Saturday, 6 June 2026
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ

ผบ.ตร. สั่งการผู้บัญชาการศึกษาดูแลการสอบคัดเลือกเป็นข้าราชการตำรวจ คุมเข้มทุกหน่วยสอบโปร่งใส ไร้ทุจริต

(10 ส.ค. 68) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งการไปยัง พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา ให้ดูแลตรวจสอบการสอบคัดเลือกบุคคลภายนอก เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจ ประจำปี พ.ศ. 2568 ที่จัดขึ้นในวันนี้ เวลา 13.30 น. ให้คุมเข้มทุกหน่วยสอบทั่วประเทศไม่ให้มีการทุจริตเกิดขึ้นโดยเด็ดขาด เน้นย้ำต้องเป็นการสอบคัดเลือกที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ ทุกขั้นตอน หากพบการทุจริตให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาดทุกราย

พล.ต.ท.นิธิธรฯ ขานรับนโยบาย ผบ.ตร. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและกำกับดูแลการเตรียมความพร้อมการสอบคัดเลือก ฯ ณ ศูนย์สอบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จังหวัดปทุมธานี พร้อมประชุมมอบนโยบาย ข้อห่วงใย และกำชับการปฏิบัติแก่ทุกหน่วยสอบ มติดตามสถานการณ์การสอบผ่านระบบ Zoom Meeting จากกองอำนวยการร่วมฯ ณ ศูนย์สอบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ย้ำมาตรการเข้มป้องกันการทุจริตทุกขั้นตอน เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้เข้าสอบและสังคม และได้กำชับไปยังทุกหน่วยสอบให้จัดจุดปฐมพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อดูแลอย่างทันท่วงทีกรณีฉุกเฉิน เนื่องจากแต่ละหน่วยสอบมีผู้เข้าร่วมสอบจำนวนมาก โดยการสอบครั้งนี้จัดโดยกองบัญชาการศึกษา (บช.ศ.) ครอบคลุมหน่วยสอบ บช.ศ., ตำรวจภูธรภาค 1-9 และสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (สพฐ.ตร.) รวมทั้งสิ้น 11 หน่วยสอบ เพื่อคัดเลือกบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิปริญญาตรี หรือวุฒิประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลาย/ประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือเทียบเท่า เข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจ ทั้งในชั้นสัญญาบัตรและชั้นประทวน รวมจำนวน 155 อัตรา โดยมีผู้สนใจสมัครสอบในครั้งนี้รวมทั้งสิ้น 65,203 คน

พล.ต.ท.นิธิธรฯ กล่าวว่า ผบ.ตร. ได้กำชับเข้มงวดให้ บช.ศ.กำกับดูแลการจัดการสอบคัดเลือกในทุกหน่วยสอบต้องโปร่งใส ยุติธรรม และตรวจสอบได้ เพื่อคัดเลือกบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และคุณธรรม เข้าสู่การเป็นตำรวจมืออาชีพ ซึ่ง บช.ศ.รับนโยบายมาขับเคลื่อนอย่างเคร่งครัด จะไม่ยอมให้มีการทุจริตหรือการเอื้อประโยชน์ใด ๆ เกิดขึ้นโดยเด็ดขาด โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังคงยืนยันมาตรการเข้มข้นในการคัดเลือกบุคลากร พร้อมพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการสอบแข่งขันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ข้าราชการตำรวจที่มีคุณภาพ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และอุทิศตนเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง
 

นายกรัฐมนตรีมอบนโยบายผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เน้นย้ำพิทักษ์ปกป้องสถาบัน สร้างกลไกรับมือกับอาชญากรรมทุกรูปแบบ 

