Friday, 5 June 2026
พรรคการเมือง

'เพจดังแฉ' พบเอกสารขอสัญชาติไทยให้คนพม่าใน 'อุ้มผาง' เกลื่อนเมือง ชาวเน็ตจี้ฝ่ายมั่นคงลงพื้นที่ตรวจสอบด่วน หวั่นบางพรรคการเมืองหนุน

(18 ก.ย. 67) เพจ 'วันนี้พรรคส้มโกหกอะไร' ได้โพสต์คลิปข่าวตำรวจและท่องเที่ยว พร้อมระบุว่า "คิดเห็นอย่างไรกับคลิปนี้ ชาวพม่าได้สัญชาติไทย ต่อมาได้เป็นผู้ใหญ่บ้าน และช่วยเหลือให้พวกพ้องได้เป็นสัญชาติไทย ส่วนตัวหนู ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายก็โอเค แต่ถ้าไม่ตรงไปตรงมา หรือมีการเมืองแอบแฝง ก็รับไม่ได้ทีมงานกำลังตรวจสอบข้อมูลอยู่"

นอกจากนี้ ทางเพจยังโพสต์ด้วยว่า "พบเอกสารและภาพกิจกรรม ขอสัญชาติไทยให้ชาวเมียนมาจำนวนมาก ในพื้นที่ หมู่ 2 ต.แม่จัน อ.อุ้มผาง จ.ตาก ซึ่งเป็นพื้นที่ของ สส.พรรคส้ม ที่มีนโยบายให้สัญชาติไทยกับต่างด้าวภายใน 3 ปี"

พร้อมระบุเพิ่มเติมว่า 'เจ้าหน้าที่ชี้แจงว่า รายชื่อตามภาพนี้ เป็นบุตรคนต่างด้าวเกิดในประเทศไทย ซึ่งมีสิทธิ์ในสัญชาติไทยตามกฎหมาย เค้ามีสัญชาติไทยโดยชอบ แต่ขณะเกิด เค้าไม่ได้รับการรับรองสัญชาติไทย จึงไม่มีชื่อในทะเบียนบ้าน เพื่อให้มีชื่อในทะเบียนบ้าน เค้าต้องไปยื่นคำขอต่อนายอำเภอ เพื่อลงรายการสัญชาติไทยในทะเบียนบ้าน ส่วนประเด็นที่กำลังเป็นกระแสว่า เกี่ยวข้องกับพรรคส้มหรือไม่ เจ้าหน้าที่ไม่สามารถยืนยันได้ โดยทางเพจระบุเพิ่มเติมว่า ตอนนี้ต้องตรวจสอบต่อว่า การขอสัญชาติดังกล่าว มีการเร่งรัดและไม่ตรงไปตรงมาหรือไม่ กำลังเจาะอยู่ค่ะ"

นอกจากนี้ ทางเพจยังได้โพสต์ภาพที่ นายชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล สวมชุดชนเผ่า ถ่ายร่วมกับคนในพื้นที่ ซึ่งก็ไม่ทราบว่าเป็นคนไทยหรือชนเผ่าอะไร ส่วนคนขวาสุด คือ สส.พรรคส้ม ที่รับผิดชอบในพื้นที่นั่นเอง

หลังโพสต์นี้ถูกเผยแพร่ออกไป มีชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์ถกเถียงกันเป็นจำนวนมาก เช่น...

- "เห็นคลิปยูทูบเบอร์ต่างชาติ บอกว่า ไทยขอสัญชาติยากมาก ทำไมคนพม่าถึงขอได้ง่าย ๆ ฝ่ายความมั่นคงต้องเข้าตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน"

- "ถ้ามีพรรคการเมืองหนุน อันนี้เรื่องใหญ่เลยครับ เกี่ยวกับความมั่นคงชัดเจน เรื่องขอสัญชาติเป็นการขอที่ยากมาก ขนาดเรียนและโตในไทยยังขอไม่ได้เลย"

- "เข้าข่ายขายชาติหรือเปล่าครับ"

- "ถ้าได้สัญชาติแบบไม่โปร่งใส ยื่นถอนสัญชาติได้ไหมคะ"

- "ที่นี่ คือ สถานที่เดียวกันกับหมู่บ้านที่ มีผู้ใหญ่บ้านเป็นคนพม่า หรือไม่?"

