Friday, 5 June 2026
รทสช

‘ศาสตรา’ ลั่นยังไม่อยากย้ายพรรคไปไหน ยัน แค่ถามแทนชาวบ้านเรื่องราคาพลังงาน

(16 มิ.ย. 68) นายศาสตรา ศรีปาน ส.ส.สงขลา พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว นายศาสตรา ศรีปาน - Sarttra Sripan ระบุข้อความว่า “ผมรักพรรคไม่ต่างจากคนที่ออกมาโต้แทนหรอก”

ขออภัยนะถ้าทำให้พี่ (เสธ หิ) ไม่สบายใจ สิ่งที่ผมโพสต์ก่อนหน้าไปแค่อยากชี้แจงชาวบ้านไม่อยากให้เรื่องราวใหญ่โตบานปลาย จนพี่ออกมาโต้ ผมจึงขอใช้พื้นที่ตรงนี้ชี้แจงครับ 

ผมลงพื้นที่ผมรู้คนคิดอะไร เอาแค่ว่า รีบรื้อรีบทำให้ชาวบ้านถูกใจและทำตามสัญญาไว้กับชาวบ้านเถอะครับ ไม่ต้องออกมาโต้ไปมากับ สส.หรอก อยากแค่ ให้รีบทำให้ชาวบ้าน และกำหนดเวลาให้ชัดเจน 

เป็นคนดี คนเก่ง ไม่มีใครเถียงครับ แต่ชาวบ้านยังบ่นว่าราคาพลังงานแพงมาก นี่คือเรื่องจริงครับ 

“ราคาพลังงานถูกลงตอนนี้แต่ยังไม่ถูกใจชาวบ้าน”

อยากมีผลงานต้องรีบทำให้เสร็จ รีบยื่นรีบโหวต เป็นผลงานพรรค

คนถามทำไมไม่คุยกันเองในพรรค? 

เวลาประชุมหรือมาพูดในพื้นที่ให้ สส. ก็ได้คำตอบว่า ต้นปี กลางปี ปลายปี ผลัดมาเรื่อย ๆ จนเริ่มไม่มั่นใจว่าเรายังเป็นความหวังได้หรือไม่ นี่คือเรื่องที่ผมไม่ ok แถมยังมีองครักษ์ คอยออกมาสวนกลับคนในพรรคตัวเอง แบบนี้ทำให้ผู้บริหารพรรคยิ่งดูเข้าถึงยากไปใหญ่ 

กฎหมายของพรรคเข้าเมื่อไหร่ ผมโหวตให้แน่นอน

และผมไม่อยากย้ายไปไหนครับ

‘โฆษก รทสช.’ ยัน!! ไม่มีขู่ถอนตัว ไม่มีเคลื่อนไหว ย้ำ!! ยังสนับสนุน ‘รัฐบาลแพทองธาร’ ให้สานงานต่อ

(28 มิ.ย. 68) นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี ในฐานะโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวว่าพรรค รทสช. ขู่ถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล เนื่องจากนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรค รทสช. ไม่พอใจที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรค รทสช. ได้โควตา รมช.มหาดไทย

นายอัครเดช ยืนยันว่า ไม่มีการเคลื่อนไหวจากบุคลากรและส.ส.ของพรรคในเรื่องดังกล่าวแน่นอน ทราบจากข่าวว่าโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) นำขึ้นทูลเกล้าฯ ไปแล้ว ซึ่งตามหลักการ ทุกฝ่ายต้องนิ่งและไม่มีการเคลื่อนไหว ดังนั้นไม่ทราบว่าข่าวดังกล่าวมาจากที่ไหน แต่ในส่วนพรรค รทสช. ไม่มีการเคลื่อนไหวแน่นอน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จุดยืนของพรรค รทสช. ยังคงสนับสนุนรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีต่อไปใช่หรือไม่ นายอัครเดชกล่าวว่า เป็นไปตามที่นายพีระพันธุ์สื่อสารไปก่อนหน้านี้ และ ยังคงเป็นจุดยืนเดิมของพรรค ในการสนับสนุนรัฐบาลต่อไป

