Saturday, 5 September 2026
น้ำมัน

OR ยกระดับความเชื่อมั่นผู้บริโภค!! พีทีที สเตชั่น ผ่านหัวจ่ายมาตรฐานครบ 2,195 สถานี ปักหมุดมาตรฐานหัวจ่ายครบทุกสาขา เดินหน้าเพิ่มป้ายทอง 500 สถานีในปีนี้ ตอกย้ำผู้นำมาตรฐานสถานีบริการน้ำมันไทย

พีทีที สเตชั่น รายแรกของไทยที่ได้รับสัญลักษณ์หัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐานครบ 100% ทุกสถานีทั่วประเทศ พร้อมมุ่งสู่การมีหัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐานระดับสีทองมากที่สุดภายในปีนี้

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีมอบป้ายสัญลักษณ์โครงการหัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐานสีทอง ณ พีทีที สเตชั่น หจก.ศรีเจริญภัณฑ์ กรุงเทพฯ โดยมี นายทรงพล เทพนำโสมนัสส์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจต่างประเทศ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เข้าร่วมงาน เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคและยกระดับมาตรฐานสถานีบริการน้ำมันของประเทศอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความตั้งใจของภาครัฐและภาคเอกชนในการทำงานร่วมกันตามแนวทางการดำเนินงานของกรมการค้าภายในในการดูแลความเป็นธรรมทางการค้า

พีทีที สเตชั่น เป็นหนึ่งในบริษัทผู้ค้าน้ำมันที่เข้าร่วมโครงการ “หัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐาน” ครบทุกสถานี 100% โดยปัจจุบัน มีสถานีบริการที่ผ่านการรับรองหัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐาน ระดับสีเงิน จำนวน 2,073 สถานี และ ระดับสีทอง จำนวน 122 สถานี รวม 2,195 สถานี ซึ่งเป็นสถานีที่ได้รับการรับรองระดับสีเงินและสีทองมากที่สุดในประเทศ สะท้อนถึงการรักษามาตรฐานคุณภาพอย่างต่อเนื่องในเครือข่ายสถานีบริการทั่วประเทศ นอกจากนี้ พีทีที สเตชั่น ยังเดินหน้าพัฒนาสถานีบริการอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนสถานีบริการที่ได้รับการรับรอง ระดับสีทอง เป็น 500 สถานี ภายในปี 2569 เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการในทุกพื้นที่

นายทรงพล กล่าวว่า “การเข้าร่วม ‘โครงการหัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐาน’ สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานและความตั้งใจของ OR ที่ให้ความสำคัญกับการรักษามาตรฐานการให้บริการของ พีทีที สเตชั่น การเข้าร่วมโครงการครบทุกสถานี 100% พร้อมได้รับป้ายหัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐานระดับสีทองและสีเงินจำนวนมากที่สุด ณ ขณะนี้ สะท้อนความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานทั้งด้านปริมาณ คุณภาพ และความโปร่งใสในการให้บริการ ถือเป็นกำลังใจสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการให้บริการอย่างต่อเนื่อง พร้อมร่วมมือกับกรมการค้าภายในในการตรวจประเมินและยกระดับมาตรฐานสถานีบริการทั่วประเทศ เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่า พีทีที สเตชั่น ให้บริการด้วยมาตรฐานที่ถูกต้อง โปร่งใส และเชื่อถือได้”

OR พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐ โดยให้ความสำคัญกับมาตรฐานการให้บริการ ความถูกต้องของปริมาณและคุณภาพน้ำมัน รวมถึงการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานดำเนินการตรวจสอบมาตรฐานสถานีบริการเคลื่อนที่ (Mobile Unit) เพื่อตรวจสอบ

พีทีที สเตชั่น ทั่วประเทศอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าผู้บริโภคจะได้รับทั้งสินค้าและบริการที่ได้มาตรฐานสูงสุดและสมูทที่สุด

บทเรียนเวเนซุเอลา!! “โศกนาฏกรรมเวเนซุเอลา” น้ำมัน 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์ ถูกสหรัฐฯ ริบไว้ 1.27 หมื่นล้าน เมื่อรายได้น้ำมันถูกคุมจากภายนอก สู่คำถามอธิปไตยเศรษฐกิจยุคใหม่