อย่างไรก็ตาม ทางเพจยังได้ออกแถลงการณ์ทำความเข้าใจกับแรงงานชาวเมียนมาด้วย ระบุว่า "ทุกคนคะ หนูและทีมงานขอชี้แจงดังนี้ พวกเรายินดีให้รัฐบาลไทยช่วยเหลือพี่น้องชาวเมียมา จากภัยสงคราม ตามหลักมนุษยธรรม อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม และการรักษาพยาบาล ปัจจุบันเรามีค่ายผู้ลี้ภัยรองรับได้ถึง 1 แสนคน พวกเรากังวลว่า พี่น้องชาวเมียนมา กำลังถูกหลอกใช้เป็นเครื่องมือ จากบางพรรคการเมือง โฆษณาขายฝัน ให้สิทธิพิเศษต่าง ๆ เพื่อเป็นคนไทย โดยเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ ด้วยปัญหาภายในประเทศ และการเก็บภาษีของไทย ที่มีผู้จ่ายเพียง 4 ล้านคน ไทยเราอาจไม่ซัพพอร์ตได้ทุกอย่าง แต่เชื่อว่ารัฐบาลจะช่วยพวกคุณให้ถึงที่สุด ขอย้ำอีกครั้ง อย่าหลงเชื่อนโยบายขายฝันจากบางพรรคการเมือง เพราะเขาโกหกเป็นสันดาน ขอบคุณค่ะ จากน้องหนู"

ถึงเวลาที่ผู้คนตื่นรู้ รีบคายส้มเน่าออกจากปาก หันมาปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์

(20 พ.ค. 68) คนไทยเรา ถ้าเกิดและเติบโตมาบนผืนแผ่นดินไทย ถือว่ายังมีเป็นส่วนน้อยที่จะเป็นคนใจคด ทรยศต่อชาติแผ่นดินของตนเอง ด้วยเนื้อแท้ของคนไทยดั้งเดิมนั้นจะเป็นคนที่มีความกตัญญูต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และพร้อมจะปกปักรักษาเท่าชีวิต แม้กาลเวลาจะหมุนเปลี่ยนไปสู่ยุคใหม่ ยุคที่ผู้ใหญ่ขาดการพร่ำสอนอย่างเข้มงวด เพื่อให้เด็กรุ่นใหม่รับรู้ถึงความดีงามของสถาบัน แต่สายใยของความรัก ความผูกพัน ความเชื่อ และข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ ก็ยังทำให้คนไทยจำนวนมากยังคงมอบความศรัทธาต่อ “สถาบันเบื้องสูง” ไม่เสื่อมคลาย 

คำว่าไทย ผูกร้อยสถาบันกษัตริย์ไว้จนยากจะหลุดขาดออกจากกัน ต่างเกื้อกูล หล่อหลอม ให้ประเทศชาติแข็งแรง สถาบันคือศูนย์รวมใจ มิใช่เป็นเพียงพระมหากษัตริย์ไทยเพียงพระองค์ใดพระองค์หนึ่ง แต่คือราก คือแก่นของชาติ สถาบันจึงไม่ต่างจากศรัทธาแห่งชีวิตที่เหล่าประชาชนมีไว้ยึดเหนี่ยว มิใช่แยกส่วนหันเหไปคนละทิศละทางเหมือนประเทศอื่น ๆ

ประเทศไทย คือสัญลักษณ์ของการมีสถาบันกษัตริย์ที่มั่นคง คอยปกป้องดูแลประชาชนคนไทย มิใช่จะผลัก หรือล้มล้างทำลายสถาบันให้เหลือเพียงสัญลักษณ์ตามความนึกคิดของผู้ไม่หวังดี 

หลายปีที่ผ่านมา มีคนไทยจำนวนไม่น้อย เบื่อพรรคการเมืองเก่า เบื่อระบบเดิม ๆ เบื่อการบริหารชาติในแบบที่เน่าเฟะ จึงหันไปหลงเชื่อพรรคการเมืองที่โฆษณาว่าเป็น “คนรุ่นใหม่” จะเข้ามาเพื่อเปลี่ยนแปลงทุกอย่างไปในทางที่ดีขึ้น 

