Saturday, 25 July 2026
มหาวิทยาลัยจีน

หญิงจีนวัย 50 ปี พิการจากไฟไหม้ครั้งใหญ่ สอบติด ป.โท สำเร็จ!! ด้วยหนังสือเรียนของลูกชายที่สอบตก

(4 ก.ย. 68) หญิงจีนวัย 50 ปี ผู้พิการจากเหตุไฟไหม้เมื่อ 10 ปีก่อน กลายเป็นที่ชื่นชมในสังคมออนไลน์ หลังได้รับการตอบรับเข้าเรียนปริญญาโทด้านกฎหมายที่มหาวิทยาลัย Southwest Forestry University มณฑลยูนนาน โดยเธอใช้หนังสือเตรียมสอบที่ลูกชายซึ่งเคยสอบตกทิ้งไว้เป็นแรงบันดาลใจในการเข้าเรียนอีกครั้ง

นางหยาง เคยจบปริญญาตรีสาขาเคมีจากมหาวิทยาลัยถงจี้ในเซี่ยงไฮ้ แต่หลังเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้เมื่อปี 2013 ทำให้แขนซ้ายพิการบางส่วน ใบหน้ามีแผลเป็นถาวร และต้องใส่หน้ากากออกสู่สังคม เธอเคยตกอยู่ในภาวะซึมเศร้าและ PTSD จนลาออกจากงานประจำ และตอนนี้รับเพียงเงินบำนาญ

แม้ชีวิตพลิกผัน แต่คุณแม่วัย 50 ปี ไม่ละทิ้งความฝันเดิมที่อยากเรียนต่อ เธอเริ่มอ่านหนังสือของลูกชายเมื่อสองปีก่อน และพบว่าเนื้อหาไม่ยากเกินไป จึงตัดสินใจลงสนามสอบเข้าปริญญาโท โดยวิชาภาษาอังกฤษถือเป็นอุปสรรคใหญ่เพราะไม่ได้ใช้มานานกว่า 20 ปี

เธอเล่าว่าขณะสอบถูกขอให้ถอดหน้ากาก ทำให้หลายคนตกใจในร่องรอยบาดแผล แต่เธอรับมือได้ด้วยความมั่นใจ โดยมีลูกชายคอยดูแลและให้กำลังใจตลอด เธอยืนยันว่าจะใช้เงินบำนาญเป็นทุนการศึกษา เพื่อเปลี่ยนช่วงวัยเกษียณจากการพักผ่อนหรือเต้นรำกลางลาน เป็นการเรียนรู้สิ่งใหม่แทน

“ไม่ว่าคุณจะอยู่ช่วงไหนของชีวิต อย่ายอมแพ้ต่อความฝัน” หยางเขียนในโซเชียล สร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้คนจำนวนมาก ซึ่งชื่นชมในความกล้าหาญ ความมุ่งมั่น และการพัฒนาความใฝ่รู้ของเธอ

มหาวิทยาลัยท็อปแดนมังกร เปิดหลักสูตร ปัญญาประดิษฐ์ทำงานร่วมกับร่างกายจริง เร่งป้อนคนเก่งสู่อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ AI จับมือ Huawei–BYD–UBTech รองรับเด็กจบใหม่

(2 ธ.ค. 68) จีนเปิดหลักสูตรระดับปริญญาตรีด้าน “Embodied Intelligence” หรือปัญญาประดิษฐ์ที่ทำงานร่วมกับร่างกายจริงในมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่ง เพื่อตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติด้านหุ่นยนต์และ AI และหนุนเป้าหมายของปักกิ่งที่อยากขึ้นนำสหรัฐฯ ในสนามเทคโนโลยีอนาคต