(1 ต.ค. 68) เวลา 13.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้การต้อนรับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในโอกาสเดินทางมามอบนโยบายการปฏิบัติราชการแก่ข้าราชการตำรวจที่ร่วมโครงการสัมมนาผู้บริหารระดับผู้บัญชาการหรือเทียบเท่า และผู้บังคับการหรือเทียบเท่า ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 โดยมี รอง ผบ.ตร., จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.), ผู้ช่วย ผบ.ตร., รอง จตช. พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจระดับผู้บัญชาการหรือเทียบเท่า จำนวน 44 นาย และผู้บังคับการหรือเทียบเท่า จำนวน 294 นาย รวม 338 นาย ร่วมให้การต้อนรับและรับฟังนโยบาย ณ ห้องแจ้งยอดสุข ชั้น 3 อาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ภารกิจหลักที่สำคัญอย่างหนึ่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คือต้องเทิดทูนปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพ นอกจากนี้ รัฐบาลให้ความสำคัญคือการดูแลทรัพยากรบุคคล ให้ได้รับความเป็นธรรม และการดูแลสุขภาพจิตของข้าราชการตำรวจทุกนาย เพราะสิ่งเหล่านี้คือพื้นฐานที่จะทำให้ข้าราชการตำรวจมีความพร้อมในการดูแลประชาชน และเน้นย้ำเรื่องการอัปเดต และอัปเกรด วิธีการทำงาน เทคโนโลยีใหม่ๆ ให้เท่าทัน ให้มีความพร้อมรับมือกับอาชญากรรมรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งควรปรับระบบระเบียบให้มีความคล่องตัว รวดเร็ว และแม่นยำมากขึ้น เพราะเป็นปัจจัยสำคัญในความสำเร็จในการปราบปรามอาชญากรรม

ในระยะเวลา 4 เดือนต่อไปนี้ ขอให้ยกระดับการจัดการปัญหายาเสพติด การพนันออนไลน์ อาชญากรรมข้ามชาติ การหลอกลวงประชาชนและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ในทุกรูปแบบ ซึ่งเป็นภัยคุกคาม ส่งผลกระทบต่อชีวิตของประชาชนในวงกว้าง และเป็นผลลบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ โดยให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติสร้างกลไกในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทุกประเภท เพื่อเป็นรูปแบบในการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลพร้อมสนับสนุนสำนักงานตำรวจแห่งชาติในทุกด้าน โดยเฉพาะการเพิ่มขีดความสามารถด้านเทคโนโลยี เพื่อนำมาใช้แก้ไขปัญหาอาชญากรรม และแสวงหาความร่วมมือระหว่างประเทศในการร่วมกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และยาเสพติด ทั้งในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อาชีพตำรวจเป็นงานที่หนักที่สุดงานหนึ่งในโลกก็ว่าได้ เพราะต้องทำงานภายใต้ความกดดันตลอดเวลา บริหารจัดการเวลาส่วนตัวได้ยาก และอยู่กับความเสี่ยงภัย รวมถึงความคาดหวังที่สูงจากสังคม อย่างไรก็ตาม เชื่อมั่นว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติในยุคนี้ที่มีผู้นำที่เข้มแข็ง จะเป็นที่พึ่งของประชาชน

เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธา ซึ่งการสัมมนาในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับการพัฒนาการทำงานในอนาคต เป็นการเตรียมความพร้อมให้ตำรวจทั่วประเทศสามารถรับมือกับอาชญากรรม และปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนภารกิจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมกันนี้ขอให้ข้าราชการตำรวจทุกท่านยึดมั่นในหลักนิติธรรม และบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม เพื่อให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นหนึ่งในองค์กรหลักที่ดำรงความเป็นนิติรัฐให้แก่ประเทศ และเป็นที่พึ่งของประชาชน ในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

ผบ.ตร.มอบนโยบาย “1 ยึดมั่น 6 เร่งรัด และ 9 ก้าวหน้า” ย้ำปีนี้ “ตำรวจไทยต้องก้าวไปข้างหน้า เพื่อเป็นองค์กรที่นำสมัย มีประสิทธิภาพ และครองใจประชาชน”

