Wednesday, 9 September 2026
น้ำมันเชื้อเพลิง

ยอดใช้น้ำมัน พ.ค.69 ลด 4.2% ดีเซล–เบนซิน–Jet A1 หดตัว น้ำมันแก๊สโซฮอล์อี 20 โต 26.9% ดีเซลบี 20 ขยายสถานีบริการ นำเข้าน้ำมันพุ่ง 25.7% รับผลกระทบตะวันออกกลาง

สถานการณ์การจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงรอบเดือนพฤษภาคม ปี 2569

นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า ภาพรวมการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศในเดือนพฤษภาคม 2569 อยู่ที่ 148.39 ล้านลิตร/วัน ลดลงร้อยละ 4.2 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน (YoY) แต่เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.3 จากเดือนก่อนหน้า (MoM) โดยน้ำมันส่วนใหญ่ปรับตัวลดลงจากปีก่อน ทั้งกลุ่มเบนซิน กลุ่มดีเซล น้ำมันอากาศยาน น้ำมันเตา LPG และ NGV ขณะที่น้ำมันแก๊สโซฮอล์อี 20 และน้ำมันดีเซลหมุนเร็วบี 20 ยังคงเติบโตต่อเนื่องจากมาตรการส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพของภาครัฐ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

น้ำมันกลุ่มเบนซิน มีปริมาณการจำหน่ายอยู่ที่ 30.58 ล้านลิตร/วัน ลดลงร้อยละ 3.2 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยเป็นการลดลงของน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ 91 แก๊สโซฮอล์ 95 และแก๊สโซฮอล์อี 85 ขณะที่น้ำมันแก๊สโซฮอล์อี 20 มีการจำหน่ายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีปริมาณการจำหน่าย 6.45 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 26.9 (YoY) จากมาตรการส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพผ่านการกำหนดส่วนต่างราคาที่จูงใจเมื่อเทียบกับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ซึ่งมีส่วนต่างราคาอยู่ที่ 5 บาท/ลิตร ส่งผลให้ผู้ใช้รถยนต์ที่รองรับเชื้อเพลิงดังกล่าวหันมาใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์อี 20 มากขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนก่อน (MoM) พบว่าปริมาณการจำหน่ายน้ำมันทุกชนิดในกลุ่มเบนซินปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศ โดยในเดือนพฤษภาคมมีการปรับราคาน้ำมันรวม 8 ครั้ง ส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันในบางช่วงเวลาได้รับอิทธิพลจากการเปลี่ยนแปลงของราคา

น้ำมันกลุ่มดีเซลหมุนเร็ว มีปริมาณการจำหน่ายอยู่ที่ 63.68 ล้านลิตร/วัน ลดลงร้อยละ 5.0 ซึ่งสอดคล้องกับดัชนีการส่งสินค้า (Shipment Index) เดือนพฤษภาคม ที่หดตัวลงร้อยละ 4.26 เมื่อเทียบกับปีก่อน1 ส่งผลให้การจำหน่ายน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดาลดลง ร้อยละ 10.5 ขณะที่การจำหน่ายน้ำมันดีเซลหมุนเร็วบี 20 ยังคงเพิ่มขึ้นจากนโยบายส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพและการขยายจำนวนสถานีบริการรองรับรถยนต์ที่สามารถใช้น้ำมันดังกล่าวได้ โดยมีสถานีบริการที่เปิดจำหน่ายดีเซลหมุนเร็วบี 20 ณ เดือนพฤษภาคม 2569 จำนวน 802 แห่ง ทำให้ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันดีเซลหมุนเร็วบี 20 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3.68 ล้านลิตร/วัน จากเดือนเมษายน 2569

น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1) มีปริมาณการจำหน่ายอยู่ที่ 14.94 ล้านลิตร/วัน ลดลงร้อยละ 2.1 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน (YoY) สอดคล้องกับจำนวนเที่ยวบินที่ลดลงร้อยละ 7.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน2 สาเหตุมาจากราคาเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนการดำเนินงานและราคาบัตรโดยสาร ประกอบกับในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกันยายนของทุกปี เป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (Low Season) ส่งผลให้สายการบินหลายแห่งเริ่มทยอยปรับแผนการดำเนินงาน อาทิ การปรับตารางบิน การลดความถี่
ในบางเส้นทาง หรือการบริหารจัดการเที่ยวบินให้เหมาะสมกับต้นทุนและปริมาณผู้โดยสารในแต่ละช่วงเวลา

น้ำมันเตา มีปริมาณการจำหน่ายอยู่ที่ 5.18 ล้านลิตร/วัน ลดลงร้อยละ 3.7 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน (YoY)โดยเป็นผลจากการดำเนินงานในภาคอุตสาหกรรมที่ชะลอตัว สอดคล้องกับดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (Manufacturing Production Index) เดือนพฤษภาคม 2569 ที่หดตัวร้อยละ 1.29 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน4 ทำให้การจำหน่ายน้ำมันเตาเพื่อเป็นเชื้อเพลิงในภาคอุตสาหกรรมลดลง

ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) มีปริมาณการจำหน่ายอยู่ที่ 17.76 ล้านกก./วัน ลดลงร้อยละ 1.2 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีสาเหตุหลักมาจากการจำหน่ายในภาคครัวเรือนที่ปรับตัวลดลงร้อยละ 3.2 รองลงมาเป็นภาคอุตสาหกรรมที่ลดลงร้อยละ 2 ขณะที่ภาคการขนส่งเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อนร้อยละ 0.3

ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV) มีปริมาณการจำหน่ายอยู่ที่ 2.13 ล้านกก./วัน ลดลงร้อยละ 8.8 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยอุปสงค์ของ NGV ยังคงมีแนวโน้มหดตัวอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับจำนวนสถานีบริการ NGV ที่ทยอยลดลง ทั้งนี้ ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 มีสถานีบริการ NGV เปิดให้บริการทั่วประเทศ 257 แห่ง ลดลง 21 แห่ง เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน

ปริมาณการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ที่ 1,164,539 บาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 25.7 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยน้ำมันดิบมีการนำเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 21.8 น้ำมันสำเร็จรูปมีการนำเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.7 ขณะที่มูลค่าการนำเข้าเพิ่มสูงขึ้นจากปีก่อน เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการนำเข้าที่เพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยมีการนำเข้าน้ำมันดิบจากแหล่งตะวันออกไกลและแหล่งอื่น ๆ เพิ่มมากขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าจากแหล่งตะวันออกกลาง

ปริมาณการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปอยู่ที่ 127,652 บาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.2 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเดือนเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยเป็นการเพิ่มขึ้นจากการส่งออกน้ำมันเตา ซึ่งเป็นชนิดน้ำมันเชื้อเพลิงที่ไม่ได้อยู่ในมาตรการระงับการส่งออกตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 2/2569 ปริมาณ 65,519 บาร์เรล/วัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 62.1 (YoY) รวมทั้งมีการส่งออกน้ำมันดีเซลที่มีลักษณะและคุณภาพซึ่งไม่สามารถจำหน่ายในราชอาณาจักรได้ ปริมาณ 17,682 บาร์เรล/วัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 85.2 (YoY) ขณะที่น้ำมันกลุ่มเบนซิน น้ำมันอากาศยาน น้ำมันดีเซลพื้นฐาน (10 ppm) และก๊าซปิโตรเลียมเหลว มีการส่งออกไปยังประเทศที่ไม่ถูกมาตรการระงับการส่งออก คือ สปป.ลาว และเมียนมา ปริมาณรวม 44,451 บาร์เรล/วัน

พีทีที สเตชั่น คว้ารางวัล “Diamond”!! โครงการเชิดชูเกียรติผู้ประกอบการธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิง ตอกย้ำมาตรฐานน้ำมันชั้นนำ จากกรมธุรกิจพลังงาน สะท้อนความมุ่งมั่นบริการคุณภาพ

พีทีที สเตชั่น คว้ารางวัลระดับ “Diamond” โครงการเชิดชูเกียรติผู้ประกอบการธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิง (DOEB Fuel Management Award) จากกรมธุรกิจพลังงาน ตอกย้ำผู้นำคุณภาพน้ำมัน

นายสุชาติ ระมาศ ผู้อำนวยการใหญ่ พร้อมด้วย นายเอกชัย ตั้งเสงี่ยมวิสัย ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์และการตลาดค้าปลีกน้ำมัน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) เป็นตัวแทนในการรับรางวัลระดับ “Diamond” จาก ดร. สราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ณ ศูนย์เอนเนอร์ยี่
คอมเพล็กซ์ กระทรวงพลังงาน ในโครงการเชิดชูเกียรติผู้ประกอบการธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิง (DOEB Fuel Management Award) กรมธุรกิจพลังงงาน

PTT Station ของ OR ผ่านเกณฑ์การประเมินจากกรมธุรกิจพลังงานทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ ด้านระบบคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลงที่มีมาตรฐานการควบคุมคุณภาพน้ำมันตลอดห่วงโซ่อุปทาน อีกทั้งมีการทดสอบคุณภาพน้ำมัน ณ คลังน้ำมันและ มี Mobile Lab รถตรวจสอบคุณภาพน้ำมันเคลื่อนที่ตรวจสอบสถานีทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค ด้านความยั่งยืน มีการส่งเสริมการขนส่งน้ำมันทางท่อ ซึ่งเป็นรูปแบบการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและช่วยลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ด้านเศรษฐศาสตร์ มีมาตรการส่งเสริมให้ผู้บริโภคได้รับสิทธิประโยชน์ตลอดทั้งปี รวมถึงนวัตกรรมบริการเติมเอง Self-Serve ผ่านแอพพลิเคชั่น blueplus+ พร้อมให้บริการ 24 ชั่วโมง โดย PTT Station ได้รับการประเมินและได้รับสัญลักษณ์ระดับ “ดีมาก” จำนวนกว่า 2,000 สถานี ซึ่งประชาชนสามารถสังเกตได้จาก สติ๊กเกอร์สีทองแดง “รับรองระบบการควบคุมคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิง” ณ สถานีที่ผ่านการรับรอง

โครงการเชิดชูเกียรติผู้ประกอบการธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิง (DOEB Fuel Management Award) ส่งเสริมให้เกิดการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน โดยมีวัตถุประสงค์ เพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแลคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิงที่จำหน่ายในสถานีบริการ แสดงความยั่งยืนในการประกอบกิจการโดยการขนส่งน้ำมันทางท่อที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีมาตรการหรือนวัตกรรมที่ผู้รับบริการได้รับประโยชน์จากการใช้บริการ ความสำเร็จของ OR ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามมาตรฐานกำหนดและพร้อมให้ความร่วมมือกับกรมธุรกิจพลังงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมขับเคลื่อนธุรกิจพลังงานโดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับผู้บริโภคอย่างยั่งยืน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top