Friday, 5 June 2026
พรรคโอกาสใหม่

‘อนุทิน’ หนุนอดีตบิ๊ก มท.ทำการเมืองหลังเกษียณอายุ หลังพบอดีตข้าราชการร่วมตั้ง ‘พรรคโอกาสใหม่’

‘อนุทิน’ เชียร์อดีตบิ๊ก ๆ ข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ตั้งพรรคโอกาสใหม่ ทำการเมือง หลังเกษียณอายุ

เมื่อวันที่ (21 พ.ย.67) ที่ด่านพรมแดนบ้านผักกาด อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการเปิดตัวของพรรคโอกาสใหม่ ที่มีอดีตข้าราชการกระทรวงมหาดไทย นั่งเป็นกรรมการบริหารพรรคจำนวนมาก ถือว่า เป็นคู่แข่งที่น่ากังวลหรือไม่ว่า ยังไม่ได้ติดตามข่าว ซึ่งก็ดี ใครมีประสบการณ์ หรือประสบความสำเร็จในชีวิตแล้ว จะได้มีหนทางดี มาลงสนามแข่งขันกัน มีความชอบธรรมโดยสมบูรณ์ สามารถพูดได้ว่ามานั่งตำแหน่งนี้ได้ เพราะถูกเลือกมาจากประชาชนทั้งประเทศ ดีกว่ามานั่งรอให้คนอื่นแต่งตั้ง

เมื่อถามว่า การเป็นอดีตข้าราชการเกษียณอายุ มาทำพรรคการเมืองจะรอดหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ก็ต้องส่งกำลังใจให้รอด จะไปแช่งเขาทำไม คนมาร่วมทำงานให้กับบ้านเมือง ไม่ว่าจะเข้ามาในรูปแบบใดก็ต้องเชียร์กัน

'สุชาติ' เปิดใจผ่าน!! 'เนชั่นทีวี' รับจ่อขน สส. ซบ 'พรรคโอกาสใหม่'

(1 มิ.ย. 68) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และสส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ให้สัมภาษณ์เปิดใจผ่านรายการทันข่าวเที่ยง ทางช่องเนชั่นทีวี ถึงการนำ 23 สส. พรรครวมไทยสร้างชาติ เข้าสังกัดพรรคโอกาสใหม่ ว่า ยอมรับว่าเป็นการพูดคุยกันและหารือถึงอนาคตทางการเมือง โดยมีกลุ่มเพื่อนของตนประมาณ 10 คน และมีกลุ่มของ นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ เพราะขณะนี้ผ่านมาครึ่งเทอม ทั้งนี้ในความชัดเจนนั้น ไม่ใช่ทั้งหมดที่จะไปพร้อมกันหรืออยู่พร้อมกัน เพราะยังไม่เป็นอุดมการณ์เดียวกันทั้งหมด

“ภาพที่ปรากฏออกมา ไม่ได้มาจากผม และภาพที่มีสส.ปรากฏนั้น ยอมรับว่ายังไม่ครบ ซึ่งการคุยกัน คือ ขณะนี้เหลืออีกครึ่งเทอม ในทางการเมืองคิดว่าอยู่ที่เดิมใครไม่มีความสุข ซึ่งผมต้องดีไซน์แนวทางการเมืองกันใหม่ ทั้งนี้โดยมารยาท ผมขอโทษผู้บริหารพรรครวมไทยสร้างชาติ หากทางการเมืองไม่ชัดเจน ผมจะไม่พูด แต่ขณะนี้ผมโฟกัสไปที่กลุ่มของพรรคโอกาสใหม่ เพราะเป็นพรรคที่ก่อตั้งขึ้นมาใหม่ น้ำยังไม่เต็มแก้ว เติมได้ หากน้ำเต็มแก้ว เติมไม่ได้ เท่ากับว่าไปอาศัยเขาอยู่” นายสุชาติ กล่าว