‘รทสช.’ ยันไม่รับร่าง กม.นิรโทษกรรมพรรคส้ม – ประชาชน พร้อมแจ้งวิปรัฐบาลจะรับร่างของ ภท. ชี้ มีหลักการตรงกัน

พรรครวมไทยสร้างชาติ มีมติแจ้งวิปรัฐบาลรับ ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ฉบับพรรคภูมิใจไทย ปิดประตูนิรโทษกรรม ม.112 

(15 ก.ค. 68) นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต 4 พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยภายหลังการประชุมพรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างวันที่ 16-17 กรกฎาคม 2568 ว่า ในการประชุมพรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่อเตรียมความพร้อมในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในสัปดาห์ที่จะถึงนี้ ซึ่งมีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาตินำการประชุม 

โดยเมื่อวันจันทร์ที่ 14 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมาในที่ประชุมวิปรัฐบาลนั้น ทางวิปพรรคร่วมรัฐบาลได้มีมติให้พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคได้หารือในส่วนของพรรคการเมืองถึงการลงมติร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุขที่เสนอโดยพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นร่างพระราชบัญญัติที่เสนอเพิ่มเติมขึ้นมา จากเดิมร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข หรือในบางฉบับใช้ชื่อว่าร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมมีทั้งหมด 4 ร่าง ได้แก่ 

- ร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข ที่เสนอโดยพรรครวมไทยสร้างชาติ 
- ร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข ที่เสนอโดยนายปรีดา บุญเพลิง 
- ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่บุคคลซึ่งได้กระทำความผิดอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง ที่เสนอโดยพรรคประชาชน
- และร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมที่เสนอโดยภาคประชาชน 

ทั้งนี้ ทางพรรครวมไทยสร้างชาติจึงได้มีการหารือกัน ในส่วนของการลงมติเพื่อรับหลักการของร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุขของพรรคภูมิใจไทย ว่ากฎหมายฉบับดังกล่าวมีจุดยืนที่ตรงกับพรรครวมไทยสร้างชาติ คือ

1.กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่ปิดประตูการนิรโทษกรรมผู้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งเป็นกฎหมายที่สำคัญ และเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ พรรครวมไทยสร้างชาติมีจุดยืนที่เข้มแข็งและชัดเจนในการปกป้องสถาบันหลักของชาติ 

2.กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่ไม่มีการนิรโทษกรรมในคดีต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการทุจริต คอร์รัปชัน ไม่ว่าจะเป็นการทุจริตในส่วนของการเลือกตั้ง  หรือการทุจริตในกรณีอื่น ๆ โดยเด็ดขาด 

3.กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่ไม่มีการนิรโทษกรรมผู้กระทำความผิดอาญาร้ายแรง เช่น การกระทำให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิต เป็นต้น

จะเห็นได้ว่าร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุขที่เสนอโดยพรรคภูมิใจไทยนั้นมีหลักการเช่นเดียวกันกับร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุขที่เสนอโดยพรรครวมไทยสร้างชาติ และมีเนื้อหาที่ใกล้เคียงกันดังนั้นทางพรรครวมไทยสร้างชาติจึงมีมติแจ้งไปยังวิปรัฐบาลว่าเราจะรับหลักการในวาระที่ 1 ของร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุขที่เสนอโดยพรรคภูมิใจไทย

“ซึ่งในวันนี้ ทางพรรครวมไทยสร้างชาติจะมีมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข 3 ฉบับ ได้แก่ ฉบับที่เสนอโดยพรรครวมไทยสร้างชาติเอง ฉบับที่เสนอโดยนายปรีดา บุญเพลิง และฉบับที่เสนอโดยพรรคภูมิใจไทย และสำหรับร่างพระราชบัญญัติที่ 2 ฉบับที่ทางพรรครวมไทยสร้างชาติมีมติไม่รับหลักการ ได้แก่ ฉบับที่เสนอโดยพรรคประชาชน เนื่องจากข้อเสนอนิรโทษกรรมเป็นปลายเปิดและอาจจะนำมาสู่การนิรโทษกรรมผู้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ได้ และฉบับที่เสนอโดยภาคประชาชน เนื่องจากระบุชัดเจนว่าจะมีการนิรโทษกรรมผู้กระทำความผิดมาตรา 112”  นายอัครเดช กล่าวในตอนท้าย

