Friday, 5 June 2026
พระพันปีหลวง

พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

(25 ต.ค. 68) สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นพระมเหสีในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) และเป็นสมเด็จพระราชชนนีในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร (รัชกาลที่ 10)

พระองค์ทรงเป็นที่รักยิ่งของพสกนิกรชาวไทยในฐานะ “แม่ของแผ่นดิน” ผู้ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ

พระราชประวัติ

สมเด็จพระพันปีหลวงมีพระนามเดิมว่า สิริกิติ์ กิติยากร ประสูติเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2475 ณ พระตำหนักสระปทุม กรุงเทพมหานคร ทรงเป็นพระธิดาใน พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า ณัฐนิภาธาร กิติยากร และ หม่อมหลวงบัว กิติยากร

เมื่อทรงพระเยาว์ ทรงศึกษาในต่างประเทศ ได้แก่ อังกฤษและฝรั่งเศส ก่อนจะเสด็จกลับประเทศไทยในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อศึกษาต่อที่โรงเรียนราชินี กรุงเทพมหานคร

ระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงศึกษา ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทั้งสองพระองค์ได้พบกันและหมั้นหมายในปี พ.ศ. 2492

ต่อมาเมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2493 ทรงเข้าพิธีอภิเษกสมรส และได้รับสถาปนาเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี

ภายหลังจากรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ทรงสถาปนาพระราชมารดาเป็น “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เพื่อเทิดพระเกียรติคุณอันยิ่งใหญ่

พระราชกรณียกิจสำคัญ
พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระพันปีหลวงมีหลากหลายด้าน ครอบคลุมทั้งการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน การส่งเสริมอาชีพ การอนุรักษ์วัฒนธรรม และการอนุรักษ์ธรรมชาติ ซึ่งสะท้อนถึงพระราชหฤทัยที่ทรงเปี่ยมด้วยความเมตตาและความห่วงใยต่อประชาชน

1. การส่งเสริมอาชีพและพัฒนาชุมชน
พระองค์ทรงก่อตั้ง มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เมื่อปี พ.ศ. 2519 เพื่อสร้างงานและรายได้แก่ประชาชนในชนบท โดยส่งเสริมให้ราษฎรนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นอาชีพ เช่น การทอผ้าไหมและผ้าฝ้าย การปักผ้าและงานจักสาน การทำเครื่องเงินและเครื่องประดับพื้นเมืองโครงการศิลปาชีพไม่เพียงสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน แต่ยังช่วยอนุรักษ์งานหัตถศิลป์ไทยให้คงอยู่สืบไป

2. การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย
พระองค์ทรงมีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟู ผ้าไหมไทย ให้เป็นที่รู้จักในระดับโลก ทรงส่งเสริมให้ผ้าไหมไทยเป็นทั้งเครื่องแต่งกายและสัญลักษณ์แห่งความงามแบบไทย
นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงสนับสนุนการจัดแสดง “โขนพระราชทาน” ภายใต้มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ซึ่งเป็นการสืบสานนาฏศิลป์ชั้นสูงของชาติไทยให้เยาวชนรุ่นหลังได้ศึกษาและภาคภูมิใจ

3. การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
สมเด็จพระพันปีหลวงทรงเล็งเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ป่าไม้ สัตว์ป่า และทะเลไทย ทรงริเริ่มโครงการต่างๆ เช่น โครงการสวนป่าห้วยทราย จังหวัดเพชรบุรี เพื่อใช้เป็นแหล่งเรียนรู้และฟื้นฟูระบบนิเวศ โครงการอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล เพื่อคุ้มครองสัตว์ทะเลหายาก พระราชดำริเหล่านี้กลายเป็นแบบอย่างในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนทั่วประเทศ

4. การสงเคราะห์และช่วยเหลือประชาชน
พระองค์ทรงเสด็จเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ห่างไกลอยู่เสมอ ทรงรับฟังปัญหาและพระราชทานแนวทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม พระองค์ยังทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ มูลนิธิสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย และ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ผู้ยากไร้ และผู้ด้อยโอกาสให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