เมื่อถามถึงเหตุผลลึกๆที่จะย้ายไปคืออะไร นายสุชาติ กล่าวย้ำว่า “ผมขอโทษผู้บริหารพรรคที่ผมสังกัด ผมไม่ได้ทะเลาะไม่ได้มีปัญหา แต่ทางการเมืองมีทั้งคนเข้าและคนออก วันนี้ต้องมาพูดเรื่องย้ายพรรค นักการเมืองทุกคนต้องเตรียมพร้อมทุกวินาทีทุกเรื่อง”

นายสุชาติ กล่าวย้ำว่า การเมืองไม่มีสัญญาณอะไร แต่พรรคที่ตนสังกัดเดินมาครึ่งปีแล้ว จะครบสมัย จะไปต่อหรือไม่ โดยที่ไม่มีปัญหากัน แต่เป็นเรื่อง เช่น กรรมการบริหารพรรค ที่มีอำนาจมีบทบาทตามระเบียบของพรรค ซึ่งทั้ง 9 คน ตนไม่รู้จักเลย แต่อนาคตทุกอย่างต้องผ่านการตัดสินใจของกรรมการบริหารพรรคที่มีน้ำหนักมากที่สุด

“ไม่มีความขัดแย้ง ผมเป็นสส. บ้านนอก ติดดิน ต่างจังหวัด มีช่องว่างเพราะกรรมการบริหารพรรคไม่ได้เป็น สส. ไม่ได้เป็นผู้แทนจึงไม่รู้ปัญหา ทั้งนี้ผมไม่มีอะไรกับหัวหน้าพรรค แต่ทางการเมืองมีคนออกคนเข้า เมื่อผมออกย่อมมีคนเข้า อุดมการณ์ทางการเมืองมีชอบไม่ชอบ ผมไม่ชอบในโครงสร้างมากกว่า สส.ทุกคนเคยอยู่แบบติดดิน ต้องมีคุยกัน ภาษาเดียวกัน ผมบอกเพื่อนสส.ว่า ผมเป็นรัฐมนตรีได้เพราะคนยกมือให้ ผมเป็นคนตัวเล็กที่สุด ไม่ใช่กล้ามโต เพราะเพื่อนสนับสนุนให้โอกาส พวกผมต้องการแบบนี้”นายสุชาติ กล่าว

เมื่อถามว่าหากย้ายพรรคจะยังสนับสนุนรัฐบาลหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวตอบทันทีว่า แน่นอน เราทำการเมือง เพื่อประชาชน เพื่อประเทศ ดังนั้นพรรคที่ตนจะสังกัดนโยบายและแนวทางพรรคต้องตรงกันเพื่อประเทศบ้านเมือง สถาบันพระมหากษัตริย์ อะไรที่ผิดแปลกไปจากนี้อยู่ด้วยกันไม่ได้

เมื่อถามถึงจำนวนสส.ที่มีโอกาสย้ายไปด้วย นายสุชาติ กล่าวว่า “ผมมี 10 คน ที่เติมมา มาจากกลุ่มของ สส.พิชชารัตน์ คือ เป็นการหารือกัน ชวนมาคุยกัน 3-4 ขั้ว ถึงออกมาแบบนี้ ทั้งนี้ที่คุยกันหากเอ่ยไปเขาอาจไม่สบายใจ เพราะเขายังไม่ชัดเจน แต่มีแนวคิคล้ายกัน บางคนเป็นผู้ใหญ่ทางการเมืองมากกว่าผม”

เมื่อถามถึงประเมินสถานการณ์การเมือง เสถียรภาพรัฐบาล และการปรับครม. อย่างไร นายสุชาติ กล่าวว่า ปรับครม. เป็นอำนานและสิ่งที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ เป็นผู้ตัสินใจ ตนก้าวล่วงไม่ได อย่างไรก็ดีไม่ว่าตนอยู่ตรงไหนพร้อมสนับสนุนรัฐบาล ล้านเปอร์เซ็นต์ ขณะที่เสถียรภาพรัฐบาล ตนมองว่ามีเสถียรภาพสูงมาก การบริหารประเทศตอนนี้ถือว่าดีที่สุด หากเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้นตนเชื่อว่าเสถรียรภาพรัฐาลเข้มแข็งและอยู่ครบเทอม 