“พีระพันธุ์” เปิดสำนักงานพรรคสาขาใหม่ หนุน “ชาติชาย” ว่าที่ผู้สมัคร สส.เขต 2 ชูภาพ “พรรคของ DNA คนทำงาน” แก้ค่าครองชีพ พร้อมสานต่อ “โซลาร์เสรี

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ลงพื้นที่ อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี เพื่อทำพิธีเปิดสำนักงานตัวแทนพรรคสาขาจังหวัดอย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดตัว นายชาติชาย ศักดิ์อิสระพงศ์ หรือ “ตั้ม” ในฐานะว่าที่ผู้สมัคร สส.กาญจนบุรี เขต 2 ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของประชาชนในพื้นที่ที่มาร่วมงานหลายร้อยคน

พีระพันธุ์ย้ำว่า รทสช.เป็น “พรรคของคนทำงาน” การเมืองต้องทำเพื่อประชาชน ไม่ใช่เล่นการเมืองเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว พร้อมฝาก “ตั้ม ชาติชาย” ลูกหลานคนกาญจนบุรีซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีประสบการณ์การเมือง และตั้งใจลงมาทำงานจริงจัง ขอให้ชาวกาญจนบุรีพิจารณาให้โอกาสเป็นตัวแทนในสภาฯ โดยยืนยันว่าตนเองทำงานการเมืองมากว่า 30 ปี ไม่เคยยึดติดตำแหน่ง แต่มุ่งดูแลปากท้องประชาชนเป็นหลัก

หัวหน้าพรรคยังชูผลงานด้านพลังงานในช่วงที่ผ่านมา ทั้งการลดค่าไฟฟ้าและตรึงราคาแก๊สหุงต้ม พร้อมต่อยอดนโยบายเพื่อเกษตรกรในกาญจนบุรี ผ่าน “เกษตรแปลงใหญ่” ให้รัฐร่วมลงทุนกับกลุ่มเกษตรกร สนับสนุนทุน เทคโนโลยี ปัจจัยการผลิต และตลาด รวมถึงแนวคิดทำปุ๋ยจากแร่โพแทชในประเทศ ลดต้นทุนเกษตร และเดินหน้า “โซลาร์เสรี” พลังงานทดแทน น้ำมันชุมชน และโครงการผลิตไฟฟ้าจากใบอ้อย โดยมี นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรค ซึ่งเชี่ยวชาญด้านเกษตร มาช่วยผลักดันให้สำเร็จ

ด้านชาติชาย กล่าวขอบคุณพีระพันธุ์ที่ให้เกียรติมาเปิดสำนักงานพรรคในกาญจนบุรี พร้อมระบุว่าการตัดสินใจเข้าร่วมพรรครวมไทยสร้างชาติ มาจากอุดมการณ์ที่ตรงกัน คืออยากทำงานให้ประชาชน ไม่เน้นเล่นเกมการเมือง โดยตนได้ลงพื้นที่กว่า 200 หมู่บ้านในเขต 2 รับรู้ปัญหาค่าครองชีพและต้นทุนเกษตรที่สูง และหวังจะได้รับโอกาสจากประชาชนเข้าไปแก้ปัญหาและพัฒนาชุมชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างจริงจัง



 

‘พีระพันธุ์’ รับมอบสิ่งของ บริจาคจาก ‘กลุ่มเพื่อนตุ้ม’ เร่งส่งต่อความช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อน แก่ผู้ประสบอุทกภัย