กระทรวงศึกษาธิการจีนเผยว่า มหาวิทยาลัยชั้นนำอย่าง มหาวิทยาลัยเซียงไฮ้ เจียงตง (Shanghai Jiao Tong University) และ มหาวิทยาลัยเจ้อเจียง (Zhejiang University) อยู่ในกลุ่ม 7 สถาบันแรกที่ยื่นขอเปิดสาขาใหม่ด้าน Embodied Intelligence ตามกรอบ “จัดการพิเศษให้กับสาขาขาดแคลนเร่งด่วน” ซึ่งรัฐบาลกำหนดให้เป็นหนึ่งในหัวใจของยุทธศาสตร์เทคโนโลยีระยะยาว 

มหาวิทยาลัยเซียงไฮ้ เจียงตง ระบุว่า หลักสูตร AI และวิศวกรรมแบบเดิมยังไม่เชื่อมโยงข้ามสาขามากพอ จึงต้องออกแบบหลักสูตรใหม่ที่ผสมทั้ง AI วิศวกรรมกลไก ระบบควบคุม และการออกแบบหุ่นยนต์ โดยมี ศาสตราจารย์หลู่ เซ่ออู่ (Cewu Lu) ผู้เชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์ชื่อดัง เป็นหัวหน้าภาค

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ยังจับมือกับบริษัทยักษ์ใหญ่เป็น “ว่าที่นายจ้าง” ของบัณฑิตกลุ่มนี้ เช่น มหาวิทยาลัยซีอาน เจียวทง (Xi’an Jiaotong University) คาดว่าจากบัณฑิต 30 คน จะมีราว 5 คนได้งานกับ Huawei ผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคม, BYD ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า และ UBTech Robotics บริษัทหุ่นยนต์ชื่อดัง รวมแล้ว 7 สถาบันจะรับนักศึกษารุ่นแรกประมาณ 330 คน โดย สถาบันเทคโนโลยีปักกิ่ง (Beijing Institute of Technology) รับมากสุดที่ 120 คน

ด้านตลาดงานก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน รายงานของบริษัทจัดหางาน Liepin ระบุว่า จำนวนตำแหน่งงานใหม่สาย Embodied Intelligence ในไตรมาส 3 เพิ่มขึ้นถึง 73% สูงกว่าตลาดงานสาย AI โดยรวมที่โต 55% เท่านั้น ขณะที่เงินเดือนเฉลี่ยของตำแหน่งงานด้าน Embodied Intelligence อยู่ที่ราว 333,400 หยวนต่อปี (ราว 1.5 ล้านบาท) สูงกว่างานสาย AI ทั่วไปที่เฉลี่ย 290,900 หยวนต่อปีอย่างชัดเจน

สำหรับ Embodied Intelligence ถือเป็นแขนงหนึ่งของ AI ที่เน้นให้ “สมองกล” ทำงานร่วมกับร่างกายจริงและเรียนรู้จากการโต้ตอบกับโลกจริง โดยกระแสหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์และสตาร์ตอัปหุ่นยนต์ในจีนกำลังมาแรง แต่ก็เจอปัญหาขาดแคลนบุคลากรคุณภาพสูง หลายบริษัท เช่น Deep Robotics เคยยอมรับว่าการขาดคนเก่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการผลักดันงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ ทำให้การสร้าง “ท่อส่งคน” ผ่านหลักสูตรใหม่ในมหาวิทยาลัยจีนกลายเป็นภารกิจเร่งด่วนของทั้งภาครัฐและสถาบันการศึกษา

มหาวิทยาลัยจีน ลุยเทคฯ เปลี่ยนบทบาทผลิตนักวิจัยสู่เศรษฐี บริษัทแล็บคลอด IPO ร้อนแรงปี 2026 'หลี่ จิ้นเหยียน' นำทีมผนึกมหาวิทยาลัย 'Optics Valley' นำวิทยาศาสตร์สู่มูลค่าสูง

ผู้ใช้เฟสบุ๊ค Boonchina กล่าวว่า

เมื่อก่อนมหาวิทยาลัยมีหน้าที่ผลิต "บัณฑิต"

แต่วันนี้ มหาวิทยาลัยจีนหลายแห่งกำลังผลิต "เศรษฐี"

บางบริษัทที่มูลค่าหลายแสนล้านบาท ไม่ได้เริ่มจากโรงงานหรือออฟฟิศหรู แต่เริ่มจากห้องแล็บในมหาวิทยาลัย