พระเกียรติคุณและพระราชจริยวัตร
พระราชจริยวัตรของสมเด็จพระพันปีหลวงทรงงดงาม เรียบง่าย และเปี่ยมด้วยพระเมตตา ทรงเป็นแบบอย่างแห่งกุลสตรีไทยที่มีทั้งความงาม ความเข้มแข็ง และความเสียสละ

พระองค์ทรงได้รับการถวายพระสมัญญานามว่า “แม่ของแผ่นดิน” ซึ่งสะท้อนถึงพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงเป็นสตรีผู้ยิ่งใหญ่แห่งแผ่นดินไทย พระราชกรณียกิจของพระองค์ครอบคลุมทุกมิติของการพัฒนา ทั้งเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม

พระองค์ทรงเป็นแรงบันดาลใจให้ประชาชนไทยทุกคนยึดมั่นในความพอเพียง ความเสียสละ และความรักชาติอย่างแท้จริง สมดังพระราชปณิธานที่ว่า

“ข้าพเจ้าจะทำทุกสิ่งเพื่อให้ประชาชนของข้าพเจ้ามีความสุข”

...She is my smile... นั่นไง...รอยยิ้มของฉัน

(25 ต.ค. 68) เฟซบุ๊กเพจ “โบราณนานมา” โพสต์พระบรมฉายาลักษณ์และข้อความว่า [ นั่นไง...รอยยิ้มของฉัน ]

เป็นบทสัมภาษณ์ตอนหนึ่งที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ ได้พระราชทานสัมภาษณ์นักข่าวต่างประเทศ เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนิน เยือนสหรัฐอเมริกา ในปี ๒๕๐๓ นักข่าวต่างประเทศกราบบังคมทูลถามว่า ความว่า

“...เหตุใดพระมหากษัตริย์ไทยจึงไม่ค่อยยิ้ม...”

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ ทรงผายพระหัตถ์ไปทางสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แล้วตรัสสั้น ๆ ว่า

“...She is my smile...”
“นั่นไง...รอยยิ้มของฉัน”

Queen’s Cup ถ้วยแห่งพระมหากรุณาธิคุณ พระเมตตาที่ทรงมีต่อ ‘วงการฟุตบอลไทย’ จากพระราชหฤทัย สู่!! สนามลูกหนัง สร้างความปลาบปลื้มใจ ให้กับนักกีฬาทั่วแผ่นดิน

(25 ต.ค. 68) Madam Pang - มาดามแป้ง - นวลพรรณ ล่ำซำ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า …

เรื่องราวแห่งศักดิ์ศรีของ Queen’s Cup ถ้วยลูกหนังประวัติศาสตร์ที่สะท้อนพระมหากรุณาธิคุณและแรงบันดาลใจสู่ชาวกีฬาไทย

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  

ในประวัติศาสตร์แห่งวงการกีฬาฟุตบอลของประเทศไทย ไม่มีสิ่งใดจะทรงคุณค่ายิ่งไปกว่า พระมหากรุณาธิคุณและพระราชหฤทัยอันเปี่ยมด้วยพระเมตตาของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ได้ทรงมีพระราชดำริให้จัดการแข่งขันฟุตบอล ถ้วยพระราชทาน “ควีนส์คัพ” (Queen’s Cup) อันเป็นการพระราชทานเกียรติอันสูงสุดแก่ชนชาวฟุตบอลไทยทั้งในประเทศและต่างจังหวัด ในปี พ.ศ.2513 ให้มีเวทีแห่งเกียรติยศ และแรงบันดาลใจในการพัฒนาเยาวชนสู่ความเป็นเลิศในกีฬา

พระองค์ทรงเล็งเห็นคุณค่าของกีฬาในฐานะเครื่องหล่อหลอมเยาวชนให้มีความสามัคคี น้ำใจนักกีฬา และความรับผิดชอบต่อส่วนรวม อันเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างพลเมืองที่ดีของชาติ ด้วยพระราชวิสัยทัศน์อันกว้างไกล ฟุตบอลไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขัน หากแต่เป็นสื่อแห่งมิตรภาพ สมานฉันท์ และพลังของความสุขที่หลอมรวมคนไทยทั้งประเทศไว้ด้วยกัน

