Friday, 5 June 2026
ฝ่ายค้าน

‘ศ.ดร.ไชยันต์’ จี้!! ‘พรรคส้ม’ ยื่นซักฟอก สลัด!! ปมอิงแอบลับๆ กับตระกูลชินวัตร

(29 มิ.ย. 68) ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กว่า … 

เรียน พรรคประชาชน

สภาจะเปิด 3 ก ค นี้ หากพรรคประชาชนไม่ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯแพทองธาร  ทั้งๆที่พรรคมีจำนวน สส มากพอที่จะขอเปิด

ก็แปลว่า พวกคุณยังให้ความไว้วางใจแพทองธาร

ในอนาคต หากพวกคุณจะขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯคนใด ที่ไม่ได้ทำงานแย่อย่างนายกฯ คนนี้  คุณจะมีคำอธิบายอย่างไร ?

การอภิปรายไม่ไว้วางใจอาจไม่ได้ลงเอยอย่างที่คุณคาดหวัง

นายกฯอาจจะยังได้เสียงเกินครึ่ง

อาจไม่มีการยุบสภา

แต่การอภิปรายไม่ไว้วางใจโดย สส ฝ่ายค้านที่มีคุณภาพ คือ การทำหน้าที่แทนประชาชนในการซักถาม ติติงสิ่งที่นายกฯได้ทำลงไป

เชื่อว่า ถ้าพรรคประชาชนเลือกทำตามหน้าที่และครรลองของผู้นำฝ่านค้านยื่นญัตติขออภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯแพ ตามแบบแผนระบบรัฐสภาของตะวันตก

พรรคประชาชนจะได้รับความเชื่อมั่นและไว้วางใจว่า ไม่เล่นการเมืองแบบอิงผลประโยชน์ของพรรคเหนือมาตรฐานทางการเมืองสากล

แม้อาจจะไม่มีการยุบสภาโดยเร็วตามที่พรรคต้องการ

แต่เชื่อว่า หากทำตามหน้าที่แล้ว ยุบสภาเมื่อไร พรรคท่านจะได้คะแนนนิยมมากขึ้นโดยไม่มีใครคิดว่า ท่านแอบเป็นพันธมิตรแบบลับๆกับตระกูลชินวัตร!!

‘จิรายุ’ ซัดดีล!! ‘ส้ม – น้ำเงิน’ พิลึกพิลั่น!! ยัน!! ‘เพื่อไทย’ ไม่ร่วมฝ่ายค้านตาม MOA

(21 ก.ย. 68) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีตสส.กทม. พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาชน (ปชน.) ยืนยันจะฝ่ายค้าน แม้จะเป็นพรรคการเมืองแกนนำในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีและสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ว่า MOA ส้ม-น้ำเงินที่พรรคปชน.ภาคภูมิใจ ทำให้ได้มาซึ่งรัฐมนตรีที่ทุกฝ่ายประสานเสียงร้องยี้ และรายชื่อที่ปรากฏออกมาก็สร้างความกังวลให้กับพี่น้องประชาชนอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มรัฐมนตรีปราสาทสายฟ้า ซึ่งอาจจะไม่เพียงมาเพื่อยุบสภา ตาม MOA แต่จะเป็นการมาเพื่อยุบคดี บางคดีที่พี่น้องประชาชนจับตา ไม่ว่าจะเป็นคดีเขากระโดง หรือคดีฮั้ว สว.

นายจิรายุ กล่าวต่อว่า อีกทั้งเมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยขึ้นแล้ว ไม่เพียงทำให้ประชาชนกังวลเรื่องเสถียรภาพรัฐบาลที่อาจมีผลกระทบกับการบริหารเท่านั้น แต่ในช่วงที่ผ่านมายังพบว่ามีเสียงเตือนดังขึ้นต่อเนื่องถึงสภาพที่ไม่ปกติที่เกิดขึ้น เพราะพรรคการเมืองที่มีเสียงสูงสุดในการสนับสนุนในการจัดตั้งรัฐบาลพรรค ภท.กลับบอกว่าตัวเองจะทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ซึ่งเรื่องนี้พรรค พท. ยืนยันว่าเราขอทำหน้าที่ฝ่ายค้านในระบบรัฐสภา ทำงานด้วยความรับผิดชอบต่อประชาชน แต่จะไม่ขอร่วมเป็นฝ่ายค้านตาม MOA ส้ม-น้ำเงินเด็ดขาด เพราะไม่เพียงมีที่มาของดีลแปลกประหลาดแต่ยังเป็นการก่อกำหนดขึ้นของกลไกที่ไม่ปกติ

“พรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะประสานงานกับพรรคประชาชนในการทำงานของฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แต่ไม่ขอเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือวิปฝ่ายค้าน เมื่อพรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้านก็ขอทำหน้าที่ฝ่ายค้านแบบสุภาพบุรุษอย่างเต็มที่ ไม่มีอ่อนข้อ ไม่มีกั๊ก และจะไม่ยอมเป็นนั่งร้าน หรือเป็นฝ่ายค้านตาม MOA ให้ใคร ขอให้พรรคประชาชนสนุกกับบทบาทนี้ตามสบายเลย แต่พรรคเพื่อไทยไม่เอาด้วย” นายจิรายุ กล่าวทิ้งท้าย

‘เพื่อไทย’ เดือด!! ซัด ‘พรรคประชาชน’ เป็น ‘วิปฝ่ายค้ำ’ จวกยับ!! ตั้งรัฐบาลเพื่อ ‘ยุบคดีสีน้ำเงิน’ ไม่ใช่เพื่อยุบสภา

