Friday, 5 June 2026
นิวเคลียร์

อิหร่านยืนยันไม่ยอมถอย โครงการนิวเคลียร์คือ ‘ศักดิ์ศรีชาติ’ ‘ทรัมป์’ ไม่สน!! ลั่นพร้อมบอมบ์ฐานนิวเคลียร์อีก ถ้าจำเป็น

(22 ก.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ยืนยันว่า หากจำเป็น สหรัฐฯ จะโจมตีฐานนิวเคลียร์ของอิหร่านอีก หลังอับบาส อารักชี (Abbas Araghchi) รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ยอมรับว่าไซต์สำคัญ 3 แห่งได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตีเมื่อเดือนที่แล้ว โดยทรัมป์โพสต์ใน Truth Social ว่า “เราจะทำอีก ถ้าจำเป็น!”

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังวิจารณ์สื่อ CNN ว่านำเสนอข่าวบิดเบือน ที่อ้างว่าความเสียหายจากการโจมตีเป็นเพียงการถ่วงเวลาพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านให้ล่าช้าลง ซึ่งทรัมป์ระบุว่าการโจมตีของนักบินสหรัฐฯ ด้วยเครื่องบินทิ้งระเบิด B-2 นั้น ได้ทำลายล้างฐานดังกล่าวไปหมดแล้ว และสื่อควรยอมรับความจริง

ขณะที่ อารักชีให้สัมภาษณ์กับ Fox News ว่า โรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตี และขณะนี้ทางองค์การพลังงานปรมาณูกำลังประเมินความเสียหายอยู่ แต่เขายืนยันว่าอิหร่านจะไม่ยุติการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม เพราะถือเป็นผลงานของนักวิทยาศาสตร์ในประเทศ และเป็นเรื่องของ 'ศักดิ์ศรีชาติ'

ทั้งนี้ ท่ามกลางความตึงเครียด การเจรจารอบใหม่ระหว่างอิหร่านกับกลุ่มประเทศ E3 ได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมนี มีกำหนดจัดขึ้นที่ตุรกีในวันศุกร์นี้ โดยก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ ได้เปิดการเจรจาผ่านตัวกลางจากโอมาน แต่แผนการพูดคุยรอบล่าสุดต้องล่มลงหลังอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อ 13 มิ.ย. ที่ผ่านมา

‘ออสเตรเลีย’ ทุ่มงบกว่า 2.5 แสนล้านบาท สร้าง!! ‘อู่ต่อเรือดำน้ำพลังนิวเคลียร์’ รองรับภารกิจ!! ตามข้อตกลงภายใต้ ‘สนธิสัญญาออคัส’ เพื่อเตรียมรับมือ ‘จีน’

(14 ก.ย. 68) รัฐบาลออสเตรเลียระบุว่าจะใช้งบประมาณ 12,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือเกือบ 252,330 ล้านบาทสำหรับ อู่ต่อเรือดำน้ำ ในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย

เพื่อดำเนินการสร้างและส่งมอบเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ภายใต้สนธิสัญญาออคัส (AUKUS) สนธิสัญญาความมั่นคงอินโด-แปซิฟิกระหว่างออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกาซึ่งตกลงกันในปี 2564

โดยมีเป้าหมายจัดหาเรือดำน้ำโจมตีพลังงานนิวเคลียร์ให้แก่ออสเตรเลียภายในทศวรรษหน้าเพื่อรับมือกับความทะเยอทะยานของจีนในภูมิภาค

ทั้งนี้ เมื่อปี 2567 ออสเตรเลียทุ่มเงิน 127 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 2,670 ล้านบาท) เพื่อยกระดับอู่ต่อเรือเฮนเดอร์สัน และจะใช้งบประมาณอีกหลายพันล้านดอลลาร์ในอีก 20 ปีข้างหน้าเพื่อเปลี่ยนอู่ต่อเรือแห่งนี้ให้กลายเป็นศูนย์กลางการซ่อมบำรุงกองเรือดำน้ำของกลุ่มออคัส

รัฐบาลออสเตรเลียยังระบุว่าอู่ต่อเรือแห่งนี้จะสร้างเรือยกพลขึ้นบกลำใหม่ให้กองทัพบกออสเตรเลียและเรือฟริเกตอเนกประสงค์ให้กองทัพเรือซึ่งจะช่วยสนับสนุนตำแหน่งงานในท้องถิ่นประมาณ 10,000 ตำแหน่ง