เมื่อถามย้ำว่ามองว่ากระทรวงไหนตอบโจทย์การทำงานของกลุ่ม นายสุชาติ กล่าวว่า “ผมคิดไปไกลไม่ได้ มองได้แค่ที่ผ่านมาต้องทำอย่างไร ขยับอย่างไร พวกผมเป็นนักการเมืองต้องปรับและดูสถานการณ์การเมือง เหมือนเป็นพนักงานบริษัทอยู่ได้ก็อยู่ หากอยู่ไม่ได้ต้องสรางบริษัทเอง พวกผมระลึกถึงประเทศเป็นหลัก และพร้อมสนับสนุนรัฐบาลทำงานเพื่อประชาชนต่อไป”

'จตุพร' นำทัพโอกาสใหม่ บุกร้อยเอ็ด ชู 'นิษา สุทธิกานต์' สู้ศึกเขต 4 เบอร์ 2 ประกาศใช้โมเดล 'บริหารนำการเมือง' มุ่งแก้ปัญหาปากท้องประชาชน

‘จตุพร บุรุษพัฒน์’ ชี้ทางออกจากการเมืองแบบเดิม “บริหารต้องนำการเมือง” บุกร้อยเอ็ดชูคนรุ่นใหม่ ‘นิษา สุทธิกานต์’ แก้ปัญหาปากท้องประชาชน

เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2569 ร้อยเอ็ด – นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์และนักบริหารระดับสูง นำทัพเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ ณ อ.เสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ประกาศนำโมเดล “บริหารนำการเมือง” มาใช้พัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือท่ามกลางเวทีปราศรัยที่มีประชาชนจากอำเภอเสลภูมิ ทุ่งเขาหลวง โพนทอง และธวัชบุรี กว่า 3,000 คน พร้อมเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ “นิษา” นางสาวสุทธิกานต์ สิทธิ์ประภากูล อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลูกสาวนายเจริญ สิทธิ์ประภากูล รองนายก อบจ.ร้อยเอ็ด เป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรง เป็นตัวแทนพรรคลงสู้ศึกเลือกตั้งพื้นที่  ร้อยเอ็ดเขต 4 เบอร์ 2 ชี้มีประสบการณ์ ความรู้ และหัวใจที่ตั้งใจเข้ามาทำงานการเมืองเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ภายใต้สโลแกน “ปลดล็อกคนอีสาน สร้างโอกาสใหม่” 

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ระบุว่า พรรคโอกาสใหม่ถูกตั้งขึ้นเพื่อนำประสบการณ์จากการเป็นนักบริหารระดับสูงมาปรับใช้ โดยยึดหลัก “บริหารนำการเมือง” คือเน้นการทำงานจริงที่หวังผลลัพธ์ ไม่ใช่เพียงการสัญญาทั่วไป พรรคจึงคัดสรรคนรุ่นใหม่อย่าง “นิษา” สุทธิกานต์ ร้อยเอ็ดเขต 4 เบอร์ 2   ที่มีทั้งพลังและประสบการณ์งานนโยบาย เข้ามาเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนพื้นที่เสลภูมิและใกล้เคียง ชี้เป็นเขตที่มีศักยภาพแต่ขาดการบริหารจัดการน้ำและเศรษฐกิจที่ตรงจุด โดยนโยบายของพรรคโอกาสใหม่ ภายใต้สโลแกน “มีเราไม่มีมืด” เน้นไปที่นโยบายที่จับต้องได้และแก้ปัญหาปากท้องประชาชน เพื่อแช่แข็งหนี้ แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ น้ำถึงนา ประปาถึงบ้าน 

โดยนายประภาส ยงคะวิสัย แม่ทัพอีสาน ยืนยันกระแสตอบรับในพื้นที่ร้อยเอ็ดเขต 4 เบอร์ 2  ดีเยี่ยม ประชาชนขานรับแนวทางคนรุ่นใหม่ที่ใช้การบริหารเป็นตัวนำ พร้อมใจเลือก พรรคโอกาสใหม่ เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้การเมืองไทย