(21 ก.ย. 68) นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงข้อสังเกตจากบันทึกข้อตกลงร่วมระหว่าง พรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทย หรือที่เรียกว่า MOA ส้ม-น้ำเงิน ว่า ขณะนี้พี่น้องประชาชนเห็นสัญญาณที่ชัดเจนในการ เร่งเติมเสียงของพรรคภูมิใจไทย โดยมีนักการเมืองจากพรรคต่างๆ เปิดตัวเข้าร่วมงานการเมืองมากขึ้น แต่น่าแปลกใจที่ตัวแทนจากพรรคประชาชน อย่างคุณปกรณ์วุฒิ รองหัวหน้าพรรคประชาชน กลับมองไม่เห็น

อีกทั้งยังมีความพยายามให้สัมภาษณ์ ยืนยันข้ามพรรคด้วยว่า พรรคภูมิใจไทยยังไม่ได้พยายามรวมเสียงข้างมาก และยังไม่เป็นสัญญาณที่จะทำให้เกิดเสียงเพิ่มเติมในฝ่ายรัฐบาล

จนหลายฝ่ายเริ่มสับสนว่านี่คือคุณปกรณ์วุฒิ นี่เป็น รองหัวหน้าพรรคประชาชน หรือ โฆษกพรรคภูมิใจไทย คนใหม่กันแน่

นอกจากนี้การที่คุณปกรณ์วุฒิ พยายามช่วยชี้แจงแทนพรรคภูมิใจไทยอย่างเข้มแข็งว่ารัฐบาลเสียงข้างมากจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อพรรคฝ่ายค้าน หนึ่งในสองพรรคใหญ่คือ พรรคเพื่อไทยหรือพรรคประชาชน ต้องไปให้การสนับสนุนฝ่ายรัฐบาล พร้อมชี้ถึงกรณีที่มี สส. พรรคเพื่อไทย 9 เสียง ที่ไม่โหวตตามมติพรรคนั้น

พรรคประชาชน ต้องเข้าใจว่า ข้อตกลงรัฐบาลเสียงข้างน้อยของสีส้มและสีน้ำเงินนั้น พรรคเพื่อไทยไม่ได้ร่วมรับผิดชอบอะไรด้วย

และในข้อเท็จจริงคือ แม้จะมี สส.พรรคเพื่อไทย 9 คน สนับนุนการจัดตั้งรัฐบาลนั้น แต่พรรคประชาชน คือคนที่โหวตหนุน คุณอนุทินแบบยกพรรค และต้องร่วมรับผิดชอบต่อการดำเนินการของรัฐบาลนี้เอง เพราะคนเริ่มครหาแล้ว ว่ารัฐบาลนี้ ไม่ได้ตั้งมาเพื่อยุบสภา แต่ตั้งมาเพื่อยุบคดีสีน้ำเงิน มากกว่า ดังนั้น เราจึงได้ออกแถลงการณ์ไปตั้งแต่เมื่อวาน

“พรรคเพื่อไทย ยืนยันว่าเรามีทั้ง สส. คนรุ่นใหม่ ที่มุ่งมั่นตั้งใจในการทำงาน และ สส. รุ่นใหญ่ที่มากประสบการณ์ พร้อมประสานงานกับพรรคประชาชนในการทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างแน่นอน แต่ขอไม่รับตำแหน่งกรรมการวิปฝ่ายค้านร่วมกับพรรคประชาชน

เพราะรัฐบาลนี้ตั้งขึ้นด้วยกลไกแปลกประหลาด มีผู้นำฝ่ายค้าน ที่หามแคนดิเดตจากพรรคภูมิใจไทย ขึ้นเสลี่ยง มีประธานวิปฝ่ายค้าน ที่ทำหน้าที่เสมือนโฆษกพรรคภูมิใจไทย อีกทั้งยังให้ สส. กว่า 140 คน แบกองค์ประชุมแทนรัฐบาล แทบทุกวัน ขัดกับที่เคยเป่าประกาศมาโดยตลอด ว่าการรักษาองค์ประชุมเป็นหน้าที่ของรัฐบาลเท่านั้น

จึงต้องตั้งคำถามว่า วิปที่ตั้งขึ้นมานี้ คือวิปฝ่ายค้าน หรือวิปฝ่ายค้ำ ค้ำยันให้รัฐบาลสีน้ำเงินกันแน่??

พรรคเพื่อไทย เรายืนยันว่าจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านตรวจสอบรัฐบาลอย่างเต็มที่ ไม่มีกั๊ก ไม่อ่อนข้อให้ใคร ตั้งแต่วินาทีแรก และเราไม่ผูกมัดกับกรอบเวลา 4 เดือน ตาม MOA สีน้ำเงินอมส้ม ที่เป็นระยะเวลาสมประโยชน์กันของพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทยเท่านั้น

เพราะเราไม่มีพันธะสัญญาผูกพันใดๆกับใครทั้งในที่แจ้ง หรือในที่ลับระหว่างพรรค ก็ตาม และเรามุ่งมั่นที่จะรับผิดชอบต่อพี่น้องประชาชนเท่านั้น ซึ่งเราจะแสดงบทบาทฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ให้เห็นในการอภิปราย การแถลงนโยบายของรัฐบาลอนุทิน ที่จะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนนี้อย่างแน่นอน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top