(1 ต.ค. 68) เวลา 15.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มอบนโยบายบริหารราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 แก่ข้าราชการตำรวจผู้นำหน่วยระดับผู้บัญชาการหรือเทียบเท่า จำนวน 44 นาย และระดับผู้บังคับการหรือเทียบเท่า จำนวน 294 นาย รวม 338 ณ ห้องแจ้งยอดสุข ชั้น 3 อาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ก่อนมอบนโยบาย ผบ.ตร. ได้กล่าวขอขอบคุณข้าราชการตำรวจทุกนายที่ได้ร่วมกันปฏิบัติงานในปีงบประมาณ พ.ศ.2568 เป็นอย่างดี สร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาต่อพี่น้องประชาชน และขอยกย่อง เชิดชูเกียรติ ตำรวจที่ได้ทำงานในการปกป้องรักษาอธิปไตย การรักษาความปลอดภัยพี่น้องประชาชนในพื้นที่ปะทะแนวชายแดน พื้นที่ส่วนหลัง ตลอดจนการขับไล่ผู้รุกราน ก่อความวุ่นวาย ลุกล้ำพื้นที่ของไทย ขอให้ทุกท่านได้รำลึกถึงภารกิจที่ตำรวจเหล่านั้นได้ปฏิบัติอย่างกล้าหาญ มีเกียรติและศักดิ์ศรี เราจึงต้องร่วมกันดูแล ค้ำชู ข้าราชการตำรวจและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบในทุก ๆ ด้าน และขอให้ทุกหน่วยปฏิบัติร่วมกันหน้าที่และสนับสนุนการปฏิบัติดังกล่าวอย่างเต็มกำลังความสามารถต่อไป

ผบ.ตร.ได้กำหนด “วิสัยทัศน์” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 “เป็นตำรวจมืออาชีพ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความ ซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส เพื่อให้เกิดความผาสุกแก่ประชาชน” 

ในส่วนของนโยบายการบริหารราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ยังคงนโยบาย 15 ข้อ (ปีงบประมาณ พ.ศ.2568) และเพิ่มเติมในปี พ.ศ.2569 นี้ ที่จะต้องเร่งรัด ดำเนินการขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรม ได้แก่ “ตัวเลข 1 6 9” กล่าวคือ 1 ยึดมั่น 6 เร่งรัด และ 9 ก้าวหน้า (STEP) ดังนี้

“1 ยึดมั่น” ในการพิทักษ์ ปกป้อง รักษา เทิดทูนสถาบัน และความสงบเรียบร้อยของคนในชาติ

“6 เร่งรัด” โดยมีงานที่ต้องเร่งรัด 6 เรื่อง ได้แก่ 1. ขับเคลื่อน ส่งเสริมโครงการพระราชดำริ 2. ปรับปรุงสวัสดิการตำรวจและครอบครัว 3. พัฒนางานสอบสวน 4. ป้องกัน ปราบปรามอาชญากรรม (ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน) 5. กวดขัน เสริมสร้างวินัยจราจร และ 6. วางแผน เตรียมการด้านสาธารณภัย             

“9 ก้าวหน้า” แนวนโยบายนี้มีแนวความคิด มาจากคำภาษาอังกฤษ คำว่า STEP ความหมายคือ “พวกเรา จะก้าวไปข้างหน้า ด้วยกัน อย่างมั่นคง” โดย
S = Smart  (ฉลาด ทันสมัย สง่างาม) เพื่อไปสู่การเป็น Smart Police
T = Transparency (โปร่งใส ตรวจสอบได้) 
E = Efficiency (ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ)
P = People (ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง) 

สิ่งที่ต้องการวางรากฐานในการพัฒนางานตำรวจ แบ่งเป็น 9 หัวข้อ เพื่อให้ทุกส่วนมีทิศทางในการ “ก้าว” ไปข้างหน้าด้วยกัน ดังนี้ 

1. One Police ระบบเทคโนโลยีตำรวจที่เป็นหนึ่งเดียว ต้องพัฒนา รวบรวมระบบงานเทคโนโลยีด้านต่าง ๆ              ไว้ด้วยกัน เพื่อความสะดวกต่อการใช้งาน ลดขั้นตอนเจ้าหน้าที่ 

2. เทคโนโลยีใช้ในการตรวจและวิเคราะห์อาชญากรรม ต้องปรับรูปแบบการทำงานเป็นสายตรวจอัจฉริยะ               นำฐานข้อมูลมาเชื่อมต่อกับระบบ ใช้การตรวจสอบสายตรวจด้วย AI และเน้นการฝึกยุทธวิธี มีอุปกรณ์ที่ทันสมัย มีขีดความสามารถในการเข้าระงับ ยับยั้งเหตุร้ายแรง 