ล่าสุด บริษัท 长进光子 (ฉางจิ้น โฟโตนิกส์)

ผู้พัฒนาเส้นใยแก้วนำแสงชนิดพิเศษ เข้าตลาดหุ้น 科创板 (เคอชวงป่าน) ของจีน

ราคาหุ้นวันแรกพุ่งมากกว่า 1,500%

ส่งให้มูลค่าบริษัททะลุ 63,000 ล้านหยวน (ประมาณ 315,000 ล้านบาท)

กลายเป็นหนึ่งในหุ้น IPO ที่ร้อนแรงที่สุดของปี 2026

แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าราคาหุ้น

คือบริษัทนี้แทบจะ "ยกห้องแล็บออกมาตั้งบริษัท"

ผู้ก่อตั้งคือ 李劲燕 (หลี่ จิ้นเหยียน)

อดีตอาจารย์จาก 华中科技大学 (มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหฺวาจง)

หรือที่คนจีนเรียกสั้นๆ ว่า 华科 (หฺวาเคอ)

ทีมวิจัยหลัก 8 คน

มีถึง 7 คนที่เป็นศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยเดียวกัน

ส่วนสิทธิบัตรสำคัญของบริษัทจำนวน 12 ฉบับ ก็ถูกถ่ายทอดมาจากมหาวิทยาลัยโดยตรง

ยิ่งกว่านั้น

ก่อนเข้าตลาดหุ้นเพียง 1 ปี

กองทุนลงทุนของมหาวิทยาลัยได้เข้าซื้อหุ้นรอบสุดท้าย

พอบริษัทเข้าตลาดสำเร็จ

มูลค่าการลงทุนงอกขึ้นมากกว่า 30 เท่า

นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

เพราะเมืองอู่ฮั่นกำลังมีสิ่งที่เรียกว่า "Optics Valley" หรือหุบเขาแห่งอุตสาหกรรมแสง

ศูนย์รวมบริษัทด้านเลเซอร์ ชิป AI เซ็นเซอร์ และเทคโนโลยีขั้นสูงของจีน

และตรงกลางระบบนิเวศนี้ก็คือ 华中科技大学 (มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหฺวาจง)

รอบมหาวิทยาลัยในรัศมีเพียง 2.5 กิโลเมตร

มีบริษัทเทคโนโลยีกระจุกตัวอยู่เกือบ 40,000 แห่ง

หลายบริษัทที่เข้าตลาดหุ้นก็มีผู้ก่อตั้งเป็นศิษย์เก่าจากที่นี่

เรื่องนี้สะท้อนสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นทั่วจีน

มหาวิทยาลัยไม่ได้ทำหน้าที่แค่สอนหนังสืออีกต่อไป

แต่กำลังกลายเป็น "โรงงานผลิต Deep Tech"

หรือเทคโนโลยีขั้นสูงที่ต้องใช้การวิจัยยาวนานหลายปี

ในอดีต

นักวิจัยจำนวนมากใช้เวลาเป็นสิบปีอยู่ในห้องแล็บ

ทำงานกับเทคโนโลยีที่ไม่มีใครสนใจ

แต่เมื่อโลกเข้าสู่ยุค AI ชิป และโฟโตนิกส์

องค์ความรู้ที่สะสมมานานเหล่านั้น กลับกลายเป็นทรัพย์สินมูลค่ามหาศาล

จีนกำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า

บางครั้ง "เหมืองทอง" ที่สำคัญที่สุดของประเทศ

อาจไม่ได้อยู่ใต้ดิน

แต่อยู่ในมหาวิทยาลัย

ถ้ามหาวิทยาลัยไทยมีบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกเกิดจากห้องแล็บของตัวเอง คุณอยากเห็นในอุตสาหกรรมอะไรที่สุด?

ที่มา : https://www.facebook.com/100048039443929/posts/1592431325701500/?rdid=vDV6Gan2DSpbtuE6#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top