‘รัสเซีย’ ยืนหนึ่งครอง ‘ยูเรเนียม’ มากสุดในโลก แม้สหรัฐฯ มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใหญ่สุด แต่ยังต้องพึ่งรัสเซีย

(22 ก.ย. 68) รัสเซียยังคงครองความเป็นผู้นำตลาดยูเรเนียมโลก โดยนายคิริล โคมารอฟ (Kirill Komarov) รองผู้อำนวยการใหญ่รัฐวิสาหกิจ Rosatom เปิดเผยว่า ส่วนแบ่งตลาดยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของรัสเซียสูงเกือบ 40% ทำให้ยังคงเป็นผู้เล่นอันดับหนึ่งของโลก แม้ชาติตะวันตกพยายามหาทางลดการพึ่งพารัสเซียแต่ยังคงไม่สำเร็จ

นอกจากนี้ โคมารอฟ ยังระบุว่า แม้สหรัฐฯ จะมีขีดความสามารถด้านพลังงานนิวเคลียร์มากที่สุดในโลก ราว 100 กิกะวัตต์ แต่ก็ยังต้องพึ่งพาเทคโนโลยีนิวเคลียร์ของรัสเซียอย่างมาก สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลและความสำคัญของรัสเซียในอุตสาหกรรมนิวเคลียร์โลก

‘รัสเซีย’ ซ้อมยิง!! ขีปนาวุธข้ามทวีป ‘Yars’ พิสัย 12,000 กม. โชว์แสนยานุภาพนิวเคลียร์

(23 ต.ค. 68) รัสเซียได้จัดการซ้อมรบด้วยระบบขีปนาวุธข้ามทวีป Yars (InterContinental Ballistic Missile - ICBM) ที่สามารถติด หัวรบนิวเคลียร์ได้

ขีปนาวุธดังกล่าว ถูกปล่อยออกจากฐานทัพปฏิบัติการเพลเซตสค์ (Plesetsk Cosmodrome) ไปยังไปยังสนามฝึกคูรา (Kura) ในคัมชัตกา (Kamchatka) ซึ่งเป็นทิศทางมุ่งสู่สหรัฐอเมริกา! โดยมีระยะทาง 6,000 กิโลเมตร (3,700 ไมล์) ขีปนาวุธประเภทนี้สามารถยิงได้ไกลสุด 12,000 กิโลเมตร (7,400 ไมล์)

‘ทรัมป์’ หวั่นจีนเร่งสะสมหัวรบนิวเคลียร์ คาดอาจเทียบสหรัฐฯ ได้ภายในปี 2030 นักวิเคราะห์ทหารชี้ ‘จีนไม่ลดอาวุธแน่’ และจะเดินหน้าพัฒนาแสนยานุภาพต่อ

(31 ต.ค. 68) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ใน Truth Social ระบุว่า จีนอาจมียุทโธปกรณ์นิวเคลียร์เทียบเท่าสหรัฐฯ ได้ภายในปี 2030 สอดคล้องกับรายงานของสถาบันสตอกโฮล์มเพื่อการวิจัยสันติภาพระหว่างประเทศ (SIPRI) ที่คาดว่าจีนจะมีหัวรบนิวเคลียร์เพิ่มจาก 600 ลูก เป็นกว่า 1,000 ลูกในอีก 5 ปีข้างหน้า

อิกอร์ โครอทเชนโก (Igor Korotchenko) นักวิเคราะห์ทหารและบรรณาธิการวารสาร National Defense ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวสปุตนิกว่า คำกล่าวของทรัมป์อาจเป็นความพยายามโน้มน้าวให้จีนเข้าร่วมเจรจาลดอาวุธนิวเคลียร์ แต่ยืนยันว่าจีน “ไม่มีทางยอมอย่างแน่นอน” เพราะต้องการพัฒนาขีดความสามารถด้านยุทธศาสตร์ตามแผนของตนเอง ไม่ขึ้นอยู่กับแรงกดดันจากต่างชาติ

ด้านกระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่า จีนยังไม่พร้อมเข้าร่วมการเจรจาควบคุมอาวุธใด ๆ กับสหรัฐฯ และรัสเซีย เนื่องจากศักยภาพทางนิวเคลียร์ยังต่างกันมาก โดยสหรัฐฯ มีหัวรบนิวเคลียร์กว่า 5,000 ลูก จีนยังคงอยู่ในขั้นของการพัฒนาและเสริมสร้างระบบ “นิวเคลียร์ไตรภาคี” เพื่อป้องปรามเชิงยุทธศาสตร์เท่านั้น