แต่สิ่งที่ได้กลับตรงกันข้าม 

พรรคการเมืองพรรคนี้มีแต่เรื่องมัวหมองไม่เว้นวัน นอกจากมีพฤติกรรมย้อนแย้งอย่างน่าไม่อาย ยังมีพฤติกรรมบ้ากาม คุกคามประชาชน ข่มขืนชาวต่างชาติ เคลมผลงานของคนอื่น ปกป้องคนพม่า หนีการเกณฑ์ทหาร กัดเซาะ จาบจ้วง ดูหมิ่นสถาบัน สมคบคิดกับต่างชาติเดินหน้าล้มล้างการปกครอง ทำให้ประชาชนหลายล้านคนที่ “ไม่เบาปัญญาจนเกินไป” เริ่มฟื้นตื่นจากอาการหลงผิด พากันถอยห่างออกจาก “พรรคการเมืองล้มสถาบัน” พรรคนี้ เพราะมองเห็นแล้วว่าเป็น “คนรุ่นใหม่หัวใจโจร” 

คนจำนวนมากที่เคยนิยมกินส้ม ก็เริ่มคายทิ้งออกจากปาก เพราะรู้รสชาติที่แท้จริงแล้วว่าคือ “ส้มเน่า” แม้กากส้มจะหล่นลงพื้นดินแล้ว บางคนที่เจ็บปวดเพราะถูกหลอกยังใช้เท้าบดขยี้จนจมดิน

ถึงเวลาแล้วที่ “คนไทยเคยหลงส้ม” จะกลับตัว

ศูนย์รวม ‘นักการเมือง’ ที่ชื่อว่า ‘ประเทศไทย’ ด้อยคุณภาพ!! แถมยังต่ำเตี้ย ในเรื่องมารยาท

(3 มิ.ย. 68) ผมไม่ค่อยมั่นใจนักว่ามีประเทศใดในโลกบ้าง ที่มี “นักการเมือง” ด้อยคุณภาพ แถมยังต่ำเตี้ยในเรื่องมารยาท ความรู้ ความสามารถ จริยธรรม มโนธรรม สามัญสำนึก และมี “ระดับของความหน้าด้านสูง” ชนิดที่ไม่แคร์ความรู้สึกของประชาชน ผมรู้แต่เพียงว่าประเทศที่ผมเกิดนั้นมี

ใช่ครับ “ประเทศไทย” ดินแดนมหัศจรรย์ที่อุดมไปด้วยเหล่านักการเมือง “มาตรฐานต่ำ” เดินยั้วเยี้ยเต็มไปหมด 

ตั้งแต่ผมจำความได้ กระทั่งอายุแตะเลขห้าในวันนี้ ประเทศที่แสนจะร่ำรวยทรัพยากรธรรมชาติแบบไทยเรา มีสถาบันพระมหากษัตริย์ที่แข็งแรงราวหินผา ซ้ำยังเป็นศูนย์รวมใจของคนไทยทุกชนชั้นมาช้านาน แต่เรากลับไม่เคยมี “นักการเมือง” หรือ “พรรคการเมือง” ที่คนไทยสามารถพึ่งพิงจริง ๆ ได้เลย เรามีแต่ “เลวน้อย” กับ “เลวมาก” สลับกันเข้ามา “ปล้นประเทศไทย” หรือถ้าจะพูดแบบเข้าข้างตัวเองให้สบายใจขึ้นมาก็คือ แค่เรามีแบบ “เลวน้อยหน่อย” ให้เลือก ก็สามารถปิดถนนจัดโต๊ะจีนฉลองกันได้แล้วสำหรับคนไทยแบบเรา ๆ 

โอ้ว! ทำไมคนไทยถึงได้มีกรรมเช่นนี้หนอ ทั้ง ๆ ที่เรามีแผ่นดินที่สมบูรณ์ มีชาติที่มีเอกราช แต่เรากลับไร้ “คนบริหารประเทศ” ที่หวังดีต่อประชาชนคนไทยจริง ๆ นี่คือส่วนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยไม่สามารถเจริญก้าวหน้าเทียมเท่าประเทศอื่น หลายประเทศที่เคยล้าหลังกว่าเราก็แซงหน้าเราไปแบบไม่เห็นหลัง เราตกต่ำลงเรื่อย ๆ แม้กระทั่งเรื่องสำคัญอย่างการศึกษา 

