Thursday, 22 October 2026
น้ำท่วม

“พลอย เบนซ์ทองหล่อ” ส่งความห่วงใยผู้ประสบภัยน้ำท่วม แนะเจ้าของรถอย่ารีบสตาร์ตรถ หลังจมน้ำหรือลุยน้ำสูง พร้อมจัดโครงการ “BENZ THONGLOR CARES” ตรวจเช็กสภาพรถเบื้องต้นฟรี ณ สาขารามอินทรา

จากสถานการณ์น้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายพื้นที่ ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด “พลอย” พลอยกาญจน์ โพธิพิมพานนท์ ประธานบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เบนซ์ทองหล่อ ออกมาแสดงความห่วงใยและส่งกำลังใจถึงประชาชน รวมถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว

“ขอส่งกำลังใจไปถึงทุกครอบครัวและทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ เข้าใจดีว่านอกจากเรื่องบ้านและการใช้ชีวิตประจำวันแล้ว หลายคนยังมีความกังวลเรื่องรถ โดยเฉพาะผู้ที่จำเป็นต้องขับผ่านพื้นที่น้ำท่วมสูง สิ่งที่อยากแนะนำคืออย่าเพิ่งรีบสตาร์ตเครื่องยนต์ แต่ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบสภาพรถก่อนนำไปใช้งาน” พลอยกาญจน์ กล่าว

พลอยกาญจน์ ระบุเพิ่มเติมว่า รถแต่ละคันอาจได้รับผลกระทบจากน้ำแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นระดับน้ำ ระยะเวลาที่รถสัมผัสน้ำ หรือระบบภายในที่ได้รับผลกระทบ ดังนั้นสิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการดูว่ารถยังสามารถขับได้หรือไม่ แต่คือการตรวจสอบให้แน่ใจว่าระบบต่าง ๆ อยู่ในสภาพเหมาะสมและปลอดภัยสำหรับการใช้งาน

จากสถานการณ์ดังกล่าว เบนซ์ทองหล่อจึงจัดโครงการ “BENZ THONGLOR CARES” เพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่รถได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม หรือผู้ที่ยังมีความกังวลเกี่ยวกับสภาพรถ โดยสามารถนำรถเข้ารับบริการตรวจเช็กสภาพเบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ณ เบนซ์ทองหล่อ สาขารามอินทรา

“ทีมศูนย์บริการของเบนซ์ทองหล่อจะช่วยตรวจสอบจุดสำคัญที่ควรได้รับการดูแลหลังรถสัมผัสน้ำ พร้อมประเมินสภาพเบื้องต้นและให้คำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนต่อไปตามสภาพจริงของรถแต่ละคัน เพื่อให้เจ้าของรถมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจก่อนนำรถกลับมาใช้งาน และลดความเสี่ยงจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง” พลอยกาญจน์ กล่าว

โครงการ BENZ THONGLOR CARES ไม่ได้เป็นเพียงการให้บริการตรวจเช็กรถในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการดูแลผู้ที่ให้ความไว้วางใจและใช้บริการเบนซ์ทองหล่อเสมอมา

“สำหรับเบนซ์ทองหล่อ การดูแลลูกค้าไม่ได้สิ้นสุดในวันที่ส่งมอบรถเท่านั้น แต่เมื่อลูกค้ามีคำถาม มีความกังวล หรือต้องการความมั่นใจเกี่ยวกับรถ เราพร้อมช่วยดูแล และอยากให้เบนซ์ทองหล่อเป็นหนึ่งในชื่อที่ลูกค้านึกถึง” พลอยกาญจน์ กล่าวทิ้งท้าย

กรมชลฯ รับมือน้ำท่วม!! หาดใหญ่รับมือมรสุมล่วงหน้า แผนเร่งด่วนซ่อมแซมคลอง ร.1 ขุดลอกคลอง 14 สายเพิ่มประสิทธิภาพ ฟันธงปี 2574 เพิ่มอ่างเก็บน้ำ 8 แห่ง

เปิดแผนรับมือน้ำท่วมท่วมหาดใหญ่ของกรมชลประทาน

หน้ามรสุมกำลังคืบคลานเข้าพื้นที่ภาคใต้แบบเร็วกว่าปกติที่จะเข้ามาช่วงเดือนธันวาคม แต่กลางเดือนตุลาคม ฝนเริ่มตกลงมาแล้ว และบางจุดตกหนักอย่างน่ากลัว

โดยเฉพาะชาวหาดใหญ่ ที่เพิ่งผ่านวิกฤตน้ำท่วมใหญ่มาไม่นาน สร้างความเสียหายย่อยยับที่เรียกได้ว่า “น้ำเปลี่ยนเมือง” แน่นอนว่า เรื่องที่ต้องพูดถึงคือ แผนรับมือของหน่วยงานราชการ เช่น เทศบาลนครหาดใหญ่ กรมชลประทาน ได้เตรียมแผนการไว้อย่างไรบ้าง