"โศกนาฏกรรมเวเนซุเอลา": เมื่อน้ำมัน 1.3 หมื่นล้านเหรียญ ถูกสหรัฐฯ ริบไว้ 1.27 หมื่นล้าน สู่โมเดลล่าอาณานิคมยุคใหม่

ความพลิกผันอันน่าพรั่นพรึงของเวเนซุเอลาในปี 2026 ไม่ใช่เพียงแค่วิกฤตการเมืองระดับตัวบุคคลอย่างการเปลี่ยนผ่านผู้นำ แต่คือ "#การสูญเสียอธิปไตยทางเศรษฐกิจและการเมืองอย่างสมบูรณ์" ผ่านข้อตกลงพิทักษ์ทรัพย์สินน้ำมัน (Oil Custody Agreement) กับสหรัฐอเมริกา

1. กลไก "พิทักษ์ทรัพย์สิน": การยึดสายป่านทางเศรษฐกิจ
ภายหลังเหตุการณ์ต้นปี 2026 ที่สหรัฐฯ เข้าแทรกแซงและสนับสนุนผู้นำรักษาการคนใหม่ เวเนซุเอลาซึ่งเป็นประเทศที่มีสำรองน้ำมันดิบมากที่สุดในโลก ได้ถูกบีบให้เซ็นสัญญาพิทักษ์รายได้จากการขายน้ำมัน โดยกำหนดให้ รายได้ทั้งหมดจากการส่งออกน้ำมันต้องวิ่งตรงเข้าบัญชีของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ

-ตัวเลขจริงที่น่าตกใจ: ในช่วงครึ่งปีแรก เวเนซุเอลาทำรายได้จากการส่งออกน้ำมันได้สูงถึง 13,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่สหรัฐฯ กลับอนุมัติโอนคืนให้รัฐบาลเวเนซุเอลาใช้ในประเทศเพียง 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (คิดเป็นเพียง ~2.3%) โดยอ้างเหตุผลเรื่อง "มนุษยธรรม"

-ส่วนต่าง 12,700 ล้านดอลลาร์ไปไหน?: รายได้ส่วนใหญ่ตกเป็นของกลุ่มทุนน้ำมันอเมริกันอย่าง Chevron ที่เข้ามาควบคุมสัดส่วนการส่งออก รวมถึงการทำธุรกรรมที่ไม่โปร่งใสผ่าน "ผู้ซื้อปริศนา" ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมากล่าวอย่างเปิดเผยว่า การควบคุมรายได้น้ำมันครั้งนี้ สร้างผลตอบแทนคุ้มค่าต่อปฏิบัติการทางหารของสหรัฐฯ สูงถึง 28 เท่า ซึ่งเป็นการยอมรับกลายๆ ถึงการเข้ายึดครองทรัพยากรเชิงพาณิชย์

2. สวัสดิการพังทลาย: ความทุกข์ยากที่ตกอยู่กับประชาชน
ในอดีต ยุคชาเวซและมาดูโร รัฐบาลใช้รายได้จาก "น้ำมัน" เป็นสายเลือดหลักในการค้ำจุนระบบสวัสดิการสังคม (การศึกษา พยาบาล อาหารแจกฟรี และไฟฟ้าราคาถูก) แต่เมื่อสายป่านการเงินถูกตัดขาด ระบบสวัสดิการทั้งหมดจึงดิ่งลงเหวทันที:

-วิกฤตสาธารณสุขและศึกษา: โรงพยาบาลขาดงบประมาณจนต้องหยุดทำการ ขาดยาพื้นฐาน โรงเรียนขาดแคลนอุปกรณ์และชุดนักเรียนจนอัตราการเข้าเรียนลดลงอย่างน่าใจหาย
-เงินเฟ้อพุ่งสูง-ค่าเงินไร้ความหมาย: รายงานเศรษฐกิจไตรมาสแรกปี 2026 ระบุว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจต่ำสุดในรอบ 5 ปี (เหลือเพียง 2.5%) ในตลาดมืด ค่าแรงขั้นต่ำของประชาชนมีมูลค่าเหลือเพียง 0.28 ดอลลาร์สหรัฐ (ไม่ถึง 10 บาทไทย) ซึ่งไม่เพียงพอแม้แต่จะซื้ออาหารประทังชีวิตเพียงวันเดียว