ผมไม่ได้บอกว่านักการเมืองไทยทุกคนนั้น "บ่มิไก๊" แต่มั่นใจมาก ๆ ว่าคือส่วนใหญ่ ๆ ที่มันไม่ได้เรื่อง แม้กระทั่งรุ่นใหญ่ที่อยู่มานาน เป็นนักการเมืองมาหลายสมัย รัฐบาลไหนขึ้นมาบริหารก็จะมีชื่อของตนเองร่วมอยู่ด้วยเสมอ ก็ใช่ว่าจะเป็น “นักการเมืองน้ำดี” ยกตัวอย่างเรื่อง “โจรป่วยทิพย์ชั้น 14” ขนาด "แพทยสภา” ลงความเห็นแล้วว่า มี “หมอไม่รักดี” อยู่สามคนที่มีความผิด เรื่องก็ควรจบลงแค่นั้น แต่นักการเมืองรุ่นใหญ่ที่ไร้สำนึกคนนี้กลับไม่จบ เดินเกมช่วยโจรข้าง ๆ คู ๆ ชนิดไม่อายฟ้าอายดิน แม้ท้ายที่สุดตนเองอาจจะไม่มีที่ยืนในแผ่นดินเฉกเช่นนักโทษที่ตนเองช่วย ก็ยอม แล้วตรงไหนล่ะที่ทำงานเพื่อพี่น้องคนไทย หรือความดีงามถูกต้องทั้งปวง ไม่มีเลย

นี่แค่หนึ่งตัวอย่างของ “นักการเมือง” มาตรฐานต่ำ ขนาดอยู่มานานยังคิดได้แค่นี้ แล้วเราจะหวังอะไรกับ “นักการเมืองรุ่นใหม่” ที่วัน ๆ ก็เอาแต่จ้องจะ “ล้มสถาบัน” สถานเดียว

พรรคการเมืองแอบหลังเด็ก ท่องจำแต่เกลียดรัฐประหาร แต่กลับรับได้กับรัฐบาลไร้ฝีมือที่ส่อทำไทยเสียดินแดน

(1 ก.ค. 68) พรรคการเมืองเน่า ๆ พรรคหนึ่ง ณ แดนสยามยุคใหม่ อ้างตนว่าจะทำการเมืองแบบ “คนรุ่นใหม่” จะช่วยกันกำจัด “นักการเมืองน้ำเน่า” ที่คอยโกงชาติ โกงแผ่นดิน โกงประชาชนให้หมดสิ้นไป 

แต่ก็เป็นได้เพียงการโกหกคำโต ตลบตะแลง กลิ้งกลอก หลอกต้มได้เพียงเหล่า ”สาวกผู้เบาปัญญา” ให้หลงคล้อยตามเท่านั้น เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นและตั้งหน้าตั้งตาทำเป็นขบวนการมาโดยตลอดคือการเดินหน้า “ล้มล้างการปกครอง” กับ “ก่นด่าการรัฐประหารในอดีต” แต่กลับไม่เคยใช้อำนาจหน้าที่ของการเป็นนักการเมืองที่ดีช่วยพยุงชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชนให้พ้นความทุกข์ยากได้เลย 

ยิ่งหลังจากที่มี “คลิปเสียง” ระหว่าง “นายกไอแพด” กับ “อดีตเขมรแดงผู้แปรพักตร์” ออกมาให้โลกได้ยินถึงความชั่วร้ายในใจ ก็ยิ่งเห็น “สันดานดิบ” ของพรรคการเมืองล้มสถาบันได้อย่างชัดเจน ขณะที่คนไทยส่วนใหญ่ที่มีจิตปกติ ไม่ได้เป็นคนโง่ บ้า หรือกินอคติเป็นอาหาร จะเข้าใจอย่างถ่องแท้ทันทีว่าควรแสดงออกต่อเหตุการณ์ “นายกขายชาติ” อย่างไร 

คนไทยรับไม่ได้ อยากรักษาแผ่นดินของชาติเอาไว้ จึงนัดรวมพลในวันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อสะท้อนว่าพวกเราคนไทยไม่นิยม “นายกทรยศแผ่นดิน” สมควรต้องขับไล่ให้พ้นจากตำแหน่ง ไปรับโทษทางกฎหมาย หรือออกจากแผ่นดินไทยไปให้พ้น ๆ

ประเทศไทยเราจะเสียดินแดน แม้เพียงสักหนึ่งตารางนิ้วเดียวก็ไม่ได้อีกแล้ว ไม่ได้จริง ๆ นี่คือ “สัจจะสำนึก” ของคนไทยผู้รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชนโดยแท้ 