‘ทรัมป์’ ตัดเกรดหลังคุยกับ ‘สี จิ้นผิง’ มอบให้เลย 12 คะแนน จากเต็ม 10 และหวังให้ ‘จีน’ ช่วยจัดการสงคราม ระหว่าง ‘ยูเครน-รัสเซีย’ ที่ยืดเยื้อ

(31 ต.ค. 68) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวต่อหน้าสื่อมวลชน หลังเสร็จสิ้นการประชุมกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ว่าการพบปะครั้งนี้ ในประเด็นร่วมมือยุติสงครามยูเครน และแก้ปัญหาแร่แรร์ เอิร์ธ “ยอดเยี่ยมมาก” พร้อมเปรียบเทียบว่า “ถ้าให้คะแนนเต็ม 10 ผมให้ 12 เลย” 

อย่างไรก็ตาม คำพูดต่อมาของทรัมป์กลับสร้างแรงสั่นสะเทือนทางการเมืองระหว่างประเทศ เมื่อเขากล่าวถึงสงครามรัสเซีย–ยูเครนว่า “บางครั้งคุณก็ต้องปล่อยให้พวกเขาสู้กันไปเอง” พร้อมเผยว่า สี จิ้นผิงรับปากจะ “ช่วยจัดการเรื่องยูเครน” แต่ก็ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า “เราทำอะไรได้ไม่มากนักในตอนนี้”

ขณะเดียวกัน ทรัมป์ยังพูดถึงศักยภาพทางทหารของสหรัฐฯ โดยกล่าวว่า “อเมริกามีอาวุธนิวเคลียร์มากที่สุดในโลก แต่เราไม่เคยทดสอบมันเลย” ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยประโยคที่จุดกระแสกังวลในหมู่ชาติตะวันตกว่า “ผมว่ามันถึงเวลาที่จะเริ่มทดสอบได้แล้ว เพราะประเทศอื่นเขาก็ทำกันอยู่”

วอชิงตันเคลียร์ชัด!! สหรัฐฯ ประกาศทดสอบนิวเคลียร์ กลับมาใช้วิธีเท่าเทียม ไม่ใช้การทดสอบในชั้นบรรยากาศ สหรัฐฯ ชี้เป้าหมายลดอาวุธนิวเคลียร์ ปิดทางเจรจาเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์

(18 ก.พ. 69) คริสโตเฟอร์ ยอว์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ฝ่ายควบคุมอาวุธและไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ จะดำเนินการทดสอบนิวเคลียร์อีกครั้ง "บนฐานที่เท่าเทียมกัน" แต่ไม่กลับไปสู่การทดสอบในชั้นบรรยากาศขนาดใหญ่ เหมือนในอดีตที่เรียกว่า Ivy Mike ซึ่งมีขนาดหลายเมกะตัน

ยอว์กล่าวผ่านจุดยืนของประธานาธิบดีสหรัฐว่า "สหรัฐฯ จะกลับไปทำการทดสอบบนฐานที่เท่าเทียมกัน แต่คำว่า ‘ฐานที่เท่าเทียมกัน’ ไม่ได้หมายความว่าเราจะย้อนกลับไปทำการทดสอบในชั้นบรรยากาศแบบ Ivy Mike ในระดับหลายเมกะตันอย่างที่ผู้เชี่ยวชาญบางกลุ่มพยายามทำให้คนเชื่อ"

นอกจากนี้ การหารือในอนาคตเรื่องเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์อาจครอบคลุมประเด็นทดสอบนิวเคลียร์และกลไกตรวจสอบยืนยันเพื่อควบคุมอาวุธ ขณะที่สถานการณ์หลังสิ้นสุดอายุสนธิสัญญา New START ระหว่างสหรัฐฯ กับรัสเซีย อาจเป็นจุดเริ่มต้นของช่วงเวลาการเจรจาใหม่เพื่อดันเป้าลดคลังแสงนิวเคลียร์ทั่วโลก

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันว่าไม่มีข้อตกลงใดกับรัสเซียหลังสิ้นสุดสนธิสัญญาดังกล่าว และยังมองว่า "ร่มนิวเคลียร์" ที่คุ้มครองพันธมิตร เป็นเครื่องมือสำคัญในการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ ขณะที่อดีตประธานาธิบดีทรัมป์เรียกร้องให้จีนเข้าร่วมการเจรจาเรื่องเสถียรภาพเพื่อลดการแข่งขันสะสมอาวุธนิวเคลียร์ทั่วโลก

สหรัฐฯ เชื่อในความจำเป็นที่ทุกประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์ต้องมีส่วนร่วมในเจรจาเพื่อยุติการแข่งขันด้านอาวุธในระยะยาว