3. ฐานข้อมูล Big Data ในงานสืบสวน ต้องมีระบบการรวบรวมฐานข้อมูล เครือข่าย ผู้กระทำความผิด จัดทำฐานข้อมูล Big Data ในงานสืบสวน และง่ายต่อการใช้งาน มีระบบเทคโนโลยีในการช่วยวิเคราะห์ข้อมูล 

4. พัฒนาแก้ไขปัญหางานสอบสวน ต้องมีช่องทางการเจริญเติบโตที่ชัดเจน มีระบบเทคโนโลยีมาใช้ในการทำสำนวนที่มีความปลอดภัยกับข้อมูลส่วนบุคคล และจะต้องเพิ่มอัตราพนักงานสอบสวน 

5. วางระบบจราจร สื่อสารกับประชาชน พัฒนา วางระบบบริหารงานจราจร และบังคับใช้กฎหมาย ด้วยระบบเทคโนโลยี แก้ไขปัญหาการสื่อสารระหว่างตำรวจจราจรกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส 

6. พัฒนาระบบรับเรื่องร้องทุกข์ของตำรวจและประชาชน พัฒนาสถานีตำรวจให้มีพื้นที่และจัดสัดส่วนพื้นที่การให้บริการประชาชน พัฒนาระบบรับเรื่องร้องทุกข์ของตำรวจและประชาชน การพัฒนาระบบ Jcoms ให้รองรับการร้องเรียนและการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน 

7. นำเครื่องมือพิเศษมาสนับสนุนงานความมั่นคง พัฒนางานด้านการข่าว ปรับแผนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยเทคโนโลยี และการปราบปรามคนต่างด้าวที่ผิดกฎหมาย โดยเฉพาะในลักษณะที่เป็นเครือข่าย องค์กรอาชญากรรม และนำเครื่องมือพิเศษ มาสนับสนุนภารกิจงานความมั่นคงให้ครบทุกมิติ

8. มีคุณธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ ติดตามและตรวจสอบการทำงานของตำรวจ ความพึงพอใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่างเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีมาสนับสนุน วางระบบในการควบคุมพฤติกรรมของข้าราชการตำรวจให้อยู่ในกรอบประพฤติ 

9. Service Mind โดย MINDSET ที่สำคัญที่สุดในการทำงานตำรวจ คือ ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ส่งเสริมงานการมีส่วนร่วมของภาครัฐ เอกชน และประชาชน เน้นการแสดงกำลัง และการตรวจแบบ Stop Walk Talk สร้างพันธมิตร ภาคีเครือข่าย ในพื้นที่ และการแสวงหาความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ 

ข้อกำชับ ตำรวจต้องติดตามสถานการณ์ทุกช่องทาง มีการสื่อสารกับประชาชนได้อย่างรวดเร็ว ตรงไปตรงมา โปร่งใส หากมีข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กรจะต้องรีบชี้แจง แก้ไข อย่าให้ส่งผลเสียหายอย่างร้ายแรงต่อองค์กร หากเกิดข้อบกพร่องจะพิจารณาทางปกครองหัวหน้าหน่วยทันที ให้ รอง ผบ.ตร. แต่ละสายงานไปขับเคลื่อนและขอดูแลการดำเนินการตลอดระยะเวลา 1 3 6 9 เดือน ตลอดปีงบประมาณ

นอกจากนี้ ผบ.ตร. ขอบคุณเพื่อนข้าราชการตำรวจทุกนายที่ได้ขับเคลื่อนการทำงาน จึงขอให้ในปีงบประมาณ พ.ศ.2569 นี้ พวกเราได้ร่วมกัน ยึดมั่น เร่งรัด และสร้างความก้าวหน้า ในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ ดูแลพี่น้องประชาชนด้วยต่อไป ในปีนี้ “ตำรวจไทยต้องก้าวไปข้างหน้า เพื่อเป็นองค์กรที่นำสมัย มีประสิทธิภาพ และครองใจประชาชน”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top