Monday, 8 June 2026
ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค2

ผบช.ภ.2 เยี่ยมให้กำลังใจ ทีมตำรวจ ภ.2 ร่วมภารกิจค้นหาผู้ติดใต้ซากอาคาร กำชับทำเต็มที่ ทุกวินาทีมีค่า

(30 มี.ค. 68) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจตำรวจ ภ.2 จำนวน 200 นาย ที่มาร่วมภารกิจค้นหาผู้ประสบภัยอาคารถล่มจากแผ่นดินไหว ย่านจตุจักร กทม. โดยเดินทางมาถึงตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งตำรวจจาก ภ.2 ได้รับภารกิจสนับสนุนด้านการจราจร ดังนั้นนอกจากนำอาหาร น้ำดื่มมาฝาก ให้กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ยังได้กำชับให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ช่วยเหลือสนับสนุนเจ้าหน้าที่หน่วยอื่น ๆ และอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้เจ้าหน้าที่ที่ร่วมภารกิจ ขณะเดียวกันต้องยิ้มแย้มแจ่มใส สื่อสารกับประชาชนอย่างเป็นมิตร โดยให้เข้าใจว่าภารกิจครั้งนี้ “ทุกวินาทีมีค่า” เป็นภารกิจที่แข่งขันกับเวลา และมีความตึงเครียด ทั้งนี้ตำรวจภูธรภาค 2 พร้อมสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง และจะอยู่เคียงข้างประชาชนจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

วันเดียวกัน พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย รอง ผบช.ภ.2  ได้เดินทางไปยัง ศูนย์พัฒนาด้านการข่าว (ศพข.) บช.ส. กรุงเทพมหานคร เพื่อตรวจเยี่ยมกำลังพล ที่มาปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุแผ่นดินไหวในครั้งนี้ โดยได้ให้กำลังใจและแนะนำแนวทางการปฏิบัติงาน มอบเครื่องดื่มและผลไม้เพื่อสนับสนุนกำลังพล เพิ่มขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่

ผบช.ภ.2 สั่งเข้ม! คุม 3 จังหวัดชายแดน “สระแก้ว-จันทบุรี-ตราด” ตรึงกำลัง คัดกรองทุกจุด ป้องกันเหตุ

เมื่อวันที่ (9 มิ.ย. 68) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) สั่งการด่วน! ถึงทุกสถานีตำรวจในพื้นที่ โดยเฉพาะใน 3 จังหวัดชายแดนตะวันออก ได้แก่ สระแก้ว จันทบุรี และตราด หลังเกิดสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่ช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี โดยเน้นย้ำให้ “ตรึงกำลัง-คัดกรองเข้ม-บังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด” เพื่อปกป้องอธิปไตย คุ้มครองประชาชน และสร้างความเชื่อมั่นในพื้นที่ชายแดน

พล.ต.ท.ยิ่งยศ เปิดเผยว่า ตามข้อสั่งการจาก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ตำรวจภูธรภาค 2 ทุกพื้นที่ เพิ่มความเข้มข้นในการเฝ้าระวังและสกัดกั้นเหตุร้าย โดยเฉพาะตามแนวชายแดนที่ติดกับประเทศกัมพูชา กำหนดให้พื้นที่เหล่านี้เป็น “พื้นที่เฝ้าระวังพิเศษ” พร้อมสั่งระดมกำลังจากหน่วยต่าง ๆ ทั้งตำรวจทางหลวง ตำรวจตระเวนชายแดน และหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ร่วมตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ตรวจสอบยานพาหนะ และบุคคลต้องสงสัยในเส้นทางหลัก เส้นทางรอง รวมถึงจุดพักคอยและที่พักอาศัยต้องสงสัย

“ต้องทำงานเชิงรุก สืบสวนหาข่าวในพื้นที่อย่างใกล้ชิด วางแผนเผชิญเหตุล่วงหน้า และสนับสนุนภารกิจของทุกหน่วยอย่างเป็นระบบ” พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าว