รวมใจ รวมไทยสร้างชาติ ‘พีระพันธุ์’ รับมอบสิ่งของบริจาค ‘กลุ่มเพื่อนตุ้ม’ เร่งส่งต่อความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) รับมอบสิ่งของบริจาคจาก นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะตัวแทนของ ‘กลุ่มเพื่อนตุ้ม’ เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชนที่กำลังประสบอุทกภัย

นายพีระพันธุ์  กล่าวว่า วันนี้ต้องขอขอบคุณ นายนราพัฒน์ แก้วทอง (ตุ้ม) และ ‘กลุ่มเพื่อนตุ้ม’ ที่ได้รวบรวมสิ่งของและเงินสมทบทุนมาร่วมบริจาค ตนในฐานะหัวหน้าพรรคและคณะผู้บริหารพรรครวมไทยสร้างชาติ มีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ตนและตัวแทนของพรรคได้ลงพื้นที่ไปติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด โดยเมื่อวานนี้ นายชื่นชอบ คงอุดม รองหัวหน้าพรรคฯ ได้ลงพื้นที่หาดใหญ่แล้ว และในวันนี้ยังได้รับความช่วยเหลือที่นายนราพัฒน์ช่วยประสานระดมสิ่งของจากกลุ่มเพื่อนและคนใกล้ชิดเข้ามาอีกแรง ต้องขอขอบคุณแทนพี่น้องผู้ประสบภัย ซึ่งทางพรรคจะเร่งนำสิ่งของเหล่านี้ส่งไปให้ถึงมือผู้ประสบภัยให้เร็วที่สุด

พร้อมกันนี้ นายพีระพันธุ์ ได้ฝากความห่วงใยถึงประชาชนในพื้นที่ว่า “ในนามพรรครวมไทยสร้างชาติ ผมขอส่งกำลังใจให้พี่น้องชาวใต้ทุกจังหวัดที่กำลังเผชิญอุทกภัยอย่างรุนแรงในครั้งนี้ ทุกปัญหามีเข้ามาแล้วก็จะผ่านไป ชีวิตยังต้องเดินหน้าต่อ ผมขอยืนยันว่าพวกเราไม่เคยทิ้งกัน ในฐานะผู้แทนของประชาชน ผมพร้อมที่จะทำหน้าที่ดูแลและช่วยเหลือพี่น้องอย่างเต็มที่ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้โดยเร็ว เพื่อที่เราจะได้กลับมาเริ่มต้นใหม่ด้วยกันอีกครั้งครับ”

เร่งจ่ายเยียวยา ‘น้ำท่วมภาคใต้’ พร้อมเปิดศูนย์ฯ แก้วิกฤต รับร้องเรียน ชงมาตรการเร่งด่วน ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน

(1 ธ.ค. 68) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมด้วย นายชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ และคณะผู้บริหารพรรค ร่วมแถลงข่าวที่รัฐสภาเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาทบทวนการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ พร้อมเสนอแนะปัญหาเร่งด่วนที่รัฐบาลควรเร่งแก้ไข และมาตรการระยะสั้นที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ส่งผลให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนหลายแสนคนได้รับความเดือดร้อนในชีวิตและทรัพย์สิน และแม้ปัจจุบันระดับน้ำจะลดลงแล้ว แต่การฟื้นฟูเยียวยาและช่วยเหลือประชาชนยังเป็นไปอย่างล่าช้า ประชาชนจำนวนมากยังไม่รู้ว่าต้องดำเนินการอย่างไร และจะได้รับการเยียวยาอย่างเหมาะสมหรือไม่

พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะพรรคการเมืองที่คำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนมาเป็นลำดับแรก และเล็งเห็นถึงความเดือดร้อนอันแสนสาหัสของประชาชนในครั้งนี้ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งทบทวนหลักเกณฑ์การจ่ายเงินช่วยเหลือและมาตรการเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย 2568 โดยเฉพาะประเด็นค่าชดเชยน้ำท่วมที่ขาดความเป็นธรรม และไม่สอดคล้องกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ พร้อมกันนี้พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้เสนอมาตรการความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาเพื่อให้รัฐบาลเร่งพิจารณา