กล่าวเฉพาะกรมชลประทานในการ
เตรียมแผนรับมือน้ำท่วมหาดใหญ่ ปี 2569 ไว้อย่างไร

ข้อมูลจากกรมชลประทานและสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา ระบุว่า แผนแก้ปัญหาน้ำท่วมลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภาแบ่งเป็น 3 ระยะ ตั้งแต่งานเร่งด่วน การเพิ่มประสิทธิภาพคลองระบายน้ำ ไปจนถึงอ่างเก็บน้ำและคลองผันน้ำสายใหม่

1. แผนเร่งด่วน ปี 2569
ซ่อมคลองระบายน้ำ ร.1 (คลอง ร.1)
กรมชลประทานเร่งซ่อมผนังคอนกรีตและเสริมความแข็งแรงของคันคลอง ด้วยแผ่นเหล็กชีตไพล์ประมาณ 5,000 แผ่น ในจุดเสี่ยงตลอดแนวกว่า 2 กิโลเมตร โดยตั้งเป้าดำเนินการภายใน 90 วัน ตามข้อมูลที่เผยแพร่เมื่อ 31 สิงหาคม 2569 นั้นก็แปลความได้ว่า ต้องแล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายนนี้

ขุดลอกคลอง 14 สาย
รวมถึงการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารชลประทานที่เสียหาย 243 แห่ง และขุดลอกคลองสายสำคัญเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ

พัฒนาระบบพยากรณ์และเตือนภัย
ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พัฒนาระบบจำลองสถานการณ์น้ำโดยใช้ Machine Learning เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจบริหารจัดการน้ำ และวางแผนรับมืออุทกภัย

2. แผนระยะกลาง ปี 2570-2573
แผนระยะกลางเน้นเพิ่มความสามารถในการระบายน้ำออกจากพื้นที่เสี่ยง โดยมีโครงการสำคัญ ได้แก่
-เพิ่มประสิทธิภาพคลองระบายน้ำ ร.3 ถึง ร.6 จำนวน 4 สาย
-เพิ่มประสิทธิภาพคลองน้ำน้อย-คลองกำนัน ระยะทาง 6.8 กิโลเมตร
ปรับปรุงคลองหวะ ระยะที่ 2
-พัฒนาระบบระบายน้ำคลองท่าช้าง-ท่าเมรุ
เพิ่มประสิทธิภาพคลองอู่ตะเภา

ข้อมูลกรมชลประทานระบุว่า โครงการปรับปรุงคลอง ร.3-ร.6 ตั้งเป้าเพิ่มความสามารถรองรับน้ำจากระดับเหตุการณ์ที่มีรอบการเกิดซ้ำ 5 ปี เป็น 25 ปี อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เป็นเป้าหมายการออกแบบของโครงการ ไม่ใช่การรับประกันว่าจะไม่มีน้ำท่วมเมื่อเกิดฝนหนัก

3. แผนระยะยาว ตั้งแต่ปี 2574 เป็นต้นไป

อ่างเก็บน้ำ 8 แห่ง
แผนเพิ่มความจุเก็บกักน้ำต้นน้ำ
รายชื่อที่กรมชลประทานเปิดเผย ได้แก่ คลองแก้ว คลองหลำนุ้ย คลองหวะตอนบน คลองวาด ท่าหมอไชย คลองต่ำ หลาปัง และคลองตง เพื่อช่วยชะลอน้ำและเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการน้ำ

คลองผันน้ำสายใหม่
อัตราระบายน้ำเป้าหมาย 1,200 ลบ.ม./วินาที
แนวทางที่เปิดเผยคือผันน้ำจากบริเวณบ้านบางศาลา อำเภอคลองหอยโข่ง ไปยังอำเภอบางกล่ำ ระยะทางประมาณ 53 กิโลเมตร เพื่อเพิ่มทางระบายน้ำออกจากลุ่มน้ำ

4. ประเด็นที่ประชาชนควรได้รับคำตอบ
แม้กรมชลประทานจะเปิดเผยกรอบแผนแล้ว แต่การประเมินว่าหาดใหญ่พร้อมรับน้ำท่วมเพียงใด ต้องตรวจสอบข้อมูลปฏิบัติจริงเพิ่มเติม โดยเฉพาะคลอง ร.1 ซ่อมเสร็จตามกำหนดหรือไม่ รวมถึงผลตรวจสอบคุณภาพงานและความแข็งแรงของคันคลอง

แผนของกรมชลประทานครอบคลุมทั้งการซ่อมระบบเดิม เพิ่มประสิทธิภาพคลองระบายน้ำ และสร้างโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว แต่ตัวชี้วัดสำคัญในฤดูน้ำหลากปีนี้คือ งานเร่งด่วนเสร็จจริงแค่ไหน ระบบระบายน้ำรองรับปริมาณฝนได้เท่าใด และประชาชนได้รับคำเตือนทันเวลาหรือไม่


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top