นอกจากนี้ ผบช.ภ.2 ยังสั่งให้จัดตั้ง “ชุดสืบสวน-เคลื่อนที่เร็ว-ยุทธวิธีพิเศษ” ปฏิบัติงานลงพื้นที่ทุกจุดสำคัญ อาทิ ตลาดนัด สถานีขนส่ง สถานที่ท่องเที่ยว และจุดที่มีประชาชนหนาแน่น เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน พร้อมประสานความร่วมมือกับฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ความมั่นคง และพนักงานรักษาความปลอดภัยในพื้นที่
  โดยกำชับเจ้าหน้าที่สายตรวจและจราจรทุกนายให้ “เปิดสัญญาณไฟวับวาบ” ขณะปฏิบัติหน้าที่ เพื่อแสดงตัวตนชัดเจน พร้อมใช้ยุทธวิธี “Stop-Walk-Talk” พบปะ พูดคุย ทำความเข้าใจ สร้างความร่วมมือกับประชาชนในชุมชนอย่างต่อเนื่อง  มาตรการครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับความปลอดภัยเชิงรุก ป้องกันการลักลอบ กระทำผิด หรือก่อเหตุร้ายในพื้นที่อย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยในรูปแบบใดอีก โดย ผบช.ภ.2 ย้ำว่า “เจ้าหน้าที่ทุกนายต้องปฏิบัติภารกิจด้วยความตั้งใจสูงสุด เพื่อประชาชนและประเทศชาติ”

📍ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสหรือข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานได้ที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน หรือสายด่วน 191 ตลอด 24 ชั่วโมง

ผบช.ภ.2 เช็กความพร้อม ยุทโธปกรณ์ ตำรวจสระแก้ว เติมขวัญกำลังใจ พร้อมระวังป้องกันภัยพื้นที่อ่อนไหว

เมื่อวานนี้ (20 มิ.ย.68) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2)  เดินทางลงพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ซึ่งมีชายแดนติดต่อประเทศกัมพูชา ตรวจเยี่ยมกองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว (กก.สส.ภ.จว.สระแก้ว) และสถานีตำรวจที่มีพื้นที่ติดต่อแนวชายแดน เร่งรัดการสืบสวนสอบสวนปราบปรามอาชญากรรม   แนวชายแดน ตรวจความพร้อมของกำลังพลในการสนับสนุนการปฏิบัติแนวชายแดน กำชับการปฏิบัติ พร้อมรับฟังปัญหาอุปสรรคเพื่อแก้ไขให้การปฏิบัติภารกิจดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

“วันนี้เดินทางลงพื้นที่ตรวจความพร้อมของกำลังพล ยุทโธปกรณ์ในการป้องกันภัยอาชญากรรมในเขตพื้นที่ จว.สระแก้ว และตรวจความพร้อมในการระวังป้องกันพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวทางด้านความมั่นคง พื้นที่รอยต่อชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน และได้ตรวจเยี่ยมสถานีตำรวจตามแนวชายแดน เพื่อบำรุงขวัญ ให้กำลังใจตำรวจทุกนายให้มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน” ผบช.ภ.2 กล่าว 

ผบช.ภ. 2 กล่าวด้วยว่า จากสถานการณ์ข้อพิพาทแนวชายแดน ตำรวจรับผิดชอบดูแลความสงบเรียบร้อย ดูแลประชาชนในพื้นที่ส่วนหลัง จึงตรวจสอบความพร้อมของกำลังพล และอุปกรณ์ในการเฝ้าระวังและพร้อมปฏิบัติในสถานการณ์ชายแดน ซักถามปัญหาข้อขัดข้อง เพื่อเร่งดำเนินการแก้ไข ให้กำลังใจกำลังพล โดยจากการตรวจเยี่ยมวันนี้ชมเชยในความพร้อมของกำลังพลทุกด้าน รวมถึงกำลังใจดี พร้อมปฏิบัติหน้าที่ดูแลประชาชน

ผบช.ภ.2 ลงพื้นที่เมืองตราด ตรวจศูนย์พักพิงชายแดน กำชับแผนฉุกเฉิน – ให้กำลังใจตำรวจแนวหน้า