แต่ขณะที่คนไทยผู้รักชาติ เสียสละเวลาออกไปช่วยกันปกป้องแผ่นดิน “พรรคการเมืองคนรุ่นใหม่” กลับไม่สนว่าประเทศไทยจะมีนายกโง่ รัฐบาลจะขายชาติก็ไม่ว่า ไม่แคร์แม้แผ่นดินไทยจะถูกเขมรโกงไป พรรคการเมืองไทยพรรคนี้รับได้ทั้งหมด ในสมองกลวง ๆ ท่องจำเพียงไม่เอารัฐประหาร ไม่เอาทหาร และไม่เอาปฏิวัติ

การเกลียด “การปฏิวัติรัฐประหารโดยทหาร” นั้น ไม่ใช่สิ่งที่เลว แต่การรับได้ที่ประเทศไทยต้องสูญเสียดินแดน รับได้ที่เรามีนายกโง่ที่แอบขายชาติ ต้องพูดว่า “เลวยังน้อยเกินไป” 

คนไทยเช่นนี้ ปล่อยอยู่ไปก็รกแผ่นดินของเรา 

‘ไซปรัส’ กังวลการเพิ่มขึ้นของ ‘ชาวอิสราเอล’ บนเกาะแห่งนี้

(6 ก.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Jaroensook Limbanchongkit Pone’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า …

ไซปรัสกังวลการเพิ่มขึ้นของชาวอิสราเอลบนเกาะแห่งนี้

พรรคการเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของไซปรัสเตือนว่าชาวอิสราเอลจำนวนมากกำลังซื้ออสังหาริมทรัพย์ใกล้โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญและตั้งถิ่นฐานในพื้นที่อ่อนไหว

พวกเขาเกรงว่านี่อาจเป็นต้นแบบของ 'อิสราเอล 2.0'

อธิบายให้ชัด! ทำไมพรรคการเมือง ต้องตอบสังคมจุดยืน "แก้-ไม่แก้" รัฐธรรมนูญปี 60 หมวด 1-2 หัวใจสำคัญของการเมืองการปกครองไทย

บทความฉบับนี้อธิบายอย่างเป็นกลาง เพื่อช่วยให้ประชาชนเข้าใจประเด็นว่า เหตุใดหลายฝ่ายจึงต้องการให้ “พรรคการเมือง” อธิบายจุดยืนให้ชัดเจนต่อการแก้ไข หรือไม่แก้ไข หมวด 1 และ หมวด 2 ของรัฐธรรมนูญ โดยยึดเหตุผลด้านกฎหมาย สังคม และธรรมาภิบาลการเมือง พร้อมเช็กลิสต์การอ่านคำประกาศของพรรคอย่างรู้เท่าทัน

1) หมวด 1–2 คืออะไร และสำคัญอย่างไร
• หมวด 1 'บททั่วไป' วางรากฐานของรัฐไทย เช่น ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว แบ่งแยกมิได้ และใช้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมถึงหลักการใช้อำนาจอธิปไตยผ่านรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล

• หมวด 2 'พระมหากษัตริย์' ว่าด้วยสถานะ บทบาท และพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญ เช่น ฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ การแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ องคมนตรี และพระราชอำนาจอื่น ๆ ที่ใช้ผ่านกลไกตามรัฐธรรมนูญ

หมายเหตุ: รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันประกาศใช้เมื่อ 6 เมษายน 2560 (พ.ศ. 2560)

2) กรอบกฎหมายการ “แก้ไขรัฐธรรมนูญ” ที่เกี่ยวข้อง
• มาตรา 255 กำหนดข้อห้ามโดยหลักว่า การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่เป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ หรือเปลี่ยนแปลงระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จะกระทำมิได้

• มาตรา 256 วางกระบวนการแก้ไข (ผู้มีสิทธิเสนอ เกณฑ์เสียง ขั้นตอน และในบางกรณีอาจต้องทำประชามติ) ซึ่งสะท้อนว่ากฎหมายไทยเปิดทางให้ปฏิรูปได้ แต่เป็นไปภายใต้ขั้นตอนและเงื่อนไขที่เข้มงวด

สรุป: กฎหมายไทยเปิดช่องให้ “แก้ไขรัฐธรรมนูญ” ได้ในหลายหมวด แต่ “ห้าม” แก้ในลักษณะที่ทำให้รูปแบบรัฐหรือระบอบการปกครองเปลี่ยนไป