การแข่งขันฟุตบอลถ้วยพระราชทาน “ควีนส์คัพ” จึงมิได้เป็นเพียงรายการแข่งขันที่มากด้วยเกียรติประวัติ หากแต่ยังเป็นเวทีแห่งการต่อยอดฝีเท้านักฟุตบอลไทยสู่ระดับนานาชาติ เสริมสร้างศักยภาพ และประสบการณ์ให้แก่นักกีฬารุ่นใหม่ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวง ที่ทรงพระราชทานไว้ แผ่ซ่านอยู่ในหัวใจของชาวฟุตบอลไทยทุกยุคทุกสมัย

นอกจากนั้น พระองค์ยังทรงพระราชทานกำลังพระราชหฤทัยแก่เหล่านักกีฬา ผู้จัดการทีม และผู้เกี่ยวข้องในทุกภารกิจ ทรงติดตามความก้าวหน้าของวงการกีฬาไทยด้วยความห่วงใย และทรงมีพระราชดำรัสชื่นชมเมื่อเยาวชนไทยประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติ

พระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จึงประดุจแสงประทีปนำทางแก่ชาวฟุตบอลไทยทุกคน เป็นพลังแห่งศรัทธา และความจงรักภักดีที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย และยังคงส่องสว่างอยู่ในหัวใจของนักกีฬาทั่วแผ่นดิน

ทูลกระหม่อมฯ ทรงโพสต์ กราบบังคมทูลลา ‘สมเด็จแม่’ ด้วยความรักและคิดถึง ‘สถิตในดวงใจนิรันดร์’

(25 ต.ค. 68) ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงโพสต์อินสตาแกรม ถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ความว่า …

“กราบบังคมทูลลาสมเด็จแม่เพคะ ด้วยความรักและคิดถึง #สถิตในดวงใจนิรันดร์”

“ราชินีแห่งราชินี” ผู้ทรงเป็น “พระแม่แห่งแผ่นดิน”

น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เมื่อค่ำคืนวันศุกร์ ที่ ๒๔ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘ เวลา ๒๑ นาฬิกา ๒๑ นาที ได้เกิดความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ชาติไทย เมื่อสำนักพระราชวังได้ออกแถลงการณ์ว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จสวรรคต ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ด้วยพระอาการสงบ จากภาวะติดเชื้อในกระแสพระโลหิต สิริพระชนมพรรษาปีที่ ๙๓

พระราชประวัติและชีวิตคู่พระบารมี

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระราชสมภพเมื่อวันศุกร์ที่ ๑๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๗๕ ทรงเป็นพระธิดาในพลเอก พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ (หม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร) กับหม่อมหลวงบัว กิติยากร

พระองค์ทรงเข้าสู่พระราชพิธีราชาภิเษกสมรสกับ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ ๙) เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๙๓ และทรงได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชินีในเวลาต่อมา ทรงเป็นพระราชินีคู่พระบารมีที่ทรงเคียงข้างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ในการทรงงานหนักเพื่อพัฒนาประเทศชาติและบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ประชาชนชาวไทยในทุกพื้นที่ของประเทศ ตลอดระยะเวลากว่าเจ็ดทศวรรษ  ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อความเจริญรุ่งเรืองและความสุขของปวงชนชาวไทยมาอย่างยาวนาน พระราชกรณียกิจเหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องหมายแห่งพระมหากรุณาธิคุณที่แผ่ไพศาล

การทรงอุปถัมภ์งานศิลปหัตถกรรมและวัฒนธรรมไทย

หนึ่งในพระราชกรณียกิจที่ประจักษ์ชัดคือ การทรงฟื้นฟูและส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทยให้คงอยู่สืบไป ทรงตระหนักว่าศิลปหัตถกรรมไม่เพียงแต่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม แต่ยังเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญของประชาชนในท้องถิ่น ผ่าน มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพพิเศษในพระบรมราชินูปถัมภ์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ฝึกสอนและพัฒนาทักษะการทอผ้า การทำเครื่องเงิน เครื่องเขิน การแกะสลาย และงานหัตถกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย
ผลงานศิลปาชีพที่มีชื่อเสียงระดับโลก เช่น ผ้าไหมทองโบราณ, ผ้ายกเมืองนคร, และเครื่องประดับเงินลายวิจิตร ล้วนเกิดจากพระราชดำริและพระวิสัยทัศน์ ทรงทำให้ "ศิลปาชีพ" กลายเป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับในวงการแฟชั่นและศิลปะระดับนานาชาติ ช่วยสร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงให้แก่ชาวบ้านทั่วประเทศ

โครงการในพระราชดำริเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ทรงมีพระราชปณิธานอันแน่วแน่ที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดาร พระราชกรณียกิจด้านการพัฒนามุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน อาทิ

การส่งเสริมอาชีพ: 
ทรงสอนให้ชาวนาปลูกพืชหมุนเวียนเพื่อสร้างรายได้เสริมนอกเหนือจากการทำนา
การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ: 
ทรงส่งเสริมการปลูกป่าและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ทรงเข้าใจในความเชื่อมโยงระหว่างป่าไม้และแหล่งน้ำ
 การพัฒนาสาธารณูปโภค: 
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการขุดบ่อน้ำ สร้างอ่างเก็บน้ำ และระบบชลประทานขนาดเล็ก เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งอย่างเป็นรูปธรรม

พระจริยวัตรอันเป็นแบบอย่าง

พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างในด้านความเสียสละ อดทน และความเพียรพยายาม ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจโดยไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก เสด็จพระราชดำเนินไปในพื้นที่ห่างไกลอย่างใกล้ชิดเพื่อทรงรับทราบปัญหาโดยตรง พระจริยวัตรที่เรียบง่าย แต่ทรงไว้ซึ่งพระเกียรติและศักดิ์ศรีแห่งความเป็นกษัตริย์ เป็นที่ประทับใจในหัวใจของปวงชนชาวไทย

พระอัจฉริยภาพในด้านศิลปวัฒนธรรม coupled with พระวิสัยทัศน์ด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน ทำให้พระองค์ทรงเป็น "ราชินีแห่งราชินี" ในดวงใจของประชาชนอย่างแท้จริง พระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อชาติและประชาชนนั้นหาที่เปรียบมิได้ ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจและพลังแห่งความสามัคคีของคนไทยทั่วหล้าฟ้า

พระราชกรณียกิจ“ราชินีแห่งราชินี”

พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงนั้นครอบคลุมหลายด้านจนเป็นที่ประจักษ์แก่คนทั้งโลก
ด้วยพระวิริยะอุตสาหะในการทรงงานอย่างไม่ย่อท้อ ทำให้พระองค์ได้รับการยกย่องและถวายรางวัลเกียรติยศมากมายจากนานาประเทศและองค์การระหว่างประเทศ อาทิ รางวัลจากกองทุนพัฒนาเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ ในฐานะที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจพัฒนาสตรีไทย แสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพและพระเมตตาที่ทรงมีต่อมวลมนุษยชาติ

สถิตอยู่ในดวงใจชั่วนิรันดร์

การเสด็จสวรรคตของพระองค์ยังความโศกเศร้าอาลัยอย่างสุดซึ้งแก่ปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า พระมหากรุณาธิคุณและพระราชจริยวัตรอันงดงามของ "สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง" จะยังคงสถิตอยู่ในดวงใจของพสกนิกรชาวไทยตราบชั่วนิรันดร์ ดังสมญานามที่ทรงได้รับจากประชาชนว่า "พระแม่แห่งแผ่นดิน" ผู้ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจและเป็นแสงสว่างนำทางชีวิต.
โดย นายอลงกรณ์ พลบุตร
ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ.

‘รศ.ดร.เจษฎา’ แนะ!! กระทรวงศึกษาธิการ พิจารณา!! ลดช่วง ห้ามจัดงานรื่นเริง เหลือ 30 วัน เห็นใจเด็กๆ ที่อยากจัดกิจกรรม

(26 ต.ค. 68) รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ และนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า …
.
หวังว่า ก.ศึกษา จะลดวัน ที่ห้ามจัดงานบรรยากาศรื่นเริง จาก 1 ปี เป็น 30 วัน . เห็นใจเด็กๆ นักเรียนครับ

