Friday, 5 June 2026
ประเทศไทยต้องไปต่อ

“ครม.ดรีมทีม” หลังเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 สูตรสมานฉันท์ที่วางคน “ตรงงาน” มาก่อน “ตรงขั้ว” โดย กองบรรณาธิการ THE STATES TIMES

 

หมายเหตุความชัดเจน: บทความนี้จัดทำในกรอบ “ฉากทัศน์/โผ ครม.ดรีมทีม” ตามรายชื่อที่ได้รับ (ไม่ใช่ประกาศแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ)

หลังการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. 2569 ประเทศไทยจะเดินต่อได้ไกลแค่ไหน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า “ใครชนะ” เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่า รัฐบาลชุดใหม่จะจัดทีมบริหารประเทศได้มีเสถียรภาพ มีประสิทธิภาพ และประสานพลังให้เดินไปในทิศเดียวกันได้หรือไม่

ในมุมของกองบรรณาธิการ THE STATES TIMES “ครม.ดรีมทีม” ชุดนี้มีจุดเด่นที่การตั้ง “แกนยุทธศาสตร์” ก่อน แล้วค่อยให้กระทรวงเดินตามแกน ผ่าน 3 หลักการสำคัญดังนี้

• สมานฉันท์ + ความสามารถ

• ประเทศไทยต้องไปต่อ

• การเมืองประสาน + คิดเดินหน้า

1) นายกฯ อนุทิน: คุมทีมผสมให้เดินไปทางเดียวกัน

การวาง “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกรัฐมนตรีในฉากทัศน์นี้ สะท้อนแนวคิดใช้ผู้นำที่มีประสบการณ์การบริหารและการเมือง โดยภารกิจหลักไม่ใช่เพียงสั่งการ แต่คือ “ประสาน” ให้ทีมที่หลากหลายสามารถขับเคลื่อนนโยบายได้จริง ลดแรงเสียดทานในรัฐบาลผสม และรักษาความต่อเนื่องเชิงนโยบายในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของประเทศ.

2) 5 รองนายกฯ = 5 แกนยุทธศาสตร์คุมเกมรัฐบาล

หัวใจของโครงสร้างนี้คือการตั้งรองนายกฯ แบบมีโจทย์ชัดเจนรอบด้าน เพื่อให้ “นโยบายข้ามกระทรวง” วิ่งได้จริง ไม่สะดุดที่เส้นแบ่งอำนาจ.

• สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ (โครงสร้างพื้นฐาน): เหมาะกับการเร่งสปีดโปรเจกต์ใหญ่ที่ต้องเอาอยู่ทั้งระบบ ตั้งแต่คมนาคม โลจิสติกส์ ไปจนถึงการเชื่อมเศรษฐกิจภูมิภาค.

• ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (ดิจิทัล): โจทย์ดิจิทัลยุคใหม่ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่คือการเปลี่ยนผ่านระบบรัฐให้บริการประชาชนเร็วขึ้น โปร่งใสขึ้น และลดต้นทุนประเทศ.

• เจษฎ์ โทณะวณิก (กฎหมายและลิขสิทธิ์ทางปัญญา): ยุคเศรษฐกิจสร้างสรรค์และ AI ต้องมีกติกาทันสมัยด้าน IP และกฎหมายเศรษฐกิจใหม่ วางคนสายกฎหมายเชิงระบบช่วยลดรอยรั่วเชิงนิติกรรมของรัฐ.

• กรณ์ จาติกะวณิช (เศรษฐกิจ): ช่วยคุมภาพใหญ่เรื่องวินัยการคลัง ความเชื่อมั่น และการสื่อสารกับตลาด—โดยเฉพาะช่วงที่ประเทศต้องการ “ความนิ่ง” ทางนโยบาย.

• พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ (ความมั่นคง): ความมั่นคงยุคใหม่คือชายแดน ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ และการบริหารวิกฤตให้สัมพันธ์กับการต่างประเทศและเศรษฐกิจ.

3) กระทรวงเศรษฐกิจ: ผสม “เทคโนแครต + นักการเมืองทำงาน” ให้เกิดผลลัพธ์

ทีมเศรษฐกิจในฉากทัศน์นี้โดดเด่นที่การผสม “สายมหภาค/นโยบาย” กับ “สายภาคสนาม/การเมือง” เพื่อให้การตัดสินใจเร็วขึ้น แต่ยังอยู่ในกรอบความยั่งยืน และสื่อสารกับภาคธุรกิจได้ตรงภาษา.