ที่มา : Sputnik

เดือดก่อนคุยสันติภาพ!! รัสเซียอ้าง อังกฤษ-ฝรั่งเศส “เตรียมให้นิวเคลียร์ยูเครน” รัสเซียอ้างโอนอาวุธให้ยูเครน “ละเมิด NPT” แบบไม่เคยมีมาก่อน

(25 ก.พ. 69) หน่วยข่าวกรองต่างประเทศของรัสเซียแถลงว่าฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักรกำลังเตรียมส่งมอบอาวุธนิวเคลียร์ให้กับยูเครน ขณะที่นักวิเคราะห์รัสเซียเห็นว่า เป็นความพยายามกดดันการเจรจาสันติภาพรัสเซีย-ยูเครน-สหรัฐฯ ที่ใกล้เกิดขึ้น

'ยูลิยา เซมเก' นักวิเคราะห์การเมืองรัสเซียกล่าวกับสำนักข่าวสปุตนิกว่า "เรื่องดังกล่าว ไม่ใช่อะไรอื่น นอกจากความพยายามที่จะกดดันการเจรจาสันติภาพรัสเซีย–ยูเครน–สหรัฐฯ ที่กำลังจะเกิดขึ้น"

เธอเตือนว่าตามหลักแนวทางนิวเคลียร์ของรัสเซีย หากประเทศที่ไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ถูกฝ่ายสนับสนุนจากประเทศที่มีอาวุธชนิดนี้โจมตี รัสเซียจะถือเป็นการโจมตีร่วมและอาจตอบโต้ไปยังประเทศผู้สนับสนุนโดยตรง รวมถึงลอนดอนและปารีส

นักวิเคราะห์ยังชี้ว่า การส่งมอบอาวุธนิวเคลียร์เช่นนี้จะถูกตรวจพบแน่นอน และเป็นการละเมิดสนธิสัญญาว่าด้วยการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (NPT) อย่างชัดเจน ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์โลก

ที่มา : Sputnik

กู้นักบินหรือเกมลับ? นักวิเคราะห์ตั้งข้อสงสัยสหรัฐฯ เล็งคลังยูเรเนียมอิหร่าน ภารกิจช่วยนักบิน F-15 สหรัฐฯ ถูกมองอาจเป็นฉากบังหน้าปฏิบัติการใหญ่ในอิหร่าน

ความพยายามของสหรัฐฯ ในการช่วยเหลือนักบินเครื่องบินขับไล่ F-15 ที่ถูกยิงตกในอิหร่าน อาจไม่ได้มีเป้าหมายเพียงภารกิจกู้ภัย แต่ยังอาจถูกใช้เป็น “ฉากบังหน้า” สำหรับความพยายามเข้าควบคุมคลังยูเรเนียมของอิหร่านด้วย จากการที่มีการระดมทั้งเครื่องบิน เฮลิคอปเตอร์ และกำลังพลจากหน่วยรบพิเศษเข้าร่วมปฏิบัติการจำนวนมาก

ฟาร์คัด อิบรากิมอฟ ผู้เชี่ยวชาญด้านอิหร่านและตะวันออกกลาง ให้สัมภาษณ์กับ Sputnik ว่า แม้สมมุติฐานดังกล่าวจะมีความเป็นไปได้ แต่หากสหรัฐฯ คิดจะเดินหน้าปฏิบัติการภาคพื้นดินจริง ก็ถือเป็นแนวทางที่เสี่ยงและไม่สมเหตุสมผล เนื่องจากกำลังพลเพียง 5,000-6,000 นาย ไม่เพียงพออย่างสิ้นเชิง

เขาระบุว่า หากสหรัฐฯ ต้องการเปิดปฏิบัติการภาคพื้นดินเต็มรูปแบบ แม้ไม่ถึงขั้นยึดครองอิหร่าน แต่หวังจะกระทบต่อโครงการนิวเคลียร์ของเตหะรานอย่างจริงจัง ก็จำเป็นต้องใช้กำลังทหารอย่างน้อย 500,000 นาย หรืออาจมากกว่านั้น

อย่างไรก็ดี อิบรากิมอฟมองว่า การระดมกำลังและยุทโธปกรณ์จำนวนมากในภารกิจช่วยเหลือครั้งนี้ อาจมีเป้าหมายเพื่อส่งสัญญาณทางการเมืองและการทหารว่า วอชิงตันพร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือกำลังพลของตน เนื่องจากหากนักบินอเมริกันตกไปอยู่ในมืออิหร่าน ย่อมกลายเป็นแต้มต่อสำคัญของเตหะรานในทางต่อรอง