‘ทรัมป์’ โพสต์!! Truth Social แสดงความอาลัยต่อการสวรรคต สมเด็จพระบรมราชชนนี พระพันปีหลวง ระบุ!! กำลังบินไป ‘มาเลเซีย’

(26 ต.ค. 68) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้โพสต์ Truth Social แสดงความอาลัยต่อการสวรรคตของสมเด็จพระบรมราชชนนี พระพันปีหลวง พร้อมแสดงความเสียใจต่อคนไทย

ระบุ!! กำลังอยู่ระหว่างบินไปมาเลเซีย และจะพบนายกฯ อนุทินเพื่อลงนามดีลสันติภาพ ‘ไทย–กัมพูชา’  

 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติถวายความอาลัย พร้อมถวายความปลอดภัย ถวายพระเกียรติสูงสุด และดูแลประชาชนตลอดเส้นทางเคลื่อนขบวนเชิญพระบรมศพฯ ตั้งศปก.ส่วนหน้า และ กอ.ร่วม ดูแลความสงบเรียบร้อย ตลอดพระราชพิธี

วันนี้ (26 ตุลาคม 2568) พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล/รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำโดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมข้าราชการตำรวจทุกนาย และครอบครัวตำรวจ ร่วมถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสู่สวรรคาลัย โดยน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ และพร้อมรวมใจ รวมกำลังในการถวายความปลอดภัย ถวายพระเกียรติ ในการเชิญพระบรมศพ และเคลื่อนขบวนพระบรมศพฯ จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ผบ.ตร.กำชับตำรวจทุกนายที่ร่วมภารกิจสำคัญครั้งนี้ ให้ดูแลความเรียบร้อย และดูแลความปลอดภัยให้พี่น้องประชาชนที่จะหลั่งไหลร่วมถวายความอาลัยตลอดเส้นทางขบวนเชิญพระบรมศพฯ เป็นระยะทาง 10 กิโลเมตร ตลอดจนให้อำนวยความสะดวกการจราจรในเส้นทางต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. เป็นผู้รับผิดชอบกำกับดูแล

ทั้งนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีข้อสั่งการไปยังข้าราชการตำรวจปฏิบัติ ดังนี้
1. ถวายความปลอดภัยในขบวนเชิญพระบรมศพ ฯ 
2. ถวายพระเกียรติพระบรมศพฯ ในเส้นทางเคลื่อนพระบรมศพฯ อย่างสมพระเกียรติ
3. ดูแลความเรียบร้อยและความปลอดภัยประชาชนที่ร่วมถวายความอาลัยพระบรมศพฯ ตลอดเส้นทาง
4. จัดทำแผนถวายความปลอดภัยในงานพระราชพิธีฯ การเคลื่อนขบวนเชิญพระบรมศพฯ และซักซ้อมการปฏิบัติ 
5. กำชับมาตรการด้านการข่าว โดยให้กองบัญชาการตำรวจสันติบาลเป็นหน่วยหลักในการบูรณาการด้านการข่าวร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล, กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และหน่วยในพื้นที่
6. ให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลพิจารณาการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า (ศปก.สน.) และกองอำนวยการร่วมในการถวายความปลอดภัย รวมทั้งดูแลความเรียบร้อยและความปลอดภัยประชาชน และอำนวยความสะดวกการจราจรตลอดพระราชพิธี
7. ให้ผู้บังคับบัญชาทุกหน่วยทำความเข้าใจกับกำลังพลในเรื่องของความเหมาะสมในการประพฤติปฏิบัติตน รวมถึงการแต่งกายในช่วงไว้ทุกข์

สถานทูตจีนประจำประเทศไทย ถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เผย!! ทรงเป็นมหามิตรที่ยิ่งใหญ่ ของชาวจีน

เมื่อวานนี้ (25 ต.ค. 68) สถานทูตจีนประจำประเทศไทย ได้ถวายความอาลัยต่อ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงเสด็จสวรรคต

โดยฯพณฯ จาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำราชอาณาจักรไทย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สถานทูตทุกคน ได้ถวายความอาลัยต่อ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 

พระองค์ทรงเป็นมหามิตรที่ยิ่งใหญ่ของประชาชนชาวจีน และเป็นที่รักและเคารพยิ่งของปวงชนชาวไทย

คอนเสิร์ตยังมีได้ ความอาลัยก็ยังอยู่ บทพิสูจน์ว่า ‘ไทย’ คือ ประเทศแห่งการประนีประนอม ผ่าน!! คอนเสิร์ต ‘แบล็กพิงก์’ ‘รัฐบาล–ประชาชน’ ร่วมใจหาทางออก อย่างสง่างาม

(26 ต.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘ความเห็นของผม’ ได้โพสต์ ข้อความ ระบุว่า ...