สำหรับปัญหาเร่งด่วนที่พรรครวมไทยสร้างชาติ เล็งเห็นว่ารัฐบาลต้องเร่งแก้ไขมี 5 ประการ ประกอบด้วย

1. ประกาศตัวเลขผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตที่ถูกต้องในทุกจังหวัด โดยควรที่จะเร่งระดมหน่วยงานที่สามารถช่วยดำเนินการได้เข้าร่วมตรวจสอบอย่างเปิดเผย เช่น สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ สถาบันนิติเวช และหน่วยอาสาสมัครต่างๆ เข้าร่วมตรวจสอบแล้วประกาศรายชื่อ ข้อมูล หรืออัตลักษณ์ เพื่อให้ญาติพี่น้องสามารถตรวจสอบได้โดยเร็วที่สุด
 2. จัดตั้งหน่วยรับแจ้งคนสูญหายและผู้เสียชีวิตทุกจังหวัดที่เกิดอุทกภัย รวมทั้งวางระบบการรายงานผลการตรวจสอบและการติดตามผล ให้ญาติและประชาชนตรวจสอบได้โดยเร็ว ด้วยวิธีการที่ง่าย สะดวก และรวดเร็วที่สุด
 3. จัดตั้งหน่วยรับแจ้งความเสียหายของบ้านเรือน ร้านค้า กิจการ และธุรกิจต่างๆ รวมทั้งวางระบบการรายงานผล การติดตาม และการตรวจสอบของผู้แจ้งโดยเร็ว ด้วยวิธีการที่ง่าย สะดวก และรวดเร็วที่สุด
 4. แก้ไขระบบบริการสาธารณะและพลังงานให้กลับมาให้บริการตามปกติให้เร็วที่สุด ได้แก่ ไฟฟ้า ประปา น้ำมันเชื้อเพลิง ก๊าซหุงต้ม และสัญญาณอินเตอร์เน็ต เป็นต้น รวมทั้งต้องจัดหาน้ำมันให้หน่วยงานและทีมอาสาสมัครที่ต้องให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างเพียงพอ
 5. เร่งวางระบบรักษาความปลอดภัยให้ประชาชน และการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคต่างๆ รวมทั้งระบบการรักษาพยาบาลโดยเร่งด่วน โดยให้กระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยงานหลัก และให้โรงพยาบาลและโรงพยาบาลเอกชนที่ประสงค์จะร่วมดำเนินการเข้าร่วมด้วย 

นายพีระพันธุ์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับมาตรการเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องดำเนินการ ประกอบด้วย
 1. เร่งตรวจสอบรายชื่อและจำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต รวมทั้งบ้านเรือน กิจการ และร้านค้าที่เสียหาย เพื่อจ่ายเงินเยียวยาให้เสร็จภายในไม่เกิน 1 เดือน
 2. จัดระบบและระดมการจัดหาน้ำดื่ม และรถฉีดน้ำแรงดันสูงเพื่อทำความสะอาดเมือง กำจัดขยะ และสิ่งปฏิกูล ให้เร็วที่สุด โดยระดมความช่วยเหลือจากท้องถิ่นใกล้เคียงและอาสาสมัครร่วมดำเนินการเพราะกำลังคนภาครัฐไม่เพียงพอ รวมทั้งวางระบบสนับสนุนการทำความสะอาดบ้านเรือนของประชาชนด้วย
 3. แก้ปัญหาการคมนาคมโดยเร็ว โดยต้องไม่เกิดความเสียหายกับรถยนต์และยานพาหนะที่เสียหายจากอุทกภัย พร้อมระดมหน่วยงานของรัฐและอาสาสมัครช่วยซ่อมแซมรถยนต์และยานพาหนะที่เสียหายจากอุทกภัยและไม่อาจเคลื่อนย้ายได้
4.วางระบบตรวจสอบสถานการณ์ฝนและปริมาณน้ำฝนที่อาจเกิดมีขึ้นในระยะต่อไป โดยต้องวางระบบสั่งการ การป้องกัน และการอพยพ อย่างเป็นระบบ ตามแผนป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติที่วางไว้ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้บัญชาการ มีอำนาจสูงสุดตามกฎหมายการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ โดยต้องดำเนินการและใช้อำนาจตามกฎหมายดังกล่าวอย่างถูกต้องและเคร่งครัด
 5. ควบคุมราคาค่าโดยสารเครื่องบินให้อยู่ในราคาตามปกติ มิให้มีการปรับขึ้นราคาอันเป็นการซ้ำเติมประชาชน 

