

ปิดฮอร์มุซกระทบใคร? คำตอบของจีนคือ “คุมความเสี่ยง” แล้วดันตัวเองเป็นคนกลาง

ในเชิงสถิติ จีนพึ่งพาพลังงานที่ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซในระดับสูง (ทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ) จึงดูเหมือนว่า “เสี่ยง” หากช่องแคบถูกปิดจริง แต่ถ้ามองเชิงยุทธศาสตร์ จีนกับอิหร่านมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดและยาวนานในฐานะ “เพื่อนเก่า” ทำให้มีความเป็นไปได้ว่า ถ้าอิหร่านปิดช่องแคบ อาจไม่ได้ปิดแบบเหมารวมกับทุกฝ่าย แต่อาจ “คุมการผ่าน” ต่อบางชาติเป็นพิเศษ

นั่นหมายความว่า จีนอาจใช้ช่องทางการทูตไปเจรจากับอิหร่าน เพื่อให้ เรือสัญชาติจีนยังสามารถผ่านได้ในระดับหนึ่ง (หรืออย่างน้อยลดการสะดุดของการขนส่ง) ถ้าเป็นเช่นนั้น ผลกระทบต่อจีนก็อาจ “ไม่หนัก” เท่าที่หลายคนกังวลจากตัวเลขอย่างเดียว

อีกด้านหนึ่ง จีนเองก็ไม่ได้พึ่งน้ำมันแบบ “ไม่มีทางเลือก” เหมือนในอดีต เพราะจีนพยายาม กระจายความเสี่ยง (diversify) และเร่งพลังงานทางเลือกมากขึ้น เช่น พลังงานสะอาดและการใช้รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่อการใช้น้ำมันและก๊าซในระยะยาว แม้จะไม่ได้ทำให้ “ไม่กระทบเลย” แต่ทำให้จีนมีภูมิคุ้มกันมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม “ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด” ของจีนคือ ตะวันออกกลางสงบและหยุดสู้รบเร็ว เพราะภูมิภาคนี้มีความสำคัญต่อผลประโยชน์จีนทั้งด้านเศรษฐกิจและพลังงานสูงมาก นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมจีนมีแรงจูงใจที่จะ ขยับบทบาทเป็นคนกลาง เพื่อพาไปสู่ทางลงของทุกฝ่าย

จีนยังพยายามสร้างภาพบทบาท “ผู้พิทักษ์สันติภาพ” ในเวทีโลกอยู่แล้ว ผ่านแนวคิดด้านความมั่นคงอย่าง Global Security Initiative (GSI) และในสงครามนี้ สหรัฐฯ ไม่สามารถเป็นคนกลางได้ เพราะเป็นคู่ขัดแย้งโดยตรง ขณะที่จีนมีความได้เปรียบกว่าในฐานะประเทศที่อิหร่าน “รับฟัง” และในเวลาเดียวกัน สหรัฐฯ ก็อาจไม่ต้องการให้สงครามยืดเยื้อ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top