(27 ก.ค. 68) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) เปิดเผยว่า วานนี้ (26 กรกฎาคม) นำคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์พักพิงชั่วคราวในเขตอำเภอเมืองตราด ซึ่งจัดตั้งขึ้นรองรับประชาชนในกรณีเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินใกล้แนวชายแดนไทย–กัมพูชา โดยมี พ.ต.อ.เตชิต กุลกนิษฐรากร ผกก.สภ.เมืองตราด พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับและรายงานความพร้อมทุกด้าน

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ผบช.ภ.2 ได้เน้นย้ำความสำคัญของการเตรียมความพร้อมเชิงปฏิบัติการในทุกระดับ โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนที่มีความเปราะบางด้านความมั่นคง พร้อมกล่าวให้กำลังใจเจ้าหน้าที่แนวหน้า ซึ่งปฏิบัติงานด้วยความเสียสละและอดทนท่ามกลางสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

พล.ต.ท.ยิ่งยศ ได้สั่งการชัดเจนถึงแนวทางการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยกำชับทุกสถานีตำรวจในพื้นที่ปฏิบัติตามแผนอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งระบุแนวทางสำคัญ 4 ประการ ได้แก่
1. เพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติหน้าที่ ให้ทุกนายปฏิบัติภายใต้การควบคุมของหัวหน้าสถานีอย่างใกล้ชิด
2. รองรับสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างเป็นระบบ หากเกิดเหตุไม่สงบ ต้องสามารถเคลื่อนย้ายและอพยพประชาชนไปยังศูนย์พักพิงตามแผนที่วางไว้ได้ทันที
3. รักษาความสงบในพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งกลางวันและกลางคืน
4. ตั้งจุดตรวจ-จุดสกัดเข้ม เพื่อป้องกันการลักลอบขนยาเสพติด อาวุธสงคราม และการกระทำผิดกฎหมายอื่น ๆ ที่อาจกระทบต่อความมั่นคง

สำหรับศูนย์พักพิงชั่วคราวที่เข้าตรวจเยี่ยมในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน ทั้งตำรวจ ทหาร          ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานสาธารณสุข มีความพร้อมครบครัน ทั้งที่พัก อาหาร ระบบรักษาความปลอดภัย และการแพทย์เบื้องต้น เพื่อรองรับประชาชนในยามวิกฤต

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงยังคงตรึงกำลังอย่างเข้มแข็งตลอดแนวชายแดน พร้อมยกระดับมาตรการเฝ้าระวังเต็มพิกัด โดยเฉพาะจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ผบช.ภ.2 ยืนยันว่า ตำรวจภูธรภาค 2 พร้อมปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มกำลัง ทั้งด้านการดูแลประชาชนในพื้นที่ส่วนหลัง และการสนับสนุนการทำงานของกองกำลังป้องกันชายแดน เพื่อเป้าหมายสูงสุดคือ ความปลอดภัยของประชาชน และความมั่นคงของประเทศชาติ

ภ.2 ผนึกกำลัง 3เอ็ม – สสส. – ทิพยประกันภัย ยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนน ส่งมอบแถบสะท้อนแสงตามมาตรฐานกรมขนส่งฯ พร้อมเดินหน้าโครงการ “ถนนปลอดภัย ภ.2”

(30 ก.ค. 68) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) รับมอบแถบสะท้อนแสงคุณภาพสูงจาก บริษัท 3เอ็ม ประเทศไทย จำกัด เพื่อนำไปติดตั้งในรถบรรทุก รถซาเล้ง รถเพื่อการเกษตร และรถจักรยานยนต์ที่ไม่มีไฟท้าย ตามกฎหมายที่ประกาศโดยกรมการขนส่งทางบก เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะในเวลากลางคืน

ในโอกาสเดียวกัน ได้รับมอบกรวยยางจราจรคุณภาพสูง เพื่อสนับสนุน “โครงการถนนปลอดภัย ภ.2” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยมีตัวแทนคือ คุณดาวยศ คำแก้ว, คุณฬุฎารัช เข็มสุวรรณ์, คุณเรวดี ทวีเดช พร้อมด้วย บมจ.ทิพยประกันภัย โดย คุณศิขเรศ ศิริมงคล ผู้อำนวยการฝ่าย ธุรกิจภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ เข้าร่วมเป็นกำลังสำคัญในความร่วมมือนี้
รวมทั้ง​ พล.ต.ต.สันติ์นที​ ประยูรรัตน์
ผู้แทนสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ​(สสส.)​ เข้าร่วมด้วย​ เพื่อยกระดับ​ สุขภาวะชุมชน​ และความปลอดภัยบนถนนจากอุบัติเหตุอันเกิดจากรถใหญ่และช่วยป้องกันเหตุให้รถเล็กอีกทางหนึ่งด้วย

นอกจากนี้ พล.ต.ท.ยิ่งยศ ยังได้รับมอบน้ำดื่มทิพยเพื่อสนับสนุนกิจกรรมด้านความมั่นคงในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 2 โดยจะนำไปใช้ในการปฏิบัติงานต่าง ๆ อย่างเหมาะสม

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นในการประชุมบริหารประจำเดือนของตำรวจภูธรภาค 2 ณ ห้องประชุม ภ.2 อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี

“ผบช.ภ.2” รับไม่ได้ “ลุงข้างบ้าน” ภัยสังคม ล่อลวงชำเรา ด.ญ. กำชับตำรวจปราจีนบุรี ดำเนินคดีเด็ดขาด

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2)  กล่าวว่าได้รับรายงานว่า ตำรวจกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี กองบัญชาการตำรวจนครบาล จับกุม “ลุงข้างบ้าน” ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดปราจีนบุรี ก่อเหตุกระทำชำเราเด็ก โดยหลบหนีคดีนาน 8 ปี หลังก่อเหตุล่อลวงเด็กหญิงชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียน ออกอุบายกระทำชำเรา เหตุเกิดในพื้นที่ จว.ปราจีนบุรี ตั้งแต่ปี 2560 หลบหนีไปจนถูกจับได้ที่ จว.นนทบุรี และส่งตัวมาสอบสวนที่ สภ. เมืองปราจีนบุรี ตนจึงได้กำชับให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด  และให้คัดค้านการประกันตัว

“เรื่องแบบนี้ยอมไม่ได้ การกระทำละเมิดรุนแรง ทำร้ายเด็กแบบนี้เป็นสิ่งที่น่าละอาย เป็นภัยสังคม เป็นบุคคลอันตราย อาศัยความไว้เนื้อเชื่อใจของเด็ก อาศัยความเป็นญาติ คนใกล้ตัว ก่ออาชญากรรมที่รุนแรงกับเด็ก กำชับไปที่ตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรีแล้วให้ทำการสอบสวนอย่างละเอียดรัดกุม และดำเนินคดีทุกข้อหาอย่างเด็ดขาด พร้อมกำชับให้ติดตามคดีในลักษณะนี้ทั้งเชิงป้องกัน และปราบปราม หากเหตุยังไม่เกิดให้เฝ้าระวัง หากเกิดเหตุต้องสืบสวนจับกุมให้ได้” พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าว 

ผบช.ภ.2 กล่าวว่า ฝากถึงพี่น้องประชาชน ให้หมั่นดูแลสังเกตพฤติกรรมของลูกหลาน หากพฤติกรรมเปลี่ยนไป เช่น เก็บตัว หวาดกลัว ให้พยายามพูดคุยเข้าช่วยเหลือ เพราะกลุ่มอาชญากรลักษณะนี้ มักอาศัยความเป็นคนในครอบครัว หรือคนใกล้ชิดก่อเหตุกับเด็ก แล้วข่มขู่ให้หวาดกลัวไม่ให้นำเรื่องไปบอกใคร ทำให้เด็กหวาดกลัว ทั้งนี้หากพบพฤติกรรมพิรุธ พฤติกรรมอันตรายในลักษณะเช่นนี้กับคนในครอบครัว คนใกล้ชิด หรือคนในชุมชน สามารถแจ้งตำรวจเข้าช่วยเหลือได้โดยโทร 191 ตลอด 24 ชั่วโมง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top