ประเทศไทยเป็นประเทศแห่งการประนีประนอม

ประโยคนี้ในหลวงรัชกาลที่ 10 ทรงเคยพูดกับนักข่าวต่างประเทศเมื่อประมาณ 4 ปีก่อน 

มีเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ได้พิสูจน์ให้เห็นอย่างแท้จริงว่า ประเทศเราเป็นประเทศแห่งการประนีประนอมจริง ๆ หลังมีการประกาศการสวรรคตของพระพันปีหลวงช่วงดึกวันศุกร์ต่อเช้ารุ่งของวันเสาร์ ในตอนสาย ๆ ของเมื่อวาน ทุกคนจึงจับตาดูท่าทีของรัฐบาลว่าจะเอาอย่างไรกับคอนเสิร์ตแบล็คพิ้งค์ วงเกิร์ลกรุ๊ประดับโลกที่จะแสดงที่ไทยอีก 2 รอบ คือค่ำวันเสาร์ กับ อาทิตย์ หลายคนก็รอดูว่าจะมีการประกาศยกเลิกคอนเสิร์ตหรือไม่ หรือจะมีคอนเสิร์ตต่อ แล้วคนที่ไปดูจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร

ก็ปรากฏว่า มีการขอความร่วมมือให้คนที่ไปดูแต่งชุดขาว/ดำ และในคอนเสิร์ตก็มีการไว้อาลัยก่อนเริ่มคอนเสิร์ต โดยคอนเสิร์ตก็ยังแสดงได้ต่อตามปรกติ ทุกฝ่ายหาทางออกร่วมกันได้อย่างดีเยี่ยม คนดูก็ได้ดู เพียงแค่อาจจะต้องใส่ชุดขาวดำ นักร้องก็แสดงต่อ ผู้จัดก็ไม่ต้องยกเลิกอะไร มันเป็นทางออกที่สวยงาม
ความเห็นของชาวโซเชียลจึงชื่นชมทางออกนี้กันอย่างล้นหลาม แม้จะมีความเศร้า แต่ทุกคนก็รู้ว่าพระอาทิตย์ยังคงส่องแสง โลกยังคงหมุน ชีวิตก็ต้องไปต่อ 

มันคือการ Compromise แบบที่ในหลวงทรงบอก 

นี่คือการปรับตัวของสถาบันพระมหากษัตริย์ยุคใหม่ โดยแท้จริง และรัฐบาลก็นำมาปรับใช้ได้อย่างดีเยี่ยม

กลายเป็นว่า ใครก็ตามที่ง้างปากรอจะด่าเพื่อก่อดราม่า เจอการประนีประนอมแบบนี้เข้าไป ก็หุบปากแทบไม่ทัน ใครที่ด่าไปแล้ว ก็เจอด่าสวนอีกต่างหาก ว่ารัฐบาลก็ผ่อนปรนให้อย่างมากแล้ว เพื่อไม่ให้กระทบกับทุกฝ่าย 

ผมก็หวังว่าหลังจากนี้ คนไทยจะร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ กันแบบนี้ไปตลอดจนผ่านพ้นช่วงพระราชพิธีตามโบราณราชประเพณี ซึ่งผมว่าก็คงจะใช้เวลาเป็นปีเหมือนกัน 

ผมเชื่อว่า หากเราคิด และตัดสินใจบนพื้นฐานของเหตุและผล การร่วมกันแก้ปัญหาในเรื่องต่าง ๆ มันย่อมมีทางออกของมัน 
อย่างน้อยคนไทยก็ร่วมด้วยช่วยกัน ให้พระพันปีหลวงที่สถิตอยู่บนสวรรค์ ได้สบายพระราชหฤทัยเถิดครับ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top