 “พรรคโอกาสใหม่พร้อมเปิดกว้างเพื่อเป็นพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่มีโอกาสได้แสดงฝีมือ เปลี่ยนชีวิตพี่น้องประชาชนให้ดีขึ้นจริง” นายจตุพรกล่าว พร้อมย้ำว่าการที่พรรคส่งคนรุ่นใหม่ที่คือภาพสะท้อนของความกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนโอกาสใหม่ให้เป็นโอกาสของคนไทยทุกคน
 

‘จตุพร’ เห็นด้วยแยกประกันสังคมออกจากระบบราชการ ชี้ต้องให้มืออาชีพบริหาร ต้องโปร่งใส-ตรวจสอบได้ จี้แบงก์ชาติชี้แจง ปมถอนเงินสดผิดปกติ 250 ล. ย้ำ หากเป็นรัฐบาลจะจริงจังแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 - ภัยพิบัติ

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 นายจตุพร บุรุษพัฒน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ให้สัมภาษณ์ก่อนขึ้นเวทีปราศรัยที่สวนสุขภาพร่มเกล้า 2 ถึงความพร้อมของผู้สมัคร สส.พรรคโอกาสใหม่ ว่า วันนี้เดินทางมาให้กำลังใจผู้สมัคร สส.ในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ โดยเชื่อมั่นว่าผู้สมัครของพรรคใน กทม.มีความพร้อมในการทำงาน และสามารถผลักดันนโยบายที่พรรควางไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรัฐสวัสดิการ การคมนาคม เศรษฐกิจ การดูแลสวัสดิการประชาชน รวมถึงการรับมือภัยพิบัติ น้ำท่วม น้ำแล้ง

นายจตุพร กล่าวว่า พื้นที่ลาดกระบังเป็นพื้นที่ชายขอบที่มีความหลากหลายของประชาชน โดยเฉพาะชาวมุสลิมที่มีจำนวนมาก พรรคจึงมีนโยบายที่ต้องการเข้าไปแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด และผสมผสานการทำงานให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ พร้อมย้ำว่านโยบายของพรรคได้ถ่ายทอดไปถึงผู้สมัครทุกคนแล้ว และหวังว่าจะได้รับการตอบรับจากประชาชน พร้อมฝากพรรคโอกาสใหม่ เบอร์ 44

เมื่อถามถึงการเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง นายจตุพร กล่าวว่า ไม่ได้รู้สึกกดดัน แต่สิ่งที่อยากฝากถึงพี่น้องประชาชนคือ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ขอให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งอย่างเต็มที่ เพราะเป็นโอกาสสำคัญในการเปลี่ยนประเทศ พร้อมขอให้เลิกคิดการเมืองแบบเก่า ที่ยึดผลประโยชน์เป็นตัวตั้ง และอยากให้ใช้เสียงที่มีอยู่เลือกสิ่งที่ต้องการจริง ๆ ทั้งการเลือก สส.เขต สส.บัญชีรายชื่อ และการทำประชามติ พร้อมยืนยันว่าผู้สมัครของพรรคโอกาสใหม่ทุกคนพร้อมทำงานเพื่อประชาชน

ส่วนประเด็นประกันสังคมที่กำลังเป็นที่จับตามอง นายจตุพร ยืนยันว่า เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องของผู้ประกันตน เนื่องจากผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคมมีจำนวนหลายสิบล้านคน เงินในกองทุนถือเป็นเงินของประชาชน จึงควรบริหารอย่างโปร่งใส โดยเห็นด้วยกับข้อเสนอให้แยกการบริหารออกจากระบบราชการ และให้มืออาชีพเข้ามาดูแล พร้อมยืนยันว่าฝ่ายการเมืองควรเข้าไปตรวจสอบเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้ประกันตน

“ต้องเริ่มตั้งแต่โครงสร้างผู้บริหารว่ามีความเป็นมืออาชีพและมีความเข้าใจด้านการลงทุนหรือไม่ การนำเงินไปลงทุนต้องคำนึงถึงความคุ้มค่า และไม่ควรนำเงินของประชาชนไปใช้อย่างไม่เหมาะสม โดยความโปร่งใสถือเป็นหัวใจสำคัญ” นายจตุพร กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top