ไม่เพียงเท่านั้น หากเกิดกรณีทหารสหรัฐฯ ถูกจับเป็นเชลย ก็อาจจุดกระแสกดดันภายในประเทศอย่างหนัก ทั้งจากฝ่ายค้านเดโมแครต และแม้แต่ฐานสนับสนุนของโดนัลด์ ทรัมป์เอง

ผู้เชี่ยวชาญรายนี้ยังเตือนว่า เวลานี้สหรัฐฯ กำลังอยู่ในสถานะเปราะบาง แต่กลับยังประเมินสถานการณ์ในอิหร่านต่ำกว่าความเป็นจริง โดยเชื่อว่าเพียงเปิดปฏิบัติการภาคพื้นดินขนาดเล็กในพื้นที่ชายฝั่งบางจุด ก็อาจทำให้อิหร่านเกิดความไม่มั่นคงภายในได้

เขามองว่าแนวคิดเช่นนี้ “ทั้งบุ่มบ่ามและไร้ความเป็นจริง”

ที่มา : Sputnik

ทรัมป์ชี้หยุดยิงอิหร่าน “ร่อแร่” !! หยุดยิงยังมีแต่สถานการณ์ไม่แน่นอน ปฏิเสธข้อเสนอใหม่รับเงื่อนไขนิวเคลียร์ พิจารณารื้อโครงการคุ้มกันเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ความตึงเครียดยังไม่คลายหลังยิงตอบโต้กันต่อเนื่อง

เมื่อวันจันทร์ (11 พ.ค.) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่าแม้ข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านที่ดำเนินมานานหลายสัปดาห์ยังคงมีผลอยู่ แต่อยู่ใน "ภาวะร่อแร่" พร้อมส่งสัญญาณว่าสหรัฐฯ จะยังคงเดินหน้าความพยายามทางการทูตกับอิหร่าน แม้ตัวเขาจะเพิ่งปฏิเสธข้อเสนอล่าสุดจากอิหร่านไปเมื่อวันอาทิตย์ (10 พ.ค.) ก็ตาม

ทรัมป์ตำหนิคำตอบกลับล่าสุดจากอิหร่านต่อแผนสันติภาพของทำเนียบขาวว่า "ยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง" โดยย้ำว่าการจัดทำข้อตกลงสันติภาพใดก็ตามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านจะกำหนดให้อิหร่านให้คำมั่นว่าจะยุติการเดินหน้าโครงการนิวเคลียร์

ทรัมป์กล่าวหาอิหร่านว่าผิดข้อตกลงเรื่องการยอมสละยูเรเนียมเสริมสมรรถนะและอนุญาตให้สหรัฐฯ เคลื่อนย้ายยูเรเนียม อิหร่านเคยตกลงยอมรับข้อตกลงนี้เมื่อสองวันก่อน แต่เปลี่ยนใจและไม่ได้ใส่เรื่องนี้ลงไปในเอกสาร 

ทรัมป์ระบุว่าอิหร่านตกลงให้สามารถนำยูเรเนียมของอิหร่านที่ถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพัง หลังสหรัฐฯ โจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านเมื่อเดือนมิถุนายน 2025 ออกไปได้ แต่สหรัฐฯ ต้องนำออกไปเอง ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวถูกทำลายจนราบคาบ มีเพียงหนึ่งหรือสองประเทศในโลกเท่านั้นที่สามารถนำมันออกมาได้
อย่างไรก็ตาม อิหร่านยังไม่เคยประกาศต่อสาธารณะว่าจะยอมสละยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ โดยยืนยันมาโดยตลอดว่าโครงการนิวเคลียร์ของตนมีจุดประสงค์เพื่อสันติ

ทรัมป์ยังระบุว่าเขากำลังพิจารณารื้อฟื้น "โปรเจกต์ ฟรีดอม" (Project Freedom) ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ที่มีเป้าหมายคุ้มกันและนำทางเรือพาณิชย์ออกจากช่องแคบฮอร์มุซ โดยอาจขยายขอบเขตภารกิจเพิ่มเติม โดยทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์นิวส์ (Fox News) ว่ายังไม่มีการตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าจะรื้อฟื้นโครงการดังกล่าวหรือไม่

อนึ่ง ทั้งกองกำลังสหรัฐฯ และอิหร่านต่างมีการยิงตอบโต้กันในช่องแคบฮอร์มุซ นับตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิงมีผลบังคับใช้เมื่อเดือนเมษายน

ที่มา : Xinhua


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top