• การคลัง: กอบศักดิ์ ภูตระกูล (รมช. อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี, รมช. ศิริกัญญา ตันสกุล): เป็นภาพทีมการคลังที่มีทั้งมุมมองการเงิน–นโยบาย–การเมือง ช่วยให้แพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจไม่หลุดกรอบความรับผิดชอบทางการคลัง.

• พาณิชย์: ศุภจี สุธรรมพันธุ์: การให้ผู้บริหารเอกชนคุมพาณิชย์คือสัญญาณว่า “แข่งขันได้จริง” จะสำคัญกว่าการบริหารแบบเดิม และช่วยเชื่อมรัฐกับเอกชนได้เร็ว.

• คมนาคม: สามารถ ราชพลสิทธิ์: คมนาคมคือเส้นเลือดของเศรษฐกิจ การวางคนที่เข้าใจงานระบบและการประสานหลายหน่วยงานช่วยลดคอขวดด้านโลจิสติกส์.

• อุตสาหกรรม: เอกนัฏ พร้อมพันธุ์: อุตสาหกรรมยุคใหม่ต้องชนะด้วยมาตรฐาน ความปลอดภัย และห่วงโซ่อุปทาน วางคนที่ผลักงานเชิงระบบได้ช่วยยกระดับภาคผลิต.

• พลังงาน: พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค: พลังงานเป็นตัวแปรต้นทุนประเทศ ทั้งค่าไฟและความมั่นคงทางพลังงาน บทบาทนี้ต้องคุมโครงสร้างและกติกาให้สมดุล.

• เกษตรฯ: ธรรมนัส พรหมเผ่า: กระทรวงฐานรากที่ต้องทำถึงพื้นที่—ทั้งการจัดการน้ำ การตลาด และการประกันรายได้ ต้องอาศัยคนที่เอางานภาคสนามอยู่.

• แรงงาน: พงษ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ: แรงงานคือการจ้างงาน ค่าจ้าง ทักษะ และสวัสดิการ บทบาทนี้ต้องเชื่อมเอกชน-ลูกจ้าง-รัฐ ให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้.

4) ความมั่นคง–ยุติธรรม–ต่างประเทศ: ทำให้รัฐ “แข็งแรง” และ “น่าเชื่อถือ”

• กลาโหม: พลเอกบุญสิน พาดกลาง: ช่วยยึดภาพความมั่นคงและการบริหารกำลังพล โดยเฉพาะมิติภาคสนามและการจัดการสถานการณ์ชายแดน.

• ยุติธรรม: ชนากานต์ ธีรเวชพลกุล: หากรัฐบาลตั้งใจยกระดับกระบวนการยุติธรรม การวางคนที่ยืนบนมาตรฐานและความเป็นธรรมช่วยคืนความเชื่อมั่นของสังคม.

• การต่างประเทศ: สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว: ยุคที่ไทยต้องกลับเข้าจอเรดาร์โลก การทูตต้องคมและต่อเนื่อง เพื่อดึงโอกาสเศรษฐกิจและความร่วมมือกลับเข้าประเทศ.

• มหาดไทย: ไชยชนก ชิดชอบ (รมช. สุชาติ ชมกลิ่น, รมช. วราวุธ ศิลปอาชา): มหาดไทยเป็นกลไกบริหารพื้นที่ วาระสำคัญคือบริการประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่ และทำให้รัฐ “ถึงมือประชาชน” มากขึ้น.

5) คุณภาพชีวิต: สาธารณสุข–การศึกษา–สังคม–วัฒนธรรม–สิ่งแวดล้อม ต้องทำจริง วัดผลได้

การเมืองจะลดความขัดแย้งได้ยั่งยืน ต้องทำให้ประชาชนเห็นผลลัพธ์ในชีวิตจริง—สุขภาพ การศึกษา โอกาส และสภาพแวดล้อม.

• สาธารณสุข: ศ.นพ. อภิชาติ อัศวมงคลกุล: การให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์คุมระบบสุขภาพ เป็นสัญญาณว่ามาตรฐานวิชาชีพจะนำหน้าการเมืองในระบบบริการ.

• ศึกษาธิการ: สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์: หากจะยกระดับทักษะคนไทย ต้องเริ่มจากระบบโรงเรียน ครู และหลักสูตรให้ตอบโจทย์เศรษฐกิจใหม่อย่างเป็นระบบ.

• การอุดมศึกษาฯ: ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์: มหาวิทยาลัยต้องผลิตคนให้สอดคล้องตลาดแรงงานและนวัตกรรม บทบาทนี้ต้องเร่งเชื่อมงานวิจัยกับเศรษฐกิจจริง.