3. "ข้าหลวงใหญ่การทหาร": รัฐหุ่นเชิดและการสูญเสียอธิปไตย
นี่คือโมเดล "#ล่าอาณานิคมรูปแบบใหม่" (Neo-Colonialism) ที่น่ากลัวยิ่งกว่าศึกอิรักปี 2003 เพราะสหรัฐฯ ไม่จำเป็นต้องตั้งฐานทัพหรือส่งทหารเข้าไปยึดครองพื้นที่ถาวร แต่ใช้วิธี ควบคุมสายการเงินและควบคุมการเมืองผ่านระยะไกล (Remote Control):

-ไร้ซึ่งอำนาจการตัดสินใจ: รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (มาร์โก รูบิโอ) กลายเป็นผู้มีอำนาจแท้จริงในการอนุมัติตำแหน่งรัฐมนตรี โครงสร้างกลาโหม ไปจนถึงการตรวจร่างแถลงการณ์ทางการทูตและการสื่อสารออกสื่อของรัฐบาลรักษาการเวเนซุเอลา จนถูกเปรียบเปรยว่าเป็น "ข้าหลวงใหญ่แห่งเวเนซุเอลา"

-เส้นทางขนส่งน้ำมันถูกผูกขาด: เรือน้ำมันทั้งหมดของเวเนซุเอลาถูกบังคับให้มุ่งหน้าสู่คลังเก็บน้ำมันของสหรัฐฯ เท่านั้น ห้ามค้าขายกับประเทศอื่นอย่างอิสระ

กรณีของเวเนซุเอลาคือ บทเรียนและอุทาหรณ์ระดับโลก ที่ตอกย้ำว่า เมื่อใดก็ตามที่ประเทศหนึ่งยอมยก "สายป่านทางเศรษฐกิจและทรัพยากรหลัก" ไปให้อำนาจภายนอกถือครอง แม้จะมีธงชาติ มีประธานาธิบดี หรือมีทำเนียบรัฐบาลตั้งอยู่ แต่ในทางปฏิบัติ อธิปไตย อิสรภาพ และชะตากรรมของประชาชนในประเทศนั้น จะถูกยึดครองและตกเป็นเหยื่อของการแสวงหาผลประโยชน์อย่างสิ้นเชิง

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1057907296746809&id=100075826461941&rdid=A4HlsqQGUt1VUoLX#

‘ทรัมป์’ กดดันบิ๊กน้ำมันสหรัฐฯ!! จากนโยบายหนุนพลังงานสู่แรงกดดันราคาปั๊ม ‘ทรัมป์’ ชี้บริษัทน้ำมันต้องตอบแทนประชาชน เรียกร้องอย่าเก็บกำไรฝ่ายเดียว ต้องช่วยลดภาระคนอเมริกัน

ทรัมป์ เรียกร้องให้บริษัทน้ำมันปรับลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับผู้บริโภคชาวอเมริกัน พร้อมตำหนิไมค์ เวิร์ธ (Mike Wirth) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Chevron โดยระบุว่า เวิร์ธไม่ได้ให้เครดิตต่อความพยายามของรัฐบาลในการสนับสนุนอุตสาหกรรมน้ำมันของสหรัฐฯ

ทรัมป์กล่าวว่า นโยบายของรัฐบาลได้เอื้อประโยชน์ต่อภาคพลังงานอย่างมาก และเห็นว่าบริษัทน้ำมันควรส่งต่อผลประโยชน์ดังกล่าวไปยังประชาชนผ่านการปรับลดราคาน้ำมัน แทนที่จะเก็บผลกำไรไว้เพียงฝ่ายเดียว

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์พยายามเรียกร้องให้บริษัทน้ำมันและผู้ค้าปลีกเชื้อเพลิงปรับลดราคามาแล้วหลายครั้งในช่วงเดือนมิถุนายน "แต่ไม่มีการตอบสนอง" โดยที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในสหรัฐฯ ยังไม่ได้ปรับลดลงอย่างที่เขาต้องการ

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1364255575862799/?rdid=8D9g9x7qsHPAm515#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top