นายพีระพันธุ์ ยังได้กล่าวถึงมาตรการระยะสั้น 5 ข้อ ที่พรรครวมไทยสร้างชาติเล็งเห็นว่ารัฐบาลพึงดำเนินการในช่วงนี้ 
1. จัดเตรียมหน่วยให้คำปรึกษาและรับฟังปัญหาของประชาชน เพื่อช่วยผ่อนคลายความเครียดและฟื้นฟูสภาพจิตใจของประชาชน
 2. จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจการค้า รวมทั้งจัดให้มีพื้นที่สำหรับให้ประชาชนค้าขายหรือตลาดนัด เพื่อฟื้นภาวะเศรษฐกิจและเพื่อให้เกิดการสร้างรายได้แก่ประชาชนในระยะสั้น เพื่อฟื้นชีวิตประชาชนกลับมาเร็วที่สุด
 3. ปรับอัตราเงินเยียวยาความเสียหายของบ้านเรือนให้เหมาะสม และจัดเงินงบกลางอย่างเพียงพอเพื่อเป็นทุนฉุกเฉินให้ประชาชนฟื้นชีวิต ทั้งเพื่อการประกอบอาชีพ สุขภาพ ฟื้นฟูกิจการ และร้านค้า 
4. เร่งทำความสะอาดและฟื้นฟูโรงเรียนและสถานศึกษาเพื่อให้นักเรียนและนักศึกษากลับเข้าเรียนได้ตามปกติ พร้อมจัดทุนการศึกษาให้ครอบครัวและนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบจนไม่สามารถจ่ายค่าเล่าเรียนได้
5. จัดตั้งโรงครัวเพื่อให้บริการอาหารแก่ประชาชนโดยทั่วถึง

ในการนี้ นายพีระพันธุ์ ได้เปิดเผยถึงการจัดตั้ง 'ศูนย์ประสานงานแก้วิกฤตผู้ประสบอุทกภัย พรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่อเป็นสื่อกลางในการประสานความช่วยเหลือและเยียวยาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัย

"ผมและคณะผู้บริหารพรรครวมไทยสร้างชาติ เล็งเห็นถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัย จึงได้จัดตั้ง 'ศูนย์ประสานงานแก้วิกฤตผู้ประสบอุทกภัย พรรครวมไทยสร้างชาติ' เราขอยืนยันว่า ศูนย์ฯ นี้จะทำหน้าที่ประสานความช่วยเหลือ ติดตาม ตรวจสอบ และทวงถามทุกขั้นตอนของการเยียวยาจากรัฐบาลอย่างไม่ลดละ เพื่อเป็นช่องทางในการบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และผมขอให้กำลังใจพี่น้องประชาชนทุกคนให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้โดยเร็ว" นายพีระพันธุ์ กล่าว

ทั้งนี้ พี่น้องประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากค่าชดเชย การประเมินความเสียหาย หรือการจ่ายเงินเยียวยา สามารถส่งข้อมูลร้องเรียนมาที่ "ศูนย์ประสานงานแก้วิกฤตผู้ประสบอุทกภัย พรรครวมไทยสร้างชาติ" กรอกข้อมูลที่ลิงก์ : https://forms.gle/GaRks3gNTURDRC4R8 หรือ สแกน QR Code และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 3 ช่องทาง
1.        โทรศัพท์ : 062-262-7416
2.        อินบ็อกซ์แฟนเพจ : พรรครวมไทยสร้างชาติ United Thai Nation Party
3.        อีเมล : [email protected]

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top