3) เหตุผลที่หลายฝ่ายอยากให้พรรคอธิบายจุดยืนให้ชัด
1) ความโปร่งใสและความรับผิดชอบต่อสาธารณะ — ผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรได้รับข้อมูลล่วงหน้าเพื่อการตัดสินใจอย่างรู้เท่าทัน (informed choice)

2) ลดความหวาดระแวงและความเปราะบางทางสังคม — ประเด็นหมวด 1–2 กระทบความเชื่อ/อารมณ์ร่วมของคนจำนวนมาก การประกาศชัดเจนช่วยลดการตีความคลาดเคลื่อน

3) สอดคล้องกับกรอบกฎหมาย — การยืนยันทำงานภายใต้กรอบที่ห้ามเปลี่ยนรูปแบบรัฐ/ระบอบ สะท้อนวุฒิภาวะทางการเมืองและความเคารพกติกา

4) เสถียรภาพเชิงนโยบายและเศรษฐกิจ — ความชัดเจนของหลักการพื้นฐานช่วยสร้างความเชื่อมั่นทั้งในประเทศและต่างประเทศ

4) ข้อท้วงติง/ความเสี่ยงของการประกาศ “ไม่แก้” อย่างแข็งทื่อ
• ความยืดหยุ่นเชิงนโยบาย — อาจทำให้สังคมเข้าใจผิดว่าการปรับปรุงเชิงเทคนิค/ถ้อยคำ (ที่ไม่แตะรูปแบบรัฐหรือระบอบ) ก็ทำไม่ได้ ทั้งที่ข้อห้ามครอบคลุมเฉพาะการเปลี่ยนรูปแบบรัฐหรือระบอบ

• คุณภาพของการถกเถียงสาธารณะ — หากใช้คำประกาศเป็น “โล่การเมือง” โดยไม่ลงรายละเอียด อาจปิดกั้นบทสนทนาที่มีเหตุผล

• ความคาดหวังหลังเลือกตั้ง — ถ้าถ้อยคำไม่ชัด อาจเกิดข้อพิพาทเมื่อลงมือปฏิรูปหมวดอื่น ๆ ตามขั้นตอนมาตรา 256

5) แล้วประชาชนควร “อ่าน” คำประกาศของพรรคอย่างไร (เช็กลิสต์เป็นกลาง)
• นิยามให้ชัด — พรรคอธิบายหรือไม่ว่าอะไรคือสิ่งที่ “ทำไม่ได้ตามมาตรา 255” เทียบกับ “สิ่งที่ยังปฏิรูปได้” ตามมาตรา 256

• ระบุขอบเขต — หากประกาศ “ไม่แก้หมวด 1–2” ได้บอกหรือไม่ว่าหมายถึงส่วนไหนบ้าง พร้อมยกตัวอย่างปฏิรูปที่ยังทำได้

• ขั้นตอนตามกฎหมาย — พรรคสื่อสารขั้นตอนและเกณฑ์เสียงในการแก้อย่างตรงไปตรงมาหรือไม่

• ความสม่ำเสมอ — จุดยืนก่อนเลือกตั้งสอดคล้องกับพฤติกรรมการลงมติ/ยื่นญัตติที่ผ่านมา (ถ้ามี) หรือไม่

• การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ — แม้ไม่เปลี่ยนรูปแบบรัฐ พรรคเสนอการคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ และการถ่วงดุลในหมวดอื่น ๆ อย่างไร

6) สรุปเข้ม ๆ
• หมวด 1–2 เป็นแกนของรัฐธรรมนูญไทย (รูปแบบรัฐและสถานะสถาบันพระมหากษัตริย์)

• กฎหมายห้ามแก้ในทางที่เปลี่ยนรูปแบบของรัฐหรือระบอบการปกครอง แต่ยังมีช่องทางปฏิรูปด้านอื่น ๆ ได้ตามขั้นตอนมาตรา 256

• ด้วยเหตุนี้ หลายฝ่ายจึงต้องการให้พรรคการเมืองอธิบายจุดยืนให้ชัดเจน — เพื่อความโปร่งใส ลดความสับสน และยืนยันการทำงานภายใต้กรอบกฎหมาย โดยหลีกเลี่ยงถ้อยคำแข็งทื่อที่ทำให้สังคมเข้าใจผิด

เอกสารนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการอธิบายเชิงข้อมูลอย่างเป็นกลาง มิใช่การชี้นำให้ลงคะแนนหรือสนับสนุนพรรคการเมืองใดเป็นการเฉพาะ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top