• พัฒนาสังคมฯ: ศุภมาศ อิสรภักดี: การคุ้มครองคนเปราะบางและลดความเหลื่อมล้ำเป็นงานแกนของรัฐสวัสดิการยุคใหม่ ต้องทำให้ถึงมือและวัดผลได้.

• วัฒนธรรม: ซาบีดา ไทยเศรษฐ์: วัฒนธรรมยุคเศรษฐกิจสร้างสรรค์ต้องเชื่อมกับซอฟต์พาวเวอร์และรายได้ชุมชน ให้ “ความเป็นไทย” กลายเป็นมูลค่าเพิ่ม.

• ทรัพยากรธรรมชาติฯ: วีระศักดิ์ โควสุรัตน์: สิ่งแวดล้อมคือโจทย์เมือง PM2.5 และท่องเที่ยวยั่งยืน ต้องขับเคลื่อนเชิงระบบร่วมกับท้องถิ่นและเอกชน.

• ท่องเที่ยวและกีฬา: ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์: ท่องเที่ยวเป็นเครื่องยนต์ฟื้นเศรษฐกิจ ต้องเร่งยกระดับคุณภาพและความปลอดภัย พร้อมกระจายรายได้สู่เมืองรอง

• ดิจิทัลฯ: การดี เลียวไพโรจน์: ถ้ากระทรวงดีอีขยับจาก “งานกำกับ” สู่ “งานยกระดับรัฐดิจิทัล” ประเทศจะได้ประโยชน์เชิงระบบ ทั้งบริการรัฐและเศรษฐกิจดิจิทัล

6) ทีมที่ปรึกษาและโฆษก: เติมสมอง–ความน่าเชื่อถือ–การสื่อสาร

ฉากทัศน์นี้ยังเพิ่ม “ทีมที่ปรึกษานายก” เพื่อเติมมุมมองเชิงยุทธศาสตร์จากผู้มีประสบการณ์หลากมิติ และ “ทีมโฆษกรัฐบาล” เพื่อทำให้การสื่อสารของรัฐชัดขึ้น ลดความสับสนของสังคม.

ทีมที่ปรึกษานายก (ตามรายชื่อที่เสนอ):

• อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (เศรษฐกิจ)

• นพ.ยง ภู่วรวรรณ (สาธารณสุข)

• วิกรม กรมดิษฐ์ (อุตสาหกรรม)

• จรีพร จารุกรสกุล (การลงทุน)

• เศรษฐา ทวีสิน (การค้าต่างประเทศ)

• สมคิด จิรานันตรัตน์ (โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล)

• คณิศ แสงสุพรรณ (การลงทุนอุตสาหกรรมขนาดใหญ่)

ทีมโฆษกรัฐบาล (ตามรายชื่อที่เสนอ):

• ไตรศุลี ไตรสรณกุล

• ศึกษิษฎ์ ศรีจอมขวัญ

• จูรี นุ่มแก้ว

บทสรุปของกองบรรณาธิการ THE STATES TIMES

กองบรรณาธิการฯ เห็นว่า “ครม.ดรีมทีม” ชุดนี้ถูกออกแบบเพื่อแก้ 3 จุดอ่อนเรื้อรังของการเมืองไทยพร้อมกัน ได้แก่ (1) รัฐบาลผสมเดินคนละทิศ → เปลี่ยนเป็นรัฐบาลผสมที่มีแกนยุทธศาสตร์ชัด (2) กระทรวงทำงานเป็นเกาะ → เปลี่ยนเป็นระบบส่งไม้ต่อกัน (3) นโยบายสวยแต่ทำไม่ถึง → เปลี่ยนเป็นนโยบายที่มีทั้งคนทำงานและคนคุมกติกา.

อย่างไรก็ตาม รายชื่อที่ดีเป็นเพียงจุดเริ่มต้น สิ่งที่ประชาชนต้องการคือผลลัพธ์—ค่าครองชีพที่ลดลง งานและรายได้ที่เพิ่มขึ้น บริการรัฐที่เร็วขึ้น ความปลอดภัยที่มั่นใจได้ และความเชื่อมั่นของโลกที่กลับมาอยู่ข้างประเทศไทย

หมายเหตุ: บทความนี้เป็น ความเห็นของกองบรรณาธิการ THE STATES TIMES เท่านั้นและจัดทำในกรอบ “ฉากทัศน์/โผ ครม.” ตามรายชื่อที่ได้รับ ไม่ใช่การประกาศแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top